- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นต้นชา สกิลรู้แจ้งข้ามันโกงเกินพิกัด
- บทที่ 23 - มรดกตกทอดจากราชาเผ่ามาร
บทที่ 23 - มรดกตกทอดจากราชาเผ่ามาร
บทที่ 23 - มรดกตกทอดจากราชาเผ่ามาร
บทที่ 23 - มรดกตกทอดจากราชาเผ่ามาร
ในสงครามครั้งใหญ่ระหว่างเผ่าลิขิตและเผ่ามาร มีค่ายกลสองชุดที่ทำให้ทั่วทั้งโลกหงวงฮวงต้องสั่นสะเทือน
หนึ่งคือ ค่ายกลสิบสองอสูรบรรพกาล ของเผ่าลิขิต ที่รวบรวมพลังของสิบสองจอมอสูรจนสามารถจำแลงกายเป็นมหาเทพผานกู่ได้
ตอนที่มันปรากฏขึ้นครั้งแรก แม้แต่ปู่หงจวินผู้เป็นบรมครูแห่งเต๋ายังต้องเสียท่าเล็กน้อย
อีกหนึ่งย่อมหนีไม่พ้น ค่ายกลมหาดาราจักรวาล ที่จักรพรรดิมารตี้จวินใช้สมบัติวิเศษ เหอถูและลั่วซู สร้างขึ้น
สามารถต่อกรกับค่ายกลสิบสองอสูรบรรพกาลได้อย่างสูสี
เพียงแต่ว่า เมื่อทั้งสองเผ่าล่มสลาย ค่ายกลสังหารระดับตำนานทั้งสองนี้ก็สาบสูญไป
เย่ อู้คิดไม่ถึงเลยว่า เซอร์ไพรส์ชิ้นโตที่ต้นพฤกษาดาราจักรวาลมอบให้ จะเป็นค่ายกลมหาดาราจักรวาล
ถึงจะเป็นแค่เศษเสี้ยวส่วนหนึ่งของค่ายกล แต่มันก็น่ากลัวมากแล้ว
ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้ ต่อให้เอาค่ายกลฉบับสมบูรณ์มากางตรงหน้า เขาก็คงสร้างมันขึ้นมาไม่ได้
"เซอร์ไพรส์กันแบบไม่ให้ตั้งตัวเลยนะเนี่ย"
เย่ อู้ถอนหายใจยาว สีหน้าดูพิกล
สองจักรพรรดิมารแห่งยุคนั้นวางแผนครองจักรวาล ปักธงดาราหลัก 365 ต้นไว้บนดวงดาวหลัก และใช้ธงดาราย่อยนับล้านปักไว้ทั่วจักรวาล เพื่อควบคุมพลังดาราทั้งหมด
แต่พวกเขาคงคาดไม่ถึงว่า จักรวาลหงวงฮวงจะแอบบันทึกรูปแบบค่ายกลนี้เอาไว้แบบเงียบๆ
ในฐานะลูกรักแห่งโชคชะตาของจักรวาล จิตวิญญาณของจักรพรรดิจื่อเวยผู้ล่วงลับ ย่อมได้รับข้อมูลวิธีเดินค่ายกลมหาดาราจักรวาลมาด้วย
น่าเสียดายที่ในสงครามครั้งสุดท้าย จิตวิญญาณนั้นแตกสลายไปมาก ทำให้ค่ายกลที่ตกทอดมาถึงมือเย่ อู้ ไม่สมบูรณ์
"ถึงจะขาดๆ เกินๆ ไปบ้าง แต่แค่นี้ก็พอแล้ว"
ต้นพฤกษาดาราจักรวาลค่อยๆ หดตัวลง แม้จะทำให้ดวงดาวรอบข้างเกิดความเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่เย่ อู้ก็ช่วยอำพรางไว้ ทำให้ไม่มีใครผิดสังเกต
คนอื่นคงคิดว่าเย่ อู้เพิ่งรับตำแหน่ง เลยทดลองพลังจนเกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้น
น้ำเต้าโกลาหลส่องแสงวาบ ดูดกลืนต้นพฤกษาดาราจักรวาลเข้าไป
ทันทีที่เข้าไปข้างใน ต้นไม้ยักษ์ก็เริงร่า ดูดซับปราณโกลาหลอย่างบ้าคลั่ง
เหมือนกับต้นชาหยั่งรู้มรรควิถีเปี๊ยบ ปรับตัวได้ทันทีไม่มีงอแง
เห็นแบบนี้ เย่ อู้ถึงได้วางใจ หันกลับมาสนใจค่ายกลมหาดาราจักรวาลต่อ
"พอมีเจ้านี่แล้ว ฉันก็จะควบคุมพลังดาราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เข้าถึงแก่นแท้ของอำนาจเทพได้ลึกซึ้งกว่าเดิม"
"เพียงแต่ว่า..."
พอนึกถึงวัตถุดิบที่ต้องใช้สร้างธงดาราสำหรับค่ายกล เย่ อู้ก็ขนลุกซู่
ว่ากันว่า ขนาดคลังสมบัติของสวรรค์เผ่ามารในตอนนั้น ยังสร้างธงดาราได้แค่ชุดเดียว ไม่มีปัญญาจะสร้างชุดที่สอง
ไม่อย่างนั้น ใครจะเป็นผู้ชนะในสงครามลิขิตมาร ก็ยังพูดยาก
ด้วยทรัพย์สินของเย่ อู้ในตอนนี้ เต็มที่ก็สร้างได้แค่ธงดาราย่อย ส่วนธงดาราหลัก... จนปัญญาครับ
"ช่างเถอะ ทำความเข้าใจเศษเสี้ยวค่ายกลนี้ให้ทะลุปรุโปร่งก่อนแล้วกัน"
"ส่วนเรื่องสร้างธงดารา..."
เย่ อู้คิดถึงอาจารย์สุดที่รักขึ้นมาทันที
ศิษย์เดือดร้อน อาจารย์ก็ต้องช่วยสิครับ
ลองไป "ขอความอนุเคราะห์" จากอาจารย์ทงเทียนดูดีกว่า
"ฮัดชิ้ว!"
ณ ตำหนักปี้โหยว ทงเทียนจามออกมาโดยไม่มีสาเหตุ
"ใครนินทาข้า"
พอลองคำนวณดู ผลลัพธ์กลับชี้เป้าไปที่ศิษย์คนเล็ก... เย่ อู้
ทงเทียน "......???"
เจ้าเด็กนี่ขึ้นไปบนสวรรค์แล้วไปก่อเรื่องอะไรอีก
ทงเทียนเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที
แล้วเขาก็พบว่า...
ลิขิตฟ้ากลับคลุมเครือ จนแม้แต่เขที่เป็นมหาเซียนยังคำนวณไม่ออกชั่วขณะ
ไม่เพียงเท่านั้น เขาหาตำแหน่งที่แน่นอนของเย่ อู้ไม่เจอ รู้แค่ว่ายังอยู่ในห้วงจักรวาล
"น่าสนใจแฮะ หรือว่าไปเจอวาสนาอะไรเข้าอีก หรือว่าปรากฏการณ์ดาววิปริตก่อนหน้านี้ จะเป็นฝีมือเจ้านั่น"
พอตรวจดูแล้วไม่พบอันตรายใดๆ ทงเทียนก็โบกมือ กวนลิขิตฟ้าให้ยุ่งเหยิงยิ่งกว่าเดิม
ช่วยปิดบังความลับให้ลูกศิษย์ไปก่อน
วันเวลาผ่านไป เฮ่าเทียนกลับมาจากสระเหยาฉือ ก็ถามไท่ไป๋จินซิงเรื่องเย่ อู้
ไท่ไป๋จินซิงทำหน้าปูเลี่ยนๆ รายงานว่า ตั้งแต่เย่ อู้เข้าไปในจักรวาล ก็มุดเข้าดาวจื่อเวยไปเลย ยังไม่ออกมา
เขาเองก็กลัวจะไปละลาบละล้วงเกินงาม เลยไม่ได้เข้าไปดูละเอียด
"หืม"
เฮ่าเทียนชะงักไปนิดหนึ่ง ลองส่งกระแสจิตไปดูที่ดาวจื่อเวย
แต่กลับโดนหมอกสีม่วงหนาทึบขวางกั้นไว้
นั่นคือพลังแห่งดาวจักรพรรดิ
"กระตุ้นพลังดาวจื่อเวยได้เร็วขนาดนี้ แถมยังใช้อำนาจของมหาจักรพรรดิจื่อเวยปิดกั้นการมองเห็นได้แล้ว เข้ากันได้ดีจริงๆ"
"ดูท่าข้าจะเลือกคนถูกแล้วสินะ"
เฮ่าเทียนหัวเราะร่า ไม่ได้สนใจดาวจื่อเวยอีก
หันไปถามถึงความเคลื่อนไหวฝั่งหนานจี๋เซียนเวิงแทน
"สำนักสกัดสวรรค์ได้ตำแหน่งหกราชันย์ไปหนึ่งที่ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกสำนักอธิบายธรรมจะนั่งติดเก้าอี้"
เย่ อู้นั่งขัดสมาธิอยู่ในค่ายกลของต้นพฤกษาดาราจักรวาล ตั้งใจศึกษารูปแบบค่ายกลมหาดาราจักรวาลส่วนนั้น
ไม่นานเขาก็เข้าใจโครงสร้างของมันอย่างถ่องแท้
ตูม!
ลวดลายค่ายกลปรากฏขึ้น โดยมีเย่ อู้เป็นจุดศูนย์กลาง แผ่ขยายออกไปรอบทิศ
ก่อตัวเป็นโครงสร้างค่ายกลอย่างรวดเร็ว
ดวงดาวนับไม่ถ้วนประดับประดาอยู่ในค่ายกล หมุนวนอย่างเชื่องช้า
ทุกการหมุนวน จะดูดซับแสงดาวเข้มข้นเข้ามา
ส่วนเย่ อู้ที่อยู่ตรงกลาง เปรียบเสมือนเทพเจ้าแห่งดวงดาว พลิกฝ่ามือควบคุมพลังแห่งจักรวาล
เคลื่อนย้ายดวงดาว พลิกฟ้าสังหารเซียน!
"ฟู่ว~"
เย่ อู้ลืมตาขึ้น พ่นลมหายใจออกยาวๆ แววตาฉายแววยินดี "ในที่สุดก็เข้าใจค่ายกลส่วนนี้จนหมดเปลือก"
"สมกับเป็นค่ายกลสังหารอันดับต้นๆ ของโลก อานุภาพน่ากลัวจริงๆ"
"ขนาดเป็นแค่เศษเสี้ยวค่ายกลที่สร้างจากพลังเวทเพียวๆ ยังรุนแรงขนาดนี้ ถ้าเป็นค่ายกลฉบับสมบูรณ์จะขนาดไหนกัน"
เย่ อู้เริ่มวาดฝัน
มีของดีแบบนี้อยู่ในมือ ในมหครามผนึกเทพที่กำลังจะมาถึง เขาอาจจะมีโอกาสฉกฉวยผลประโยชน์ได้มากขึ้น
"ไม่รีบ ไม่รีบ ในเมื่อได้ส่วนหนึ่งมาแล้ว ส่วนที่เหลือ เดี๋ยวก็ได้มาเองแหละ"
"ในมือของเศษเดนคนนั้น น่าจะมีวิธีสร้างค่ายกลฉบับสมบูรณ์อยู่!"
"เจ้านั่นฝีมือไม่ธรรมดา แถมยังมีแบ็คดี ตอนนี้ยังไม่เหมาะจะลงมือ เดี๋ยวคนจะครหา ไว้รอเริ่มมหครามผนึกเทพก่อนเถอะ ค่อยไปจัดหนักมันสักที"
[จบแล้ว]