- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 1730 - ศาสตราเซียนสำนักขงจื๊อ ม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง รวมพล ณ ศาลบรรพชนขุนเขาหลิง
บทที่ 1730 - ศาสตราเซียนสำนักขงจื๊อ ม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง รวมพล ณ ศาลบรรพชนขุนเขาหลิง
บทที่ 1730 - ศาสตราเซียนสำนักขงจื๊อ ม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง รวมพล ณ ศาลบรรพชนขุนเขาหลิง
บทที่ 1730 - ศาสตราเซียนสำนักขงจื๊อ ม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง รวมพล ณ ศาลบรรพชนขุนเขาหลิง
"นี่มัน..."
เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้าถานไถชิงเสวียนก็เกิดความสับสนงุนงง
"ฮือๆ พี่หญิงชิงเสวียน เจ้าฉู่เซียวมัน..."
ถานไถหมิงจูผละออกจากอ้อมกอดของจวินเซียวเหยียนด้วยความอาลัยอาวรณ์ แล้วพุ่งเข้าหาถานไถชิงเสวียนทันที
แม่หนูน้อยคนนี้แม้ทักษะการแสดงจะดูปลอมไปบ้าง แต่ต้องยอมรับว่าท่าทางร้องไห้กระซิกๆ นั้นดูน่าเชื่อถือพอดู
หลังจากฟังคำฟ้องของถานไถหมิงจูจบ สีหน้าของถานไถชิงเสวียนก็ฉายแววไม่สู้ดีนัก นางหันไปมองฉู่เซียวด้วยสายตาตำหนิ
"ชิงเสวียน ข้า... ไม่ใช่นะ..."
ฉู่เซียวมีปากแต่ยากจะอธิบาย
ความจริงแล้วหากลองไตร่ตรองดูดีๆ ก็อาจจะพบจุดพิรุธบางอย่าง
แต่ถานไถหมิงจูคือลูกพี่ลูกน้องของนาง เป็นญาติที่สนิทที่สุด
เมื่อถานไถหมิงจูได้รับความอยุติธรรม ถานไถชิงเสวียนย่อมไม่อาจใช้เหตุผลไตร่ตรองได้อย่างใจเย็น
ต่อให้นางจะรู้สึกว่าฉู่เซียวไม่น่าจะทำเรื่องแบบนี้
แต่อาการบาดเจ็บของถานไถหมิงจูก็เป็นความจริงที่เถียงไม่ได้
"ฉู่เซียว หรือว่าเจ้าเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ?" ในแววตาของถานไถชิงเสวียนเจือไปด้วยความผิดหวัง
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ฉู่เซียวก็ตัวแข็งทื่อไปทันที
ถานไถชิงเสวียนในตอนนี้ช่างดูทับซ้อนกับภาพถานไถชิงเสวียนในมารในใจของเขาก่อนหน้านี้เสียเหลือเกิน
ความโกรธเกรี้ยว ความไร้หนทาง และความไม่ยินยอมพร้อมใจ ปะทุขึ้นในใจของฉู่เซียว
เขาทำผิดอะไรกันแน่?
ทำไมแม้แต่ผู้หญิงที่เขารักที่สุดถึงได้เข้าใจเขาผิดเช่นนี้?
ส่วนจวินเซียวเหยียนเพียงแค่ยืนดูอยู่เงียบๆ โดยไม่สอดมือเข้าไปยุ่ง
ดูท่าแล้วสองคนนี้ต่อให้ยังไม่ถึงขั้นแตกหัก แต่ก็คงใกล้จะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันเต็มที
ในเวลานี้เอง
ส่วนลึกของมิติแดนศักดิ์สิทธิ์พลันมีกลิ่นอายประหลาดแผ่ออกมา ห้วงมิติทั้งหมดสั่นสะเทือนเบาๆ
"โอ้ หรือจะเป็นศาสตราหนักของสำนักขงจื๊อชิ้นนั้น"
จวินเซียวเหยียนดวงตาเป็นประกาย
เขาพุ่งตัวจากไปทันที
กู่ฉิงเทียนรีบติดตามไปติดๆ
ศิษย์สำนักศึกษาคนอื่นๆ ก็เช่นกัน
ถานไถชิงเสวียนจูงมือถานไถหมิงจู นางปรายตามองฉู่เซียวแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร แล้วหันหลังพุ่งทะยานจากไป
ทิ้งให้ฉู่เซียวบืนอยู่ลำพังเพียงผู้เดียว
"ข้าเปลี่ยนไปแล้วหรือ... หึหึ..."
ฉู่เซียวกำหมัดแน่น
เขากัดฟันกรอดแล้วพุ่งตัวตามไปเช่นกัน
เขาไม่มีวันยอมแพ้ที่จะปล่อยมือจากผู้หญิงของตัวเองไปง่ายๆ แบบนี้แน่!
เขาต้องไปถามถานไถชิงเสวียนให้รู้เรื่อง เขาต้องการคำตอบ!
...
มิติแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นกว้างใหญ่ไพศาล
และในส่วนลึกที่สุดมีขุนเขาหลิงหรือขุนเขาจิตวิญญาณสูงหมื่นจั้งตั้งตระหง่านอยู่
บนขุนเขาหลิงมีบันไดนับหมื่นขั้น
กลิ่นอายที่ทำให้มิติสั่นสะเทือนเมื่อครู่นี้มีต้นตอมาจากยอดเขาหลิงแห่งนี้นั่นเอง
บนยอดเขาหลิงมีสิ่งปลูกสร้างลักษณะคล้ายศาลบรรพชนตั้งอยู่
และภายในนั้นมีกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ไพศาลแผ่ออกมา
กลิ่นอายนั้นแทบจะปกคลุมไปทั่วทั้งมิติแดนศักดิ์สิทธิ์
ไม่นานนักเสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้นหลายสายในความว่างเปล่า
จวินเซียวเหยียนและคนอื่นๆ มาถึงที่นี่
เขาทอดสายตามองไปยังศาลบรรพชนบนยอดเขาหลิง
ภายในนั้นมีคลื่นปราณเฮ่าหรานอันกว้างใหญ่ดุจมหาสมุทรพวยพุ่งออกมา
อีกทั้งแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนั้นยังเหนือกว่าระดับศาสตราจักรพรรดิไปไกลโข
"ศาสตราหนักของสำนักขงจื๊อชิ้นนี้ คือศาสตราเซียน"
จวินเซียวเหยียนฉายแววประหลาดใจ
แม้เขาจะคาดเดาไว้บ้างแล้ว
แต่ก็ยังอดทอดถอนใจไม่ได้
สำนักศึกษาจี้เซี่ยสมกับเป็นสถานศึกษาระดับแนวหน้าของทะเลเจี้ยไห่ รากฐานช่างแข็งแกร่งจริงๆ
"นายน้อยอวิ๋นเซียว ท่านก็มาแล้ว..."
ร่างเงาอีกร่างหนึ่งมาถึง คือซ่งเต้าเซิงนั่นเอง
เขามองไปยังศาลบรรพชนบนยอดเขาหลิงด้วยแววตาเคารพเลื่อมใส
"ในสามศาสนา ต่างก็มีศาสตราเซียนสืบทอดประจำนิกายอยู่แห่งละหนึ่งชิ้น"
"และภายในศาลบรรพชนนั้น ก็คือศาสตราเซียนของสำนักศึกษาจี้เซี่ย ม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง"
เมื่อเอ่ยถึงม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง จิตใจของซ่งเต้าเซิงก็พลุ่งพล่าน
นี่คือศาสตราหนักสูงสุดของสำนักขงจื๊อ แทบจะเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุดของลัทธิขงจื๊อเลยทีเดียว
"พี่ซ่งเคยเห็นหรือ?" จวินเซียวเหยียนถาม
ซ่งเต้าเซิงยิ้มขมขื่นแล้วกล่าวว่า "นายน้อยอวิ๋นเซียวประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว ตั้งแต่โบราณกาลมาคนที่มีคุณสมบัติเข้าไปในศาลบรรพชนแห่งนั้นมีเพียงหยิบมือเดียว"
"อย่าว่าแต่เข้าไปในศาลบรรพชนเลย แค่ปีนขึ้นบันไดหมื่นขั้นของขุนเขาหลิงนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะทำได้แล้ว"
"ตอนนี้ในสำนักศึกษาเกรงว่าคงมีเพียงฟูจื่อไม่กี่ท่านเท่านั้นที่เคยเข้าไป"
"และม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง ก็เป็นหนึ่งในวิธีการคัดเลือกผู้สืบทอดของสำนักขงจื๊อ"
"สาเหตุที่หานผิงอันมีสถานะพิเศษ ถึงขั้นได้รับความสำคัญจากเซิ่งฟูจื่อ"
"ก็เพราะเขาเป็นคนรุ่นใหม่ของสำนักขงจื๊อที่มีคุณสมบัติมากที่สุดที่จะได้รับการยอมรับจากม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง"
คำอธิบายของซ่งเต้าเซิงทำให้จวินเซียวเหยียนเข้าใจที่มาที่ไป
หานผิงอันผู้มีหัวใจเที่ยงธรรม หากไม่มีอะไรผิดพลาดเขาก็น่าจะเป็นผู้สืบทอดของสำนักขงจื๊อ
หากจวินเซียวเหยียนไม่สอดมือเข้ามาแทรกแซง
จวินเซียวเหยียนมองไปยังศาลบรรพชนบนยอดเขาหลิงด้วยสายตาลึกล้ำ
คาดว่าจุดลงชื่อที่แท้จริงของสำนักศึกษาจี้เซี่ย น่าจะอยู่ภายในศาลบรรพชนที่เป็นแกนกลางนั่นเอง
เวลานี้พวกกู่ฉิงเทียน ถานไถชิงเสวียน ถานไถหมิงจู และฉู่เซียวต่างก็ทยอยมาถึง
อีกด้านหนึ่งเซี่ยโหวเฟิงอวิ๋นก็ปรากฏตัวขึ้นเช่นกัน
เขามองจวินเซียวเหยียนด้วยสายตาลึกล้ำ
นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะได้ประลองกับจวินเซียวเหยียน
"เซียวเหยียน..."
เสียงหวานใสเสียงหนึ่งดังขึ้น
อี้อีมาแล้ว
นางสวมใส่อาภรณ์วิหคสายรุ้ง ผมดำสลวยปลิวไสว ใบหน้างดงามล่มเมือง ดวงตากระจ่างใส ขนตายาวงอน
ดวงตาของนางในตอนนี้เป็นสีดำสนิทดุจอัญมณีสีนิล
เมื่อเห็นจวินเซียวเหยียนนางก็โถมตัวเข้ามาทันที ทำท่าทางออดอ้อนอยู่ข้างกายจวินเซียวเหยียน
เห็นฉากนี้ถานไถหมิงจูก็เบะปาก รู้สึกเปรี้ยวใจเล็กน้อย
แต่นางก็ต้องยอมรับว่าสาวน้อยข้างกายจวินเซียวเหยียนผู้นี้ งดงามหาตัวจับยากจริงๆ ถึงขั้นมีรูปโฉมที่แม้แต่นางยังต้องอิจฉา
ส่วนถานไถชิงเสวียนแววตาหม่นลงเล็กน้อย ในใจไม่รู้ว่ารู้สึกอย่างไร
และฉู่เซียวที่เห็นฉากนี้ แววตาก็ยิ่งลึกล้ำดำมืด
สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือ
ดูเหมือนถานไถชิงเสวียนจะมีใจให้จวินเซียวเหยียน
แต่จวินเซียวเหยียนกลับดูเหมือนไม่ได้ยอมรับถานไถชิงเสวียนโดยตรง
นี่หมายความว่าอย่างไร
หมายความว่าเทพธิดาที่เขาฉู่เซียวเฝ้าตามจีบอย่างยากลำบาก
สำหรับจวินเซียวเหยียนแล้วกลับเป็นตัวตนที่มีก็ได้ไม่มีก็ได้
นี่มันแทงใจดำเกินไปแล้ว
ทันใดนั้นเองเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ราบเรียบก็ดังขึ้น
"ที่นี่คึกคักดีจริง คิดไม่ถึงว่าทุกท่านจะมากันครบแล้ว"
ชายหนุ่มสวมชุดบัณฑิต กลิ่นอายสง่าผ่าเผย หานผิงอันไพล่มือเดินมา
เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะมาที่นี่
เพราะเขารู้ดี
ของที่เป็นของเขา สุดท้ายย่อมต้องเป็นของเขา
คนอื่นต่อให้คิดแย่งก็แย่งไปไม่ได้
"ดูเหมือนสหายเต๋าหานจะมั่นใจในตัวเองมากทีเดียว" จวินเซียวเหยียนยิ้มบางๆ
กล่าวได้ว่าในขณะนี้มีเพียงจวินเซียวเหยียนเท่านั้นที่สามารถกดข่มบารมีของหานผิงอันได้
แม้แต่ฉู่เซียวที่แม้จะมีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดา แต่เพราะจุดเริ่มต้นและชาติกำเนิดที่ต่ำต้อย ในด้านบารมีจึงย่อมไม่อาจเทียบกับจวินเซียวเหยียนและหานผิงอันได้
"หึหึ มิใช่ความมั่นใจ แต่เป็นลิขิตสวรรค์ คนบางคนเกิดมาเพื่อรับช่วงต่อจากเซิ่งหรู และนำพาสำนักขงจื๊อให้รุ่งโรจน์เกรียงไกร" หานผิงอันกล่าว
ประโยคนี้ทำให้ศิษย์สำนักศึกษาทุกคนในที่นั้นต่างสูดหายใจเข้าลึก
รับช่วงต่อจากเซิ่งหรู นำพาสำนักขงจื๊อให้รุ่งโรจน์
ต้องบอกว่าน้ำคำของหานผิงอันช่างยิ่งใหญ่จริงๆ
สมกับเป็นบัณฑิตอุดร หนึ่งในห้าจอมราชันย์อัจฉริยะ!
หานผิงอันก้าวเท้าเดินขึ้นไปบนขุนเขาหลิงโดยตรง
จวินเซียวเหยียนเองก็ก้าวเท้าออกไปพร้อมกัน
คนอื่นๆ ก็ทำตาม
"อวิ๋นเซียว..."
ร่างเงาร่างหนึ่งเข้ามาขวางหน้าจวินเซียวเหยียน
คือเซี่ยโหวเฟิงอวิ๋น!
[จบแล้ว]