- หน้าแรก
- ระบบไม่ต้อง สมองล้วนๆ
- บทที่ 27 - กลับถิ่นกำเนิด หนิวขุยถึงกับงง
บทที่ 27 - กลับถิ่นกำเนิด หนิวขุยถึงกับงง
บทที่ 27 - กลับถิ่นกำเนิด หนิวขุยถึงกับงง
บทที่ 27 - กลับถิ่นกำเนิด หนิวขุยถึงกับงง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย หนิวขุยก็ออกจากเผ่ามนุษย์ แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ไปที่เผ่ามาร แม้จะคาดว่าจอมมารโฮ่วถู่น่าจะกลับมาแล้วก็ตาม แต่เขามุ่งหน้าตรงกลับไปยังหุบเขาที่ให้กำเนิดเขาแทน
นับดูแล้ว เขาจากหุบเขานั้นมานานนับพันปี การได้กลับบ้านเกิดย่อมทำให้หนิวขุยรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
"ผ่านไปตั้งพันร้อยกว่าปีแล้ว ไม่รู้ว่าเจ้านกตัวนั้นจะยังรอข้าอยู่ในหุบเขาอย่างว่าง่าย ตามที่ข้าสั่งไว้หรือเปล่า"
หนิวขุยคิดพลางก้าวเท้าเข้าไปในหุบเขาบ้านเกิด ทันทีที่เขาก้าวผ่านเขตแดนเข้าไป ร่างกายของเขาก็เหมือนหายวับไปจากมหาพิภพพงไพร
น่าเสียดายที่หนิวขุยไม่รู้ตัวเลยสักนิด เขาไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ ของหุบเขาแห่งนี้ ในใจเขามีเพียงความรู้สึกว่าที่นี่คือสถานที่ที่มีพลังปราณหนาแน่น นอกจากเรื่องที่ทำให้เขาแปลงกายไม่ได้แล้ว ที่นี่ก็คือแดนสวรรค์ดีๆ นี่เอง
เมื่อกลับมาถึงถิ่นตัวเอง หนิวขุยก็ไม่ได้ใช้ร่างแยก เขาเดินอาดๆ ด้วยร่างวัวดำขนาดมหึมา แต่เดินไปได้สักพัก หนิวขุยก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ เพราะในหุบเขาดูครึกครื้นกว่าตอนที่เขาจากไปมาก
เรื่องนี้ทำให้หนิวขุยประหลาดใจ "ข้าอยู่ที่นี่มาเป็นล้านปี แต่ไหนแต่ไรมา นอกจากเจ้านกนั่น ก็ไม่เห็นมีใครรอดชีวิตจากทัณฑ์สายฟ้าตอนแปลงกายได้เลยสักตัว"
"ทำไมข้าเพิ่งจากไปแค่พันปี ถึงมีสิ่งมีชีวิตแปลงกายสำเร็จจนมีร่างกายแห่งเต๋ากันเยอะแยะขนาดนี้"
ในขณะที่หนิวขุยกำลังสงสัย อินทรีทองตัวหนึ่งก็บินโฉบเข้ามา แล้วร่อนลงเกาะบนเขาของหนิวขุยอย่างสนิทสนม
"พี่วัว! ในที่สุดท่านก็กลับมา ท่านนะท่าน บทจะไปก็ไป แถมยังปิดผนึกหุบเขาไว้อีก ทำเอาข้าออกไปไหนไม่ได้เลยตลอดพันกว่าปีมานี้ แม้แต่พวกน้องๆ ที่เพิ่งแปลงกายได้ ก็โดนขังอยู่ที่นี่กันหมด"
หนิวขุยสะบัดหัวอย่างแรง เหวี่ยงเจ้าอินทรีทองตกลงมา แล้วดุว่า "บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาเกาะบนหัวข้า ขืนมีคราวหน้า ข้าจะถอนขนเจ้าให้หมดแล้วจับย่างกินซะเลย"
พริบตาต่อมา อินทรีทองตัวนั้นก็แปลงร่างเป็นนักพรตหนุ่ม ยิ้มแป้นแล้นพลางกล่าวว่า "โธ่พี่วัว ข้ากลัวว่าถ้าข้าอยู่ในร่างมนุษย์ พี่วัวจะเหม็นขี้หน้า ข้าเลยอุตส่าห์ใช้ร่างเดิมมาคุยกับท่าน เพื่อกระชับความสัมพันธ์พี่น้องของเราให้แน่นแฟ้นไง"
หนิวขุยคร้านจะสนใจเจ้านกพูดมาก เขาใช้วิชาสร้างร่างแยกออกมานั่งบนหลังตัวเอง แล้วถามว่า "เล่ามาซิ ระหว่างที่ข้าไม่อยู่พันกว่าปีนี้ เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีพวกที่แปลงกายสำเร็จเยอะขนาดนี้"
เมื่อเห็นหนิวขุยสร้างร่างมนุษย์ออกมานั่งบนหลังตัวเอง ดวงตาของอินทรีทองก็เป็นประกายวาววับ เขาดูไม่ออกว่าเป็นเพียงร่างแยก จึงเข้าใจผิดว่าหนิวขุยแปลงกายสำเร็จแล้ว
อินทรีทองรีบแสดงความยินดีทันที "ยินดีด้วยพี่วัว! ขอแสดงความยินดีกับพี่วัว ในที่สุดท่านก็แปลงกายสำเร็จเสียที"
เจอคำเยินยอเข้าไป หนิวขุยก็รีบเบรก "นี่มันแค่วิชาแบ่งภาคจำแลงกายที่เจ้าแม่หนี่วาสอนข้า ไม่ใช่การแปลงกายจริงๆ เพราะงั้นเก็บคำอวยพรของเจ้าไปเถอะ แล้วรีบเล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้น"
อินทรีทองทำหน้าเซ็ง "อ้าว ไม่ใช่แปลงกายจริงเหรอ แค่วิชาที่เจ้าแม่หนี่วาสอน... เดี๋ยวนะ ท่านว่าไงนะ? ท่านบอกว่าวิชานี้เจ้าแม่หนี่วาเป็นคนสอนท่านเหรอ?"
เห็นอินทรีทองตื่นเต้นขนาดนั้น หนิวขุยก็ไม่ได้เอะใจ เพราะตอนเจ้าแม่หนี่วาเป็นอริยเจ้า สรรพสัตว์ทั่วหล้าต่างก็ต้องกราบไหว้ อินทรีทองเองก็คงเป็นหนึ่งในนั้น
หนิวขุยจึงตอบหน้าตายว่า "ใช่ เจ้าแม่หนี่วาสอน ทำไม? เจ้าคิดว่าวัวอย่างข้าไม่มีวาสนาพอที่จะได้รับการถ่ายทอดวิชาจากเจ้าแม่หนี่วาหรือไง"
"พี่วัว เลิกโม้เถอะ เจ้าแม่หนี่วาเป็นใครข้าก็พอรู้นะ นางเป็นถึงวาหวงแห่งเผ่าอสูร เป็นว่าที่อริยเจ้าแห่งมหาพิภพพงไพร พี่วัวเป็นแค่อสูรน้อยที่ยังแปลงกายไม่ได้ จะไปเข้าตาเจ้าแม่หนี่วาได้ยังไง"
คำพูดของอินทรีทองทำให้หนิวขุยชะงักกึก เขาหันขวับไปมองอินทรีทองด้วยสายตาแปลกประหลาด จนอินทรีทองเริ่มขนลุก ต้องก้มมองสำรวจตัวเองว่ามีอะไรผิดปกติ
"เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าบอกว่าเจ้าแม่หนี่วาเป็น ว่าที่ อริยเจ้า? นี่เจ้าไม่รู้เหรอว่าเจ้าแม่หนี่วาบรรลุเป็นอริยเจ้าไปตั้งแต่พันปีก่อนแล้ว?"
พอได้ยินหนิวขุยบอกว่าเจ้าแม่หนี่วาเป็นอริยเจ้าแล้ว อินทรีทองก็ทำหน้าตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโอดครวญต่อว่าหนิวขุย
"พี่วัว! ดูสิว่าท่านทำอะไรลงไป!"
"ถ้าก่อนไปท่านไม่ปิดผนึกหุบเขา ข้าคงไม่พลาดข่าวใหญ่ระดับจักรวาลแบบนี้แน่ ไม่ยอมนะพี่วัว เรื่องนี้ท่านต้องรับผิดชอบ ไม่งั้นเราไม่จบกันแค่นี้แน่"
เห็นอินทรีทองเริ่มจะงอแง หนิวขุยก็ไม่มีอารมณ์จะมาเถียงด้วย เขาพูดเสียงเรียบว่า "ตอนเจ้าแม่หนี่วาบรรลุเป็นอริยเจ้า วิถีสวรรค์ประกาศก้องไปทั่วทั้งจักรวาล สรรพชีวิตล้วนรับรู้ เจ้าจะไม่รู้ได้ยังไง นอกเสียจากว่าเจ้าไม่ใช่สิ่งมีชีวิตในมหาพิภพพงไพร"
"อย่าบอกนะว่า เรื่องที่ไท่ซ่างเหล่าจินตั้งลัทธิมนุษย์จนบรรลุเป็นอริยเจ้า เจ้าก็ไม่รู้เหมือนกัน? หรือเจ้ากำลังจะบอกข้าว่า หุบเขาของเราแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในมหาพิภพพงไพร แต่อยู่คนละโลกกัน?"
ในใจลึกๆ หนิวขุยยังคงคิดว่าอินทรีทองล้อเล่น เพราะเจ้านกนี่ชอบกวนประสาทเขาเป็นประจำ
ขนาดตอนที่เขาบอกให้ไปหาคนทำนายอนาคต อินทรีทองก็ยังรู้เลยว่าฝูซีเป็นใคร แต่กลับทำเป็นบอกแค่ให้ไปหาผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่ง
ทว่าคราวนี้ อินทรีทองกลับทำท่าเหมือนโดนผีหลอก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ท่านว่าไงนะ! พี่วัวพูดอีกทีซิ! ท่านหมายความว่าตอนนี้ในมหาพิภพพงไพร มีอริยเจ้าเกิดขึ้นถึงสององค์แล้วเหรอ! คุณพระช่วย! พันปีที่ผ่านมาข้าพลาดอะไรไปบ้างเนี่ย!"
เห็นอินทรีทองลงไปดิ้นพราดๆ อยู่กับพื้น หนิวขุยก็เริ่มรู้สึกทะแม่งๆ "หรือว่าเจ้านกนี่จะไม่ได้ล้อเล่น? มันไม่รู้เรื่องที่เจ้าแม่หนี่วากับเหล่าจื่อเป็นอริยเจ้าจริงๆ เหรอ? งั้นก็แปลว่า หุบเขาที่เป็นบ้านเกิดของข้านี้ แม้แต่วิถีสวรรค์ก็ยังยื่นมือเข้ามาไม่ถึง?"
"ไม่น่าใช่ ถ้าที่นี่ไม่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของวิถีสวรรค์ แล้วทำไมตอนที่มีสัตว์แปลงกาย ถึงมีทัณฑ์สายฟ้าฟาดลงมาได้ แถมยังรุนแรงมหาศาลอีกต่างหาก?"
"หรือว่า... หุบเขานี้จะเป็นสถานที่ต้องสาปของวิถีสวรรค์? หรือเป็นแดนเนรเทศของจักรวาล? การแปลงกายถึงได้ยากเย็นแสนเข็ญขนาดนี้ และแม้แต่เรื่องใหญ่อย่างการกำเนิดอริยเจ้า วิถีสวรรค์ก็ยังไม่ยอมแจ้งเตือนมาถึงที่นี่"
[จบแล้ว]