เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - บุญคุณที่ได้มาฟรีๆ ไม่เอาก็โง่แล้ว

บทที่ 7 - บุญคุณที่ได้มาฟรีๆ ไม่เอาก็โง่แล้ว

บทที่ 7 - บุญคุณที่ได้มาฟรีๆ ไม่เอาก็โง่แล้ว


บทที่ 7 - บุญคุณที่ได้มาฟรีๆ ไม่เอาก็โง่แล้ว

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

เมื่อเสวียนตูลั่นวาจาสาบานต่อสวรรค์ ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสก็พลันเกิดเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างสนั่นหวั่นไหว สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าวิถีสวรรค์ได้รับคำสัตย์ปฏิญาณของเสวียนตูไว้แล้ว

ในโลกบรรพกาลนั้น คำสาบานทั่วไปก็มิใช่สิ่งที่จะกล่าวกันได้พล่อยๆ ยิ่งเป็นคำสัตย์ปฏิญาณต่อสวรรค์ด้วยแล้วยิ่งต้องระวัง หากวันใดผิดคำสาบาน ผลกรรมย่อมตามสนองคืนสู่ผู้สาบานอย่างแน่นอน

ดังนั้นหนิวขุยจึงพยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วเอ่ยกับเสวียนตูว่า "เจ้าเข้ามาใกล้ๆ ข้าจะทำนายอนาคตให้เจ้าดู"

เมื่อเห็นว่าหนิวขุยยอมชี้แนะตนในที่สุด ความขุ่นข้องหมองใจในอกของเสวียนตูก็มลายหายไปจนหมดสิ้น เขารีบขยับเข้าไปใกล้หนิวขุยแล้วคุกเข่าลงกับพื้นทันที

"ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโส..."

ยังไม่ทันที่เสวียนตูจะกล่าวคำเยินยอจบประโยค หนิวขุยก็กระตุ้นพลังแสงตะวันและจันทราในกายออกมา ห่อหุ้มร่างของเสวียนตูเอาไว้ภายใน

เมื่อแสงสุริยันจันทราโอบล้อมรอบกายเสวียนตู ลวดลายยันต์แปดทิศบนหน้าผากของหนิวขุยก็ลอยตัวขึ้น และไปหยุดหมุนวนอยู่เหนือศีรษะของเสวียนตูอย่างต่อเนื่อง

เมื่อยันต์แปดทิศหมุนวน รอบกายของเสวียนตูก็เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลงอันลึกลับซับซ้อน แม้แต่แสงตะวันและจันทราในยามนี้ก็ยังแยกตัวออกจากกัน สลับกันสาดส่องลงมาที่ร่างของเสวียนตู

แสงตะวันที่สาดส่องเป็นตัวแทนของทิวา แสงจันทร์ที่สาดส่องเป็นตัวแทนของราตรี ในห้วงเวลานั้นราวกับว่าสายธารแห่งกาลเวลาได้ปรากฏขึ้นรอบกายของเสวียนตู เพียงแต่ไม่มีใครมองเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นในสายธารนั้นบ้าง

ภาพที่เห็นทำให้ฝูซีตื่นตะลึงจนแทบสิ้นสติ "นึกไม่ถึงเลยว่าวิชาการทำนายของสหายหนิวขุยจะก้าวหน้าไปถึงขั้นน่าหวาดหวั่นเพียงนี้ ถึงขนาดสามารถเรียกสายธารแห่งกาลเวลาออกมาเพื่อทำนายอนาคตให้ผู้อื่นได้"

เมื่อจ้องมองสายธารแห่งกาลเวลาเบื้องหน้า ฝูซีก็ค่อยๆ เข้าสู่ภวังค์แห่งการรู้แจ้งไปโดยไม่รู้ตัว ชั่วขณะนั้นเขารู้สึกราวกับว่าตนเองได้ก้าวเข้าไปในสายธารแห่งกาลเวลานั้นด้วย ทำให้เขาได้เห็นภาพเหตุการณ์มากมายที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน

เป็นเช่นนี้อยู่เนิ่นนาน เสวียนตูนั่งนิ่งอยู่ในสายธารแห่งกาลเวลาถึงเจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าวัน หนิวขุยจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น

เมื่อหนิวขุยลืมตา สายธารแห่งกาลเวลาที่รายล้อมรอบกายเสวียนตูก็เลือนหายไป เสวียนตูเองก็สะดุ้งตื่นจากห้วงความฝันเช่นกัน

วินาทีถัดมา เสวียนตูรีบคุกเข่าลงตรงหน้าหนิวขุย แล้วโขกศีรษะคารวะอย่างแรงสามครั้ง พร้อมกับกล่าวว่า "ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสที่ช่วยชี้ทางสว่าง ในที่สุดเสวียนตูก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดก่อนหน้านี้ท่านผู้อาวุโสถึงได้ถามคำถามนั้น"

คนอื่นอาจไม่รู้ว่าเสวียนตูเห็นอะไรในสายธารแห่งกาลเวลา แต่หนิวขุยรู้ดีที่สุด เพราะไอ้สิ่งที่เรียกว่าสายธารแห่งกาลเวลานั้น คือสิ่งที่หนิวขุยสร้างภาพขึ้นมาเอง เพื่อให้เสวียนตูได้รับรู้ว่าในอนาคตตนเองจะทำอะไรลงไปบ้าง

ทำไมถึงบอกว่าเป็นสิ่งที่สร้างขึ้น ก็สายธารแห่งกาลเวลาที่ปรากฏรอบตัวเสวียนตูนั่นไม่ใช่ของจริงน่ะสิ หนิวขุยในตอนนี้จะมีปัญญาไปควบคุมเวลาได้ยังไงกัน ทั้งหมดนั่นมันก็แค่ภาพลวงตา

เพียงแต่ภาพลวงตานั้น ถูกสร้างขึ้นผ่านยันต์แปดทิศบนหัวของหนิวขุย ดังนั้นถ้าไม่ใช่ระดับอริยเจ้าลงมาดูด้วยตัวเอง ก็ไม่มีทางดูออกแน่นอน

ส่วนเรื่องราวที่เสวียนตูได้รับรู้ ก็เป็นสิ่งที่หนิวขุยถ่ายทอดเข้าไปโดยอ้างอิงจากความทรงจำในชาติก่อนของเขานั่นเอง

ดังนั้นเสวียนตูในตอนนี้จึงได้รับรู้แล้วว่า ในศึกสถาปนาเทพเจ้า เขาจะเป็นผู้ทรยศต่อเผ่ามนุษย์ จนเป็นเหตุให้จักรพรรดิองค์สุดท้ายของมนุษย์ต้องสิ้นชีพ และทำให้เผ่ามนุษย์ต้องกลายเป็นเบี้ยล่างของสวรรค์

แน่นอนว่าในเรื่องราวเหล่านั้น หนิวขุยจงใจใส่สีตีไข่ลงไปบ้าง เพื่อให้เสวียนตูรู้สึกว่าตัวเองคือตัวการที่ทำให้จักรพรรดิองค์สุดท้ายต้องตาย เพราะมีแต่ทำแบบนี้เท่านั้น เสวียนตูถึงจะรู้ซึ้งว่าตัวเองทำผิดพลาดมหันต์แค่ไหน

แต่เรื่องพวกนี้หนิวขุยพูดออกมาไม่ได้ แถมตอนนี้เขายังแกล้งทำท่าทางอ่อนระโหยโรยแรง "นี่คืออนาคตของเจ้า หากเจ้าทำเพื่ออนาคตของตัวเอง ก็จงก้าวเดินไปในเส้นทางนั้น เผื่อว่าวันหน้าความสำเร็จของเจ้าจะยิ่งใหญ่ไร้ขีดจำกัด"

"แต่ในทางกลับกัน หากเจ้าอยากจะทำเพื่อเผ่ามนุษย์จริงๆ เพื่อให้สมกับคำสัตย์ปฏิญาณต่อสวรรค์ที่เจ้าลั่นวาจาไว้ในวันนี้ เจ้าก็ต้องรักษาเจตนารมณ์เดิมของเจ้าไว้ อย่าได้ลืมเด็ดขาดว่าตัวเองคือมนุษย์"

เวลานี้ใบหน้าของเสวียนตูเต็มไปด้วยความละอายใจ เขารีบโขกศีรษะให้หนิวขุยอีกครั้งแล้วกล่าวว่า "ท่านผู้อาวุโส ผู้น้อยยินดีตายเสียเดี๋ยวนี้ เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้เรื่องเลวร้ายเหล่านั้นเกิดขึ้น"

พูดจบ เสวียนตูก็ยกมือขวาขึ้น เตรียมจะปลิดชีพตัวเองต่อหน้าหนิวขุย แต่หนิวขุยก็รีบห้ามไว้เสียก่อน

"เจ้าตายตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร อย่างมากก็แค่มีคนอื่นมาแทนที่เจ้า สิ่งที่เจ้าต้องทำคือเดินไปตามเส้นทางชะตาเดิม แล้วรอลงมือช่วยเหลือมนุษย์ในยามคับขันต่างหาก ไม่ใช่หนีความผิดด้วยความตาย เพราะการฆ่าตัวตายมันเป็นเรื่องง่ายที่สุด และมีแต่คนขี้ขลาดเท่านั้นที่ทำ"

เมื่อได้ฟังคำสอนของหนิวขุย เสวียนตูก็เริ่มครุ่นคิด และค่อยๆ หลับตาลงเข้าสู่ภวังค์แห่งการรู้แจ้งไปอีกคน

ฉากนี้เป็นสิ่งที่หนิวขุยคาดไม่ถึงเลยจริงๆ

"นี่มันสถานการณ์อะไรกัน หรือว่าการที่ข้าไปต้มตุ๋นหลอกชาวบ้าน มันจะช่วยให้คนอื่นได้ดิบได้ดีกันไปหมด งั้นข้าก็กลายเป็นสุดยอดนักต้มตุ๋นแห่งโลกบรรพกาลไปแล้วสิเนี่ย ว่าแต่ระบบนักต้มตุ๋นของข้าอยู่ไหน ไม่คิดจะออกมาทักทายกันหน่อยเหรอ"

น่าเสียดายที่ต่อให้หนิวขุยจะร้องเรียกหาระบบในใจแค่ไหน ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมา สุดท้ายเขาได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตก "ดูท่าชาตินี้ข้าคงเป็นผู้ข้ามภพที่ไม่มีออปชั่นเสริมอะไรกับเขาจริงๆ สินะ"

ในขณะที่หนิวขุยกำลังถอนหายใจ ฝูซีที่อยู่ข้างๆ ก็ลืมตาขึ้นมาพอดี เขาเอ่ยกับหนิวขุยด้วยสีหน้าเสียดายสุดขีด

"สหายหนิวขุย หากท่านเก็บสายธารแห่งกาลเวลาช้ากว่านี้อีกสักครึ่งวัน ข้าก็คงจะได้เห็นจุดจบของตัวเองแล้ว แต่นี่อะไรกัน ในมหาศึกครั้งนั้นข้าจะเป็นตายร้ายดียังไง ข้ากลับมองไม่เห็นเลย"

เมื่อเห็นสีหน้าแสนเสียดายของฝูซี หัวใจของหนิวขุยก็กระตุกวูบ "เดี๋ยวนะ ไอ้สายธารแห่งกาลเวลานั่น ข้าใช้ยันต์แปดทิศสร้างภาพลวงตาขึ้นมาเพื่อหลอกเสวียนตูให้ไปเป็นไส้ศึกในสำนักเต๋าไม่ใช่เรอะ"

"แล้วทำไมแม้แต่ฝูซีก็ยังเห็นอนาคตของตัวเองในนั้นได้ล่ะ มันผิดพลาดตรงไหน หรือว่าข้าจะควบคุมกาลเวลาได้จริงๆ"

"เป็นไปไม่ได้ เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ขนาดอริยเจ้ายังควบคุมกาลเวลาไม่ได้ แล้วข้าจะมีปัญญาทำได้ยังไง อ๋อ ใช่แล้ว ฝูซีถือกำเนิดจากปราณวิวัฒนาการสายแรกของโลก ต้องเป็นเพราะเขาเกิดรู้แจ้งอะไรบางอย่างขึ้นมาเองแน่ๆ คงไม่เกี่ยวกับข้าหรอก"

"แต่ในเมื่อตอนนี้ฝูซีเข้าใจว่าทั้งหมดเป็นฝีมือข้า งั้นถ้าข้าไม่รับสมอ้างบุญคุณครั้งนี้ไว้ ก็คงจะดูโง่เต็มที อย่างน้อยก็ถือว่าเขาติดหนี้บุญคุณข้าก็แล้วกัน"

คิดได้ดังนั้น หนิวขุยจึงแกล้งทำท่าทางเหนื่อยล้ายิ่งกว่าเดิม "ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ มิน่าเล่าข้าถึงได้รู้สึกเหนื่อยสายตัวแทบขาดขนาดนี้"

"ข้าก็ว่าอยู่ แค่เปิดสายธารแห่งกาลเวลาให้เซียนระดับไท่อี่คนเดียวดู ทำไมถึงกินแรงข้าขนาดนี้ ที่แท้สหายฝูซีก็แอบดูอยู่ข้างๆ นี่เอง ท่านนี่กะจะเอาชีวิตข้าเลยหรือไง"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - บุญคุณที่ได้มาฟรีๆ ไม่เอาก็โง่แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว