เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - จะยอมปล่อยเธอไปสักครั้ง

บทที่ 9 - จะยอมปล่อยเธอไปสักครั้ง

บทที่ 9 - จะยอมปล่อยเธอไปสักครั้ง


บทที่ 9 - จะยอมปล่อยเธอไปสักครั้ง

◉◉◉◉◉

ฉางเซิ่งทำหน้าไม่เชื่อ พลิกถุงสีดำไปมา ยืนกรานจะแกะดูให้ได้

ปึกกระดาษสีแดงหนาๆ สองปึกโผล่ออกมา ไม่ขาดไม่เกิน สองแสนหยวนพอดีเป๊ะ

"เชี่ย!"

หนุ่มเซี่ยงไฮ้จอมขี้เก๊กโดนดาเมจกระแทกหน้าเข้าอย่างจัง

"ซี้ด..."

"..."

"เจ้าสาม เรื่องจริงดิ"

ลู่ฮ่าวมองหลัวหยางอย่างตะลึงงัน แต่กลับพบว่าหมอนั่นกำลังก้มหน้าก้มตากินอย่างเอาเป็นเอาตาย คีบปลาย่างสามคำกระดกเบียร์ตามหนึ่งอึก ดูมีความสุขเสียเหลือเกิน

พอได้ยินคำถามของพี่ใหญ่ประจำห้อง หลัวหยางถึงค่อยเงยหน้าขึ้น วางตะเกียบในมือลง

"จริงสิ พรุ่งนี้เก้าโมงเช้ายังต้องไปประชุมที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทอีก เฮ้อ วันหยุดสุดสัปดาห์ของฉัน..."

หลัวหยางทำสีหน้าเศร้าสร้อยราวกับวันหยุดกำลังโบกมือลาจากไป ท่าทางน่าโดนเตะสุดๆ

"นายเพิ่งขึ้นปีสองเองนะ ประธานบริษัทอสังหาฯ จะรับนายเป็นผู้ช่วยเนี่ยนะ"

ฟังยังไงก็เหมือนนิทานหลอกเด็กชัดๆ ต่อให้เงินสดสองแสนกองอยู่ตรงหน้า ฉางเซิ่งก็ยังขอดิ้นรนหาคำตอบอีกนิด "บริษัทอะไร"

"จินเฉิงเรียลเอสเตท"

หลัวหยางยิ้มจางๆ แล้วตอบว่า "ตึกสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซงเจียงนี่แหละ มีโครงการชื่อจินหลานหยวนอยู่ในเขตเมืองใหม่"

ตอบได้ลื่นไหลแถมระบุชื่อชัดเจนขนาดนี้ ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องโกหก

"เจ้าสาม ฉันจำได้ว่านายเคยบอกว่าที่บ้านทำงานก่อสร้าง คงไม่ใช่เพราะเส้นสายทางบ้านหรอกนะ"

นี่คือคำอธิบายเดียวที่สมเหตุสมผลที่สุดในหัวของลู่ฮ่าว เขาจึงโพล่งออกมาว่า "ไอ้บ้าเอ๊ย เพิ่งจะปีสอง ที่บ้านก็เริ่มปูทางอนาคตไว้ให้แล้วหรือนี่..."

"เฮ้อ"

หลายคนในที่นั้นถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ตรรกะนี้ทุกคนพอจะรับได้

"เลี้ยงเลย คืนนี้นายต้องเลี้ยง!"

ลู่ฮ่าวที่ไขปริศนา "ความจริง" ได้แล้วรีบโวยวายขึ้นมาทันที "คืนนี้คุณชายหลัวต้องเป็นเจ้ามือ"

"ขอแค่พี่รองไม่มีปัญหาก็พอ!"

หลัวหยางหมุนโต๊ะจีน มัดปากถุงพลาสติกสีดำใหม่ แล้วยัดกลับลงไปข้างเก้าอี้ตัวเองส่งๆ

"เรื่องช่วยประหยัดเงินให้ซวี่เฟิง ฉันจะมีปัญหาได้ยังไง"

เกาเจียอวี่ที่ไม่เคยชายตามองหลัวหยางมาก่อนหน้านี้เอ่ยปากขึ้นมา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม "ต่อให้สั่งปลาย่างเพิ่มอีกตัวก็ไม่มีปัญหา!"

พนักงานเสิร์ฟยกกุ้งมังกรเล็กอบกระเทียมเข้ามาพอดี หลัวหยางจึงสั่งกำชับไปว่า "เพิ่มปลาย่างอีกที่ครับ"

ความใจป้ำของเขาทำให้บรรยากาศในห้องคึกคักขึ้นมาทันที

"ฉันได้ยินเจียอวี่บอกว่าพวกเธอเรียนวิศวกรรมโยธากันใช่ไหม จบไปแล้วต้องไปเป็นวิศวกรอะไรพวกนั้นหรือเปล่า"

ใบหน้าของเจียงเหวินยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่ลู่ฮ่าว ขนตายาวกะพริบถี่ๆ เล่นเอาลู่ฮ่าวหน้าแดงไปถึงใบหู

"พวกเราเรียนวิศวกรรมโยธา จบไปแล้วขอบเขตงานค่อนข้างกว้างขวางนะ"

ฉางเซิ่งรีบแย่งบทพูดของลู่ฮ่าว "ไปเป็นวิศวกรบริษัทก่อสร้างหรือบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็ได้ ถ้าทำได้ดีก็ไต่เต้าไปเป็นผู้อำนวยการโครงการ เหนื่อยหน่อยแต่ถ้าไปรุ่ง รายได้ปีละหลายแสนไม่ใช่ปัญหา หรือถ้าอยากสบายก็ไปสอบราชการ หน่วยงานอย่างกรมโยธา กรมผังเมือง หรือการท่องเที่ยวก็ต้องการคนจบสาขานี้ แน่นอนว่าบางคนก็เบนเข็มไปทางสายออกแบบ... อย่างเช่นที่บ้านฉันเปิดบริษัทออกแบบ อนาคตฉันคงต้องสืบทอดกิจการต่อแน่นอน"

ชาติที่แล้วในบรรดาสี่คนในห้องพัก ก็เป็นบ้านของฉางเซิ่งนี่แหละที่ฐานะดีที่สุด

"ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย ว่าที่นั่งกินข้าวเย็นด้วยกันอยู่นี่คือว่าที่ผู้อำนวยการโครงการ ดีไซเนอร์ และท่านข้าราชการในอนาคต..."

เจียงเหวินยกแก้วเหล้าขึ้น "เสียมารยาทแล้วที่ตาไม่ถึง เสียมารยาทจริงๆ!"

ถ้าจะรู้สึกผิดที่เสียมารยาทจริงๆ เธอก็น่าจะรินเหล้าให้เต็มแก้วสิ แล้วอีกอย่าง สายตาเธอจะชำเลืองมาทางฉันทำไม

ที่สำคัญคือเจ้าฉางเซิ่ง ตอนยกแก้วเหล้าขึ้นมา หมอนั่นก็ชำเลืองมองมาทางนี้เหมือนกัน...

หลังจากแก้วนี้หมดลง บทสนทนาในห้องก็เริ่มออกรสออกชาติมากขึ้น เกาเจียอวี่ก็ยอมกินกุ้งที่เฉินซวี่เฟิงแกะให้แล้ว

บรรยากาศชื่นมื่นลากยาวไปจนถึงสองทุ่มครึ่ง

"ไปกันเถอะน่า แผ่นหลังมันมีอะไรน่าดูนักหนา ถ้าอาลัยอาวรณ์ขนาดนั้น ก็ลากเธอไปเปิดห้องข้างนอกเลยสิ"

หลัวหยางกอดคอเฉินซวี่เฟิง พยายามจะให้เขาได้สัมผัสกับความโหดร้ายของการถูกปฏิเสธเสียแต่เนิ่นๆ

"ทำแบบนั้นได้ที่ไหนกัน!"

เฉินซวี่เฟิงถลึงตาใส่หลัวหยาง "แฟนมีไว้ให้ทะนุถนอม ดูนายสิ ในหัววันๆ มีแต่ความคิดลามกสกปรก"

"นายสองคนยืนทำอะไรอยู่หน้าประตู กลับหอได้แล้ว คืนนี้ฉันยังต้องแชตคุยเรื่องปรัชญาชีวิตกับเจียงเหวินต่อนะเว้ย!"

เมื่อกี้อาศัยจังหวะบรรยากาศดี ทุกคนแลกเบอร์โทรศัพท์กันหมดแล้ว ฉางเซิ่งตอนนี้กำลังเขย่ามือถือด้วยความลำพองใจ

พอไม่มีสาวๆ อยู่ข้างกาย ลู่ฮ่าวก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง "เจ้าสี่ นายไม่ได้กำลังตามจีบน้องคณะนิติฯ อยู่หรือไง จับปลาสองมือระวังเป้าจะฉีกเอานะ"

"ฮ่าๆ เป้าหมายของฉันตอนนี้คือเจียงเหวิน พวกนายห้ามมาแย่งนะเว้ย!"

ตอนที่พูดประโยคนี้ สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่หลัวหยาง

ในใจของฉางเซิ่ง เฉินซวี่เฟิงเป็นทาสรักของเกาเจียอวี่ ลู่ฮ่าวอยู่ต่อหน้าผู้หญิงก็พูดจาไม่เป็นภาษา คนเดียวที่เป็นภัยคุกคามก็คือหลัวหยางที่เพิ่ง "อกหัก" มาหมาดๆ

หลัวหยางขี้เกียจจะตอบโต้ กอดคอเฉินซวี่เฟิงเดินกลับหอพัก

ที่บ้านเขายังมีหนี้สินอีกสองล้านกว่า จะเอาเวลาที่ไหนไปพร่ำเพ้อเรื่องความรัก

สามปีในมหาวิทยาลัย อย่างน้อยต้องใช้หนี้ที่บ้านให้หมด และต้องทำให้กิจการของตาแก่ที่บ้านกระเตื้องขึ้นมาให้ได้

ส่วนตัวเองก็หาเงินสักหลายล้านไปซื้อหุ้นเหมาไถทิ้งไว้ แล้วก็เก็บสะสมบิทคอยน์สักสองสามร้อยเหรียญ นั่งรอให้มูลค่ามันพุ่ง เรียนจบแล้วกลับไปใช้ชีวิตเสี่ยภูธรที่บ้านเกิดไม่ดีกว่าหรือ

รอให้เขาขับรถหรูคันละหลายล้าน ตรงที่นั่งข้างคนขับย่อมไม่ขาดแคลนสาวขายาวแน่นอน

พอกลับถึงหอพัก เฉินซวี่เฟิงกับฉางเซิ่งก็รีบอาบน้ำเข้านอน ถือโทรศัพท์เริ่มแชตจีบสาว

ลู่ฮ่าวลากหลัวหยางมาคุย "พ่อบุญธรรม วันหน้าต้องช่วยดึงลูกคนนี้ขึ้นไปบ้างนะ ค่าเซ็นสัญญาตั้งสองแสนยังไม่เอา ขอแค่พาร์ตไทม์เงินเดือนไม่กี่พันก็พอแล้วครับ"

"ทำไมนายไม่ขอสักหลายหมื่นเลยล่ะ"

หลัวหยางเบ้ปาก หยุดคิดนิดหนึ่งแล้วพูดว่า "รอฉันไปสร้างความคุ้นเคยก่อน ถ้ามีโอกาสเหมาะๆ ค่อยว่ากัน"

ในหัวเขาคิดถึงเรื่องของที่บ้าน ถ้าหลัวเจี้ยนกั๋วมีโอกาสได้รับงานจากจินเฉิงเรียลเอสเตท นักศึกษาวิศวกรรมโยธาอย่างลู่ฮ่าวก็พอจะใช้งานได้ อย่างน้อยเรื่องงบประมาณก็น่าจะทำเป็นบ้างใช่ไหม

รอให้ขึ้นปีสามปีสี่ ค่อยให้เรียนรู้เรื่องการบริหารหน้างาน ให้ตำแหน่งพาร์ตไทม์เงินเดือนสองสามพันก็ไม่ถือว่าขาดทุน

กำลังคุยกันอยู่ โทรศัพท์ข้างหมอนก็สั่นครืด

"ทำอะไรอยู่"

พอกดดูข้อความ หลัวหยางก็ชะงักไปนิดหนึ่ง ชื่อที่เมมไว้คือ เจียงเหวิน

ชิ...

เขาอยากจะตอบกลับไปเหลือเกินว่า ฉันกำลังอาบน้ำอยู่!

เสียดายที่หลัวหยางไม่ใช่ผู้หญิง

เขาเอียงคอมองไปที่เตียงฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กัน เห็นฉางเซิ่งกำลังประคองโทรศัพท์พิมพ์ยิกๆ เขาก็รู้ทันทีว่าแม่สาวงามเจียงคนนั้นกำลังบริหารเสน่ห์แบบหว่านแห

หลัวหยางรู้ตัวเองดี เขาไม่คิดหรอกว่าเงินแค่สองแสนจะทำให้คนสวยระดับมันสมองเลิศอย่างเจียงเหวินมองเขาเปลี่ยนไป สำหรับเธอคงเป็นแค่การบริหารเสน่ห์ตามความเคยชิน ตัวเขากับฉางเซิ่งก็เป็นแค่ลูกปลาในบ่อเลี้ยงของเธอเท่านั้น

นิ้วมือขยับเล็กน้อย พิมพ์ข้อความตอบกลับไป

"พวกเราสี่คนกำลังประชุม ถกเถียงกันเรื่องการจัดอันดับในห้องพักอยู่"

อีโมจิรูปเขินอายส่งกลับมาทันที ตามด้วยข้อความว่า "ในสายตาเฉินซวี่เฟิง เจียอวี่ต้องสวยที่สุดอยู่แล้วใช่ไหม"

ระดับชั้นเชิงขนาดนี้ สกิลรถอ้อยคว่ำชัดๆ...

หลัวหยางอดไม่ได้ที่จะมองฉางเซิ่งที่กำลังแชตอย่างเมามันด้วยความเป็นห่วง เขาอ้าปากจะเตือนแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นเสียงถอนหายใจ

"ผมทวินเทลมีบัฟเพิ่มความเร็วในการโจมตีนะ อันนี้ความเห็นส่วนตัว!"

"?"

ตอนนี้ยังเป็นปี 2009 มุกตลกเรื่องแฮนด์มอเตอร์ไซค์ยังไม่ถือกำเนิดขึ้น เจียงเหวินย่อมงุนงงเป็นธรรมดา จึงส่งเครื่องหมายคำถามกลับมา

หลัวหยางตั้งนาฬิกาปลุก โยนโทรศัพท์ไว้ข้างหมอน แล้วไม่ตอบกลับอีก

อาศัยช่วงเวลาที่ยังไม่ดึกมาก ทบทวนความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งที่เคยพบเห็นตอนทำงานพิเศษภาคฤดูร้อนที่จินเฉิงเรียลเอสเตทในอดีต การสร้างธุรกิจตอนนี้ยังไม่ไหว แต่ข้อได้เปรียบที่สุดของผู้ย้อนเวลาคือข้อมูลที่รู้ล่วงหน้า ขอแค่อยู่ในขอบเขตความรู้ของเขา บางทีอาจจะยืมแรงมาใช้ประโยชน์ได้

ส่วนเจียงเหวิน ครั้งนี้จะยอมปล่อยเธอไปสักครั้งก็แล้วกัน ดูแลตัวเองให้ดี อย่าบินเข้ากองไฟอีกล่ะ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 9 - จะยอมปล่อยเธอไปสักครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว