- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นต้นชา สกิลรู้แจ้งข้ามันโกงเกินพิกัด
- บทที่ 90 - บังเอิญจัง ข้ามีหลักฐานพอดี
บทที่ 90 - บังเอิญจัง ข้ามีหลักฐานพอดี
บทที่ 90 - บังเอิญจัง ข้ามีหลักฐานพอดี
บทที่ 90 - บังเอิญจัง ข้ามีหลักฐานพอดี
เย่ อู้ กำลังโยนขี้ใส่หัวสองศาสดาแห่งนิกายตะวันตกชัดๆ!
นี่คือความคิดที่ตรงกันของเหล่านักบุญทุกคนในที่นั้น
แม้แต่จ้าวกงหมิงที่เชื่อมั่นในตัวเย่ อู้ มาตลอด ยังอดสงสัยไม่ได้
ในสายตาพวกเขา สิ่งที่เย่ อู้ ทำ คือการจงใจสาดโคลนเพื่อหาเรื่องสองนักบุญตะวันตก
เหตุผลก็ง่ายมาก สองคนนั้นทำตัวเอง ก่อนหน้านี้หาเรื่องเย่ อู้ มาหลายรอบ
คราวนี้เย่ อู้ จะหาข้ออ้างเอาคืน ก็สมเหตุสมผลอยู่
เจาทิศและจุ่นถีแทบจะร่วงจากยอดเขาพระสุเมรุ เจ้าเย่ อู้ มันรู้ได้ไง?!
พวกเขาทำเนียนขนาดนั้น
"ฮะ อาจารย์ ท่านลุง ท่านอา พวกท่านคงไม่ใช่ไม่เชื่อข้าหรอกนะ?"
เย่ อู้ ชะงักไปนิดหนึ่ง
"เย่ อู้ ไม่ใช่พวกเราไม่เชื่อเจ้า แต่ข้อสันนิษฐานของเจ้า มันไม่มีหลักฐานอะไรมารองรับเลย"
"มีแต่คำพูดลอยๆ ของเจ้าฝ่ายเดียว"
เจ้าแม่หนี่วาส่ายหน้า "พูดต่อไปเถอะ ความรู้สึกของเจ้า ข้าเข้าใจดี แต่การใส่ร้ายนักบุญแบบนี้ วันหน้าอย่าหาทำอีก มันไม่ดีต่ออนาคตของเจ้า"
"นักบุญ ลบหลู่ไม่ได้"
ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้สองคนนั้นไม่อยู่ที่นี่ และเหล่านักบุญทางตะวันออกก็ไม่มีใครชอบขี้หน้าสองคนนั้นสักเท่าไหร่
ดังนั้นข้อหา 'ลบหลู่นักบุญ' ที่ควรจะเป็นเรื่องใหญ่ เลยกลายเป็นเรื่องเล็กที่ปล่อยผ่านไปง่ายๆ
จอมเซียนทงเทียนก็พยักหน้า "ไม่ใช่อาจารย์ไม่เชื่อเจ้า แต่บนร่างจำแลงของไป๋เจ๋อ เราไม่พบพลังของสองคนนั้นจริงๆ"
เพียงแต่ดูจากสีหน้าของไป๋เจ๋อ มันฟ้องชัดเจนว่ามีนักบุญเข้ามาเอี่ยว
งงล่ะสิ!
ขนาดสมองระดับนักบุญ ยังคิดไม่ตก
ที่สำคัญ ต่อให้พวกเขาใช้พลังนักบุญคำนวณหาความจริง ก็ไม่เจออะไร
เพราะมีพลังนักบุญในเงามืดคอยรบกวนอยู่
"เรื่องนี้ จะให้จบง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!"
ทันใดนั้น เสียงตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ดังขึ้น ดึงดูดสายตาทุกคู่
เจาทิศและจุ่นถีมาแล้ว
"ข้ากับศิษย์พี่แค่ติดธุระในสำนัก มาช้าไปหน่อยเดียว กลับโดนคนใส่ร้ายป้ายสีขนาดนี้"
"นักบุญผู้สูงส่ง จะให้ใครมาลบหลู่ไม่ได้!"
"ใครกล้าลบหลู่นักบุญ ต้องลงโทษสถานหนัก!"
จุ่นถีตะโกนลั่น สีหน้าท่าทางเหมือนได้รับความอยุติธรรมที่สุดในโลก
ราวกับโดนเหยียดหยามศักดิ์ศรีอย่างรุนแรง
เจาทิศแม้จะไม่พูดอะไร แต่ใบหน้าอมทุกข์และแววตาน้อยเนื้อต่ำใจนั่น สามารถทำให้คนใจหินที่สุดยังต้องหลั่งน้ำตา
"วันนี้ถ้าไม่ให้ความเป็นธรรมกับเราสองพี่น้อง ต่อให้ต้องไปฟ้องร้องถึงวังจื่อเซียว เราก็จะไป!"
เจาทิศและจุ่นถีเดิมทีกะจะหนีแล้ว แต่ดันพบว่าพวกทงเทียนหาหลักฐานไม่ได้
งั้นพวกเขาก็ไม่ต้องเกรงใจแล้ว
เจ้าเย่ อู้ ขัดขวางแผนการนิกายตะวันตกมาหลายครั้ง คราวนี้ต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบ
แก้แค้นให้สาสม
ความคับแค้นที่สั่งสมมา ต้องระบายออกไปให้หมดในคราวนี้
เจ้าแม่หนี่วาเงียบกริบ หยวนสื่อเทียนจุนขมวดคิ้วแต่ไม่พูดอะไร
จอมเซียนทงเทียนแววตาลุกโชนด้วยไฟโทสะ อยากจะเผาสองนักบุญตะวันตกให้เป็นจุณ
แต่สุดท้าย ก็ได้แต่กำหมัดแน่น
เรื่องนี้ เย่ อู้ พลาดจริงๆ ถ้าเจาทิศและจุ่นถีไม่โผล่มา เรื่องก็คงถูไถผ่านไปได้
แต่ทว่า...
แม้แต่เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ ตอนนี้ก็กลั้นหายใจ รอดูบทสรุป
เหตุการณ์พลิกไปพลิกมา สนุกตื่นเต้นจริงๆ
จู่ๆ เย่ อู้ ก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น แววตาล้อเลียนฉายชัดเจนแบบไม่ปิดบัง
"ท่านนักบุญเจาทิศ ท่านนักบุญจุ่นถี พวกท่านคิดว่ากินข้าลงแล้วจริงๆ หรือ?"
"หรือพวกท่านคิดจริงๆ ว่า สิ่งที่พวกท่านทำ มันไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย?"
เย่ อู้ ไม่สนใจสองนักบุญตะวันตก หันกลับไปมองไป๋เจ๋ออีกครั้ง
ยิ้มแบบไม่มีเสียง
"เข้าฝันไร้ลักษณ์ ฝากจิตไว้ในความว่างเปล่า เป็นวิชาที่ยอดเยี่ยมจริงๆ นะ"
ไป๋เจ๋อหน้าถอดสีทันควัน
"ท่านอาทั้งสอง ไม่ทราบว่าข้าพูดแบบนี้ พวกท่านฟังรู้เรื่องไหม"
สีหน้าของเจาทิศและจุ่นถี เริ่มคุมไม่อยู่แล้ว
เจาทิศจ้องเขม็งไปที่เย่ อู้ ในใจเกิดคลื่นยักษ์สึนามิซัดกระหน่ำ
เจ้านั่นรู้ได้ยังไง?!
หรือว่า...
ความคิดเหลือเชื่อผุดขึ้นในสมองส่วนลึกของเจาทิศ
จุ่นถีเองก็นึกอะไรบางอย่างได้ สีหน้าไม่ต่างจากเจาทิศ
จอมเซียนทงเทียนเหมือนจะนึกอะไรออก เริ่มเข้าใจสิ่งที่เย่ อู้ จะสื่อ
"เจ้ามั่นใจนะ?"
"อาจารย์ ในโลกหงฮวงตอนนี้ นอกจากท่านอาจารย์อาเจาทิศแล้ว คนที่เชี่ยวชาญวิชานี้ที่สุด ก็คือศิษย์คนนี้นี่แหละ"
"บังเอิญจัง ที่ข้ามีพรสวรรค์ในการฝึกคัมภีร์หัวใจมหาฝัน จนฝึกไปถึงขั้นสูงส่ง อืม... ประมาณว่าสูงกว่าที่พวกท่านคิดไปอีกนิดหน่อย แล้วก็บังเอิญจับสัมผัสคลื่นพลังนักบุญในโลกความฝันของไป๋เจ๋อได้พอดี"
"ถ้าในโลกหงฮวงยังมีคนอื่นที่เก่งวิชานี้ขนาดนี้ และบังเอิญเป็นนักบุญอีก ก็คงตัดชื่อท่านอาจารย์อาเจาทิศออกไปได้"
คำพูดของเย่ อู้ ไม่พูดซะยังดีกว่า พูดจบปุ๊บ เท่ากับตอกฝาโลงความผิดของเจาทิศทันที
ในโลกนี้มันจะมีความบังเอิญซ้อนบังเอิญขนาดนั้นได้ยังไง
ชั่วพริบตา สายตาของนักบุญทุกคนล็อกเป้าไปที่เจาทิศและจุ่นถี
"เจ้าพูดพล่อยๆ!"
จุ่นถีด่ากราด แต่ภายใต้สายตากดดันของเหล่านักบุญ ก็เริ่มลนลาน แต่ยังทำใจดีสู้เสือ
เรื่องนี้ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด
ขืนรับ ทงเทียนฉีกอกพวกเขาแน่
"ท่านอาจารย์อาจุ่นถี จะตื่นเต้นทำไม อ้อ จริงสิ ข้าเพิ่งนึกได้ ต้องขอบคุณท่านอาจารย์อาจุ่นถีด้วยนะ"
เย่ อู้ ยิ้มร่า "ถ้าไม่ใช่เพราะท่านมอบวิธีฝึกคัมภีร์หัวใจมหาฝันให้ข้า ข้าคงไม่มีทางเชี่ยวชาญวิถีแห่งความฝันได้ขนาดนี้"
จุ่นถีอ้าปากค้าง
สีหน้าเจาทิศพังยับเยิน
จบกัน!
นี่เรียกว่ายกหินทุ่มใส่เท้าตัวเองชัดๆ ใช่ไหม?!
เจ้าแม่หนี่วาพอได้ยินแบบนั้น ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันที หลุดขำก๊ากออกมา
นางไม่สนสายตาอาฆาตของสองนักบุญตะวันตก หัวเราะอย่างเบิกบานใจ
มองเย่ อู้ ด้วยสายตาเอ็นดูยิ่งขึ้น
แค่ไท่อี้จินเซียนคนเดียว ทำให้สองนักบุญตะวันตกเสียท่าได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทั่วทั้งหงฮวง ไม่มีใครทำได้แบบนี้อีกแล้ว
หยวนสื่อเทียนจุนมองเจาทิศและจุ่นถีด้วยสายตาดูแคลน
เป็นถึงนักบุญ แอบวางแผนลับหลังก็แย่แล้ว ดันทำพลาดให้เด็กจับได้คาหนังคาเขา
โดนไท่อี้จินเซียนจับไต๋ได้ ขายขี้หน้าวงการนักบุญหมด
เหมือนกลัวว่าทุกคนจะไม่เชื่อ เย่ อู้ รีบใช้วิชาคัมภีร์หัวใจมหาฝัน ดึงเอาคลื่นพลังนักบุญที่ซ่อนอยู่ในโลกความฝันของไป๋เจ๋อออกมาโชว์ให้เห็นกันชัดๆ
หลักฐานวางอยู่ตรงหน้า ดิ้นยังไงก็ไม่หลุด
เย่ อู้ ไม่ได้ใส่ร้าย แต่มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา
เจาทิศสงบลง สายตาที่มองเย่ อู้ เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
"นึกไม่ถึงว่า ข้าจะประเมินศิษย์หลานต่ำไป เวลาสั้นๆ แค่นี้ เจ้ากลับฝึกคัมภีร์หัวใจมหาฝันได้ถึงขั้นนี้"
ความโกรธในใจเจาทิศหายไป กลายเป็นความรู้สึกอื่น
พรสวรรค์ด้านคัมภีร์หัวใจมหาฝันของเย่ อู้ เหนือจินตนาการของเขาไปไกล
พลิกหาทั่วทั้งนิกายตะวันตก ก็หาคนที่มีพรสวรรค์โดดเด่นแบบเย่ อู้ ไม่เจอ
"เย่ อู้ หากเจ้ายอมเข้าสู่นิกายตะวันตก ตำแหน่งรองเจ้าสำนัก... ไม่สิ รองเจ้าสำนักไม่คู่ควรกับเจ้า"
"ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นศาสดาที่สาม ในนิกายมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับข้าและศิษย์น้อง"
"ในวันหน้า เมื่อพวกข้าวางมือ นิกายตะวันตกทั้งหมด จะยกให้เจ้าเป็นผู้นำสูงสุด"
เย่ อู้ อึ้ง
ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
เจ้าแม่หนี่วา หยวนสื่อเทียนจุน จอมเซียนทงเทียน และเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย พอได้ยินคำพูดของเจาทิศ ก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
นี่มัน... ผิดคิวไปไกลเลยนะ?
เจาทิศ... นี่กำลังขุดกำแพงบ้านคนอื่นต่อหน้าต่อตาจอมเซียนทงเทียนเลยเรอะ
แถมข้อเสนอที่ให้ มันเวอร์วังอลังการเกินจินตนาการ
แม้นักบุญด้วยกันยังรู้สึกว่าจ่ายหนักเกินไป
นิกายตะวันตกแม้จะกันดาร แต่นั่นก็แค่คำเปรียบเทียบ
ยังไงซะก็เป็นสำนักของนักบุญ
ขุมกำลังจะอ่อนด้อยได้ยังไง
เจาทิศคงไม่ได้โดนยั่วโมโหจนสติแตกไปแล้วใช่มั้ย?!
"เจาทิศ!!!"
พอตั้งสติได้ จอมเซียนทงเทียนก็คำรามด้วยความโกรธจัด กระบี่ชิงผิงปรากฏในมือ ฟันฉับใส่เจาทิศอย่างไม่ลังเล
"วันนี้ ข้ากับเจ้า อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้!" (จบตอน)