- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 1810 - ศึกภายในเผ่าอริยะ การตัดสินใจของราชาไท่ซวี และละครฉากใหญ่ที่กำลังจะเริ่ม
บทที่ 1810 - ศึกภายในเผ่าอริยะ การตัดสินใจของราชาไท่ซวี และละครฉากใหญ่ที่กำลังจะเริ่ม
บทที่ 1810 - ศึกภายในเผ่าอริยะ การตัดสินใจของราชาไท่ซวี และละครฉากใหญ่ที่กำลังจะเริ่ม
บทที่ 1810 - ศึกภายในเผ่าอริยะ การตัดสินใจของราชาไท่ซวี และละครฉากใหญ่ที่กำลังจะเริ่ม
หลังจากจวินเซียวเหยียนและเทพธิดาจันทราสนทนากันจบ อีซางเย่ว์ก็เข้ามา
ต่อมาเทพธิดาจันทราก็ได้พูดคุยกับอีซางเย่ว์ตามลำพังอีกครั้ง
จวินเซียวเหยียนไม่รู้ว่าพวกนางคุยอะไรกัน
รู้เพียงแต่ว่าหลังจากออกมา ท่าทีที่อีซางเย่ว์มีต่อเขาก็เปลี่ยนไปอีกแล้ว
ดูเหมือนจะมีความขัดเขินแบบหญิงสาวแรกรุ่นเพิ่มขึ้นมา
ต้องรู้ก่อนว่า อีซางเย่ว์คือภูเขาน้ำแข็งที่เลื่องชื่อของจักรวาลเสวียนหวง
การที่นางแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมาได้
เกรงว่าเทพธิดาจันทราคงจะพูดอะไรกับนางเป็นแน่
แต่เทพธิดาจันทราคงยังไม่ได้บอกตัวตนที่แท้จริงของจวินเซียวเหยียนให้อีซางเย่ว์รู้
เพราะตอนนี้สถานการณ์ยังไม่นิ่ง
"ช่วงนี้คุณชายหยกจะพักอยู่ที่เผ่าอริยะเทพจันทราหรือ" อีซางเย่ว์ถามหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง
แต่สายตาและน้ำเสียงนั้น ไม่อาจปกปิดความคาดหวังเอาไว้ได้เลย
"อืม ช่วงนี้ยังไม่มีธุระอะไร อยู่ต่อก็ได้" จวินเซียวเหยียนยิ้มบางๆ
เรื่องทางฝั่งมู่เสวียน อวิ๋นอิงลั่วน่าจะจัดการได้เรียบร้อย
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องให้เขายื่นมือเข้าไปยุ่ง
เขาแค่รอชมละครฉากใหญ่ที่เผ่าอริยะเทพจันทรา แล้วค่อยเคลื่อนไหวพร้อมกับเผ่าอริยะเทพจันทราก็พอ
ได้ยินจวินเซียวเหยียนตอบตกลง อีซางเย่ว์ก็ลิงโลดใจ
จวินเซียวเหยียนจึงเอ่ยถาม "แม่นางซางเย่ว์ ในเผ่าอริยะเทพจันทรา พอจะมีสถานที่เหมาะแก่การปิดด่านบำเพ็ญเพียรหรือไม่"
หัวใจฟ้าดินที่จวินเซียวเหยียนได้มาจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ฟ้าดินยังไม่ได้ทำการหลอมรวม
หลังจากนี้ เมื่อแดนฮุ่นมั่นคง และเผ่าจักรพรรดิพ้นเขตแดนบุกเข้ามา
ทั้งจักรวาลจะยิ่งอันตรายและวุ่นวายมากขึ้น
แม้จวินเซียวเหยียนจะไม่กลัวอะไร
แต่การยกระดับความแข็งแกร่ง ย่อมไม่ใช่เรื่องผิด
อีซางเย่ว์หลุบตาลง ใบหน้าแดงระเรื่อกล่าวว่า "หากคุณชายหยกไม่รังเกียจ ไปที่ถ้ำสวรรค์ที่พักของซางเย่ว์ก็ได้"
"ก็ดี รบกวนแม่นางซางเย่ว์แล้ว" จวินเซียวเหยียนยิ้ม
"ไม่รบกวนเลย" อีซางเย่ว์กล่าว
จากนั้น จวินเซียวเหยียนก็ไปพักอยู่ที่ถ้ำสวรรค์ของอีซางเย่ว์ชั่วคราว
และเริ่มลงมือหลอมรวมหัวใจฟ้าดิน
พลังต้นกำเนิดจักรวาลเสวียนหวงอันมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจฟ้าดิน
เพียงพอที่จะช่วยให้จวินเซียวเหยียนขยายจักรวาลภายในต่อไปได้
จวินเซียวเหยียนฝึกฝนไปพลาง รอคอยละครฉากใหญ่เริ่มแสดงไปพลาง
...
หลังจากจบเรื่องราวในเส้นทางโบราณเสวียนหวง
ข่าวอันน่าตื่นตะลึงก็แพร่สะพัดไปทั่วเก้าเขตแดนราวกับติดปีก
นอกจากเรื่องจอมมารลึกลับที่สังหารอัจฉริยะจากเผ่าต่างๆ แล้ว
เรื่องที่น่าตกใจที่สุด ก็คือเรื่องที่มู่เสวียนสังหารไท่ซวีเสี่ยวเทียนหวาง
แม้บางคนจะรู้ว่ามู่เสวียนกับไท่ซวีเสี่ยวเทียนหวางเป็นศัตรูกัน
แต่ก็คาดไม่ถึงว่ามู่เสวียนจะกล้าลงมือสังหารจริงๆ
แดนอู๋เลี่ยง คือหนึ่งในเก้าเขตแดนใหญ่ของจักรวาลเสวียนหวง
และเป็นถิ่นฐานในการปกครองของเผ่าอริยะไท่ซวี
ขณะนี้ ณ ดาวบรรพบุรุษของเผ่าอริยะไท่ซวี ภายในตำหนักโบราณอันโอ่อ่า
มีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวพวยพุ่งขึ้นมา
จิตสังหารอันเยือกเย็นราวกับจะแช่แข็งความว่างเปล่า
"บัดซบ ไอ้เด็กเหลือขอจากเผ่าอริยะมู่เทียน กล้าดียังไงถึงมาฆ่ากิเลนน้อยของเผ่าเรา!"
กึ่งจักรพรรดิแห่งเผ่าอริยะไท่ซวีผู้หนึ่ง สีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด
ไท่ซวีเสี่ยวเทียนหวาง เป็นคนในสายตระกูลของเขา
แถมในอนาคต ยังเป็นตัวเก็งที่จะได้ขึ้นเป็นประมุขเผ่าอริยะไท่ซวีคนต่อไป
แต่กลับต้องมาตกตายเช่นนี้
"มู่เสวียนผู้นั้น มีความกล้าขนาดนั้นเชียวหรือ"
ผู้อาวุโสอีกคนของเผ่าอริยะไท่ซวี สีหน้าทะมึนเช่นกัน แต่กลับมีความสงสัยเจือปน
"ต้องเป็นไอ้เด็กเหลือขอนั่นแน่นอน มีแต่มันเท่านั้นที่จะผูกใจเจ็บ" กึ่งจักรพรรดิเผ่าอริยะไท่ซวีกล่าวเสียงเย็น
เพราะในตอนนั้น เป็นพวกเขาเองที่บงการให้ไท่ซวีเสี่ยวเทียนหวางกดดันมู่เสวียน
มู่เสวียนจึงเก็บความแค้นไว้ และมองเสี่ยวเทียนหวางเป็นศัตรูคู่อาฆาต
นอกจากเขาแล้ว คนอื่นก็ไม่มีเหตุผลจำเป็นต้องทำเช่นนี้
เพียงแต่พวกเขาคิดไม่ถึงว่า มู่เสวียนจะใจกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว หากพวกเราไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ภายนอกจะคิดว่าเรากลัวเผ่าอริยะมู่เทียน"
"ใช่แล้ว ทำไมเราไม่ถือโอกาสนี้ยกทัพ บุกโจมตีเผ่าอริยะมู่เทียน ยึดครองแดนเทียนหยวนที่เป็นชิ้นปลามันเสียเลยล่ะ"
เหล่ายอดฝีมือสายเหยี่ยวของเผ่าอริยะไท่ซวีต่างเสนอแนะ
"แต่ว่า ตอนนี้ตระกูลจักรพรรดินอกจักรวาลกำลังจ้องจะตะครุบเหยื่อ อาจจะบุกเข้ามาในจักรวาลเสวียนหวงได้ทุกเมื่อ"
"หากยกทัพไปตีเผ่าอริยะมู่เทียนในเวลานี้ เกรงว่าจะไม่ค่อยเหมาะสมกระมัง"
ก็มียอดฝีมือเผ่าอริยะไท่ซวีบางส่วนที่มีความกังวล
แม้ศักยภาพของเผ่าอริยะมู่เทียนในปัจจุบัน จะเทียบกับยุคทองไม่ได้
แต่รอยเท้าอูฐที่ผอมแห้งก็ยังใหญ่กว่าม้า
ไม่ใช่ว่าจะกวาดล้างได้ง่ายๆ ไม่อย่างนั้นเผ่าอริยะไท่ซวีคงลงมือไปนานแล้ว
"แต่อัจฉริยะของเผ่าเรา จะให้ตายฟรีไม่ได้" มีคนแย้งขึ้นมา
ภายในตำหนักใหญ่ ยอดฝีมือจำนวนมากกำลังถกเถียงกัน
ในตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ประธานก็เอ่ยขึ้น "พอได้แล้ว"
"ท่านราชา..."
ยอดฝีมือทุกคนในที่นั้น ต่างหันไปมองชายวัยกลางคนผู้นั้น
เขาคือราชาแห่งเผ่าอริยะไท่ซวี ผู้คนขนานนามว่า ราชาไท่ซวี
สถานะเทียบเท่าประมุขเผ่า และเทียบเท่าเทพธิดาจันทราแห่งเผ่าอริยะเทพจันทรา
"พวกเจ้าคิดว่า ภัยคุกคามจากภายนอกกำลังประชิด ไม่สมควรทำสงคราม"
"แต่ข้ากลับมองว่า นี่เป็นโอกาสดี" ราชาไท่ซวีกล่าวเสียงเรียบ
ผู้ที่ลังเลในที่นั้น ต่างหันมองเขา
"เป็นที่รู้กันดีว่า กฎเกณฑ์ฟ้าดินของจักรวาลเสวียนหวงเรา มีแรงกดดันต่อคนนอกอย่างมหาศาล"
"ยิ่งแข็งแกร่ง ยิ่งถูกกดดันมาก"
"ดังนั้นในอดีต แม้แต่แปดตระกูลจักรพรรดินอกจักรวาล แม้จะปล้นชิงทรัพยากรในจักรวาลเสวียนหวงของเราไปบ้าง"
"แต่ก็ไม่สามารถยึดครองได้อย่างแท้จริง และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะเปิดสงครามเต็มรูปแบบกับห้าเผ่าอริยะของเรา"
"และครั้งนี้ พวกเขาก็น่าจะแค่แหย่ๆ อย่างมากก็แค่กระทบกระทั่งกันเล็กน้อย ไม่น่ากังวล"
"ส่วนเผ่าเรา ในเมื่อหาข้ออ้างได้แล้ว ก็จะปล่อยให้อัจฉริยะในเผ่าตายเปล่าไม่ได้"
"ขอเพียงยึดทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ของแดนเทียนหยวนมาได้ สถานะของเผ่าอริยะไท่ซวีก็จะมั่นคงดั่งขุนเขา"
"ต่อให้ตระกูลจักรพรรดินอกจักรวาลบุกเข้ามา เผ่าเราก็ยังนั่งบนภูดูเสือกัดกันได้"
ราชาไท่ซวีน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความมั่นใจเต็มเปี่ยม
ระดับการบำเพ็ญเพียรและความแข็งแกร่งของเขา หากมองในจักรวาลเสวียนหวง ก็นับว่าเป็นระดับแนวหน้า
"แต่ว่า หากลงมือกับเผ่าอริยะมู่เทียน อาจจะเกิดความสูญเสีย..." ผู้อาวุโสคนหนึ่งลังเล
"หึ คนที่อยากได้ชิ้นปลามันอย่างแดนเทียนหยวน ไม่ได้มีแค่เผ่าอริยะไท่ซวีของเราหรอกนะ" ราชาไท่ซวียิ้มบางๆ
"ความหมายของท่านราชาคือ..."
ทุกคนในที่นั้นเข้าใจทันที
"ถึงเวลาที่เผ่าเราลงมือ เผ่าอริยะอื่นๆ ก็คงจะเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาบ้าง"
"สุดท้าย ขอแค่เผ่าเราได้ชิ้นเนื้อที่ใหญ่ที่สุดมาก็พอแล้ว" ราชาไท่ซวีกล่าว
"ท่านราชาปรีชายิ่ง"
คราวนี้ ไม่มีใครคัดค้าน
หากเผ่าอริยะอื่นอดใจไม่ไหว
ถึงตอนนั้น เผ่าอริยะมู่เทียนคงจะต่อต้านได้ยากลำบาก
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว
ภายในเผ่าอริยะไท่ซวีก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เริ่มระดมพลและจัดทัพ
แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวเหล่านี้เป็นความลับอย่างยิ่ง
เพื่อที่จะโจมตีเผ่าอริยะมู่เทียนแบบไม่ให้ทันตั้งตัว
ส่วนทางด้านแดนเทียนหยวน ฝั่งเผ่าอริยะมู่เทียน
หลังจากมู่เสวียนกลับมา และเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เบื้องบนของเผ่าอริยะมู่เทียนฟัง
สีหน้าของพวกเขาก็เคร่งเครียดเช่นกัน
มู่เสวียนเรียกได้ว่าเป็นความหวังในการฟื้นฟูของเผ่าอริยะมู่เทียน
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดว่ามู่เสวียนจะโกหกในเรื่องนี้
เพียงแต่ การจะตามหาตัวคนที่ฆ่าไท่ซวีเสี่ยวเทียนหวางตัวจริงนั้น ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
มู่เสวียนไม่มีเบาะแสเลยแม้แต่น้อย ถูกปิดหูปิดตาโดยสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม เหล่าผู้อาวุโสของเผ่าอริยะมู่เทียนก็ยังคงนิ่งนอนใจอยู่บ้าง
เพราะพวกเขาคิดว่า ต่อให้ไท่ซวีเสี่ยวเทียนหวางตายไปแล้ว
ถึงเวลาแค่ไปขอขมา แล้วยอมเลือดตกยางออกส่งมอบทรัพยากรไปให้ ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้ว
เพราะตอนนี้ ตระกูลจักรพรรดินอกจักรวาลกำลังจะบุกเข้ามา
พวกเขาไม่คิดหรอกว่า เผ่าอริยะไท่ซวีจะกล้าลงมือกับพวกเขาในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้
[จบแล้ว]