- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 1480 - ท่านเจ้าพิธีช่างมีเจตนาลึกซึ้ง จวินเซียวเหยียนปรากฏกาย ของเล่นที่น่าขบขัน
บทที่ 1480 - ท่านเจ้าพิธีช่างมีเจตนาลึกซึ้ง จวินเซียวเหยียนปรากฏกาย ของเล่นที่น่าขบขัน
บทที่ 1480 - ท่านเจ้าพิธีช่างมีเจตนาลึกซึ้ง จวินเซียวเหยียนปรากฏกาย ของเล่นที่น่าขบขัน
บทที่ 1480 - ท่านเจ้าพิธีช่างมีเจตนาลึกซึ้ง จวินเซียวเหยียนปรากฏกาย ของเล่นที่น่าขบขัน
นี่คือวาสนาที่ท่านเจ้าพิธีประทานให้ด้วยตนเอง
กล่าวได้ว่า ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ไม่เคยมีอัจฉริยะคนไหน ได้รับวาสนาใหญ่เช่นนี้มาก่อน
เพราะในสายตาของตัวตนระดับเจ้าพิธี
สรรพชีวิตเปรียบเสมือนมดปลวก ไม่อยู่ในสายตาพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
แต่ตอนนี้ อุตส่าห์ได้พบเจอกับเจ้าพิธีคนใหม่ แถมดูเหมือนจะชื่นชมพวกเขาพอสมควร
ถึงขั้นยินยอมประทานพลังสังเวยโลหิตให้
นี่คือพลังที่มีเพียงเจ้าพิธีเท่านั้นถึงจะครอบครองได้
คิดดูแล้วกันว่า หากพวกเขาได้รับพลังสังเวยโลหิต จะมีข้อดีมากมายเพียงใด?
ไม่เพียงความแข็งแกร่งของตนเองจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ
สถานะและตำแหน่งของพวกเขาก็จะเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล
พวกเขาในตอนนี้ แม้จะเป็นอัจฉริยะระดับท็อปที่ได้รับการเคารพยกย่องที่สุดในเก้าสวรรค์แล้ว
แต่หากสามารถมีความสัมพันธ์เกี่ยวดองกับเจ้าพิธีได้ สถานะของพวกเขา ย่อมต้องสูงส่งกว่าตอนนี้มากนัก!
ไม่มีอัจฉริยะคนไหน จะต้านทานความยั่วยวนนี้ได้!
ด้วยเหตุนี้ เถาอ๋องจึงไม่ลังเลเลยที่จะมอบคัมภีร์เซียนกลืนกินที่เป็นหัวใจสำคัญของเผ่าเถาเที่ยออกมา
เขากลัวว่าของที่ให้ไปจะไม่ล้ำค่าพอ แล้วท่านเจ้าพิธีจะไม่ประทานพลังสังเวยโลหิตให้
เมื่อเห็นเถาอ๋องทำเช่นนั้น แววตาของบุตรจักรพรรดิฉางเซิงและหวังเหยียน ก็ฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นมา
หากมูลค่าของสิ่งที่พวกเขามอบให้ ด้อยกว่าคัมภีร์เซียนกลืนกินของเถาอ๋อง
เช่นนั้น ท่านเจ้าพิธี อาจจะไม่มอบพลังสังเวยโลหิตให้พวกเขาหรือไม่?
นี่เป็นสิ่งที่บุตรจักรพรรดิฉางเซิงและหวังเหยียนยอมรับไม่ได้
โดยเฉพาะบุตรจักรพรรดิฉางเซิง เขาเป็นอันดับหนึ่งในทำเนียบมังกรหงส์เก้าสวรรค์มาโดยตลอด
หากเถาอ๋องได้รับพลังสังเวยโลหิต แต่เขาไม่ได้
วันหน้า เถาอ๋องจะแซงหน้าเขา ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในทำเนียบมังกรหงส์หรือไม่?
บุตรจักรพรรดิฉางเซิง ไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด
ดังนั้นเขาจึงคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ในดวงตาฉายแววลังเลและต่อสู้ภายในใจ
แต่สุดท้าย ก็กัดฟันกล่าวว่า
“ผู้น้อยยินดีมอบสุดยอดวิชาประจำตระกูลของเกาะฉางเซิง คัมภีร์เซียนฉางเซิง!”
บุตรจักรพรรดิฉางเซิงพูดจบ ก็หยิบแผ่นหยกออกมาหนึ่งชิ้น
ตามหลักแล้ว คัมภีร์เซียนฉางเซิงเป็นสิ่งต้องห้าม ห้ามเผยแพร่สู่ภายนอกเด็ดขาด
นี่เป็นคัมภีร์เซียนที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของเกาะฉางเซิง
แต่ในเวลานี้ เพื่อให้ได้รับความชื่นชมจากเจ้าพิธี และได้รับพลังสังเวยโลหิต เขาก็ไม่สนอะไรแล้ว
แม้ว่าอาจจะถูกเกาะฉางเซิงลงโทษ
แต่เขาเชื่อว่า ท่านเจ้าพิธีผู้สูงส่งท่านนี้ คงไม่น่าจะอยากได้คัมภีร์เซียนฉางเซิงจริงๆ หรอกกระมัง
เพราะตัวตนระดับนี้ ยังจะขาดแคลนคัมภีร์เซียนอีกหรือ?
ย่อมไม่ขาดแคลนแน่นอน
“พวกเจ้าสองคน...”
หวังเหยียนถึงกับตะลึงงัน สีหน้าย่ำแย่ลง
เขานึกไม่ถึงว่า เถาอ๋องและบุตรจักรพรรดิฉางเซิง จะยอมมอบคัมภีร์เซียนที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของตนเองออกมาจริงๆ
นี่มันออกจะประจบสอพลอเกินไปหน่อยไหม?
บุตรจักรพรรดิฉางเซิงและเถาอ๋องทั้งสองคน แทบจะกลายร่างเป็นสุนัขรับใช้ กระดิกหาง เพียงเพื่อให้ได้รับความชื่นชมจากเจ้าพิธี
แน่นอน หวังเหยียนก็อยากทำแบบนั้น
เขามีความทะเยอทะยานมาก ไม่ยอมล้าหลังผู้อื่น
แต่มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง
ขุนเขาเทพจักรพรรดิร่วงโรยแม้จะมีคัมภีร์เซียนเช่นกัน
แต่พูดตามตรง เมื่อเทียบกับคัมภีร์เซียนฉางเซิงและคัมภีร์เซียนกลืนกินแล้ว ยังถือว่าด้อยกว่าเล็กน้อย
หากคัมภีร์เซียนที่เขามอบให้ เทียบไม่ได้กับคัมภีร์เซียนฉางเซิงและคัมภีร์เซียนกลืนกิน
เช่นนั้น ท่านเจ้าพิธี จะไม่มอบพลังสังเวยโลหิตให้เขาหรือเปล่า?
นี่เป็นสิ่งที่หวังเหยียนยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด
ที่เขาทำตัวต่ำต้อยมานานขนาดนี้ ไม่ใช่เพื่อรอวันที่จะผงาดง้ำค้ำโลกให้คนตะลึงหรอกหรือ?
หากตอนนี้ เขาต้องตามหลังบุตรจักรพรรดิฉางเซิงและเถาอ๋อง
แล้วเขาจะผงาดบ้าบออะไรได้อีก!
“ไม่สิ ข้ามีของอยู่อย่างหนึ่ง ที่สามารถเทียบชั้นกับพวกเขาสองคนได้แน่นอน”
ดวงตาของหวังเหยียนเป็นประกาย นึกถึงของสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้
ย่อมต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ปราณม่วงหงเหมิงที่อยู่กับตัวเขา
หากเขามอบเมล็ดพันธุ์ปราณม่วงหงเหมิงออกไป
มูลค่าของมันย่อมเทียบได้กับคัมภีร์เซียนฉางเซิงและคัมภีร์เซียนกลืนกิน เผลอๆ อาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ
แต่หวังเหยียนลังเล ลังเลอย่างยิ่ง
เมล็ดพันธุ์ปราณม่วงหงเหมิง คือรากฐานของเขา ความล้ำค่านั้นไม่ต้องสงสัย
ตอนนี้จะให้มอบออกไป จะบอกว่าไม่ลังเลเลยก็คงเป็นไปไม่ได้
แต่ถ้าไม่เอาออกมา ก็อาจจะไม่ได้วาสนา
หวังเหยียนลังเลจนถึงขีดสุดจริงๆ
แต่ทว่า สมองของเขาก็แล่นเร็วปรู๊ด
“ไม่ถูกสิ เมล็ดพันธุ์ปราณม่วงหงเหมิงแม้จะล้ำค่า แต่ในสายตาของท่านเจ้าพิธี ก็คงไม่ได้หายากขนาดนั้น”
“อีกอย่าง หากท่านเจ้าพิธีอยากได้จริงๆ ท่านก็สามารถแย่งชิงไปจากข้าได้โดยตรง ข้าก็ไม่มีปัญญาขัดขืนอยู่แล้ว”
“บททดสอบ นี่ต้องเป็นบททดสอบจิตใจที่ท่านเจ้าพิธีมีต่อข้าแน่!”
“หากข้าแม้แต่เมล็ดพันธุ์ปราณม่วงหงเหมิงยังตัดใจมอบให้ไม่ได้ ก็พิสูจน์ว่าจิตใจแห่งเต๋าของข้าคับแคบเกินไป แม้แต่ราคาแค่นี้ยังไม่ยอมจ่าย!”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง ท่านเจ้าพิธี ช่างมีเจตนาลึกซึ้งจริงๆ ถึงกับทดสอบข้าเช่นนี้”
หวังเหยียนมโนไปเองเป็นฉากๆ จนกล่อมตัวเองให้เชื่อได้สำเร็จ
หากจวินเซียวเหยียนล่วงรู้ความคิดในใจของหวังเหยียนในตอนนี้
คงต้องพูดไม่ออกแน่นอน
เขาเองยังคิดหาเหตุผลได้ไม่เยอะขนาดนี้เลย
หลังจากหวังเหยียนมโนจนกล่อมตัวเองได้สำเร็จ
เขาก็ยิ้มบางๆ แล้วบีบเอาเมล็ดพันธุ์ปราณม่วงหงเหมิงที่งอกเงยแล้ว ออกมาจากหว่างคิ้วของตัวเองโดยตรง
“ผู้น้อยหวังเหยียน ยินดีมอบเมล็ดพันธุ์ปราณม่วงหงเหมิง!”
“อะไรนะ?”
บุตรจักรพรรดิฉางเซิงและเถาอ๋อง ต่างก็ประหลาดใจมาก
พวกเขานึกไม่ถึงว่า หวังเหยียนจะตัดใจมอบเมล็ดพันธุ์ปราณม่วงหงเหมิงของตัวเองออกมาจริงๆ
พูดจริงๆ นะ ของวิเศษชิ้นนี้ แม้แต่พวกเขายังอิจฉาตาร้อน
เพียงแต่หวังเหยียนเป็นนายน้อยขุนเขาเทพจักรพรรดิร่วงโรย พวกเขาจึงไม่อาจลงมือแย่งชิงได้จริงๆ
“หวังเหยียน นี่คือเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตของเจ้า เจ้าถึงกับยอมมอบออกมาจริงๆ หรือ?” เถาอ๋องอุทานด้วยความตกใจ
“ถูกต้อง เจ้าจ่ายค่าตอบแทนนี้ มันมากเกินไปแล้ว” บุตรจักรพรรดิฉางเซิงก็กล่าวเช่นกัน
พูดจริงๆ ที่พวกเขาพูดแบบนี้ จริงๆ แล้วก็ไม่อยากให้หวังเหยียนได้รับพลังสังเวยโลหิตนั่นแหละ
เพราะความสามารถแบบนี้ มีคนครอบครองเพิ่มขึ้นอีกคน ก็จะลดความพิเศษลงไปส่วนหนึ่ง
“หึๆ... คิดจะทิ้งข้าไว้คนเดียว พวกเจ้าฝันหวานไปเถอะ”
หวังเหยียนแค่นหัวเราะ
เขาย่อมรู้ดีว่า บุตรจักรพรรดิฉางเซิงและเถาอ๋อง ไม่อยากให้เขาได้รับพลังสังเวยโลหิต
แต่เขาก็จะเอาให้ได้
หวังเหยียนมอบเมล็ดพันธุ์ปราณม่วงหงเหมิงของตนเองออกมาอย่างเด็ดขาด
คัมภีร์เซียนกลืนกิน, คัมภีร์เซียนฉางเซิง, เมล็ดพันธุ์ปราณม่วงหงเหมิง
ของสามสิ่ง ลอยไปตกอยู่ในมือของเจ้าพิธีลำดับที่ห้า
บุตรจักรพรรดิฉางเซิงทั้งสามคน ในยามนี้คุกเข่าอยู่บนพื้น หัวใจเต้นรัวแรง
ด้วยจิตใจของสุดยอดอัจฉริยะอย่างพวกเขา ในตอนนี้ยังมีความตื่นเต้นที่ไม่อาจระงับได้
พวกเขา กำลังจะได้พลังสังเวยโลหิตแล้ว
นั่นคือพลังที่มีเพียงเจ้าพิธีเท่านั้นถึงจะครอบครองได้
และในขณะนั้นเอง ท่านเจ้าพิธีลำดับที่ห้าก็หัวเราะขึ้นมา
ฟ้าดินสั่นสะเทือนเลือนลั่น
“ท่านเจ้าพิธี ท่านนี่คือ...”
บุตรจักรพรรดิฉางเซิงทั้งสามคน อยากจะพูดอะไรสักอย่าง ลองหยั่งเชิงดู
พวกเขาต่างงุนงง ไม่รู้ว่าท่านเจ้าพิธีหัวเราะอะไร
ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะที่คุ้นเคยสายหนึ่ง ก็ดังออกมาจากภายในร่างของเจ้าพิธี
“น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ ธิดาสวรรค์ฉางเซิง ละครฉากนี้ สนุกไหม?”
ร่างเงาหนึ่ง เดินทอดน่องออกมาจากภายในร่างของเจ้าพิธีอย่างสบายอารมณ์
และในเงามืด ร่างของธิดาสวรรค์ฉางเซิงก็ปรากฏขึ้น
มองดูบุตรจักรพรรดิฉางเซิงที่คุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างถ่อมตนราวกกับสุนัขตัวหนึ่งในเวลานี้
ความหวังในแววตาของธิดาสวรรค์ฉางเซิง แตกสลายไปโดยสมบูรณ์ กลายเป็นเถ้าธุลี
สุดยอดอัจฉริยะแห่งเก้าสวรรค์เหล่านี้
ได้กลายเป็นของเล่นที่น่าขบขันที่สุดในมือของจวินเซียวเหยียน!
[จบแล้ว]