เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1600 - เก็บตัวสิบห้าปี ถอนหมั้น น้องสาวอวิ๋นซี

บทที่ 1600 - เก็บตัวสิบห้าปี ถอนหมั้น น้องสาวอวิ๋นซี

บทที่ 1600 - เก็บตัวสิบห้าปี ถอนหมั้น น้องสาวอวิ๋นซี


บทที่ 1600 - เก็บตัวสิบห้าปี ถอนหมั้น น้องสาวอวิ๋นซี

หลังจากจักรพรรดินีเสวียนเทียนให้กำเนิดทายาทกายาครรภ์มารดาเต๋าสิทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ ทั่วทั้งโลกหนานโต่วต่างก็เฝ้ารอคอยว่า ทารกผู้นั้นจะเติบโตขึ้นมาเป็นเช่นไร

จักรพรรดินีเสวียนเทียนประทานนามให้เขาว่า อวิ๋นเซียว

และยังแต่งตั้งให้เป็น 'เส้าตี้' (จักรพรรดิน้อย) แห่งราชวงศ์เทพเสวียนเทียนโดยทันที หากไม่มีเหตุสุดวิสัย เขาจะกลายเป็นผู้ปกครองคนต่อไปของราชวงศ์อย่างแน่นอน

ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ชื่อเสียงของเส้าตี้อวิ๋นเซียวก็ดังกึกก้องไปทั่วโลกหนานโต่ว

ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างจินตนาการว่า เส้าตี้ผู้นี้จะมีพรสวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใด

สาวน้อยนับไม่ถ้วนต่างเฝ้าฝันว่า เส้าตี้ผู้ครอบครองกายาที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ จะเติบโตขึ้นมาเป็นบุรุษรูปงามที่โดดเด่นเพียงใด

ทว่าสิ่งที่น่าสงสัยก็คือ

หลังจากนั้น กลับไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับเส้าตี้แห่งราชวงศ์เทพเสวียนเทียนออกมามากนัก

ต่างจากที่ผู้คนจินตนาการไว้ว่าจะต้องโอ้อวดบารมี

เส้าตี้ผู้นี้กลับทำตัวเงียบเชียบจนถึงขีดสุด

เป็นเวลาสิบปีเต็ม

อย่าว่าแต่ออกไปท่องเที่ยวยุทธภพเลย

แม้แต่ก้าวขาออกจากตำหนักเสวียนเทียน เขาก็แทบจะไม่เคยทำ

ตำหนักเสวียนเทียน เดิมทีเป็นที่ประทับของจักรพรรดินีเสวียนเทียน

แต่หลังจากอวิ๋นเซียวถือกำเนิด เย่ว์จื่อหลานก็ยกตำหนักนี้ให้เขา และยังเสริมการป้องกันอย่างแน่นหนา ห้ามคนนอกเข้าออกตามอำเภอใจ

ผู้คนภายนอกเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา

บ้างก็ว่าเส้าตี้ผู้นี้อาจจะมีปัญหาในการบำเพ็ญเพียร

บ้างก็ว่ากายาสิทธิ์อาจจะมีข้อบกพร่อง

แต่ความจริงแล้ว...

ภายในตำหนักเสวียนเทียน

เด็กหนุ่มรูปงามราวกับหยก กำลังนอนเอกเขนกอยู่อย่างสบายใจ

"ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ลงชื่อเข้าใช้ที่ตำหนักเสวียนเทียนครบสิบปี ได้รับรางวัล..."

เสียงระบบที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัว

จวินเซียวเหยียน หรือในชาตินี้คือ อวิ๋นเซียว ยิ้มมุมปากเล็กน้อย

"สิบปีแล้วสินะ..."

เขาไม่ได้มีปัญหาในการบำเพ็ญเพียรแต่อย่างใด

เพียงแต่เขาต้องการใช้เวลาในการปรับพื้นฐาน และฟื้นฟูรากฐานให้สมบูรณ์ที่สุด

ในชาตินี้ เขาจะไม่ยอมให้มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นอีก

เขาจะสร้างรากฐานความเป็นเซียนที่ไร้ที่ติ!

และด้วยระบบลงชื่อ เขาไม่จำเป็นต้องออกไปขวนขวายหาทรัพยากรข้างนอกให้เหนื่อย

แค่ลงชื่ออยู่ที่นี่ เขาก็ได้รับของดีมากมายมหาศาลแล้ว

"ท่านพี่!"

เสียงหวานใสเสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กๆ ที่พุ่งเข้ามา

เด็กสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม สวมชุดกระโปรงสีฟ้าน้ำทะเล ถักเปียสองข้าง วิ่งเข้ามาหาเขา

นางคืออวิ๋นซี น้องสาวฝาแฝดของเขานั่นเอง

อวิ๋นซีในวัยสิบขวบ เริ่มฉายแววความงามล่มเมือง ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะ ดวงตากลมโตสุกใส

นางติดพี่ชายคนนี้มาก

"ซีเอ๋อร์ มีอะไรหรือ?" อวิ๋นเซียวลุกขึ้นนั่ง ยิ้มให้น้องสาว

"ท่านพี่ ท่านไม่ออกไปข้างนอกบ้างหรือ? ข้างนอกมีเรื่องสนุกๆ เยอะแยะเลยนะ" อวิ๋นซีเกาะแขนพี่ชาย ออดอ้อน

"ไม่อยากไป ขี้เกียจ" อวิ๋นเซียวตอบสั้นๆ

เขาผ่านโลกมาเยอะแล้ว ความสนุกแบบเด็กๆ ไม่ได้ดึงดูดใจเขาอีกต่อไป

"ท่านพี่ขี้เกียจที่สุดเลย! รู้ไหมว่าข้างนอกเขาว่าท่านพี่ยังไงบ้าง?" อวิ๋นซีทำแก้มป่อง

"ช่างปากคนอื่นเถอะ" อวิ๋นเซียวไม่ยี่หระ

ในขณะนั้นเอง

นอกตำหนักก็มีเสียงรายงานดังขึ้น

"ทูลเส้าตี้ มีคนจากวิหารเทพธิดาหิมะน้ำแข็งมาขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ"

"วิหารเทพธิดาหิมะน้ำแข็ง?" อวิ๋นเซียวเลิกคิ้ว

เขานึกขึ้นได้ว่า ตอนที่เขาเกิดใหม่ๆ และมีนิมิตสวรรค์

วิหารเทพธิดาหิมะน้ำแข็ง ซึ่งเป็นขุมกำลังใหญ่อีกแห่งของโลกหนานโต่ว ได้รีบมาสู่ขอหมั้นหมาย

โดยให้ธิดาเทพของวิหาร นามว่า ไป๋เสวี่ยเวย หมั้นหมายกับเขา

ไป๋เสวี่ยเวยผู้นี้ก็ไม่ธรรมดา มีกายาสิทธิ์วิญญาณเหมันต์ หรือที่เรียกกันว่า กายาไอซ์สปิริต

นับว่าเป็นคู่สร้างคู่สมกับกายาครรภ์มารดาเต๋าสิทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ของเขา

"ให้เข้ามา" อวิ๋นเซียวกล่าวเรียบๆ

ไม่นานนัก

หญิงสาวนางหนึ่งก็เดินเข้ามา

นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ ผมยาวสีฟ้าอ่อน ดวงตาสีน้ำเงินเข้มราวกับผลึกน้ำแข็ง

ผิวพรรณขาวซีดดุจหิมะ กลิ่นอายเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากร่าง

ไป๋เสวี่ยเวย

นางงดงามมากจริงๆ งดงามแบบเย็นชา สูงส่ง และเข้าถึงยาก

เมื่อนางเห็นอวิ๋นเซียว แววตาของนางมีความประหลาดใจวูบหนึ่ง

เด็กหนุ่มตรงหน้า รูปงามราวกับเทพบุตร กลิ่นอายสูงส่งเหนือโลก

แต่ทว่า... กลับดูเกียจคร้านและไร้ซึ่งความกระตือรือร้น

"เส้าตี้อวิ๋นเซียว ข้าไป๋เสวี่ยเวย" นางเอ่ยเสียงเรียบ

"มีธุระอะไร?" อวิ๋นเซียวถาม

ไป๋เสวี่ยเวยสูดหายใจเข้าลึก แล้วกล่าวว่า

"วันนี้ข้ามา เพื่อขอถอนหมั้น"

คำพูดนี้ ทำให้อวิ๋นซีที่อยู่ข้างๆ โกรธจนหน้าแดง

"เจ้าว่าอะไรนะ! กล้าดียังไงมาถอนหมั้นท่านพี่ของข้า!"

แต่อวิ๋นเซียวกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีความโกรธเคืองหรือแปลกใจเลยแม้แต่น้อย

"เหตุผลล่ะ?" เขาถามสั้นๆ

"ท่านเก็บตัวมาสิบปี ไม่เคยแสดงฝีมือ ไม่เคยสร้างชื่อเสียง"

"โลกภายนอกต่างลือกันว่า ท่านอาจจะมีปัญหาในการบำเพ็ญเพียร หรือไม่ก็เป็นเพียงเสือกระดาษ"

"ข้าไป๋เสวี่ยเวย ต้องการคู่ครองที่เป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ สามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับข้าในจุดสูงสุดได้"

"ไม่ใช่คนที่เอาแต่หมกตัวอยู่ในกระดอง"

ไป๋เสวี่ยเวยกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

นางไม่ได้ดูถูก แต่แค่มองตามความเป็นจริง

ในโลกของผู้บำเพ็ญเพียร ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง

"เข้าใจแล้ว"

อวิ๋นเซียวพยักหน้า

"ถ้าเช่นนั้น การหมั้นหมายถือเป็นโมฆะ"

เขากล่าวอย่างง่ายดาย ราวกับกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ

ไป๋เสวี่ยเวยชะงักไป

นางนึกว่าเขาจะโกรธ หรือพยายามอธิบาย หรือแสดงฝีมือเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

แต่เขา... กลับยอมรับมันง่ายๆ อย่างนี้เลยหรือ?

นี่เขามีปัญหากับการบำเพ็ญเพียรจริงๆ หรือว่า... เขาไม่เห็นนางอยู่ในสายตาเลยกันแน่?

"ท่านพี่! จะยอมง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง!" อวิ๋นซีโวยวาย

"นางตาถั่วชัดๆ! ไม่รู้ซะแล้วว่าท่านพี่ของข้าเทพแค่ไหน!"

อวิ๋นเซียวลูบหัวน้องสาวให้ใจเย็นลง

"ไม่เป็นไร ซีเอ๋อร์ คนที่ไม่คู่ควร ก็ปล่อยเขาไปเถอะ"

ไป๋เสวี่ยเวยได้ยินคำนั้น คิ้วเรียวก็ขมวดมุ่น

คนที่ไม่คู่ควร?

เขาหมายถึงนาง... ไม่คู่ควรกับเขางั้นหรือ?

ทั้งที่นางเป็นถึงกายาสิทธิ์วิญญาณเหมันต์ เป็นอัจฉริยะอันดับต้นๆ ของโลกหนานโต่วเนี่ยนะ?

"หวังว่าท่านจะไม่เสียใจภายหลัง"

ไป๋เสวี่ยเวยกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

อวิ๋นเซียวมองตามหลังนางไป ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

เสียใจ?

ในพจนานุกรมของจวินเซียวเหยียน ไม่เคยมีคำว่าเสียใจ

และสำหรับสตรี... เขาผ่านมามากเกินพอแล้ว

แค่ผู้หญิงคนเดียวที่มองคนแค่เปลือกนอก ไม่คุ้มค่าให้เขาต้องใส่ใจ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 1600 - เก็บตัวสิบห้าปี ถอนหมั้น น้องสาวอวิ๋นซี

คัดลอกลิงก์แล้ว