- หน้าแรก
- ระบบไม่ต้อง สมองล้วนๆ
- บทที่ 100 - กฎเกณฑ์แห่งการสรรค์สร้างของหนี่วา
บทที่ 100 - กฎเกณฑ์แห่งการสรรค์สร้างของหนี่วา
บทที่ 100 - กฎเกณฑ์แห่งการสรรค์สร้างของหนี่วา
บทที่ 100 - กฎเกณฑ์แห่งการสรรค์สร้างของหนี่วา
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ความจริงพอได้ยินชื่อ "หม้อเฉียนคุน" หนิวขุยก็ร้องอ๋อในใจทันที เพราะนี่คือสมบัติวิเศษที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวหนิวขุย เขาจึงถามเจ้าแม่หนี่วาด้วยสายตาเป็นประกาย "พี่สาวหนี่วา มีศาลเจ้าแม่หนี่วาตั้งอยู่แบบนี้ แปลว่าท่านจะแวบมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ใช่ไหม"
เจ้าแม่หนี่วาพยักหน้าอย่างงงๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ หนิวขุยถึงถามเรื่องนี้
พอได้รับคำยืนยัน หนิวขุยก็ยิ้มกว้างจนปากแทบฉีกถึงรูหู
"งั้นก็ดีเลยสิ ต่อไปพี่สาวหนี่วาก็แวบมาที่นี่ทุกวัน แล้วเอาน้ำจากหม้อเฉียนคุนมารดต้นไม้พวกนี้ให้ข้าหน่อยนะ"
คราวนี้เจ้าแม่หนี่วาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าเจ้าวัวดำตัวนี้กำลังวางแผนจะใช้งานนาง นางจึงถลึงตาใส่หนิวขุยวงใหญ่
"หม้อเฉียนคุนถึงจะมีพลังเปลี่ยนของหลังกำเนิดให้เป็นก่อนกำเนิดได้ แต่มันก็ไม่ได้ใช้ได้พร่ำเพรื่อนะยะ ขืนใช้บ่อยๆ พลังของหม้อมันจะเสื่อมถอยได้"
"ไม่อย่างนั้น ข้าก็คงเอาหม้อใบนี้ไปไล่รดน้ำทั่วโลก เปลี่ยนทั้งมหาพิภพพงไพรให้กลับไปเป็นยุคเบิกฟ้าได้แล้วสิ"
หนิวขุยยกมือเกาหัวแกรกๆ คิดตามก็เห็นจริง ถ้าหม้อเฉียนคุนทำได้ขนาดนั้น ป่านนี้รอบตัวเจ้าแม่หนี่วาคงมีแต่ของระดับก่อนกำเนิดเต็มไปหมดแล้ว
"ข้าลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย จะให้ใช้หม้อเฉียนคุนมาฟูมฟักต้นไม้พวกนี้ ดูท่าจะได้ไม่คุ้มเสียจริงๆ แฮะ"
เห็นหนิวขุยล้มเลิกความคิด เจ้าแม่หนี่วาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก "โชคดีที่เจ้าวัวบบ้านี่ยอมเลิกรา ไม่งั้นข้าก็ไม่รู้จะปฏิเสธมันยังไงเหมือนกัน"
ทันใดนั้น หนิวขุยก็นึกถึงของดีอีกอย่างขึ้นมาได้ นั่นคือน้ำเต้าแห่งความโกลาหลที่ทงเทียนเจี้ยวจู่ให้มา
เขาจึงรีบควักน้ำเต้าใบนั้นออกมา เปิดจุกน้ำเต้าออก แล้วเทสิ่งที่อยู่ข้างในลงไปที่แปลงนาวิเศษ
ตอนเก็บเข้าไปมันคือพลังร้ายแห่งฟ้าดิน แต่พอถูกเทออกมา มันกลับกลายเป็นปราณระดับก่อนกำเนิดอันบริสุทธิ์
พริบตาเดียว ปราณระดับก่อนกำเนิดมหาศาลก็ปกคลุมทั่วทั้งแปลงนา แม้แต่สระวารีทิพย์สามแสง ก็ยังได้รับอานิสงส์ ถูกห่อหุ้มด้วยหมอกปราณอันหนาแน่น
เห็นฉากนี้เข้า แม้แต่เจ้าแม่หนี่วาก็ยังตกตะลึง สายตาของนางจับจ้องไปที่น้ำเต้าในมือหนิวขุย
มองแวบเดียวนางก็จำได้ทันที นี่มันน้ำเต้าสีม่วงดำใบที่เจ็ด จากเถาวัลย์บนเขาปู้โจว ที่ตอนนั้นทุกคนเมินใส่เพราะคิดว่ามันฝ่อ
"นี่มันน้ำเต้าสีม่วงดำจากเถาวัลย์บนเขาปู้โจวนี่นา ตอนนั้นพวกเราเห็นว่ามันยังไม่สุก เลยนึกว่ามันใช้การไม่ได้แล้ว"
"นึกไม่ถึงเลยว่าพอมาอยู่ในมือเจ้า มันจะกลายเป็นของวิเศษที่ปล่อยปราณระดับก่อนกำเนิดออกมาได้ขนาดนี้ ดูท่าวันนั้นพวกเราทุกคนคงตาถั่ว มองข้ามของดีไปซะแล้ว"
หนิวขุยไม่ได้อธิบายว่าเขาไปได้น้ำเต้านี้มายังไง แต่ยิ้มแล้วตอบว่า "ของทุกอย่างที่ดำรงอยู่ย่อมมีเหตุผลของมัน ในโลกนี้ไม่มีอะไรไร้ค่าหรอก"
"น่าเสียดายที่เจ้าน้ำเต้าแห่งความโกลาหลใบนี้มันยังโตไม่เต็มที่ ไม่อย่างนั้นมันคงเปลี่ยนกระแสลมแห่งความโกลาหล ให้กลายเป็นปราณระดับก่อนกำเนิดได้โดยตรงเลย"
หนิวขุยแค่บ่นเสียดายไปตามประสา แต่สีหน้าของเจ้าแม่หนี่วากลับเปลี่ยนไป
วินาทีต่อมา นางสะบัดมือเรียกเถาวัลย์เส้นหนึ่งออกมา หรือจะเรียกให้ถูกคือ แส้สร้างมนุษย์
นางใช้หม้อเฉียนคุนตักวารีทิพย์สามแสงจนเต็ม แล้วเอาแส้สร้างมนุษย์จุ่มลงไป เพื่อฟื้นฟูสภาพเดิมของมัน
เพื่อเร่งปฏิกิริยา เจ้าแม่หนี่วายังประสานอินร่ายมนตร์ใส่หม้อเฉียนคุนอย่างต่อเนื่อง
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า จนล่วงเลยไปถึงแปดสิบเอ็ดปี ในที่สุดแส้สร้างมนุษย์ในน้ำทิพย์ก็สลัดคราบแสงสีทองทิ้ง เปล่งแสงสีเขียวมรกตออกมาแทน
เจ้าแม่หนี่วายิ้มด้วยความพอใจ นางหยิบเถาวัลย์ที่เปล่งแสงสีเขียวออกมาจากหม้อ
เลือกทำเลเหมาะๆ ในแปลงนาวิเศษ แล้วปักชำเถาวัลย์ลงไปในดิน จากนั้นก็แบมือไปทางหนิวขุย เพื่อขอน้ำเต้าแห่งความโกลาหล
หนิวขุยส่งน้ำเต้าให้นางทันทีโดยไม่อิดออด เพราะเขาพอจะเดาออกแล้วว่าพี่สาวคนสวยกำลังจะทำอะไร
เป็นไปตามคาด เจ้าแม่หนี่วาจับน้ำเต้าใส่ลงในหม้อเฉียนคุน แต่คราวนี้ใช้เวลาไม่นาน แค่เจ็ดแปดวันก็นำออกมา
นางโยนน้ำเต้าไปที่เถาวัลย์ พร้อมกับประสานอิน กฎเกณฑ์แห่งการสรรค์สร้างปรากฏขึ้นรอบตัวนาง
พลังแห่งการสรรค์สร้างอันยิ่งใหญ่ เข้าไปโอบล้อมทั้งเถาวัลย์และน้ำเต้าที่ลอยอยู่ใกล้ๆ
กระบวนการนี้กินเวลายาวนานเกือบร้อยปี จนกระทั่งเจ้าแม่หนี่วาเก็บพลังกลับคืนมาด้วยความพอใจ
เมื่อมองดูอีกครั้ง น้ำเต้าแห่งความโกลาหลได้เชื่อมต่อกลับเข้าไปติดอยู่บนเถาวัลย์เรียบร้อยแล้ว และเถาวัลย์กำลังลำเลียงสารอาหารไปเลี้ยงน้ำเต้าอย่างต่อเนื่อง
เห็นภาพความสำเร็จนี้ หนิวขุยตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ เขาพุ่งเข้าไปอุ้มเจ้าแม่หนี่วาขึ้นมา แล้วหมุนตัวไปรอบๆ สามรอบ
ด้วยความดีใจจนลืมตัว เขาเกือบจะเผลอหอมแก้มเจ้าแม่หนี่วาไปฟอดใหญ่ โชคดีที่ยั้งสติทัน ไม่งั้นคงกลายเป็นคดีล่วงเกินอริยเจ้า
ถึงอย่างนั้น ใบหน้าของเจ้าแม่หนี่วาก็แดงซ่านเป็นลูกตำลึงสุก นางถลึงตาใส่หนิวขุยแล้วดุแก้เขิน "จะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น ก็แค่ช่วยต่อขั้วน้ำเต้าให้เอง"
แม้ปากจะบอกว่าแค่เรื่องเล็กน้อย แต่หนิวขุยรู้ดีว่านางต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจขนาดไหน
หนิวขุยจึงเสกเบาะรองนั่งสองใบกับโต๊ะน้ำชาออกมาวางริมสระวารีทิพย์ทันที
เขาประคองเจ้าแม่หนี่วาให้นั่งลง แล้วลงมือชงชาด้วยตัวเอง โดยใช้ใบชาต้าหงเผาจากเขาอู่อี๋
ขณะรินชาให้เจ้าแม่หนี่วา หนิวขุยก็ถือโอกาสถาม "พี่สาวหนี่วา ท่านเป็นคนสร้างมนุษย์ขึ้นมากับมือ ท่านรู้สึกถึงความพิเศษอะไรในตัวมนุษย์บ้างไหม"
เจ้าแม่หนี่วาที่กำลังเขินจากการถูกอุ้มเมื่อกี้ ก็อยากจะเปลี่ยนเรื่องคุยพอดี
"แน่นอนสิ เผ่ามนุษย์มีสติปัญญาที่ล้ำเลิศกว่าเผ่าพันธุ์อื่นๆ ในโลกมาก ข้าย่อมรู้สึกได้"
หนิวขุยส่ายหน้า "แค่เรื่องสติปัญญาแค่นั้นเหรอ ท่านไม่รู้สึกถึงการดำรงอยู่ของวิถีมนุษย์ในตัวพวกเขาบ้างเลยเหรอ"
พอได้ยินคำว่า "วิถีมนุษย์" เจ้าแม่หนี่วาก็ชะงักกึก เหมือนมีประกายความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว แต่มันเร็วมากจนนางจับต้นชนปลายไม่ถูก
ปากของนางพึมพำออกมาเบาๆ อย่างเลื่อนลอย
"วิถีมนุษย์... อะไรคือวิถีมนุษย์... วิถีมนุษย์คืออะไรกันแน่..."
[จบแล้ว]