- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 1690 - พลังที่แท้จริงของฉู่เซียว อวิ๋นชิงหลินเพลี่ยงพล้ำ และการลงมือของจวินเซียวเหยียน
บทที่ 1690 - พลังที่แท้จริงของฉู่เซียว อวิ๋นชิงหลินเพลี่ยงพล้ำ และการลงมือของจวินเซียวเหยียน
บทที่ 1690 - พลังที่แท้จริงของฉู่เซียว อวิ๋นชิงหลินเพลี่ยงพล้ำ และการลงมือของจวินเซียวเหยียน
บทที่ 1690 - พลังที่แท้จริงของฉู่เซียว อวิ๋นชิงหลินเพลี่ยงพล้ำ และการลงมือของจวินเซียวเหยียน
ความจริงแล้วตั้งแต่แรกเห็นฉู่เซียว จวินเซียวเหยียนก็พอจะเข้าใจพล็อตเรื่องราวของเขาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
คงหนีไม่พ้นพล็อตประเภทคนธรรมดาพลิกชีวิตกลับมายิ่งใหญ่
บุตรแห่งโลกจากโลกใบเล็ก ได้รับวาสนาจากคัมภีร์สวรรค์ แล้วค่อยๆ ผงาดขึ้นมา
พร้อมกับมีความสัมพันธ์กับธิดาสวรรค์จากโลกเบื้องบน
หลังจากประสบความสำเร็จมีชื่อเสียง ก็ออกตามหารอยเท้าของนางจนมาถึงที่นี่
แต่สิ่งที่ทำให้จวินเซียวเหยียนประหลาดใจเล็กน้อยก็คือ
ฉู่เซียวผู้นี้ ดูเหมือนจะไม่ได้มีดีแค่นั้น
เรื่องนี้ทำให้จวินเซียวเหยียนเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว
ดูท่าคุณค่าของฉู่เซียว จะไม่ได้มีเพียงแค่การนำส่งคัมภีร์สวรรค์มาให้เขาเท่านั้น
"คุณชายสูงศักดิ์แห่งตระกูลจักรพรรดิ คงไม่ถึงกับไม่กล้ารับคำท้าจากคนไร้ชื่อเสียงหรอกกระมัง?"
ฉู่เซียวจ้องมองจวินเซียวเหยียนเขม็ง
ในโลกชิงหยาง เขาคือท่านเคารพฉู่ที่ผู้คนต่างรู้จักกันทั่วหล้า
แต่เมื่อมองไปทั่วทั้งทะเลเจี้ยไห่ เขาก็นับว่าเป็นเพียงคนไร้ชื่อเสียงคนหนึ่งจริงๆ
"เจ้ามดปลวก!"
ถานไถหลิงโกรธจนแทบจะระเบิด
พวกเขาอุตส่าห์วางแผนจะจับคู่ถานไถชิงเสวียนกับจวินเซียวเหยียน
แต่ฉู่เซียวเจ้าหมอนี่ กลับโผล่มาขัดจังหวะกลางคัน
หากจวินเซียวเหยียนรู้ว่าฉู่เซียวกับถานไถชิงเสวียนเคยมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันมาก่อน
เขาจะรู้สึกไม่พอใจหรือไม่?
จะล้มเลิกความสนใจในตัวถานไถชิงเสวียนหรือเปล่า?
พอคิดว่าฉู่เซียวอาจจะมาทำลายเรื่องดีๆ ของตระกูลจักรพรรดิถานไถ ถานไถหลิงก็อยากจะตบเขาให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้
แต่ที่นี่คืองานเลี้ยงวันเกิดของถานไถอวี้หลง
หากมีคนตาย ย่อมไม่ดีแน่
ถานไถหลิงกำลังจะลงมือจับกุมฉู่เซียว
แต่จวินเซียวเหยียนกลับยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น ก่อนจะกล่าวเรียบๆ ว่า "ผู้อาวุโสไม่ต้องโมโห ในเมื่อเป็นเพื่อนของแม่นางชิงเสวียน ก็ควรจะต้อนรับด้วยมารยาทถึงจะถูก"
จวินเซียวเหยียนไม่ได้รีบร้อนที่จะจัดการฉู่เซียวแต่อย่างใด
ความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าอย่างสัมบูรณ์ ทำให้เขามีความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น
เขาสามารถบีบขยี้ฉู่เซียวในกำมือได้อย่างง่ายดาย ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนชั่วขณะ
"ทำให้คุณชายต้องขายหน้าแล้ว เขากับคุณหนูชิงเสวียนความจริงก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันหรอกขอรับ"
"ก็แค่คางคกอยากกินเนื้อหงส์ฟ้าเท่านั้นเอง" ถานไถหลิงเห็นดังนั้น จึงได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ พลางกล่าวแก้ต่าง
ฉู่เซียวเห็นภาพนี้ ใบหน้ายิ่งมืดมนดุจน้ำหมึก
ท่าทีที่ถานไถหลิงปฏิบัติต่อเขากับปฏิบัติต่อจวินเซียวเหยียนนั้น ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว
ทว่าความใจกว้างของจวินเซียวเหยียน กลับยิ่งขับเน้นให้เขาดูเป็นคนใจแคบ
"คนผู้นี้เป็นใครกัน ถึงกล้าเอ่ยปากท้าทายนายน้อยอวิ๋นเซียวตรงๆ?"
"นั่นสิ ก่อนหน้านี้แม้แต่เซี่ยโหวเจิ้นแห่งตระกูลจักรพรรดิเซี่ยโหว ยังถูกนายน้อยอวิ๋นเซียวสยบด้วยกระบวนท่าเดียว ใครให้ความกล้าแก่เขามาท้าทายกัน?"
ผู้คนจำนวนมากในที่นั้น ต่างพากันแค่นเสียงดูแคลนฉู่เซียว
ราวกับมองตัวตลกที่กำลังกระโดดโลดเต้น
ส่วนจวินเซียวเหยียน ยังคงวางตัวสงบนิ่ง จิบชาอย่างสบายอารมณ์ ไม่ได้ถือสาหาความใดๆ
บุคลิกและจิตใจเช่นนี้ ช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
"ช่างเป็นแมวเป็นสุนัขที่ไหนก็กล้ามาท้าทายนายน้อยอวิ๋นเซียวแล้วจริงๆ"
ถานไถหมิงจูที่นั่งอยู่อีกด้านของจวินเซียวเหยียนบ่นพึมพำ ดวงตาคู่งามฉายแววรังเกียจ
แม้นางจะรู้ว่าชายหนุ่มผู้นี้ น่าจะเป็นคนที่ถานไถชิงเสวียนเคยพบในโลกใบเล็กนั่นมาก่อน
แต่การที่เขากล้ามาท้าทายจวินเซียวเหยียน ก็ถือเป็นความผิดมหันต์ที่ให้อภัยไม่ได้
เพราะตอนนี้ถานไถหมิงจูได้กลายเป็นแฟนคลับตัวยงของจวินเซียวเหยียนไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
นางจึงปกป้องไอดอลของตัวเองอย่างไม่ลืมหูลืมตา
"ฉู่เซียว เจ้าอย่าเพิ่งวู่วาม ตอนนี้เป็นงานวันเกิดท่านบรรพชน..."
ถานไถชิงเสวียนกัดริมฝีปาก รู้สึกลำบากใจอย่างยิ่ง
แม้การมาของฉู่เซียวจะทำให้นางประหลาดใจมาก
แต่การกระทำของฉู่เซียวในตอนนี้ มันช่างหุนหันพลันแล่นและเสียมารยาทเกินไป
จวินเซียวเหยียนไม่ได้ทำอะไรเลยตั้งแต่ต้นจนจบ
เพียงแค่นั่งอยู่กับนาง ก็ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสียแล้ว
ถานไถชิงเสวียนรู้สึกผิดในใจ
และรู้สึกว่าฉู่เซียวทำเกินไปหน่อยจริงๆ
"ชิงเสวียน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า" ฉู่เซียวยังคงจ้องมองจวินเซียวเหยียน
นี่เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายของเขา
"สามหาว นายน้อยไม่ถือสาเจ้า แต่เจ้ากลับยิ่งได้คืบจะเอาศอก!"
"ในเมื่อเจ้าอยากประลอง งั้นข้าจะประลองกับเจ้าเอง!"
อวิ๋นชิงหลินตวาดลั่น ร่างกายพุ่งทะยานออกมา กดดันเข้าใส่ฉู่เซียวทันที
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ลงมือหมายเอาชีวิต เพราะการฆ่าคนในงานวันเกิดย่อมไม่เหมาะสม
เขาเพียงแค่ต้องการสั่งสอนฉู่เซียวให้รู้สำนึกบ้างเท่านั้น
เมื่อเห็นอวิ๋นชิงหลินลงมือ ดวงตาของฉู่เซียวก็ฉายประกายวูบ เขาลงมือสวนกลับทันที
ในวินาทีที่ลงมือ กลิ่นอายของฉู่เซียวก็ระเบิดออกมาอย่างเต็มที่
"กลิ่นอายระดับต้าเทียนจุน เป็นไปได้อย่างไร!"
เมื่อกลิ่นอายนี้ระเบิดออกมา ทั่วทั้งงานก็ตกตะลึง
เพราะดูจากรูปลักษณ์แล้ว ฉู่เซียวอายุยังน้อยมาก
อายุคงไม่มากกว่าพวกเซี่ยโหวเจิ้น หรืออวิ๋นชิงหลิน
แต่อายุเพียงเท่านี้ กลับบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับต้าเทียนจุนได้
เรียกได้ว่า นี่มันเกือบจะเป็นระดับมาตรฐานของยอดอัจฉริยะจากขุมกำลังระดับอมตะแล้ว
"หือ?"
อวิ๋นชิงหลินเองก็ประหลาดใจอย่างยิ่ง
เขาไม่กล้าประมาทอีกต่อไป รีบกระตุ้นพลังกายาราชันปี้ลั่วทันที
ทันใดนั้น แสงสีเขียวครามอันกว้างใหญ่ก็พรั่งพรูออกมา ราวกับมีลวดลายแห่งท้องนภาปรากฏขึ้น
อวิ๋นชิงหลินต้องการสยบฉู่เซียวในกระบวนท่าเดียว
ปัง!
ทว่า หลังจากการปะทะกัน
ผู้ที่ถูกกระแทกจนถอยร่น กลับกลายเป็นอวิ๋นชิงหลินเสียเอง
เมื่อเห็นฉากนี้ ผู้บำเพ็ญเพียรจากทุกขุมกำลังต่างพากันตกตะลึงจนตาค้าง
อวิ๋นชิงหลินแม้จะไม่ใช่อัจฉริยะระดับสูงสุดของตระกูลจักรพรรดิอวิ๋น
แต่อย่างน้อยเขาก็ครอบครองกายาราชันปี้ลั่ว กลับถูกกระแทกถอยร่นเสียอย่างนั้น
นี่มันช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ
แต่การถูกกระแทกถอยไม่ได้หมายความว่าพ่ายแพ้ ดังนั้นทุกคนจึงยังคงจับตามองต่อไป
ส่วนถานไถชิงเสวียนยกมือเรียวขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ
ต้องรู้ว่า คนอื่นไม่รู้เรื่องของฉู่เซียว
แต่ถานไถชิงเสวียนรู้ดี
เมื่อปีกว่าๆ ก่อนหน้านี้ ฉู่เซียวเพิ่งจะมีระดับพลังแค่จอมราชันเท่านั้น
ผ่านไปแค่ปีกว่าๆ ทำไมถึงมีระดับพลังถึงต้าเทียนจุนได้?
ถานไถชิงเสวียนตกใจจนแทบพูดไม่ออก
"เจ้า..."
เมื่อเห็นตัวเองถูกกระแทกถอย สีหน้าของอวิ๋นชิงหลินก็ดูน่าเกลียดเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้พ่ายแพ้ให้กับเซี่ยโหวเจิ้นก็แล้วไปเถอะ
เพราะถึงอย่างไรเซี่ยโหวเจิ้นก็เป็นถึงราชันแห่งยุคสมัยของตระกูลจักรพรรดิเซี่ยโหว
แต่ตอนนี้ เขาจะมาแพ้ให้กับคนไร้ชื่อเสียงที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้คนหนึ่งอย่างนั้นหรือ?
ตูม!
อวิ๋นชิงหลินกระตุ้นพลังกายาราชันปี้ลั่ว และบุกเข้าใส่อีกครั้ง
ทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือด ผ่านไปหลายร้อยกระบวนท่าในพริบตา
จวินเซียวเหยียนยังคงนั่งนิ่งอยู่บนแท่นชมจันทร์ จิบชาชมการต่อสู้
ฉู่เซียว ไม่ว่าจะเป็นสัญชาตญาณการต่อสู้ หรือทักษะการใช้มหาเวท ล้วนเชี่ยวชาญช่ำชองอย่างยิ่ง
ให้ความรู้สึกราวกับว่าเป็นตาเฒ่าโบราณที่ฝึกฝนมาอย่างยาวนาน
สิ่งนี้ทำให้จวินเซียวเหยียนสายตาลึกล้ำขึ้น เริ่มมีการคาดเดาบางอย่างลางๆ
และในชั่วขณะหนึ่ง
จู่ๆ ภายในดวงตาของฉู่เซียว ก็ดูเหมือนจะมีประกายแสงบางอย่างวูบผ่าน
ประกายแสงนั้น แฝงไว้ด้วยคลื่นพลังที่แปลกประหลาด
คนอื่นอาจสัมผัสไม่ได้
แต่อวิ๋นชิงหลินที่เป็นคู่ต่อสู้กลับสัมผัสได้ชัดเจน
มหาเวทที่เขาใช้ออกไป ดูเหมือนจะเกิดการชะงักงันไปชั่วขณะหนึ่ง
แม้จะเป็นเพียงการหยุดชะงักที่ละเอียดอ่อนมากๆ ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจด้วยซ้ำ
แต่สำหรับการต่อสู้ระดับนี้ มันคือจุดเปลี่ยนถึงชีวิต
ฉู่เซียวฉวยโอกาสนั้น แววตาคมกริบดุจใบมีด
อวิ๋นชิงหลิน ก็เป็นคนของตระกูลจักรพรรดิอวิ๋นเช่นกัน
ถ้าอย่างนั้น ก็เป็นศัตรูของตระกูลจักรพรรดิฉู่ของเขาด้วย!
แม้ฉู่เซียวจะฆ่าอวิ๋นชิงหลินตรงนี้ไม่ได้
แต่อย่างน้อยก็ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ
เขาลงมือโจมตีเข้าใส่จุดตายของอวิ๋นชิงหลินทันที
เพราะการหยุดชะงักเพียงเสี้ยววินาทีนั้น ทำให้อวิ๋นชิงหลินตกเป็นรองทันที และกำลังจะถูกโจมตีเข้าจุดสำคัญ
"หรือว่าวันนี้ข้าจะแพ้?" อวิ๋นชิงหลินไม่อยากจะเชื่อ
เขาเสียหน้าคนเดียวยังเป็นเรื่องเล็ก
แต่จะพลอยทำให้ตระกูลจักรพรรดิอวิ๋นเสียหน้าไปด้วยนี่สิเรื่องใหญ่
ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง
ทันใดนั้น
ฉู่เซียวรู้สึกว่าพื้นที่รอบตัว ราวกับแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง
แม้แต่มหาเวทของเขาก็ดูเหมือนจะถูกแช่แข็งไปด้วย
ร่างเงาสีขาวร่างหนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นคั่นกลางระหว่างเขากับอวิ๋นชิงหลิน
"ในเมื่อสหายเต๋าแซ่ฉู่อยากจะสู้กับข้าถึงเพียงนี้ ตัวข้าผู้เป็นนายน้อยก็คงมิอาจปฏิเสธได้"
[จบแล้ว]