- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นต้นชา สกิลรู้แจ้งข้ามันโกงเกินพิกัด
- บทที่ 130 - เทพเซียน! เคราะห์กรรมสังหาร!
บทที่ 130 - เทพเซียน! เคราะห์กรรมสังหาร!
บทที่ 130 - เทพเซียน! เคราะห์กรรมสังหาร!
บทที่ 130 - เทพเซียน! เคราะห์กรรมสังหาร!
วังหยก
สิบสองเซียนทองและคนอื่นๆ ในที่สุดก็หนีออกมาจากโลกใบเล็กที่แสนอันตรายแห่งนั้นได้สำเร็จ
ระดับการบำเพ็ญเพียรของพวกเขา ก้าวหน้าไปอีกขั้น
ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของระดับต้าหลัวจินเซียนขั้นสมบูรณ์
ในสถานการณ์ปกติ หากพวกเขาต้องการเลื่อนขั้นเป็นต้าหลัวขั้นสมบูรณ์ ไม่รู้ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน
กว่างเฉิงจื่อพยักหน้าเงียบๆ ด้วยความฮึกเหิม ในใจเปี่ยมไปด้วยความปิติยินดี
แม้จะเทียบกับจ้าวกงหมิงไม่ได้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้แย่ไปกว่ากันมากนัก
แถมศิษย์พี่เซียนเฒ่าขั้วใต้ ก็พบโอกาสแล้ว พร้อมที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับกึ่งนักบุญได้ทุกเมื่อ
แต่ในขณะนั้นเอง หยวนสื่อเทียนจุนก็เอ่ยประโยคหนึ่งออกมา บอกพวกเขาว่า ตั่วเป่าตัดหนึ่งซากได้แล้ว บรรลุระดับกึ่งนักบุญเรียบร้อย
ทางฝั่งนิกายตะวันตก ก็มีบุตรแห่งพุทธะโดยกำเนิดปรากฏตัวขึ้น ดอกไม้แห่งเต๋าบานสิบกลีบสมบูรณ์ ไล่กวดเย่ อู๋ มาติดๆ
ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ของนิกายตะวันตก เกรงว่าอีกไม่นาน ก็คงจะก้าวขึ้นสู่ระดับกึ่งนักบุญได้เช่นกัน
รอยยิ้มบนใบหน้าของกว่างเฉิงจื่อและคนอื่นๆ แข็งค้างไปทันที
"ท่านอาจารย์ ท่านคงไม่ได้กำลังหลอกพวกเราเล่นใช่ไหมขอรับ"
ฉือหางเต้าเหรินเสียงสั่น ตะกุกตะกัก อาการไม่สู้ดี
หยวนสื่อเทียนจุนก็อยากจะบอกว่าหลอกเล่นเหมือนกัน แต่ทำไงได้ ความจริงมันเป็นแบบนั้น
แถมยังบอกเรื่องที่แทงใจดำพวกเขาอีกเรื่องหนึ่ง: ปี้เซียว น้องเล็กสุดในสามเทพธิดาเมฆา ก็บรรลุระดับต้าหลัว ดอกไม้บานแปดกลีบแล้วเช่นกัน
ยังไม่ทันที่สิบสองเซียนทองจะตั้งสติจากความผิดหวังได้ หยวนสื่อเทียนจุนก็จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบอีกดอก เล่าเรื่องที่เย่ อู๋ ช่วงชิงโชคชะตาของสำนักสกัดสวรรค์มาครองให้ฟัง
สิบสองเซียนทองถึงกับมึนงง สงสัยว่าตัวเองกำลังฝันไปหรือเปล่า
พวกเขาแค่เข้าไปฝึกวิชาในโลกใบเล็กแป๊บเดียว ทำไมรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปหลายยุคสมัย?
ทำไมถึงมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายขนาดนี้?!
สงสัยในชีวิตขึ้นมาทันที
กว่างเฉิงจื่อยังไม่เชื่อ รีบวิ่งออกไปคำนวณดูโชคชะตาของสำนักสกัดสวรรค์ สังเกตสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง
พอเห็นความสดใสและยิ่งใหญ่ในโชคชะตาของสำนักสกัดสวรรค์ ก็ต้องเงียบกริบไปอย่างจำนน
เซียนทองคนอื่นๆ ก็ทำหน้าเหมือนกัน ราวกับเพิ่งกินของแสลงเข้าไป
เรื่องจริง!
เมื่อก่อน พวกเขาสิบสองเซียนทองยังพอจะเยาะเย้ยสำนักสกัดสวรรค์ได้ว่าเป็นพวกเกิดจากความชื้นฟักจากไข่ สวมขนใส่เขา แต่ตอนนี้ พูดไม่ออกแล้ว
ความยิ่งใหญ่ของโชคชะตาสำนักสกัดสวรรค์ในตอนนี้ แตกต่างจากความยิ่งใหญ่ในอดีตอย่างชัดเจน
เรื่องพลังฝีมือสู้ไม่ได้ก็ยังพอทน แต่ตอนนี้ แม้แต่โชคชะตาก็ยังสู้ไม่ได้
เจ็บจี๊ดไปถึงขั้วหัวใจ!
"ขอท่านอาจารย์โปรดชี้แนะ พวกศิษย์ต้องทำอย่างไรถึงจะทะลวงสู่ระดับกึ่งนักบุญได้ขอรับ"
กว่างเฉิงจื่อและคนอื่นๆ ก้มกราบขอความเมตตาจากหยวนสื่อเทียนจุน
ในฐานะสิบสองเซียนทอง ที่ได้รับเลือกเป็นศิษย์สายตรงของหยวนสื่อเทียนจุน เรื่องวาสนาและรากฐานย่อมไม่ต้องพูดถึง
สิ่งที่พวกเขาฝึกฝนคือการคล้อยตามลิขิตฟ้า
ตามหลักแล้ว สิบสองเซียนทองส่วนใหญ่น่าจะบรรลุต้าหลัวขั้นสมบูรณ์ หรือก้าวสู่ระดับกึ่งนักบุญไปนานแล้ว
แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม
นอกจากเซียนเฒ่าขั้วใต้ที่แตะขอบประตูกึ่งนักบุญแล้ว สิบสองเซียนทองที่เหลือ ทั้งหมดติดแหง็กอยู่ที่ระดับต้าหลัวจินเซียน
ครั้งนี้ถ้าไม่โดนกระตุ้น จนถูกหยวนสื่อเทียนจุนจับไปฝึกโหด กว่างเฉิงจื่อและพวกอีกหลายคน คงไม่รู้ว่าจะต้องรอถึงปีมะโว้ไหนกว่าจะฝึกต้าหลัวจนสมบูรณ์
ส่วนเรื่องตัดสามซาก ก้าวสู่กึ่งนักบุญ พวกเขายังมืดแปดด้าน ไม่มีเบาะแสเลยสักนิด
เหมือนมีหมอกหนามาบดบัง กั้นพวกเขาออกจากระดับกึ่งนักบุญอย่างสิ้นเชิง
หยวนสื่อเทียนจุนถอนหายใจยาว กล่าวว่า "ไม่ใช่อาจารย์ไม่อยากชี้แนะ แต่ต่อให้ชี้แนะไป ก็ไร้ประโยชน์"
"เว้นเสียแต่ว่า พวกเจ้าจะมีวิธีล้างกลิ่นอายแห่งการสังหารบนตัวออกไปได้"
ท่ามกลางสายตาสงสัยของเหล่าศิษย์ หยวนสื่อเทียนจุนจึงเฉลยความจริงและต้นสายปลายเหตุทั้งหมด
ทุกอย่าง ต้องย้อนกลับไปในยุคสามราชาห้าจักรพรรดิ
คราวนี้ สิบสองเซียนทองถึงได้เข้าใจสาเหตุที่แท้จริง หน้าถอดสีกันเป็นแถว
ประมาทไปแล้ว!
ในตอนนั้น เพื่อเร่งผลงานในการเป็นอาจารย์ของสามราชาห้าจักรพรรดิ สิบสองเซียนทองแห่งสำนักอธิบายธรรม ไม่ได้ทำตามกฎกติกา ใช้อิทธิฤทธิ์ของเทพเซียนเข้าไปแทรกแซงสงครามของมนุษย์
ก่อให้เกิด "เคราะห์กรรมสังหารแห่งเทพเซียน"
และเคราะห์กรรมนี้ ก็ประทับตราติดตัวสิบสองเซียนทองมาโดยตลอด
ตอนนั้นได้ประโยชน์ไปมากเท่าไหร่ ตอนนี้ก็ต้องชดใช้คืนมากเท่านั้น
"ท่านอาจารย์ช่วยด้วย!"
สิบสองเซียนทองจะทำอะไรได้? นอกจากร้องขอให้หยวนสื่อเทียนจุนช่วย
หยวนสื่อเทียนจุนแบมือสองข้าง ตอนนี้เขาเองก็จนปัญญาเหมือนกัน
ถ้าทำได้ เขาคงดันสิบสองเซียนทองขึ้นกึ่งนักบุญไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อมาจนถึงป่านนี้หรอก
...
วังแปดทิศ
เสวียนตู จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ แบกรับทัณฑ์สวรรค์ ห่มคลุมด้วยแผนภาพเฉียนคุน ทะลวงด่านออกมา
ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสามสำนัก ในที่สุดก็ก้าวเข้าสู่ระดับกึ่งนักบุญ
...
เย่ อู๋ ที่กลับมาถึงเกาะจินเอ๋า ถอนหายใจโล่งอก จัดการเรื่องวุ่นวายเสร็จเสียที
จากนั้น เขาก็ได้ข่าวเรื่องเสวียนตูบรรลุกึ่งนักบุญ
ไม่ใช่แค่ก้าวเข้าสู่ระดับกึ่งนักบุญ แต่ยังตัดซากดีออกมาได้ เป็นกึ่งนักบุญหนึ่งซากขั้นสมบูรณ์ทันที
ยังมีเซียนเฒ่าขั้วใต้แห่งสำนักอธิบายธรรม หลังจากกลับไปสวรรค์ อาศัยบารมีของตำแหน่งมหาจักรพรรดิฉางเซิงขั้วใต้คุ้มครอง ก็ก้าวเข้าสู่ระดับกึ่งนักบุญได้สำเร็จ เป็นกึ่งนักบุญหนึ่งซากเช่นกัน
ด้วยตำแหน่งเทพหนุนส่ง พลังฝีมือไม่ด้อยไปกว่าเสวียนตูเลย
"เสาหลักของสามสำนัก เริ่มขึ้นเวทีกันอย่างเป็นทางการแล้วสินะ?"
เย่ อู๋ ไม่แปลกใจเลยสักนิด
ช่วงเวลานี้ ใกล้จะเข้าสู่มหาสงครามผนึกเทพเข้าไปทุกที
ถ้าศิษย์เอกของสามสำนักยังไม่ถึงระดับกึ่งนักบุญสิ ถึงจะเรียกว่ามีผี
"แต่ยังไงซะ สำนักสกัดสวรรค์ของข้าก็ยังเป็นต่อ!"
คนหนึ่งเป็นกึ่งนักบุญหนึ่งซาก อีกคนเป็นมหาเซียนต้นกำเนิด แค่นี้ก็กินขาดสำนักมนุษย์และสำนักอธิบายธรรมแล้ว
ไม่ต้องกลัวเลย
แถมยังมีเขาที่เป็นต้าหลัวสิบเอ็ดกลีบขั้นสมบูรณ์ ที่รับมือกับกึ่งนักบุญได้สบายๆ อีกคน!
"เนื้อเรื่องต่อจากนี้ คงจะสนุกตื่นเต้นขึ้นเยอะ!"
เย่ อู๋ ยิ้มมุมปาก ไม่เก็บเรื่องพวกนี้มาใส่ใจ เขาหยิบกิ่งพฤกษาเจ็ดสมบัติสี่ท่อนออกมา
สามท่อนนั้น แน่นอนว่าเป็นผลงานที่เจ้าแม่ผิงซินหวดจุ่นถีจนไม้หัก แล้วเก็บมาได้
ต่อมา เจ้าแม่ผิงซินลบตราประทับนักบุญออกจนหมด แล้วยกให้เย่ อู๋
สมบัติวิเศษคู่กายนักบุญ ตอนนี้สภาพดูไม่ได้ แขนขาดขาขาด เหลือแค่กิ่งไม้สามท่อน
น่าอนาถแท้!
หลังจากโดน "ตอนกิ่ง" ไปสองรอบ ต่อไปถ้าต้องสู้กันอีก จุ่นถีคงไม่กล้าควักพฤกษาเจ็ดสมบัติออกมาโชว์แล้วล่ะ
"ตอนนี้มีกิ่งพฤกษาเจ็ดสมบัติสี่ท่อนแล้ว เอามาหลอมใหม่ แล้วผสมของวิเศษระดับก่อนกำเนิดชนิดพิเศษเข้าไป สร้างเป็นร่างจำแลงอาวุธสำหรับวิชาเจ็ดสมบัติมหัศจรรย์ของข้าดีกว่า!"