- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นต้นชา สกิลรู้แจ้งข้ามันโกงเกินพิกัด
- บทที่ 310 - กล้ามาต่อรองเงื่อนไขกับข้าเชียวรึ
บทที่ 310 - กล้ามาต่อรองเงื่อนไขกับข้าเชียวรึ
บทที่ 310 - กล้ามาต่อรองเงื่อนไขกับข้าเชียวรึ
บทที่ 310 - กล้ามาต่อรองเงื่อนไขกับข้าเชียวรึ
หมิงเหอที่อุตส่าห์ไปหลบอยู่ข้างหลัง พอโดนสายตาเทพอสูรนับสิบจ้องมอง ความกดดันก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
วิกฤตการณ์สยองขวัญก่อตัวขึ้น
"พวกเจ้า... จะทำอะไร"
หงจวินเพิ่งไป พวกเทพอสูรพวกนี้ก็มาหาเรื่องต่อ
พวกนี้ก็ไม่ใช่เล่นๆ เหมือนกัน
"เจ้าสำนักหมิงเหอ ตอนนี้ความสัมพันธ์ของเจ้ากับหงจวินแตกหักแล้ว การบรรลุธรรมของเจ้าคือความอัปยศครั้งใหญ่ของไอ้เหรียญเงินเก่านั่น มันไม่มีทางปล่อยเจ้าไปง่ายๆ แน่"
เทพอสูรแห่งโชคชะตาก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า จ้องตาหมิงเหอ ความหมายในแววตานั้นชัดเจน
"มาเข้าพวกกับเรา ยืนหยัดข้างเดียวกับเหล่าเทพอสูรโกลาหล ต่อกรกับหงจวิน"
"แบบนั้น เจ้าถึงจะมีโอกาสรอด"
"ไม่อย่างนั้น รอหงจวินว่างเมื่อไหร่ เจ้าที่เป็นแค่ฮุ่นหยวนขั้นสอง ไม่มีทางรอดแน่"
เหอะ มาขู่กันชัดๆ ถ้าไปร่วมมือกับพวกแก ข้าคงตายแบบไม่เหลือซากมากกว่า... ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวหมิงเหอ เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธ ทันใดนั้น เสียงขององค์มหาเทพจื่อเวย เย่ อู๋ ก็ดังขึ้นมาจากในดอกบัวเพลิงกรรมแดงสิบสองกลีบ:
"ตกลงกับเทพอสูรแห่งโชคชะตาไป นี่คือโอกาสทองที่จะได้แทรกซึมเข้าไปในกลุ่มเทพอสูร"
"แบบนั้น ถึงจะมีโอกาสแทงข้างหลังพวกมัน"
"ได้..." หมิงเหอตอบรับโดยสัญชาตญาณ แต่ก็ชะงักกึก เดี๋ยวสิ ตอนนี้เขาเป็นฮุ่นหยวนขั้นสองนะ เสียงของเย่ อู๋ ทะลุการป้องกันเข้ามาในหัวเขาได้ยังไง
ต้องรู้ว่าเขาเป็นฮุ่นหยวนแล้ว ดอกบัวนั่นอยู่ในตัวเขา ฮุ่นหยวนย่อมมีการป้องกันตนเอง ถ้าเขาไม่อนุญาต พลังของเย่ อู๋ ไม่มีทางส่งออกมาได้
แต่นี่ เสียงเย่ อู๋ ดังชัดแจ๋วในหัว ไม่มีอะไรกั้น
"อะ องค์มหาเทพจื่อเวย ทะ ท่าน หรือว่าท่านก็บรรลุฮุ่นหยวนต้าหลัวจินเซียนแล้ว"
หมิงเหอถามในใจอย่างตะกุกตะกัก ความคิดนี้พอลุกโชนขึ้นมา ก็หยุดไม่อยู่
เขาพยายามใช้จิตตรวจสอบดอกบัวในร่าง แต่กลับพบว่าจิตของเขาแทรกเข้าไปไม่ได้
โดนกันไว้อย่างสมบูรณ์
ดอกบัวเพลิงกรรมในเวลานี้ จู่ๆ ก็เปลี่ยนไปอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน แผ่กลิ่นอายบรรพกาลแห่งความโกลาหลออกมา ราวกับจะบดขยี้ร่างกายเขาให้แหลกเหลว
เป็นแค่ดอกบัวแท้ๆ แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่เหนือกว่าสุดยอดสมบัติเซียนเทียน
ภายใต้พลังนั้น เขารู้สึกเหมือนเป็นมดปลวกที่เผชิญหน้ากับนักบุญ ไร้ทางสู้โดยสิ้นเชิง
นี่มัน...
หมิงเหอมือไม้สั่น ในใจเกิดความคิดที่น่าเหลือเชื่อสุดๆ
"รู้แล้วก็ดี ตอนนี้ไม่ใช่เวลาคุย หลอกพวกเทพอสูรไปก่อน"
"ในเมื่อเจ้าบรรลุฮุ่นหยวนแล้ว เจ้าก็มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมกับพวกเรา"
ในใจหมิงเหอเกิดคลื่นลูกยักษ์ เขาคาดไม่ถึงเลยว่าองค์มหาเทพจะมอบเซอร์ไพรส์ชิ้นโตขนาดนี้ให้ เล่นเอามึนตึ้บ
รองเจ้าสำนักเจี๋ยเจี้ยวผู้นั้น แอบบรรลุฮุ่นหยวนไปเงียบๆ แบบผีไม่รู้เทพไม่เห็น
ดูทรงแล้ว ระดับพลังคงเหนือกว่าเขาไปไกล
ถ้าเป็นแค่ฮุ่นหยวนขั้นสาม ลำพังแค่สมบัติชิ้นเดียว ไม่มีทางกดดันเขาได้ขนาดนี้
นั่นแปลว่า อีกฝ่ายต้องอยู่อย่างต่ำขั้นสี่ หรืออาจจะ... สูงกว่านั้น
เขาบรรลุขั้นสอง ต้องลงแรงวางแผนแทบตาย ก่อเรื่องใหญ่โต เกือบเอาชีวิตไม่รอด
แต่เย่ อู๋ กลับบรรลุธรรมไปเงียบกริบ ไม่มีใครรู้
"เจ้าสำนักหมิงเหอ ตกลงว่าไง คิดเสร็จหรือยัง"
เสียงของเทพอสูรแห่งโชคชะตาดึงสติหมิงเหอกลับมา เขาโยนความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป
"หึหึ พวกเทพอสูรช่างกล้า เจ้าสำนักหมิงเหอคือฮุ่นหยวนท้องถิ่นของโลกฮงฮวง มีหรือจะทรยศบ้านเกิดไปเกลือกกลั้วกับพวกเจ้า"
หยวนสื่อเทียนจุนได้รับข้อความจากเย่ อู๋ ก็โชว์สกิลปากจัดด่ากราดทันที คำพูดเจ็บแสบจนเทพอสูรแห่งโชคชะตาแทบกระอักเลือด
"หยวนสื่อเทียนจุน"
เทพอสูรแห่งโชคชะตาซัดพลังโชคชะตาใส่อย่างไม่ลังเล หวังจะตัดเส้นด้ายโชคชะตาบางส่วนเพื่อทำร้ายหยวนสื่อ
แต่ธงพานกู่ปรากฏขึ้นในเส้นทางโชคชะตา ปล่อยปราณกระบี่โกลาหลนับล้าน กระแทกพลังโชคชะตานั้นแตกกระจาย
วูบ
หยวนสื่อเทียนจุนเคลื่อนไหว บนหัวมีเมฆาเหนือสวรรค์ มือถือธงพานกู่ อีกมือถือคทาหยกสมปรารถนาสามแก้ว ฟาดใส่เทพอสูรแห่งโชคชะตาเต็มแรง
หยวนสื่อเปิดก่อน ไท่ซ่างกับทงเทียนก็ตามมาติดๆ
เจ้าแม่หนี่วามือหนึ่งถือแส้สร้างมนุษย์ อีกมือประคองแผนภาพซานเหอเช่อจี้ ล็อคเป้าเทพอสูรตนอื่น ไม่ยอมน้อยหน้า
"ถ้าพวกเจ้าอยากบวก เปิ่นกง (ตัวข้า) พร้อมเสมอ"
แม้จะมีแค่นักบุญสี่คน แต่ไม่มีใครกลัว
ฝ่ายเทพอสูรแห่งโชคชะตาหลังจากปะทะกันสักพัก ก็หยุดมือ สีหน้าเคร่งเครียด
"ดี ดีมาก ดูเหมือนเราจะประเมินพวกเจ้าต่ำไป พวกเจ้านี่ซ่อนเขี้ยวเล็บได้แนบเนียนจริงๆ"
"แม้แต่หงจวิน ก็คงโดนพวกเจ้าหลอก ไม่รู้ว่าพวกเจ้าฝึกปรือมาถึงขั้นนี้แล้ว"
จากการปะทะเมื่อครู่ เทพอสูรแห่งโชคชะตามองเห็นระดับพลังที่แท้จริงของสามวิสุทธิเทพ แม้จะอ่อนกว่าพวกเขานิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ห่างชั้นมาก
สามวิสุทธิเทพก็หยุดมือ
ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาแตกหักกับพวกเทพอสูร
ขืนสู้กันเอาตายตอนนี้ คนที่ได้ประโยชน์คือไอ้เหรียญเงินเก่าหงจวิน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการ
"เจ้าสำนักหมิงเหอ เจ้าคิดเห็นอย่างไร" ทงเทียนเจี้ยวจู่หันไปถามหมิงเหอ นี่ก็นักแสดงรางวัลออสการ์ "เจ้ารู้ไหม เจ้าเกิดจากทะเลเลือด และทะเลเลือดคือสมบัติที่พานกู่สร้างขึ้น เจ้าคือเทพดั้งเดิมของฮงฮวง หากไปเข้ากับพวกเทพอสูร เท่ากับทรยศโลกฮงฮวง"
"เลือกให้ดีๆ ก้าวพลาดก้าวเดียว รอเจ้าอยู่คือหุบเหวไร้ก้นบึ้ง"
"แน่นอน ตราบใดที่เจ้าไม่ทรยศฮงฮวง พวกเราเหล่านักบุญรับประกัน ปู่หงจวินจะไม่มาหาเรื่องเจ้าอีก"
"เหอะๆ พวกเจ้านักบุญวิถีสวรรค์จะเอาอะไรมาประกัน"
เซียนต้าหยางเหมยหัวเราะเยาะ "ในสายตาหงจวิน พวกเจ้าก็แค่หมากบนกระดาน หมากจะมาตัดสินใจแทนคนเดินหมากได้ยังไง"
หยางเหมยตบหน้าฉาดใหญ่ เหยียบย่ำศักดิ์ศรีนักบุญ
หมิงเหอไม่ได้ตอบทงเทียนทันที แต่หันไปมองพวกเทพอสูร
"เข้าร่วมกับพวกเจ้าน่ะได้ แต่ข้ามีเงื่อนไข ขอดูความจริงใจหน่อย"
"ยังไงซะ ถ้าข้าไปอยู่กับพวกเจ้า ก็เท่ากับแตกหักกับพวกนักบุญ ราคาที่ต้องจ่ายมันสูงมาก"
"ดังนั้น ข้าต้องการค่าชดเชย"
"ถ้าพวกเจ้ามีความจริงใจมากพอที่ทำให้ข้าหวั่นไหวได้ การเข้าร่วมก๊วนเทพอสูรก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่"
หมิงเหอเปิดไพ่ชัดเจน เรียกราคามาเลย
ถ้าราคาโดนใจ ข้าก็ไปกับพวกเจ้า ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
แต่ถ้าไม่พอใจ ก็เสียใจด้วยนะจ๊ะ
พวกเทพอสูรหน้าตึงเครียด นึกไม่ถึงว่าหมิงเหอจะมาไม้นี้
พวกเขาสุมหัวปรึกษากันสักพัก ก็ได้ข้อสรุป
"ไม่มีปัญหา ขอแค่เจ้ายอมเข้าร่วมกับเราจริงๆ แก่นแท้โกลาหลก้อนนี้ เป็นของเจ้า"
"แต่เจ้าต้องสาบานต่อมหาเต๋า"
แก่นแท้โกลาหล
เห็นกลุ่มก้อนก๊าซที่แผ่กลิ่นอายโกลาหลเข้มข้น ตาของหมิงเหอลุกวาว ของดีของแท้
พอถึงระดับฮุ่นหยวน ปราณฟ้าดินธรรมดาช่วยเพิ่มพลังไม่ได้แล้ว ต่อให้สูบพลังทั้งโลกก็ไม่พอ
ต้องดูดซับปราณโกลาหลเท่านั้น
แต่ปราณโกลาหลทั่วไปต้องใช้เวลาหลอมรวมนาน
ส่วนแก่นแท้โกลาหลต่างออกไป มันคือหัวกะทิที่ผ่านการกลั่นกรองมานับล้านปี เป็น "ปราณต้นกำเนิดโกลาหล" ไม่ต้องหลอมเยอะ ก็เปลี่ยนเป็นพลังเวทได้เลย
ก้อนนี้ก้อนเดียว เทียบเท่าพลังเวททั้งหมดของฮุ่นหยวนขั้นหนึ่งเลยทีเดียว
สมบัติล้ำค่าชัดๆ
แต่ทว่า...
"สาบานต่อมหาเต๋างั้นรึ"
หมิงเหอแสยะยิ้ม ชักกระบี่เทพหยวนถูอาปีออกมาทันที "ล้อกันเล่นรึไงวะ แน่จริงพูดอีกทีซิ"
"ข้าว่าพวกเจ้าเข้าใจอะไรผิดไปนะ ตอนนี้พวกเจ้ามาง้อข้า ไม่ใช่ข้าไปง้อพวกเจ้า"
"คิดว่ากระบี่ของข้าไม่คมหรือไง"
กระบี่เทพพ่นปราณสังหารนับล้านสาย เล็งไปที่พวกเทพอสูรอย่างไม่ไว้หน้า
"เอ้า พูดใหม่ซิ เมื่อกี้ว่าไงนะ"
หน้าของเทพอสูรแห่งโชคชะตาแข็งค้าง สัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บเข้ากระดูก ปราณสังหารจากกระบี่เหมือนจะเจาะทะลุกายเนื้อเทพอสูรของเขาได้ง่ายๆ
พวกหยางเหมยก็อึ้ง ไม่นึกว่าหมิงเหอจะบ้าบิ่นขนาดนี้
แต่เจอคนบ้าแบบนี้ พวกเขาก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน
ประโยคนั้นของหมิงเหอพูดถูก ตอนนี้พวกเทพอสูรต้องการตัวหมิงเหอ ไม่ใช่หมิงเหอต้องการพวกเขา
ความโกลาหลกว้างใหญ่ ถ้าคุยไม่รู้เรื่อง หมิงเหอก็แค่หนีไปในความโกลาหล ไม่กลับฮงฮวงก็ได้
ฮุ่นหยวนต่างจากนักบุญ นักบุญหนีไปไหนไม่ได้ไกล ถ้าออกนอกเขต พลังจะตก แต่ฮุ่นหยวนไปได้หมด
หมิงเหอไม่มีห่วง หนีไปซะก็จบ
หงจวินต่อให้เก่งแค่ไหน ก็ไม่มีปัญญาพลิกความโกลาหลหาตัวฮุ่นหยวนขั้นสองเจอหรอก
แต่พวกเขากลัว
ถ้าหมิงเหอไปอยู่ข้างหงจวิน กระบี่เล่มนั้นจะเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อพวกเขา
สุดท้าย พวกเทพอสูรจำใจยอมถอย ไม่ต้องสาบานก็ได้
ช่วยไม่ได้ หมิงเหอไม่แคร์ แต่พวกเขาแคร์
เทพอสูรแห่งโชคชะตาโยนแก่นแท้โกลาหลให้หมิงเหอ
"หมิงเหอ เราเชื่อใจเจ้าได้ แต่ถ้าเจ้ากล้าเบี้ยว พวกเราเทพอสูรจะไล่ล่าเจ้าจนสุดขอบฟ้า"
"ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เทพอสูรที่ฟื้นคืนชีพ จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ"
ทิ้งคำขู่ที่มีความนัยไว้ แล้วพวกเทพอสูรก็จากไป
เหลือหมิงเหอยืนอยู่คนเดียว
"ยังมีเทพอสูรตัวอื่นรอฟื้นคืนชีพในความมืดอีกเหรอ"
หมิงเหอหมุนแก่นแท้โกลาหลเล่นในมือ ทำหน้าแปลกๆ พึมพำกับตัวเอง
"กลัวแต่ว่า ต่อให้ฟื้นมา ก็จะกลายเป็นของเล่นในมือคนอื่นน่ะสิ"
คนที่เขาคิดถึงย่อมเป็นองค์มหาเทพจื่อเวย รองเจ้าสำนักเจี๋ยเจี้ยว... เย่ อู๋
อย่างต่ำก็ฮุ่นหยวนขั้นสี่ขั้นห้า เวลาผ่านไปแค่แป๊บเดียวเองนะ
ยิ่งมหาภัยพิบัตินี้ยืดเยื้อ เย่ อู๋ ก็จะยิ่งเติบโตไปไกลจนน่ากลัว
เผลอๆ อาจจะเป็นฮุ่นหยวนขั้นสูง หรือทัดเทียมปู่หงจวิน กลายเป็นเบอร์หนึ่งของฮงฮวงตัวจริง ก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้
"เหอะ คำขู่ของพวกเจ้า ก็แค่เรื่องตลก"
มรสุมการบรรลุธรรมครั้งนี้ผ่านพ้นไปในที่สุด หมิงเหอโล่งอก ผ่อนคลายความตึงเครียดลง
สามวิสุทธิเทพที่เป็นนักแสดงรุ่นเก๋า มองหมิงเหออย่างมีความหมาย แล้วหันหลังกลับ
แต่แอบส่งกระแสจิตบอกหมิงเหอว่า จัดการเรื่องพวกจุนเซียนเสร็จแล้ว ให้ไปเจอกันที่วิหารพานกู่