เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 - วางแผนรับมือสงครามแต่งตั้งเทพเจ้า

บทที่ 13 - วางแผนรับมือสงครามแต่งตั้งเทพเจ้า

บทที่ 13 - วางแผนรับมือสงครามแต่งตั้งเทพเจ้า


บทที่ 13 - วางแผนรับมือสงครามแต่งตั้งเทพเจ้า

เย่ อู้ มีร่างต้นเป็นต้นชาหยั่งรู้มรรควิถี แต่โชคร้ายระดับตกลงมาจากขั้นสุดยอดเหลือแค่ขั้นสูง ส่วนเจ้าน้ำเต้าโกลาหลนี่ก็ชะตาเดียวกัน ควรจะเป็นของวิเศษขั้นสุดยอด แต่ดันขาดสารอาหารเลยเหลือแค่ระดับสูง

ถือว่าเป็นคู่หูตกอับที่โดนสวรรค์อิจฉาเหมือนกันเปี๊ยบ

นี่คงเป็นพรหมลิขิตบางอย่างสินะ

พอเอาต้นชาหยั่งรู้ฯ ใส่เข้าไปในน้ำเต้าโกลาหลปุ๊บ เจ้าต้นชาก็ทำตัวเหมือนแมวได้กลิ่นปลาทู รากไม้นับไม่ถ้วนยืดขยายออกไป แทงทะลุเข้าไปดูดซับปราณโกลาหลกำเนิดฟ้าอย่างบ้าคลั่ง

ถ้าเป็นปราณโกลาหลดิบๆ ข้างนอก ต้นชาคงเน่าตายไปแล้ว แต่ปราณในน้ำเต้านี้ผ่านการกรองมาแล้ว เลยกลายเป็นปุ๋ยชั้นดี

"เดี๋ยวนะ นี่มัน..."

เย่ อู้ ตกใจตาโต เขาพบว่าพอต้นชาดูดซับปราณโกลาหลเข้าไป แก่นแท้รากวิญญาณที่เคยเสียหาย มันเริ่มขยับ! ส่วนที่แหว่งวิ่นไปกำลังได้รับการซ่อมแซม

ถึงจะช้าเหมือนเต่าคลาน แต่มันซ่อมได้จริง!

ความหมายของเรื่องนี้ เย่ อู้ รู้ดียิ่งกว่าใคร

นอกจากโชคชะตาของสำนักแล้ว ปราณโกลาหลในน้ำเต้านี้ก็ช่วยรักษาเขาได้เหมือนกัน

เซอร์ไพรส์ก้อนโตเลยแฮะ

"มิน่าล่ะ ตอนได้น้ำเต้านี้มา ต้นชาในหัวถึงได้ดี๊ด๊าผิดปกติ"

แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่มันส่งผลมาถึงร่างมนุษย์ของ เย่ อู้ ด้วย

ทำให้รากฐานของเขาแน่นปึ้กขึ้นไปอีก

เย่ อู้ เลือกเส้นทางที่จะเก็บร่างต้นไว้ ไม่ทิ้งไปไหน ทั้งร่างคนและร่างต้นเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว

ต่างจากจอมเซียนจุ่นถีแห่งนิกายตะวันตก รายนั้นร่างต้นเป็นต้นโพธิ์ทอง แต่พอแปลงร่างแล้ว ดันเอาร่างต้นไปหลอมรวมกับของวิเศษเจ็ดอย่าง กลายเป็นอาวุธประจำกายชื่อ "ต้นไม้เจ็ดสมบัติ" ซะงั้น

ไอ้ต้นไม้นั่นโหดขิงๆ ปัดเป่าได้ทุกสรรพสิ่งในโลกหล้า ว่ากันว่าในอนาคตตอนสงครามแต่งตั้งเทพเจ้า มันหวดจนกระบี่ชิงผิงของจอมเซียนทงเทียนหักสะบั้น อานุภาพร้ายกาจสุดๆ

แต่ เย่ อู้ ไม่อยากทำแบบนั้น

รากวิญญาณก็คือรากวิญญาณ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โตไปด้วยกันดีกว่า

เหมือนมหาเซียนหยางเหมยไง

เพราะงั้น การที่ต้นชาอัปเกรด ร่างกายของเขาก็เลยอัปเกรดตามไปด้วย

สองทางเลือกนี้ไม่มีถูกผิด แล้วแต่ใครชอบแบบไหน

"ฝากร่างต้นไว้ในน้ำเต้าโกลาหลก่อนละกัน รอดูว่าจะฟื้นฟูได้แค่ไหน จะกู้คืนแก่นแท้ที่เสียไปกลับมาได้ครบไหม"

บนต้นชาหยั่งรู้ฯ เสียงแห่งมรรควิถีดังก้องกังวาน วิชาเซียนสามสายหมุนวนรอบต้น ช่วยเร่งกระบวนการย่อยสลายปราณโกลาหล

ได้ผลดีกว่าใช้วิชาเซียนบริสุทธิ์อย่างเดียวเยอะเลย

เย่ อู้ แอบหวังลึกๆ แต่ก็ไม่ได้ทุ่มสุดตัว

แก่นแท้รากวิญญาณระดับนี้ ถ้าซ่อมง่ายๆ ก็คงไม่เรียกว่าของวิเศษแล้ว

ขนาดจอมเซียนทงเทียนยังจนปัญญา บอกว่าต้องพึ่งวาสนาของเจ้าตัวเอาเอง

หรือไม่ก็ต้องรอให้บรรลุเป็นมหาเทพผู้หลุดพ้น หรือเป็นมหาเซียนก่อน ถึงจะซ่อมได้สมบูรณ์

พอเช็กสรรพคุณน้ำเต้าโกลาหลเรียบร้อย เย่ อู้ ก็จับน้ำเต้าน้ำไฟโยนตามเข้าไปด้วย

ยืมปราณโกลาหลมาบ่มเหล้าในน้ำเต้าสักหน่อย

เหล้านี้ของดีทั้งนั้น

อาจารย์อยากกินเหรอ?

หึหึ รอไปก่อนนะครับท่าน

พอนับสมบัติในตัว เย่ อู้ ยิ้มแก้มแทบแตก ตอนนี้มีของวิเศษกำเนิดฟ้าสี่ชิ้น ยาทองคำอีกหนึ่งเม็ด ล้วนแต่เป็นของท็อปเกรดทั้งนั้น

มองไปทั่วแดนบรรพกาล อย่าว่าแต่ศิษย์รุ่นสามเลย แม้แต่ศิษย์รุ่นสองด้วยกัน คนที่มีสมบัติขนาดนี้ก็นับหัวได้

คลังสมบัติเคลื่อนที่ชัดๆ

"ตอนนี้ทุนรอนพร้อมแล้ว ต่อไปก็ต้องวางแผนอนาคตกันหน่อย"

เย่ อู้ เคาะนิ้วเบาๆ คำนวณหมากที่จะเดินต่อไป

"รอบนี้ถึงจะไปกระตุกหนวดเสือสำนักอธิบายธรรมมา แต่กำไรที่ได้ก็คุ้มค่า ปิดยอดขาดทุนได้สบาย"

อีกอย่าง พอสงครามเริ่ม ยังไงความสัมพันธ์ระหว่างสำนักสกัดสวรรค์กับสำนักอธิบายธรรมก็ต้องพังอยู่แล้ว

นี่คือลิขิตฟ้าที่ใครก็ฝืนไม่ได้

จะรักษาน้ำใจกันไปก็ไร้ประโยชน์

"เมื่อก่อนไม่มีโอกาสเพราะฝีมือไม่ถึง แต่ตอนนี้แปลงร่างแล้ว เป็นอิสระแล้ว แถมมีป้ายทองคำอย่างฐานะศิษย์สายตรงมหาเซียนคุ้มหัว นี่แหละไพ่ตายใบสำคัญที่สุดในตอนนี้"

ต้องใช้ไพ่ใบนี้ให้คุ้มค่าที่สุด

จะให้เอาสปอยล์หนังเรื่องสงครามเทพเจ้าไปบอกจอมเซียนทงเทียน หวังให้ท่านวางแผนรับมือล่วงหน้า บอกเลยว่าเป็นไปไม่ได้

จอมเซียนทงเทียนตอนนี้ยังโลกสวยอยู่มาก ต้องรอให้โดนรุมกินโต๊ะ จนสำนักล่มสลายก่อนนั่นแหละ ถึงจะตาสว่างและเข้าใจความโหดร้ายของโลกความจริง

"พึ่งอาจารย์ไม่ได้ ก็ต้องพึ่งตัวเองแล้วล่ะ"

เย่ อู้ ตาลุกวาว มองไปทางสวรรค์ชั้นสามสิบสาม

"สงครามแต่งตั้งเทพเจ้า แม้จะเป็นลิขิตฟ้า แต่ท่านอาเฮ่าเทียนคนนี้ ก็มีบทบาทสำคัญไม่น้อย ยืมมือสงครามมากอบโกยผลประโยชน์ให้ตัวเองได้เพียบ"

ชนวนเหตุของสงคราม ก็มาจากเฮ่าเทียนไปร้องห่มร้องไห้ฟ้องปู่หงจวินว่าสวรรค์ขาดคนทำงาน บริหารสามโลกไม่ไหว

ศิษย์สามสำนักที่โดนส่งไป ก็ไปแบบแกนๆ ฟังคำสั่งอาจารย์อย่างเดียว ไม่ฟังคำสั่งเฮ่าเทียน ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน "ข้าเป็นศิษย์มหาเซียน เจ้าจะทำไม"

นอกจากจะไม่ช่วยงานแล้ว ยังไปขัดแข้งขัดขาเขาอีก

ทำงานไม่เป็น ส้างปัญหาเก่ง

เฮ่าเทียนในตอนนี้ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเจ้าสามโลก เป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ แต่จริงๆ แล้วก็แค่แม่ทัพไร้ทหาร น่าสงสารจะตาย

กว่าจะกลายเป็นมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ สั่งซ้ายหันขวาหันได้ดั่งใจ ยังต้องฝ่าฟันอีกเยอะ

"ในเมื่อสวรรค์ขาดคน งั้นข้าจะเสนอหน้าไปเอง"

เย่ อู้ ยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาฉายแววเจ้าแผนการ

ตอนนี้เหล่ามหาเซียนยังไม่ได้ไปประชุมที่ตำหนักม่วง แสดงว่าเฮ่าเทียนยังไม่ได้ไปฟ้องปู่

สวรรค์ตอนนี้ยังว่างงานเพียบ ตำแหน่งเทพแจ่มๆ ยังไม่มีคนจับจอง

โอกาสทองของเขามาถึงแล้ว

แต่งตั้งเทพเจ้า ก็คือการแต่งตั้งข้าราชการสวรรค์นั่นแหละ

ถ้าไปรอให้โดนใส่ชื่อในบัญชีเทพเจ้า ถึงจะได้เป็นเทพ แต่ก็โดนแส้ตีเทพคุมประพฤติ โดนเฮ่าเทียนโขกสับ

เส้นทางเทพเจ้าสายนั้น มันทางตัน

ไม่ได้เป็นเซียนอิสระอีกต่อไป ระดับพลังก็ตันอยู่แค่นั้น

แต่ทว่า...

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 13 - วางแผนรับมือสงครามแต่งตั้งเทพเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว