- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นต้นชา สกิลรู้แจ้งข้ามันโกงเกินพิกัด
- บทที่ 27 - จิตสังหารของเจ้าสำนักทงเทียน
บทที่ 27 - จิตสังหารของเจ้าสำนักทงเทียน
บทที่ 27 - จิตสังหารของเจ้าสำนักทงเทียน
บทที่ 27 - จิตสังหารของเจ้าสำนักทงเทียน
ไกลออกไป ณ เขาพระสุเมรุ เจาทิศจามออกมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
สีหน้าฉงนสงสัย
ทำไมรู้สึกเหมือน... มีคนกำลังวางแผนเล่นงานเขาอยู่
แต่พอลองคำนวณดู กลับไม่พบผลลัพธ์ใดๆ ไม่ได้นึกโยงไปถึงเย่ อู้เลยแม้แต่น้อย
เขาหารู้ไม่ว่า ภายใต้การชักนำที่เขาแอบวางไว้ เย่ อู้ได้ย่อยสลายคัมภีร์หัวใจมหาฝันจนหมดสิ้นแล้ว
พรสวรรค์ระดับเทพเจ้า ได้สำแดงผลลัพธ์ที่น่าตกใจ
พูดได้เลยว่า ในนิกายตะวันตกตอนนี้ ถ้าเย่ อู้ยอมรับว่าเป็นที่สอง ก็มีแค่เจาทิศผู้คิดค้นคัมภีร์เท่านั้นที่กล้าอ้างว่าเป็นที่หนึ่ง
สถานการณ์เริ่มจะหลุดการควบคุมของสองมหาเซียนแห่งตะวันตกไปลางๆ แล้ว
ในโลกแห่งความฝัน เย่ อู้เวียนว่ายตายเกิดภพแล้วภพเล่า จิตวิญญาณถูกเคี่ยวกรำอย่างหนัก ถูกขัดเกลาอย่างบ้าคลั่ง
แม้ตะวันตกจะเป็นนิกายนอกรีต แต่ต้องยอมรับข้อหนึ่งว่า การขัดเกลาจิตใจของพวกเขานั้นได้ผลชะงัดนัก
ความชำนาญในคัมภีร์หัวใจมหาฝันของเย่ อู้ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แสดงอานุภาพที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
โลกมายาที่สร้างขึ้นในฝัน ก็แปรเปลี่ยนจนสมจริงยิ่งขึ้น
จนแทบแยกไม่ออกว่าอันไหนจริง อันไหนฝัน
ในทุกภพชาติที่เวียนว่าย เย่ อู้ตั้งเงื่อนไขบังคับให้ตัวเองข้อหนึ่ง... ศึกษาแต่พุทธธรรมเท่านั้น
ไม่ว่าชาตินั้นจะเป็นปุถุชน หรือผู้บำเพ็ญเพียร จะไม่ฝึกวิชาอื่นใด
ฝึกแต่พุทธ
ในเมื่อจะสลัดผลกระทบของคัมภีร์หัวใจมหาฝันทิ้ง ก็ต้องเลือกเดินเกมเสี่ยง
ไม่เข้าถ้ำเสือ จะได้ลูกเสือได้อย่างไร!
ภายใต้วัฏสงสารนับไม่ถ้วน ความเข้าใจในพุทธธรรมของเย่ อู้ พุ่งทะยานสู่ระดับที่น่าเหลือเชื่อ
จิตพุทธะดั้งเดิมสายหนึ่ง ได้ถือกำเนิดขึ้นในจิตวิญญาณของเย่ อู้ อย่างเงียบเชียบ
ราวกับเขาคือ ผู้มีบุญญาธิการทางพุทธะมาแต่กำเนิด!
ไม่สิ!
มันดูสมจริงยิ่งกว่านั้นเสียอีก เหมือนกับเป็นร่างอวตารของ พระพุทธเจ้าโบราณ กลับชาติมาเกิด
คือ มหาพุทธะ!
ถ้าเป็นคนอื่น มาเจอการเวียนว่ายตายเกิดแบบเข้มข้นขนาดนี้ อย่าว่าแต่จะบรรลุแก่นแท้พุทธธรรมจนเกิดจิตพุทธะดั้งเดิมเลย
มีหวังตัวตนพังทลายไปนานแล้ว
ต่อให้จิตแข็งแค่ไหน ก็ต้องติดอยู่ใน อุปสรรคแห่งการรับรู้ ตามความเชื่อของฝ่ายตะวันตก
ทั่วทั้งนิกายตะวันตก นอกจากเจาทิศแล้ว ไม่มีใครกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้
นั่นมันรนหาที่ตายชัดๆ
ต่อให้เก่งกล้าอย่างจุ่นถี ก็ยังไม่กล้าทำ
แต่ใครใช้ให้เย่ อู้มีโปรโกงล่ะ
นอกจากจะเข้าใจคัมภีร์จนทะลุปรุโปร่งแล้ว ร่างต้นของเขายังเป็นต้นชาหยั่งรู้มรรควิถี รากวิญญาณกำเนิดฟ้าที่แสนจะพิเศษ
มีความสามารถในการบันทึกวิถีหมื่นพัน บันทึกกฎเกณฑ์แห่งเต๋า โดยไม่ถูกกฎเกณฑ์เหล่านั้นกลืนกิน นี่เป็นความสามารถที่เหลือเชื่อสุดๆ
เอาตรรกะทั่วไปมาวัดไม่ได้
แม้แต่มหาเซียนยังไม่กล้าทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้
แต่พอเป็นต้นชาหยั่งรู้มรรควิถี กลับทำได้ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ
บุคลิกตัวตนอื่นๆ ที่เกิดจากการเวียนว่ายตายเกิด ในทุกครั้งที่เย่ อู้ตื่นจากภพชาติ ยังไม่ทันจะได้ออกฤทธิ์ ก็โดนต้นชาหยั่งรู้มรรควิถีบดขยี้ทิ้งจนเกลี้ยง
ตรึงตัวตนที่แท้จริงเอาไว้แน่น เหลือทิ้งไว้เพียงประสบการณ์ทางพุทธธรรมอันบริสุทธิ์หลังจบการเวียนว่ายตายเกิดเท่านั้น
ภัยแฝงของคัมภีร์หัวใจมหาฝัน สำหรับเย่ อู้แล้ว ไม่มีผลเลยสักนิด
แม้จิตของเย่ อู้จะยังวนเวียนอยู่ในโลกความฝัน แต่จิตพุทธะดั้งเดิมสายนั้นได้สะท้อนกลับมายังร่างจริงของเขาแล้ว
จุดนี้ แม้แต่เย่ อู้ก็ห้ามไม่ได้
แสงธรรมริบหรี่ค่อยๆ ปรากฏขึ้น
โดยมีเย่ อู้เป็นศูนย์กลาง ราวกับได้เนรมิต แดนพุทธเกษตรบนดิน มีพระพุทธองค์เทศนา มีเหล่าภิกษุสวดมนต์
เหมือนกับแดนสุขาวดีไม่มีผิดเพี้ยน
"หืม"
วันหนึ่ง ณ ตำหนักปี้โหยว ทงเทียนขมวดคิ้วฉับ เหมือนสัมผัสอะไรบางอย่างได้ สายตามองตรงไปยังทิศทางถ้ำที่พักของเย่ อู้โดยสัญชาตญาณ
"ทำไมทางฝั่งเย่ อู้ ถึงมีกลิ่นอายนิกายตะวันตก"
วินาทีถัดมา เขาก็เห็นแสงธรรมแห่งพุทธะดั้งเดิมที่ส่องสว่างออกมาจากตัวเย่ อู้
แม้จะยังอ่อนจาง แต่กลับดูเจิดจ้าบาดตา
เกือบจะแทงตาเจ้าสำนักทงเทียนบอด
"......"
เครื่องหมายคำถามล้านตัว ผุดขึ้นมาเต็มหัวทงเทียน เล่นเอามึนตึ้บ
บนตัวเย่ อู้ มีแสงธรรมได้ยังไง
ดูทรงแล้ว ชัดเจนว่าต้องมีการบำเพ็ญพุทธธรรมจนแก่กล้า ถึงจะสร้างปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติแบบนี้ได้
ถ้าใช้คำพูดของฝ่ายตะวันตก ก็คือ สันดานพุทธะ หรือมีเค้าโครงของ พุทธผล แล้ว
แต่ว่า เจ้าศิษย์คนเล็กของเขา ไปแอบฝึกวิชาฝ่ายตะวันตกตั้งแต่เมื่อไหร่
เขาที่เป็นอาจารย์ ทำไมไม่รู้เรื่องเลยสักนิด
ทงเทียนคิดจะเรียกเย่ อู้มาสอบสวนให้รู้ดำรู้แดง แต่พอเห็นว่าเย่ อู้ยังปิดด่านฝึกตนอยู่ ก็ลังเล
คิ้วขมวดมุ่น
ภายใต้อำนาจแห่งเต๋า มหาเซียนย่อมมีความสามารถหยั่งรู้ฟ้าดิน แต่ถ้าไม่ได้จงใจส่องดู ก็อาจจะมองข้ามไปได้เหมือนกัน
ตอนนี้ พอจับสังเกตความผิดปกติของเย่ อู้ได้ ทงเทียนก็เพ่งมองอย่างละเอียด แล้วก็ต้องตกใจที่พบว่า การปิดด่านฝึกตนของเย่ อู้ คือการ เข้าฝัน
ใช้วิธีเข้าฝันในการฝึกตน
วิชาแบบนี้...
"คัมภีร์หัวใจมหาฝันของเจาทิศ!"
ทงเทียนมองทะลุถึงแก่นแท้ทันที คิ้วขมวดแน่นกว่าเดิม
"ด้วยนิสัยของเจ้าเด็กเย่ อู้ ต่อให้คิดจะฝึกวิชาฝ่ายตะวันตก ก็ไม่มีทางที่จะไม่บอกข้าก่อน"
"ต้องมาถามข้าก่อนแน่ๆ พอข้าอนุญาต ถึงจะไปฝึก"
เขาถามใจตัวเองดู เขารู้นิสัยเย่ อู้ดี
เจ้าเด็กนั่น ภายนอกดูอ่อนน้อมถ่อมตน แต่ลึกๆ ในใจมีความหยิ่งผยองสูงมาก
ไม่ว่าจะมองสิ่งใด ก็มักจะมองด้วยสายตาของผู้ท่องเที่ยวในโลกหล้า
แม้แต่ตอนอยู่ต่อหน้ามหาเซียนอย่างเขา ก็ยังมีอาการแบบนี้
คล้ายกับพวกเขามหาเซียน ที่มองดูสรรพสัตว์จากเบื้องบน
ถึงเจ้าตัวจะเก็บอาการได้ดี แต่ก็ปิดเขาไม่มิด
ด้วยทัศนคติแบบนี้ เย่ อู้ไม่มีทางที่จะไปแอบฝึกวิชาฝ่ายตะวันตกแบบลับๆ ล่อๆ แน่นอน
อีกอย่าง วิชาฝ่ายตะวันตกถึงจะมีดี แต่เมื่อเทียบกับวิชาเซียนสามสำนักแล้ว ยังห่างชั้นกันอยู่
ช่องว่างมันชัดเจน
เว้นเสียแต่ว่า...
"จุ่นถี!"
"เจาทิศ!"
ทงเทียนนึกถึงความเป็นไปได้หนึ่งขึ้นมาทันที สีหน้าดำทะมึนลงในพริบตา
ความแค้นพุ่งปรี๊ดจนต้องกัดฟัน
พลังมหาเซียนพุ่งทะยานเสียดฟ้า อำนาจแห่งเต๋าหมุนวน ปัดเป่าหมอกควัน บังเกิดภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเย่ อู้ก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน
ตอนที่เย่ อู้ขึ้นสวรรค์ ดันไปเข้าตาจุ่นถีเข้าให้
โดนบังคับยัดเยียดคัมภีร์หัวใจมหาฝัน
แถมยังใช้อำนาจมหาเซียน แทรกแซงความทรงจำของเย่ อู้ ผ่านทางกฎแห่งกรรม
ทำให้เย่ อู้แม้ใจอยากจะบอกเขา แต่ก็จนปัญญา ต้องจำใจฝึกคัมภีร์หัวใจมหาฝันอย่างเลี่ยงไม่ได้
[จบแล้ว]