- หน้าแรก
- อสังหาฯพลิกโลก เกิดใหม่เป็นเจ้าพ่อหมื่นล้าน
- บทที่ 60 - ลื่นเป็นปลาไหล
บทที่ 60 - ลื่นเป็นปลาไหล
บทที่ 60 - ลื่นเป็นปลาไหล
บทที่ 60 - ลื่นเป็นปลาไหล
◉◉◉◉◉
ตอนที่หลัวหยางไปส่งเจียงฟานและซุนฉินกลับถึงมหาวิทยาลัยซูโจว เพิ่งจะเจ็ดโมงครึ่งนิดๆ เท่านั้น
"เห็นแก่ที่สองอาทิตย์นี้ความประพฤตินายดีใช้ได้ ฉันจะช่วยดูแลฟานฟานให้เอง!"
ซุนฉินที่อารมณ์ดีสุดๆ ลงจากรถแล้วหันมาพูดกับหลัวหยางว่า "เพศตรงข้ามทุกคนจะถูกกันให้อยู่ห่างในระยะหนึ่งฟุต"
"แมวตัวผู้ไม่นับนะ!"
พูดจบหลัวหยางก็เหยียบคันเร่งหนีไปทันที
ทิ้งเจียงฟานที่หัวเราะไม่หยุดและซุนฉินที่ยืนแก้มป่องด้วยความโมโหไว้ที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย
หลัวหยางบึ่งรถกลับมาถึงตึกจินเฉิงตอนแปดโมงครึ่งแบบเฉียดฉิว โชคดีที่เหลียงอวี่ซินยังมาไม่ถึง เขาเลยมีเวลาพอให้ปรับลมหายใจที่หอบถี่ให้กลับมาเป็นปกติ
การประชุมประจำสัปดาห์ช่างน่าเบื่อหน่าย เนื้อหาที่แต่ละฝ่ายรายงานก็ซ้ำซากจำเจเหมือนเดิมทุกอย่าง สิ่งเดียวที่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็คือข้อมูลทางการเงิน ยอดขาย และความคืบหน้าของงานก่อสร้าง
หลังจากกินมื้อเที่ยงที่โรงอาหารของบริษัท หลัวหยางก็กลับมาที่ชั้น 16 เตรียมจะเปิดคอมพิวเตอร์ทำข้อมูลสักหน่อย นึกไม่ถึงว่าเหลียงอวี่ซินจะเดินออกมาจากห้องทำงานพอดี
"เสี่ยวหลัว ไปไซต์งานที่จินซานเป็นเพื่อนฉันหน่อย"
เหลียงอวี่ซินสั่งงานพร้อมกับวางกุญแจรถของเธอลงบนโต๊ะทำงานของหลัวหยาง
ชัดเจนว่าต้องการให้เขาทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถปอร์เช่คาเยนน์คันนั้นไปส่ง
ที่ดินโครงการอยู่ที่เขตจินซาน ซึ่งเกือบจะติดกับเขตเฟิ่งเสียนแล้ว ขับรถจากซงเจียงไปต้องใช้เวลาร่วมชั่วโมงกว่า
ยุคนี้ยังไม่ได้เคร่งครัดเรื่องมาตรฐาน "เจ็ดสาธารณูปโภคหนึ่งการปรับพื้นที่" แต่โครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้นอย่างถนนหนทางก็ถือว่าพร้อมสรรพแล้ว หลัวหยางขับรถไปจอดเทียบที่ริมถนนด้านนอกโครงการ
ที่ดินผืนนี้ถูกล้อมรั้วกั้นเป็นเขตปิด พื้นที่ภายในถูกปรับหน้าดินจนเรียบในระดับเบื้องต้นแล้ว ผู้รับเหมางานเสาเข็มกำลังเตรียมงานสำหรับเข้าพื้นที่ ในไซต์งานมองเห็นเสาเข็มเสียดทานกองพะเนินอยู่จำนวนไม่น้อย รอแค่ให้ห้องไฟฟ้าชั่วคราวสร้างเสร็จเท่านั้น
ความจริงแล้วเวลานี้ผู้รับเหมาหลักก็เริ่มส่งคนเข้ามาบางส่วนแล้ว พวกเขาตั้งตู้คอนเทนเนอร์สองตู้ไว้ทำเป็นสำนักงานชั่วคราว ในสนามมีคนกำลังตีตารางกริด และที่ขอบที่ดินก็มีกล้องระดับตั้งอยู่ นี่คือการทำงานร่วมกับผู้ว่าจ้างเพื่อคำนวณปริมาณงานดิน
เดิมทีไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนี้ ตามปกติผู้รับเหมาหลักควรจะเข้าพื้นที่ก่อนงานเสาเข็มจะเสร็จสิ้นเพียงเล็กน้อยเพื่อแบ่งเขตการก่อสร้าง
แต่ในการประชุมประจำสัปดาห์ครั้งก่อนมีการพูดถึงวัฏจักรของตลาดอสังหาริมทรัพย์ เหลียงซิงหมินจึงสั่งการให้พยายามย่นระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่เริ่มงานไปจนถึงช่วงเปิดจองซื้อล่วงหน้าให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้
เรื่องนี้สร้างความกดดันให้รองประธานฝ่ายวิศวกรรมอย่างเจียงฟางเจี๋ยไม่น้อย เลยจำใจต้องเริ่มงานบางส่วนที่ทำควบคู่กันได้ไปก่อนล่วงหน้า
เหลียงอวี่ซินเปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าส้นแบนในรถ แล้วเดินนำหลัวหยางเข้าไปในไซต์งาน
"ท่านรองเหลียงครับ นี่ครับ!"
หลัวหยางที่เดินตามหลังมาส่งหมวกนิรภัยสีขาวให้ "ตราบใดที่อยู่ในไซต์งาน จำเป็นต้องสวมหมวกนิรภัยครับ... นี่เป็นหมวกใบใหม่ ต่อไปเป็นหมวกประจำตัวของท่านเลยครับ"
พอได้ยินประโยคหลัง เหลียงอวี่ซินถึงยอมสวมหมวกแต่โดยดี
เธอสวมเสื้อโค้ตกันลมสีเบจ บวกกับรูปร่างที่สูงโปร่ง พอเดินเข้ามาในไซต์งาน เซี่ยหวยหมิน ผู้จัดการโครงการภาคสนามของผู้ว่าจ้างก็สังเกตเห็นทันที
"ท่านรองเหลียง ผู้ช่วยหลัว"
เซี่ยหวยหมินวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาทั้งสองคน ทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า "งานก่อสร้างยังไม่เริ่มอย่างเป็นทางการ ตอนนี้กำลังเตรียมงานเบื้องต้นกันอยู่ครับ"
ตอนนี้ในบริษัทเรียกเหลียงซิงหมินว่าท่านประธานกันหมดแล้ว คำเรียกท่านรองเหลียงจึงตกเป็นของเหลียงอวี่ซิน
"ผู้จัดการเซี่ย เครื่องมือที่ตั้งอยู่ตรงมุมนั้นเอาไว้ทำอะไรคะ"
ความจำของเหลียงอวี่ซินเป็นเลิศ มาไซต์งานแค่ครั้งเดียวก่อนหน้านี้ก็จำชื่อและตำแหน่งของเซี่ยหวยหมินได้แม่นยำ
"อ๋อ นั่นคือกล้องระดับครับ ผู้รับเหมาหลักกำลังร่วมมือกับเราคำนวณปริมาณงานดิน"
เซี่ยหวยหมินรีบอธิบายทันที "เนื่องจากงานดินรวมอยู่ในขอบเขตงานของผู้รับเหมาหลัก หลังจากพวกเขาเข้าพื้นที่แล้วจะต้องปรับหน้าดินใหม่ ต่อด้วยการขุดเจาะหลุมฐานราก และการถมดินกลับในภายหลัง ปริมาณงานเหล่านี้ต้องมีเกณฑ์การคำนวณ แม้ตอนเสนอราคาจะมีตัวเลขอยู่แล้ว แต่นั่นเป็นข้อมูลอ้างอิงที่ทางเราให้ไป ดังนั้นก่อนเข้าหน้างานตามธรรมเนียมจึงต้องมีการส่งมอบพื้นที่และตรวจสอบกันอีกครั้ง..."
"เสี่ยวหลัว เป็นแบบนั้นหรือเปล่า"
เหลียงอวี่ซินไม่แสดงความคิดเห็นต่อคำพูดของเซี่ยหวยหมิน แต่หันไปถามหลัวหยางแทน
แม่งเอ๊ย... คนที่เรียนจบวอร์ตันมาทำไมอีคิวต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้... หรือว่าตั้งใจ?
นี่กะจะสร้างภาพลักษณ์ "ขุนนางตงฉินผู้โดดเดี่ยว" ให้ตัวเองหรือไง
หลัวหยางสังเกตเห็นมุมปากที่กระตุกเบาๆ ของเซี่ยหวยหมินแล้ว
พอนึกถึงว่าในอนาคตหลัวเจี้ยนกั๋วมีโอกาสสูงที่จะต้องมารับเหมางานกับจินเฉิงเรียลเอสเตท หลัวหยางก็รู้สึกปวดฟันตุบๆ เขาไม่อยากล่วงเกินพวกขาใหญ่ในสายงานวิศวกรรมพวกนี้เลย
"ท่านรองเหลียงครับ จริงๆ แล้วงานดินเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ประเด็นสำคัญคือตอนนี้ตลาดอสังหาฯ กำลังบูม เราต้องหาวิธีเร่งความคืบหน้าของโครงการให้เร็วขึ้นนะครับ"
ในเมื่อไม่อยากล่วงเกินคนในสายงานวิศวกรรมโดยใช่เหตุ หลัวหยางจึงต้องใช้วิธีเบี่ยงประเด็นอย่างแยบยล
"ผู้ช่วยหลัว ทางเราก็อยากเร่งมือเหมือนกันครับ แต่ระบบไฟฟ้าชั่วคราวยังไม่เรียบร้อย งานหลายอย่างเลยเดินหน้าไม่ได้"
หลังจากหลัวหยางเอ่ยปาก ท่าทีของเซี่ยหวยหมินที่มีต่อเขาก็ดูจะกระตือรือร้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"อ๋อ หมายถึงอาคารที่กำลังก่อสร้างอยู่ตรงนั้นใช่ไหมคะ"
เหลียงอวี่ซินปรายตามองหลัวหยางแวบหนึ่งอย่างแนบเนียน ก่อนจะชี้ไปที่ห้องไฟฟ้าทางทิศเหนือของที่ดินซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ "ฉันเห็นโครงสร้างหลักเกือบจะเสร็จแล้วนี่นา กว่าจะจ่ายไฟได้ต้องใช้อีกกี่วัน"
"งานโครงสร้างพรุ่งนี้ก็น่าจะจบครับ แต่ประเด็นอยู่ที่การติดตั้งอุปกรณ์ การตรวจสอบความปลอดภัย และการจ่ายไฟแรงสูงในขั้นตอนสุดท้าย ทั้งหมดนี้ต้องรอคิวจากทางการไฟฟ้า..."
เซี่ยหวยหมินคำนวณเวลาในใจแล้วตอบด้วยตัวเลขกลางๆ ว่า "น่าจะต้องใช้อีกประมาณ 7 ถึง 10 วันครับ"
"ลองให้ผู้รับเหมางานเสาเข็มทำแผนงานใช้เครื่องปั่นไฟดูไหมครับ"
เห็นสีหน้าผิดหวังของเหลียงอวี่ซิน หลัวหยางจึงเสนอขึ้นมาว่า "เครื่องปั่นไฟล็อตนี้ทางบริษัทพัฒนาโครงการเราจะเป็นคนจัดซื้อเอง ถ้าซื้อจำนวนมากหน่อย งานระบบชั่วคราวบางส่วนของผู้รับเหมาหลักก็จะได้เริ่มเดินหน้าไปก่อนได้ด้วย"
เซี่ยหวยหมินโพล่งออกมาโดยสัญชาตญาณ "ผู้ช่วยหลัว แบบนั้นต้องใช้เงินไม่น้อยเลยนะครับ"
"เครื่องปั่นไฟสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ครับ ถ้าเฉลี่ยต้นทุนไปลงกับโครงการอื่นๆ ในอนาคต ต้นทุนก็จะลดลงไปอีก"
หลัวหยางตอบเซี่ยหวยหมินแล้วหันไปหาเหลียงอวี่ซิน "ท่านรองเหลียง โครงการจินซานกู้เงินจากธนาคารมาเท่าไหร่ครับ"
"250 ล้านหยวน"
"ผมจำได้ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 6 ถึง 12 เดือนน่าจะอยู่ที่ 5.31% ใช่ไหมครับ"
หลัวหยางคำนวณในหัวอย่างรวดเร็วแล้วยิ้ม "ดอกเบี้ยในช่วง 7 ถึง 10 วันนี้น่าจะตกอยู่ที่ประมาณ 250,000 ถึง 300,000 หยวน เงินจำนวนนี้สามารถเอามาหักลบต้นทุนการซื้อเครื่องปั่นไฟได้สบายๆ เลยครับ!"
พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้ายังฟังไม่เข้าใจก็อย่ามาทำงานสายอสังหาฯ เลยดีกว่า
ลดระยะเวลาก่อสร้าง เฉลี่ยต้นทุนให้ต่ำลง... คำนวณยังไงก็น่าทำทั้งนั้น พอเซี่ยหวยหมินคิดตามทัน ใบหน้าก็เผยความยินดีออกมาอย่างปิดไม่มิด
เขายกนิ้วโป้งให้หลัวหยาง พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเจียงฟางเจี๋ยทันที
"ท่านรองเหลียง จะลองไปดูสำนักงานชั่วคราวทางโน้นหน่อยไหมครับ แผนงานก่อสร้างของผู้รับเหมาหลักน่าจะติดบอร์ดไว้แล้ว..."
เหลียงอวี่ซินไม่ขยับ แต่กลับหันข้างมามองหลัวหยาง แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ทั้งชื่นชมระคนอ่อนใจ
ชื่นชมในความสามารถอันโดดเด่นของหลัวหยาง แต่อ่อนใจที่เด็กหนุ่มคนนี้ลื่นเป็นปลาไหล จะจับให้มั่นคั้นให้ตายก็ทำไม่ได้สักที!
"กลับกันเถอะ ขับรถไปดูที่สำนักงานขายหน่อย!"
เห็นหลัวหยางจ้องมองตัวเองด้วยสายตา "จริงใจ" เพื่อรอคำสั่งต่อไป เหลียงอวี่ซินก็หมุนตัวเดินกลับออกไปข้างนอกเหมือนคนขี้งอน
หลัวหยางทำมือเป็นสัญลักษณ์บอกลาเซี่ยหวยหมิน แล้วรีบเดินตามไป
ขากลับซงเจียง บรรยากาศภายในรถดูแปลกพิกล หลัวหยางทำได้แค่ใช้สองมือจับพวงมาลัยแน่น สายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่ ขับรถอย่างนิ่มนวลและรวดเร็ว
"จริงๆ แล้วเธอรู้วิธีลดระยะเวลาก่อสร้างอยู่แล้วใช่ไหม"
จู่ๆ เหลียงอวี่ซินที่นั่งอยู่เบาะหลังก็โพล่งขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย
"หา?"
หลัวหยางแกล้งทำเป็นตกใจ "จะเป็นไปได้ยังไงครับ ก็แค่เมื่อกี้เจอสถานการณ์พาไป สมองเลยแล่นขึ้นมาดื้อๆ... ท่านรองเหลียง ดูสิครับว่าผมห่วงใยบริษัทขนาดไหน พอมีไอเดียดีๆ ก็รีบเสนอทันที ไม่มีความลังเลเลยสักนิด"
เหลียงอวี่ซินกำลังเปลี่ยนรองเท้าข้างที่สองพอดี
คำตอบเมื่อครู่ทำให้เธอเถียงไม่ออก ข้อเสนอนี้มีมูลค่ามหาศาลสำหรับจินเฉิงเรียลเอสเตทจริงๆ
แต่ทำไมนะ เธอถึงรู้สึกคันไม้คันมือ อยากจะเอาส้นสูงเคาะกะโหลกไอ้คนขับรถข้างหน้านี่เหลือเกิน?
[จบแล้ว]