- หน้าแรก
- ระบบไม่ต้อง สมองล้วนๆ
- บทที่ 42 - ผู้ใดว่าอริยเจ้าไม่ข้องเกี่ยวกับกรรม
บทที่ 42 - ผู้ใดว่าอริยเจ้าไม่ข้องเกี่ยวกับกรรม
บทที่ 42 - ผู้ใดว่าอริยเจ้าไม่ข้องเกี่ยวกับกรรม
บทที่ 42 - ผู้ใดว่าอริยเจ้าไม่ข้องเกี่ยวกับกรรม
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หากไม่ใช่เพราะหนิวขุยสู้หยวนสื่อเทียนจุนไม่ได้ ป่านนี้คงได้เคาะหัวหยวนสื่อเทียนจุนจนนูนปูด แล้วส่งไปเป็นพระยูไลที่แดนตะวันตกแล้วแน่ๆ
ถึงกระนั้นหนิวขุยก็ไม่ยอมให้ชะตาชีวิตของตนถูกใครมาบงการ ดังนั้นจึงเอ่ยปากกับหยวนสื่อเทียนจุนว่า "แม้ข้าจะเป็นแค่วัวที่ยังไม่แปลงกาย แต่ก็รู้ว่าควรเดินบนเส้นทางของตัวเอง ต่อให้ท่านสูงส่งเป็นถึงอริยเจ้า ก็ไม่มีสิทธิ์มาจัดการอะไรแทนข้า"
"วันนี้ท่านบอกว่าข้าหนิวขุยติดค้างกรรมกับท่าน เรื่องนี้ข้าหนิวขุยจำไว้แล้ว กรรมสัมพันธ์ระหว่างเรา ไม่ช้าก็เร็วจะต้องมีการสะสาง ถึงเวลานั้นหวังว่าท่านจะไม่เสียใจภายหลัง"
เดิมทีหนิวขุยตั้งใจแค่จะเปลี่ยนมหาศึกสถาปนาเทพเจ้าเพียงเล็กน้อย เพราะเป้าหมายแรกเริ่มของเขาคือแค่รักษาชีวิตตัวเองให้รอด แต่ตอนนี้ความคิดของหนิวขุยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาจะทำให้หยวนสื่อเทียนจุนได้รู้ว่า วันนี้อีกฝ่ายทำผิดพลาดครั้งใหญ่เพียงใด
และวิธีชดเชยความผิดพลาดนี้ ก็คือการส่งศิษย์และสาวกแห่งสำนักชานเจี้ยวทั้งหมดขึ้นไปบนบัญชีเทพเจ้า ตัดขาดการสืบทอดวิถีธรรมของสำนักชานเจี้ยวให้สิ้นซาก
แม้หยวนสื่อเทียนจุนจะไม่รู้ว่าหนิวขุยคิดอะไรอยู่ แต่เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของหนิวขุย หยวนสื่อเทียนจุนกลับรู้สึกว่าจิตใจของตนสั่นไหววูบหนึ่ง
มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความกลัว แต่มันเป็นความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ ความรู้สึกนี้ทำให้หยวนสื่อเทียนจุนรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก สายตาที่มองไปยังหนิวขุยจึงเต็มไปด้วยจิตสังหาร
น่าเสียดาย เวลานี้เขาไม่มีโอกาสลงมือกับหนิวขุยอีกแล้ว เพราะทงเทียนเจี้ยวจู่ได้มายืนอยู่ข้างกายหนิวขุยเป็นคนแรก แม้แต่เจ้าแม่หนี่วาก็กำชับลูกแก้วไหมแดงในมือแน่นแล้ว
หากตอนนี้หยวนสื่อเทียนจุนยังกล้าลงมือกับหนิวขุย คาดว่าลูกแก้วไหมแดงในมือเจ้าแม่หนี่วาคงได้ฟาดลงกลางแสมหน้าเขาแน่ ส่วนจะตีจนเขากลายเป็นพระยูไลได้หรือไม่ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
กลับกัน ทางฝั่งเหล่าจื่อ เวลานี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม มองดูหยวนสื่อเทียนจุนพลางส่ายหน้าไม่หยุด ในใจได้แต่รำพึงว่า "การกระทำของน้องรองในวันนี้ เกรงว่าจะยั่วโมโหวิถีสวรรค์เข้าให้แล้ว หวังว่าในภายภาคหน้าเขาจะกลับตัวกลับใจ ชดเชยความผิดในวันนี้ได้"
ความจริงเวลานี้ ในใจเหล่าจื่อมีความคิดอีกอย่างหนึ่งผุดขึ้นมา นั่นคือควรจะรักษาระยะห่างกับหยวนสื่อเทียนจุนไว้สักหน่อย เพื่อป้องกันไม่ให้ตอนที่วิถีสวรรค์คิดบัญชีกับหยวนสื่อเทียนจุน ตนจะพลอยโดนหางเลขไปด้วย
ส่วนหนิวขุยในเวลานี้ ไม่ได้สนใจว่าอริยเจ้าทั้งหลายที่อยู่ในเหตุการณ์จะคิดอย่างไร แต่หันหลังกลับมามองทางเจียหยินและจุ่นถีโดยตรง
"จุดประสงค์ที่ท่านทั้งสองต้องการพาข้าไปเขาพระสุเมรุทางตะวันตกนั้น ข้ารู้อยู่เต็มอก ดังนั้นไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นหรอก ท่านทั้งสองเอียงหูมา ข้ามีเรื่องจะบอก"
เมื่อได้ยินหนิวขุยพูดเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักพรตเจียหยินหรือนักพรตจุ่นถี ต่างก็เผยรอยยิ้มออกมา แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้เสียอีก
ทันใดนั้นทั้งสองก็ทำความเคารพหนิวขุยพร้อมกัน แล้วขยับเข้าไปใกล้หนิวขุย กลัวว่าถ้าอยู่ไกลจะไม่ได้ยินสิ่งที่หนิวขุยพูด
หนิวขุยก็ไม่อ้อมค้อม กระซิบข้างหูทั้งสองคนอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อทั้งสองได้ฟังก็พยักหน้าหงึกหงัก สีหน้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
"ขอบพระคุณสหายธรรมหนิวขุยที่ชี้แนะทางสว่างให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องเรา วันหน้าหากสหายธรรมหนิวขุยมีเรื่องอันใดต้องการให้พวกเราช่วย พวกเราสองพี่น้องยินดีทุ่มเทสุดกำลัง"
หนิวขุยส่ายหน้าทันที "คำขอบคุณไม่ต้องพูดหรอก รอให้พวกท่านบรรลุธรรมเป็นอริยเจ้าแล้ว อย่าคิดว่าข้าขโมยกุศลกรรมของพวกท่านก็พอ"
นักพรตจุ่นถีรีบกล่าวกับหนิวขุยทันที "พวกเราสองศิษย์พี่ศิษย์น้องแม้จะอยู่แดนตะวันตก แต่ก็รู้ว่าควรรู้จักบุญคุณต้องทดแทน จะทำเรื่องเนรคุณคนได้อย่างไร หากพวกเราคิดแบบนั้นจริงๆ จะต่างอะไรกับเดรัจฉานเล่า"
คำพูดนี้ของนักพรตจุ่นถีทำเอาหยวนสื่อเทียนจุนรู้สึกแสบหน้ายิบๆ เพราะคำพูดนี้ไม่ต่างอะไรกับด่าว่าเขาเป็นเดรัจฉานเลย
น่าเสียดาย ยังไม่ทันที่หยวนสื่อเทียนจุนจะอาละวาด นักพรตเจียหยินและจุ่นถีก็กล่าวลาทุกคน หันหลังหายไปจากเขาคุนหลุน มุ่งหน้ากลับเขาพระสุเมรุแดนตะวันตกทันที
อย่าเห็นว่าสองคนนี้ยังไม่ได้เป็นอริยเจ้า แต่วิชาเหาะเหินเดินอากาศของพวกเขา ไม่ใช่อะไรที่วิชาย่อพสุธาของหนิวขุยจะเทียบได้ จากเขาพระสุเมรุมาเขาคุนหลุน ก็แค่ชั่วพริบตาเดียว
ดังนั้น ไม่นานทางทิศตะวันตกก็เกิดความเคลื่อนไหว เห็นเพียงนักพรตเจียหยินและจุ่นถี ยืนอยู่กลางอากาศเหนือเขาพระสุเมรุพร้อมกัน คนหนึ่งเหยียบดอกบัวทองคำกุศลกรรมสิบสองกลีบ อีกคนชูต้นไม้เจ็ดรัตนะในมือ
"ตัวข้า นักพรตเจียหยิน (นักพรตจุ่นถี) วันนี้ขอจัดตั้งนิกายตะวันตกขึ้น ณ เขาพระสุเมรุ ใช้ดอกบัวทองคำกุศลกรรมสิบสองกลีบสะกดข่มโชคชะตาของนิกาย ผู้ใดที่มีวาสนากับตะวันตกของเรา ล้วนเข้าสู่นิกายได้ นิกายตะวันตก จัดตั้ง"
เมื่อสองอริยเจ้าแห่งตะวันตกจัดตั้งนิกายตะวันตก เมฆากุศลสีทองก็ก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้า กุศลกรรมจากวิถีสวรรค์มหาศาลตกลงมา และแบ่งออกเป็นสามส่วนกลางอากาศ สองส่วนแรกมีจำนวนคนละสี่ส่วน ตกลงสู่ร่างของเจียหยินและจุ่นถี
ส่วนที่เหลืออีกสองส่วน พุ่งตรงมายังทิศทางของเขาคุนหลุน และสุดท้ายถูกหนิวขุยเก็บเข้ากระเป๋าไป สิ่งนี้ทำให้หนิวขุยรู้สึกว่าดอกบัวแห่งจิตของตนสั่นไหววูบหนึ่ง
เวลานี้สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เขาพระสุเมรุทางตะวันตก แทบไม่มีใครสนใจหนิวขุย แม้จะรู้ว่าหนิวขุยได้รับกุศลกรรมไปสองส่วน ก็ไม่มีใครแปลกใจ เพราะสำหรับหนิวขุยแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก
น่าเสียดาย ในขณะที่ทุกคนคิดว่าสองอริยเจ้าแห่งตะวันตกตั้งนิกายแล้ว น่าจะอาศัยสิ่งนี้บรรลุธรรมเป็นอริยเจ้าได้ แต่ผลลัพธ์กลับทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง เพราะนิมิตแห่งฟ้าดินในการบรรลุธรรมเป็นอริยเจ้า ไม่ได้ปรากฏขึ้นเหนือเขาพระสุเมรุ
สิ่งนี้ทำให้หยวนสื่อเทียนจุนแค่นเสียงเย็นชา "สองคนแห่งตะวันตกได้รับคำชี้แนะจากวัวปีศาจตัวนี้ แล้วก็ยังไม่สามารถบรรลุธรรมได้เหมือนเดิมไม่ใช่หรือ ตอนนี้พี่ใหญ่กับน้องสามเข้าใจหรือยังว่าถูกวัวตัวนี้หลอกเข้าแล้ว"
เวลานี้หยวนสื่อเทียนจุนราวกับหาหลักฐานเจอในที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่าหนิวขุยที่อยู่ตรงหน้าคือนักต้มตุ๋นตัวฉกาจ รอยยิ้มของผู้ชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันที
แต่ทว่าในตอนนั้นเอง บนเขาพระสุเมรุ นักพรตเจียหยินและจุ่นถีก็เริ่มเอ่ยปากอีกครั้ง โดยตั้งมหาปณิธานสี่สิบแปดประการต่อวิถีสวรรค์โดยตรง
"หากข้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า หากในดินแดนพุทธเกษตรยังมีนรก เปรต เดรัจฉาน ข้าขอไม่บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ หากข้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า หากเทวดาและมนุษย์ในดินแดนของข้าเมื่อสิ้นอายุขัยแล้ว ยังต้องกลับไปสู่อบายภูมิทั้งสามอีก ข้าขอไม่บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ หากข้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า หากเทวดาและมนุษย์ในดินแดนของข้า ไม่มีผิวพรรณสีทองอร่ามเสมอกัน ข้าขอไม่บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ... หากข้าได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า..."
เมื่อเจียหยินและจุ่นถีตั้งมหาปณิธานสี่สิบแปดประการ ณ เขาพระสุเมรุ เมฆากุศลสีทองก็ก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้าอีกครั้ง กุศลกรรมจากวิถีสวรรค์สายใหญ่ตกลงมาจากฟากฟ้า ปริมาณของมันถึงขั้นมากกว่าตอนตั้งนิกายตะวันตกเสียอีก
[จบแล้ว]