เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1730 - ศาสตราเซียนสำนักขงจื๊อ ม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง รวมพล ณ ศาลบรรพชนขุนเขาหลิง

บทที่ 1730 - ศาสตราเซียนสำนักขงจื๊อ ม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง รวมพล ณ ศาลบรรพชนขุนเขาหลิง

บทที่ 1730 - ศาสตราเซียนสำนักขงจื๊อ ม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง รวมพล ณ ศาลบรรพชนขุนเขาหลิง


บทที่ 1730 - ศาสตราเซียนสำนักขงจื๊อ ม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง รวมพล ณ ศาลบรรพชนขุนเขาหลิง

"นี่มัน..."

เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้าถานไถชิงเสวียนก็เกิดความสับสนงุนงง

"ฮือๆ พี่หญิงชิงเสวียน เจ้าฉู่เซียวมัน..."

ถานไถหมิงจูผละออกจากอ้อมกอดของจวินเซียวเหยียนด้วยความอาลัยอาวรณ์ แล้วพุ่งเข้าหาถานไถชิงเสวียนทันที

แม่หนูน้อยคนนี้แม้ทักษะการแสดงจะดูปลอมไปบ้าง แต่ต้องยอมรับว่าท่าทางร้องไห้กระซิกๆ นั้นดูน่าเชื่อถือพอดู

หลังจากฟังคำฟ้องของถานไถหมิงจูจบ สีหน้าของถานไถชิงเสวียนก็ฉายแววไม่สู้ดีนัก นางหันไปมองฉู่เซียวด้วยสายตาตำหนิ

"ชิงเสวียน ข้า... ไม่ใช่นะ..."

ฉู่เซียวมีปากแต่ยากจะอธิบาย

ความจริงแล้วหากลองไตร่ตรองดูดีๆ ก็อาจจะพบจุดพิรุธบางอย่าง

แต่ถานไถหมิงจูคือลูกพี่ลูกน้องของนาง เป็นญาติที่สนิทที่สุด

เมื่อถานไถหมิงจูได้รับความอยุติธรรม ถานไถชิงเสวียนย่อมไม่อาจใช้เหตุผลไตร่ตรองได้อย่างใจเย็น

ต่อให้นางจะรู้สึกว่าฉู่เซียวไม่น่าจะทำเรื่องแบบนี้

แต่อาการบาดเจ็บของถานไถหมิงจูก็เป็นความจริงที่เถียงไม่ได้

"ฉู่เซียว หรือว่าเจ้าเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ?" ในแววตาของถานไถชิงเสวียนเจือไปด้วยความผิดหวัง

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ฉู่เซียวก็ตัวแข็งทื่อไปทันที

ถานไถชิงเสวียนในตอนนี้ช่างดูทับซ้อนกับภาพถานไถชิงเสวียนในมารในใจของเขาก่อนหน้านี้เสียเหลือเกิน

ความโกรธเกรี้ยว ความไร้หนทาง และความไม่ยินยอมพร้อมใจ ปะทุขึ้นในใจของฉู่เซียว

เขาทำผิดอะไรกันแน่?

ทำไมแม้แต่ผู้หญิงที่เขารักที่สุดถึงได้เข้าใจเขาผิดเช่นนี้?

ส่วนจวินเซียวเหยียนเพียงแค่ยืนดูอยู่เงียบๆ โดยไม่สอดมือเข้าไปยุ่ง

ดูท่าแล้วสองคนนี้ต่อให้ยังไม่ถึงขั้นแตกหัก แต่ก็คงใกล้จะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันเต็มที

ในเวลานี้เอง

ส่วนลึกของมิติแดนศักดิ์สิทธิ์พลันมีกลิ่นอายประหลาดแผ่ออกมา ห้วงมิติทั้งหมดสั่นสะเทือนเบาๆ

"โอ้ หรือจะเป็นศาสตราหนักของสำนักขงจื๊อชิ้นนั้น"

จวินเซียวเหยียนดวงตาเป็นประกาย

เขาพุ่งตัวจากไปทันที

กู่ฉิงเทียนรีบติดตามไปติดๆ

ศิษย์สำนักศึกษาคนอื่นๆ ก็เช่นกัน

ถานไถชิงเสวียนจูงมือถานไถหมิงจู นางปรายตามองฉู่เซียวแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร แล้วหันหลังพุ่งทะยานจากไป

ทิ้งให้ฉู่เซียวบืนอยู่ลำพังเพียงผู้เดียว

"ข้าเปลี่ยนไปแล้วหรือ... หึหึ..."

ฉู่เซียวกำหมัดแน่น

เขากัดฟันกรอดแล้วพุ่งตัวตามไปเช่นกัน

เขาไม่มีวันยอมแพ้ที่จะปล่อยมือจากผู้หญิงของตัวเองไปง่ายๆ แบบนี้แน่!

เขาต้องไปถามถานไถชิงเสวียนให้รู้เรื่อง เขาต้องการคำตอบ!

...

มิติแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นกว้างใหญ่ไพศาล

และในส่วนลึกที่สุดมีขุนเขาหลิงหรือขุนเขาจิตวิญญาณสูงหมื่นจั้งตั้งตระหง่านอยู่

บนขุนเขาหลิงมีบันไดนับหมื่นขั้น

กลิ่นอายที่ทำให้มิติสั่นสะเทือนเมื่อครู่นี้มีต้นตอมาจากยอดเขาหลิงแห่งนี้นั่นเอง

บนยอดเขาหลิงมีสิ่งปลูกสร้างลักษณะคล้ายศาลบรรพชนตั้งอยู่

และภายในนั้นมีกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ไพศาลแผ่ออกมา

กลิ่นอายนั้นแทบจะปกคลุมไปทั่วทั้งมิติแดนศักดิ์สิทธิ์

ไม่นานนักเสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้นหลายสายในความว่างเปล่า

จวินเซียวเหยียนและคนอื่นๆ มาถึงที่นี่

เขาทอดสายตามองไปยังศาลบรรพชนบนยอดเขาหลิง

ภายในนั้นมีคลื่นปราณเฮ่าหรานอันกว้างใหญ่ดุจมหาสมุทรพวยพุ่งออกมา

อีกทั้งแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนั้นยังเหนือกว่าระดับศาสตราจักรพรรดิไปไกลโข

"ศาสตราหนักของสำนักขงจื๊อชิ้นนี้ คือศาสตราเซียน"

จวินเซียวเหยียนฉายแววประหลาดใจ

แม้เขาจะคาดเดาไว้บ้างแล้ว

แต่ก็ยังอดทอดถอนใจไม่ได้

สำนักศึกษาจี้เซี่ยสมกับเป็นสถานศึกษาระดับแนวหน้าของทะเลเจี้ยไห่ รากฐานช่างแข็งแกร่งจริงๆ

"นายน้อยอวิ๋นเซียว ท่านก็มาแล้ว..."

ร่างเงาอีกร่างหนึ่งมาถึง คือซ่งเต้าเซิงนั่นเอง

เขามองไปยังศาลบรรพชนบนยอดเขาหลิงด้วยแววตาเคารพเลื่อมใส

"ในสามศาสนา ต่างก็มีศาสตราเซียนสืบทอดประจำนิกายอยู่แห่งละหนึ่งชิ้น"

"และภายในศาลบรรพชนนั้น ก็คือศาสตราเซียนของสำนักศึกษาจี้เซี่ย ม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง"

เมื่อเอ่ยถึงม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง จิตใจของซ่งเต้าเซิงก็พลุ่งพล่าน

นี่คือศาสตราหนักสูงสุดของสำนักขงจื๊อ แทบจะเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุดของลัทธิขงจื๊อเลยทีเดียว

"พี่ซ่งเคยเห็นหรือ?" จวินเซียวเหยียนถาม

ซ่งเต้าเซิงยิ้มขมขื่นแล้วกล่าวว่า "นายน้อยอวิ๋นเซียวประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว ตั้งแต่โบราณกาลมาคนที่มีคุณสมบัติเข้าไปในศาลบรรพชนแห่งนั้นมีเพียงหยิบมือเดียว"

"อย่าว่าแต่เข้าไปในศาลบรรพชนเลย แค่ปีนขึ้นบันไดหมื่นขั้นของขุนเขาหลิงนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะทำได้แล้ว"

"ตอนนี้ในสำนักศึกษาเกรงว่าคงมีเพียงฟูจื่อไม่กี่ท่านเท่านั้นที่เคยเข้าไป"

"และม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง ก็เป็นหนึ่งในวิธีการคัดเลือกผู้สืบทอดของสำนักขงจื๊อ"

"สาเหตุที่หานผิงอันมีสถานะพิเศษ ถึงขั้นได้รับความสำคัญจากเซิ่งฟูจื่อ"

"ก็เพราะเขาเป็นคนรุ่นใหม่ของสำนักขงจื๊อที่มีคุณสมบัติมากที่สุดที่จะได้รับการยอมรับจากม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง"

คำอธิบายของซ่งเต้าเซิงทำให้จวินเซียวเหยียนเข้าใจที่มาที่ไป

หานผิงอันผู้มีหัวใจเที่ยงธรรม หากไม่มีอะไรผิดพลาดเขาก็น่าจะเป็นผู้สืบทอดของสำนักขงจื๊อ

หากจวินเซียวเหยียนไม่สอดมือเข้ามาแทรกแซง

จวินเซียวเหยียนมองไปยังศาลบรรพชนบนยอดเขาหลิงด้วยสายตาลึกล้ำ

คาดว่าจุดลงชื่อที่แท้จริงของสำนักศึกษาจี้เซี่ย น่าจะอยู่ภายในศาลบรรพชนที่เป็นแกนกลางนั่นเอง

เวลานี้พวกกู่ฉิงเทียน ถานไถชิงเสวียน ถานไถหมิงจู และฉู่เซียวต่างก็ทยอยมาถึง

อีกด้านหนึ่งเซี่ยโหวเฟิงอวิ๋นก็ปรากฏตัวขึ้นเช่นกัน

เขามองจวินเซียวเหยียนด้วยสายตาลึกล้ำ

นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะได้ประลองกับจวินเซียวเหยียน

"เซียวเหยียน..."

เสียงหวานใสเสียงหนึ่งดังขึ้น

อี้อีมาแล้ว

นางสวมใส่อาภรณ์วิหคสายรุ้ง ผมดำสลวยปลิวไสว ใบหน้างดงามล่มเมือง ดวงตากระจ่างใส ขนตายาวงอน

ดวงตาของนางในตอนนี้เป็นสีดำสนิทดุจอัญมณีสีนิล

เมื่อเห็นจวินเซียวเหยียนนางก็โถมตัวเข้ามาทันที ทำท่าทางออดอ้อนอยู่ข้างกายจวินเซียวเหยียน

เห็นฉากนี้ถานไถหมิงจูก็เบะปาก รู้สึกเปรี้ยวใจเล็กน้อย

แต่นางก็ต้องยอมรับว่าสาวน้อยข้างกายจวินเซียวเหยียนผู้นี้ งดงามหาตัวจับยากจริงๆ ถึงขั้นมีรูปโฉมที่แม้แต่นางยังต้องอิจฉา

ส่วนถานไถชิงเสวียนแววตาหม่นลงเล็กน้อย ในใจไม่รู้ว่ารู้สึกอย่างไร

และฉู่เซียวที่เห็นฉากนี้ แววตาก็ยิ่งลึกล้ำดำมืด

สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือ

ดูเหมือนถานไถชิงเสวียนจะมีใจให้จวินเซียวเหยียน

แต่จวินเซียวเหยียนกลับดูเหมือนไม่ได้ยอมรับถานไถชิงเสวียนโดยตรง

นี่หมายความว่าอย่างไร

หมายความว่าเทพธิดาที่เขาฉู่เซียวเฝ้าตามจีบอย่างยากลำบาก

สำหรับจวินเซียวเหยียนแล้วกลับเป็นตัวตนที่มีก็ได้ไม่มีก็ได้

นี่มันแทงใจดำเกินไปแล้ว

ทันใดนั้นเองเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ราบเรียบก็ดังขึ้น

"ที่นี่คึกคักดีจริง คิดไม่ถึงว่าทุกท่านจะมากันครบแล้ว"

ชายหนุ่มสวมชุดบัณฑิต กลิ่นอายสง่าผ่าเผย หานผิงอันไพล่มือเดินมา

เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะมาที่นี่

เพราะเขารู้ดี

ของที่เป็นของเขา สุดท้ายย่อมต้องเป็นของเขา

คนอื่นต่อให้คิดแย่งก็แย่งไปไม่ได้

"ดูเหมือนสหายเต๋าหานจะมั่นใจในตัวเองมากทีเดียว" จวินเซียวเหยียนยิ้มบางๆ

กล่าวได้ว่าในขณะนี้มีเพียงจวินเซียวเหยียนเท่านั้นที่สามารถกดข่มบารมีของหานผิงอันได้

แม้แต่ฉู่เซียวที่แม้จะมีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดา แต่เพราะจุดเริ่มต้นและชาติกำเนิดที่ต่ำต้อย ในด้านบารมีจึงย่อมไม่อาจเทียบกับจวินเซียวเหยียนและหานผิงอันได้

"หึหึ มิใช่ความมั่นใจ แต่เป็นลิขิตสวรรค์ คนบางคนเกิดมาเพื่อรับช่วงต่อจากเซิ่งหรู และนำพาสำนักขงจื๊อให้รุ่งโรจน์เกรียงไกร" หานผิงอันกล่าว

ประโยคนี้ทำให้ศิษย์สำนักศึกษาทุกคนในที่นั้นต่างสูดหายใจเข้าลึก

รับช่วงต่อจากเซิ่งหรู นำพาสำนักขงจื๊อให้รุ่งโรจน์

ต้องบอกว่าน้ำคำของหานผิงอันช่างยิ่งใหญ่จริงๆ

สมกับเป็นบัณฑิตอุดร หนึ่งในห้าจอมราชันย์อัจฉริยะ!

หานผิงอันก้าวเท้าเดินขึ้นไปบนขุนเขาหลิงโดยตรง

จวินเซียวเหยียนเองก็ก้าวเท้าออกไปพร้อมกัน

คนอื่นๆ ก็ทำตาม

"อวิ๋นเซียว..."

ร่างเงาร่างหนึ่งเข้ามาขวางหน้าจวินเซียวเหยียน

คือเซี่ยโหวเฟิงอวิ๋น!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 1730 - ศาสตราเซียนสำนักขงจื๊อ ม้วนภาพศักดิ์สิทธิ์เทียนจาง รวมพล ณ ศาลบรรพชนขุนเขาหลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว