เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 - รางวัลจากปู่หงจวินและแผนการเชือดไก่ให้ลิงดู

บทที่ 230 - รางวัลจากปู่หงจวินและแผนการเชือดไก่ให้ลิงดู

บทที่ 230 - รางวัลจากปู่หงจวินและแผนการเชือดไก่ให้ลิงดู


บทที่ 230 - รางวัลจากปู่หงจวินและแผนการเชือดไก่ให้ลิงดู

ทันทีที่บรมครูหงจวินเอ่ยปาก เหล่านักบุญทั้งหลายต่างพากันสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่

ที่แท้ก็คือเทพอสูรโกลาหลแห่งเหตุและผล!

มิน่าล่ะ พวกเขาถึงตรวจสอบไม่พบความผิดปกติใดๆ ในเส้นด้ายแห่งเหตุและผลเลย ตอนนี้ทุกอย่างกระจ่างแจ้งแล้ว

"ท่านอาจารย์ หลังจากท่านเทพพานกู่เบิกฟ้าผ่าพิภพ สามพันเทพอสูรโกลาหลไม่ใช่ว่าโดนฟันตายเรียบไปแล้วหรือ ทำไมเทพอสูรโกลาหลแห่งเหตุและผลถึงยังรอดมาได้"

จอมเซียนจุ่นถีอดรนทนไม่ไหวรีบถามขึ้น เขาเข้าใจมาตลอดว่าพวกเทพอสูรโกลาหลโดนพานกู่เก็บกวาดไปหมดแล้ว แต่ความจริงที่ได้รับรู้ตอนนี้คือยังมีพวกมันรอดชีวิตอยู่

เหล่านักบุญคนอื่นแม้ไม่ได้ถาม แต่สายตาก็แสดงออกชัดเจนว่าสงสัยและสับสนไม่แพ้กัน

สามวิสุทธิเทพแอบสบตากันเงียบๆ ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่นัก

เพราะพวกเขาก็เคยปะทะกับเทพอสูรโกลาหลแห่งอัคคีมาแล้ว แม้เจ้านั่นจะอยู่ในสภาพไม่สมประกอบ แต่ก็ถือว่ายังไม่ตายสนิท

ในเมื่อเทพอสูรแห่งอัคคียังไม่ตาย การที่เทพอสูรแห่งเหตุและผลซึ่งติดอันดับหนึ่งในสิบจะยังรอดอยู่ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร

เพียงแต่ว่า... ถ้าเทพอสูรแห่งเหตุและผลยังไม่ตาย แล้วพวกตัวเป้งๆ ที่ติดท็อปเท็นอย่างเทพอสูรแห่งโชคชะตา หรือเทพอสูรแห่งวัฏสงสารล่ะ พวกมันก็ยังไม่ตายด้วยใช่ไหม!

พวกมันซ่อนตัวอยู่ในโลกฮงหลาง หรือว่าแอบซุ่มอยู่ในมิติโกลาหลคอยสอดส่องโลกใบนี้อยู่กันแน่!

"ตอนที่พานกู่เบิกฟ้า เขาได้สังหารสามพันเทพอสูรโกลาหลไปจริง แต่พวกเทพอสูรเหล่านั้นไม่ใช่กระจอกงอกง่อย พวกมันล้วนถือกำเนิดมาจากกฎเกณฑ์แห่งมรรควิถี เรียกได้ว่าเป็นลูกรักของมรรควิถีก็ว่าได้ พวกมันแข็งแกร่งเกินไป ด้อยกว่าพานกู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น บางตนยังมีวิชาคืนชีพที่ยอดเยี่ยม ทำให้คว้าโอกาสรอดชีวิตมาได้"

"เทพอสูรแห่งเหตุและผลก็เป็นเช่นนั้น มันถือกำเนิดมาพร้อมกับกฎแห่งเหตุและผล ไร้คู่ต่อสู้ในด้านนี้ แม้แต่พานกู่ก็ยังเทียบชั้นไม่ได้ในเรื่องเหตุและผล"

"ตราบใดที่เหตุและผลยังไม่สิ้นสูญ เทพอสูรแห่งเหตุและผลย่อมหาทางกลับมาได้เสมอ เว้นเสียแต่จะมีพลังทำลายล้างระดับเดียวกับพานกู่ ไม่อย่างนั้นยากที่จะฆ่ามันให้ตายสนิทได้"

หงจวินเปิดเผยความลับระดับจักรวาลที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน เป็นการเปิดเผยความจริงอันน่าตกตะลึง

เย่ อู๋ดวงตาเป็นประกาย เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ พวกเทพอสูรโกลาหลยังไม่ตายกันหมด ยังมีพวกตัวอันตรายแอบซ่อนตัวคอยปั่นป่วนอยู่

เศษเสี้ยวแห่งเหตุและผลที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของโลหิตหยดนั้น ต้องมาจากฝีมือของเทพอสูรโกลาหลแห่งเหตุและผลแน่ ไม่อย่างนั้นคงไม่ซับซ้อนแยบยลขนาดนี้

ไม่รู้ว่ายังมีเทพอสูรตนไหนอีกบ้างที่ยังไม่ตาย การที่มีตัวอันตรายพวกนี้ซ่อนอยู่ในเงามืด ก็เหมือนกับมีระเบิดเวลาที่พร้อมจะตูมตามได้ทุกเมื่อ

เย่ อู๋เหลือบมองบรมครูหงจวินแวบหนึ่ง แล้วก็โยนความคิดกังวลทิ้งไป ฟ้าถล่มก็ยังมีคนตัวสูงคอยค้ำไว้ ถ้าพวกเทพอสูรจะหาเรื่อง คนที่จะซวยเป็นคนแรกย่อมต้องเป็นบรมครูหงจวิน

ตราบใดที่หงจวินยังไม่ตาย ปลาซิวปลาสร้อยอย่างเขาก็คงไม่เป็นจุดสนใจเท่าไหร่ ความเสี่ยงยังถือว่าต่ำ

อีกอย่างหงจวินคงไม่ยอมให้พวกเทพอสูรเข้ามาในโลกฮงหลางได้ง่ายๆ หรอก สำหรับหงจวินและเทียนเต๋าแล้ว พวกมันก็เหมือนพยาธิที่เข้ามาในร่างกาย เบาะๆ ก็ป่วยหนัก แรงๆ ก็ถึงตาย

ส่วนเรื่องที่เขาโดนเทพอสูรแห่งเหตุและผลหมายหัว ขอแค่ระวังตัวหน่อยก็น่าจะรอด

"จบกัน"

จอมเซียนจุ่นถีหน้าตื่นทันที "นั่นมันระดับเทพอสูรโกลาหลที่เคยสู้กับท่านเทพพานกู่เลยนะ ถ้าโดนพวกมันหมายหัว พวกเรา..."

จุ่นถีย่อมรู้ดีถึงระดับฝีมือตัวเอง ในฐานะนักบุญที่อ่อนดอยที่สุดในกลุ่มหกนักบุญ ช่องว่างระหว่างเขากับพวกเทพอสูรโกลาหลนั้นห่างชั้นกันมาก หากต้องปะทะกัน คนที่จะตายคนแรกต้องเป็นเขาแน่

สีหน้าของจอมเซียนเจาทิศยิ่งดูอมทุกข์เข้าไปใหญ่ แม้พวกเขาจะเป็นนักบุญแห่งวิถีสวรรค์ แต่เมื่อเทียบกับเทพอสูรโกลาหลยุคบรรพกาล ความห่างชั้นมันคนละเรื่องเลย

ดูอย่างครั้งนี้สิ พวกเขารุมกินโต๊ะกันขนาดนี้ ยังจับตัวเจตจำนงของเทพอสูรแห่งเหตุและผลไม่ได้เลย ถ้าต้องเจอกับร่างต้นจริงๆ จะเอาอะไรไปสู้

คงโดนตบเละเป็นโจ๊กแหงๆ

นี่ไม่ใช่การดูถูกตัวเอง แต่มันคือความจริงที่โหดร้าย

ก่อนหน้านี้บนหัวพวกเขามีแค่บรมครูหงจวินกับเจตจำนงแห่งสวรรค์คอยกดอยู่ ซึ่งสองอย่างนี้ก็ไม่ค่อยจะลงมายุ่งวุ่นวายเท่าไหร่

แต่ตอนนี้ดันมีเทพอสูรโกลาหลจำนวนเท่าไหร่ก็ไม่รู้โผล่มาเพิ่ม นี่ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับพวกเขาเลย

สามวิสุทธิเทพแม้จะเงียบ แต่แววตาก็บ่งบอกถึงความกังวลเช่นกัน

พวกเทพอสูรโกลาหลแข็งแกร่งเกินไป พวกเขาอาจจะสู้ไม่ไหวจริงๆ แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามา

ไม่ได้การ!

ดูเหมือนต้องเร่งสปีดแล้ว ต้องรีบบรรลุมรรคผลขั้นฮุ่นหยวนต้าหลัวจินเซียนให้เร็วที่สุด แล้วฟื้นฟูวิถีมนุษย์และวิถีพิภพอย่างสมบูรณ์ ให้นักบุญแห่งวิถีมนุษย์และเจ้าวิถีพิภพกลับคืนสู่ตำแหน่ง

มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพวกเขาและเพิ่มพลังป้องกันให้กับโลกฮงหลาง เพื่อรับมือกับวิกฤตในอนาคต

บรมครูหงจวินมองออกถึงความกังวลของเหล่านักบุญ จึงเอ่ยขึ้นว่า "พวกเทพอสูรโกลาหลแม้จะแข็งแกร่ง แต่พวกมันก็ไม่ใช่เทพอสูรในยุครุ่งเรืองอีกต่อไป แม้จะฟื้นคืนชีพมาได้ แต่รากฐานและระดับพลังที่สูญเสียไปจากการถูกพานกู่สังหารยังไม่ฟื้นคืนกลับมาสมบูรณ์"

"หากพวกมันฟื้นพลังกลับมาเต็มร้อยจริงๆ ป่านนี้คงบุกโจมตีโลกฮงหลางซึ่งๆ หน้าไปนานแล้ว ไม่มามัวทำตัวลับๆ ล่อๆ แบบนี้หรอก"

"พวกมันมีความอันตรายก็จริง แต่ก็แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น หากพวกมันกล้าเข้ามาในโลกฮงหลาง จุดจบเดียวที่รออยู่คือการถูกขยี้เละคาบ้าน นี่คือสาเหตุที่พวกมันไม่กล้าบุกเข้ามาแม้จะฟื้นคืนชีพแล้วก็ตาม"

"ดังนั้นพวกเจ้าไม่ต้องกังวลจนเกินเหตุ เพียงแค่หมั่นตรวจสอบให้ดี อย่าให้ศิษย์ในสำนักถูกพวกมันสวมรอย หรือถูกฝังลูกเล่นอะไรไว้ จากเหตุการณ์ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าพวกมันวางหมากในโลกฮงหลางไว้นานแล้ว พวกเจ้าต้องระวังตัวให้ดี อย่าได้ประมาทจนเรือล่มปากอ่าว"

หลังจากสั่งความเสร็จ หงจวินก็เบนสายตามาที่เย่ อู๋ ทำเอาเย่ อู๋รู้สึกกดดันหนักเหมือนโดนมองทะลุปรุโปร่ง

ในเวลานี้เย่ อู๋ไม่กล้าใช้ระฆังโกลาหลปิดกั้นตัวเอง ขืนทำแบบนั้นจะยิ่งดูมีพิรุธเหมือนคนกินปูนร้อนท้อง และจะยิ่งเรียกความสนใจจากหงจวินมากขึ้น

โชคดีที่เขาได้รับตราประทับเบิกฟ้ามาแล้ว ผลของมันยอดเยี่ยมมาก มันช่วยปิดกั้นสถานะพิเศษทั้งหมดในตัวเขา โดยเฉพาะวิชาเก้าวัฏจักรที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้ร่างจำแลงในตราประทับ

รวมถึงแสงเซียนดวงจิตพานกู่ก็ถูกหลอมรวมและซ่อนไว้อย่างมิดชิด

เย่ อู๋ไม่กล้าเสี่ยง

การเดิมพันครั้งนี้ถ้าชนะก็ไม่ได้รางวัลอะไร แต่ถ้าแพ้ เดิมพันนั้นสูงเกินกว่าที่เขาจะจ่ายไหว

"ทงเทียน เจ้าต้อนรับศิษย์ได้ดีมาก ครั้งนี้ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ก็คงไม่มีทางล่วงรู้แผนการร้ายของเทพอสูรแห่งเหตุและผล"

หงจวินเอ่ยชมเย่ อู๋ก่อน จากนั้นก็มอบรางวัลให้

ต้นสนห้าเข็ม!

นี่คือสุดยอดรากวิญญาณระดับท็อปอีกต้นหนึ่ง ภายในบรรจุพลังห้าธาตุระดับกำเนิด ลูกสนที่ได้มีผลช่วยบำรุงปราณห้าธาตุในอกได้อย่างดีเยี่ยม

เพียงแต่ต้นสนห้าเข็มตรงหน้านี้ไม่ได้อยู่ในระดับสุดยอด ดูเหมือนจะได้รับความเสียหายจนลดระดับลงมาเหลือแค่ระดับสูง เหมือนกับสภาพของเขาในอดีตไม่มีผิด

เย่ อู๋เข้าใจทันที ถ้าเป็นระดับสุดยอดจริงๆ หงจวินคงไม่ใจป้ำให้มาง่ายๆ หรอก

สองนักบุญแห่งทิศตะวันตกมองด้วยความอิจฉาตาร้อนผ่าว แม้จะลดระดับลงมา แต่ก็ยังเป็นรากวิญญาณระดับสูงที่หายาก ผลของมันยอดเยี่ยมมาก เป็นตัวช่วยชั้นดีในการฝึกฝนระดับไท่อี่จินเซียน

ถ้าสำนักตะวันตกได้ไป รากฐานคงแข็งแกร่งขึ้นมากโข

น่าเสียดาย...

"ผู้ใหญ่มอบให้ ผู้น้อยไม่กล้าปฏิเสธ!"

เย่ อู๋รับต้นสนห้าเข็มมาพร้อมกล่าวขอบคุณรัวๆ ของดีมาเสิร์ฟถึงที่ จะปฏิเสธได้ไง

จนกระทั่งบรมครูหงจวินจากไป เย่ อู๋ถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หินก้อนใหญ่ที่ทับอกอยู่ถูกยกออกไปเสียที

ก่อนหน้านี้ตอนโดนหงจวินจ้อง แม้สายตานั้นจะไม่ได้เจาะลึกถึงแก่นแท้ แต่มันก็สร้างแรงกดดันมหาศาลจนดวงวิญญาณเขาสั่นสะท้าน

รับมือไม่ไหวจริงๆ!

นี่แหละคือความน่าเกรงขามของบรมครู เพียงแค่สายตาเดียวก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

ถ้าไม่มีตราประทับเบิกฟ้าช่วยปิดกั้น และถ้าหงจวินไม่ได้เจาะจงตรวจสอบ ความลับของเขาคงแตกโพละไปแล้ว

"บรมครูก็คือบรมครู พลังระดับนี้เหล่านักบุญเทียบไม่ติดเลย การจะต่อกรกับหงจวินไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเตรียมตัวให้มากกว่านี้"

เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่ อู๋ก็รู้สึกกดดันขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อกลับมาถึงเกาะจินเอ๋า จอมเซียนทงเทียนยังคงรู้สึกหวาดเสียวไม่หาย

"ครั้งนี้อันตรายจริงๆ ไม่นึกว่าจะไปพัวพันกับเทพอสูรแห่งเหตุและผล เจ้าไปทำลายแผนการของมัน วันหน้ามันต้องหมายหัวเจ้าแน่ นี่คงเป็นปัญหาใหญ่ทีเดียว"

"แล้วยังต้องเผชิญหน้ากับหงจวินอีก ความเสี่ยงสูงมาก แม้ไม่รู้ว่าทำไมเขาไม่ตรวจสอบเจ้าให้ลึกซึ้ง แต่ก็ประมาทไม่ได้ ต่อไปพยายามเลี่ยงอย่าไปเจอหงจวิน เผื่อวันดีคืนดีเขาเกิดนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากตรวจสอบเจ้าขึ้นมา"

"ความลับในตัวเจ้ามีมากเกินไป ถ้าถูกจับได้แม้แต่อย่างเดียว มันจะเป็นปัญหาใหญ่หลวงและนำมาซึ่งหายนะต่อเนื่อง"

เย่ อู๋พยักหน้า เขาตระหนักเรื่องนี้ดี ตราประทับเบิกฟ้าแม้จะปิดกั้นได้ดี แต่ก็ไม่ใช่ของวิเศษที่สมบูรณ์แบบ ยังมีข้อจำกัดอยู่

ต้องหาวิธีอื่น ต้องหาของวิเศษที่สามารถปิดกั้นมรรควิถีและการตรวจสอบได้อย่างแท้จริงมาให้ได้

อย่างเช่น... ไข่มุกโกลาหล !

"จริงสิอาจารย์ เทพอสูรแห่งเหตุและผลมอบโลหิตหัวใจหยดนั้นให้ข้า ภายในซ่อนเส้นด้ายแห่งเหตุและผลเอาไว้ มันคงกะจะใช้เล่นงานข้า แต่ข้าดันจับสังเกตได้ก่อน เลยรู้ทันแผนการของมัน"

"ถ้าเราใช้เส้นด้ายแห่งเหตุและผลในเลือดหยดนี้ จะสามารถตามรอยไปหาตัวเจ้าเทพอสูรแห่งเหตุและผล แล้วตลบหลังมันได้ไหม"

"มัวแต่หลบๆ ซ่อนๆ ตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียว วันหนึ่งก็ต้องพลาดท่า โจรจ้องจะปล้นพันวัน เราจะระวังตัวพันวันได้ยังไง สู้บุกไปจัดการมันให้สิ้นซากดีกว่า"

"บรมครูบอกแล้วนี่ว่าพวกเทพอสูรตอนนี้ไม่ได้เก่งเหมือนเมื่อก่อน พลังน่าจะพอๆ กับพวกท่านอาจารย์ ถ้าเรารุมกินโต๊ะมัน โดยที่เราเป็นฝ่ายซุ่มโจมตี ไม่แน่ว่าอาจจะจัดการเทพอสูรแห่งเหตุและผลได้"

"เชือดไก่ให้ลิงดู! เพื่อข่มขวัญพวกเทพอสูรตัวอื่นๆ ให้หัวหด!"

จบบทที่ บทที่ 230 - รางวัลจากปู่หงจวินและแผนการเชือดไก่ให้ลิงดู

คัดลอกลิงก์แล้ว