- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 1340 - คุกใต้ดินรัฐหยาง ช่วยกึ่งจักรพรรดิเผ่าอี้ โอกาสล้างแค้นมาถึงแล้ว
บทที่ 1340 - คุกใต้ดินรัฐหยาง ช่วยกึ่งจักรพรรดิเผ่าอี้ โอกาสล้างแค้นมาถึงแล้ว
บทที่ 1340 - คุกใต้ดินรัฐหยาง ช่วยกึ่งจักรพรรดิเผ่าอี้ โอกาสล้างแค้นมาถึงแล้ว
บทที่ 1340 - คุกใต้ดินรัฐหยาง ช่วยกึ่งจักรพรรดิเผ่าอี้ โอกาสล้างแค้นมาถึงแล้ว
ขุนเขาเทพสุริยัน ตั้งอยู่ในเขตตะวันออกของแดนเซียนเสวียนเทียน
ที่เรียกว่าตะวันออกคือทิศกำเนิดดวงอาทิตย์
เผ่าอีกาทองคำ เป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ ย่อมต้องครอบครองตำแหน่งทิศตะวันออก
และขุนเขาเทพสุริยัน ครอบครองพื้นที่ในเขตตะวันออกของแดนเซียนเสวียนเทียนถึงหลายสิบรัฐ
ในจำนวนนั้นหลายรัฐ ล้วนเป็นรัฐที่ขุนเขาเทพสุริยันใช้วิธีการอันโหดเหี้ยมแย่งชิงมาจากขุมกำลังอื่น
ด้วยเหตุนี้ ความป่าเถื่อนและเผด็จการของขุนเขาเทพสุริยัน จึงสร้างความโกรธแค้นให้ผู้คนไปทั่ว
และพื้นที่ใจกลางที่สุดของขุนเขาเทพสุริยัน ตั้งอยู่ที่รัฐเย่า (เย่าโจว)
นี่เป็นรัฐที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล และเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์และงดงามที่สุดในเขตตะวันออกของแดนเซียนเสวียนเทียน
ภายในรัฐมีเหมืองเซียนหยวนและแร่ล้ำค่ามากมาย
ยังมีผืนดินอุดมสมบูรณ์สำหรับเพาะปลูกสมุนไพรวิญญาณและโอสถศักดิ์สิทธิ์
เรียกได้ว่าเป็นดินแดนที่มั่งคั่งที่สุดในแดนเซียนเสวียนเทียน
ขุนเขาเทพสุริยันในฐานะเจ้าถิ่นแห่งแดนเซียนเสวียนเทียน ย่อมต้องครอบครองดินแดนที่ดีที่สุด
และที่อยู่ติดกับรัฐเย่า ยังมีรัฐหยาง (หยางโจว)
รัฐหยาง แม้จะไม่ใช่ที่ตั้งของบรรพชนขุนเขาเทพสุริยัน แต่ก็เป็นดินแดนที่สำคัญอย่างยิ่ง
เพราะที่รัฐหยาง ขุนเขาเทพสุริยันได้สร้างคุกใต้ดินขึ้นมาแห่งหนึ่ง
ใช้สำหรับคุมขังศัตรูที่ต่อต้านขุนเขาเทพสุริยันโดยเฉพาะ
รวมถึงเศษเดนของเผ่าอี้และวังเทพจันทราหากถูกจับได้ ก็จะถูกส่งเข้ามาในคุกใต้ดินรัฐหยาง เพื่อทรมานจนตาย
ณ เวลานี้ ภายนอกคุกใต้ดินรัฐหยาง
บนท้องฟ้า อีกาทองคำแต่ละตัวบินวนเวียน คอยสอดส่องความเคลื่อนไหวแปดทิศตลอดเวลา
บนพื้นดิน ก็มีการสลักค่ายกลต่างๆ และมีสิ่งมีชีวิตจากขุนเขาเทพสุริยันประจำการอยู่
คุกใต้ดินรัฐหยาง แม้จะไม่ได้มียอดฝีมือจำนวนมากนั่งแท่นเหมือนรัฐเย่า
แต่ก็มียอดฝีมือระดับท็อปคนหนึ่งนั่งบัญชาการอยู่ที่นี่
นั่นคือผู้อาวุโสสี่ ในบรรดาสี่ผู้อาวุโสแห่งขุนเขาเทพสุริยัน
เป็นที่รู้กันดีว่าสี่ผู้อาวุโสแห่งขุนเขาเทพสุริยัน ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับกึ่งจักรพรรดิ
ผู้อาวุโสสี่ในกลุ่มนั้น แม้ระดับพลังจะอ่อนด้อยที่สุด แต่ก็มีความแข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิสองภัยพิบัติ
มีเขาประจำการที่คุกใต้ดินรัฐหยาง ก็ถือว่าเหลือเฟือแล้ว
คุกใต้ดินรัฐหยางทั้งหมด แบ่งเป็นสิบแปดชั้น
เลียนแบบนรกสิบแปดขุมของศาลเซียนโบราณและตี้ฟู่
ยิ่งลึกลงไป นักโทษที่ถูกขังก็ยิ่งมีความสำคัญ
และในเวลานี้ ในคุกใต้ดินชั้นที่สิบแปดซึ่งลึกที่สุด
ชายชราคิ้วแดงสวมชุดขนนกสีทอง ไพล่มือเดินช้าๆ ไปยังใจกลางคุกชั้นที่สิบแปด
ทั้งชั้นสิบแปด คุมขังคนเพียงคนเดียว
มองออกไป
นั่นคือชายหนุ่มร่างกำยำองอาจ ผู้ที่ควรจะมีบารมีกล้าหาญไร้เทียมทาน
แต่ตอนนี้ ผมเผ้าของเขากระเซอะกระเซิง ผอมแห้งจนเห็นกระดูก
โซ่ตรวนอักขระที่พันรอบด้วยกลิ่นอายจักรพรรดิ แทงทะลุกระดูกไหปลาร้าของเขา
ล็อคแขนขาของเขาไว้
บนร่างกายของเขา ยังมีแมลงยั้วเยี้ยเกาะอยู่เต็มไปหมด
มองดูแล้วชวนให้หนังศีรษะชา ขนลุกขนพอง
นั่นคือแมลงดูดวิญญาณปากแหลมคม สามารถดูดกลืนเลือดเนื้อแก่นแท้และพลังกฎเกณฑ์ต่างๆ
ส่วนพิษที่ปล่อยออกมา ก็จะกัดกร่อนร่างกาย
ต่อให้เป็นกายาสมบัติ ก็จะถูกกัดกร่อนจนหมดสิ้น
กล่าวได้ว่า นี่คือการลงทัณฑ์ที่ทรมานที่สุด
แต่เมื่อเผชิญกับการลงทัณฑ์เช่นนี้ ชายคนนั้นกลับไม่ปริปากร้องสักคำ
"อี้จิ่งซาน เป็นไง คิดได้หรือยัง ที่ซ่อนของธนูโฮ่วอี้อยู่ที่ไหน?"
ชายชราคิ้วแดงผู้นี้ คือผู้อาวุโสสี่แห่งขุนเขาเทพสุริยัน กึ่งจักรพรรดิสองภัยพิบัติ
เขาไม่ได้ปลดปล่อยกลิ่นอาย แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจางๆ ก็ทำให้ความว่างเปล่ารอบด้านบิดเบี้ยว
ส่วนชายผู้นี้ คือกึ่งจักรพรรดิคนสุดท้ายของเผ่าอี้ อี้จิ่งซาน
เขาเป็นกึ่งจักรพรรดิสามภัยพิบัติ
แต่ตอนนี้ ถูกคุมขัง ทนทุกข์ทรมาน ในด้านกลิ่นอาย ย่อมไม่อาจเทียบกับผู้อาวุโสสี่ได้
เมื่อเผชิญคำถามของผู้อาวุโสสี่ อี้จิ่งซานเงียบงันไม่เอ่ยคำ
ผู้อาวุโสสี่หน้าขรึมลงเล็กน้อย
"อี้จิ่งซาน เจ้าเป็นกึ่งจักรพรรดิคนสุดท้ายของเผ่าอี้ เรียกได้ว่าเป็นความหวังทั้งหมดของเผ่าอี้แล้ว"
"เพียงเพื่อศาสตราจักรพรรดิชิ้นเดียว เจ้าอยากตายจริงๆ หรือ?" ผู้อาวุโสสี่น้ำเสียงเย็นชา
หากไม่ใช่เพราะศาสตราจักรพรรดิระดับท็อปชิ้นนี้ อี้จิ่งซานคงถูกหลอมรวมกลืนกินไปนานแล้ว
เวลานี้ อี้จิ่งซานพลันหัวเราะขึ้นมา
"ความหวัง เจ้าคงลืมคนคนหนึ่งไป"
"หือ?" ผู้อาวุโสสี่หรี่ตาลงเล็กน้อย
"นายน้อยเผ่าอี้ของข้า อี้อวี่" อี้จิ่งซานกล่าว
ผู้อาวุโสสี่ได้ยินดังนั้น ก็ส่ายหน้าหัวเราะ "น่าขำ น่าขำ เจ้ายังฝากความหวังไว้กับเด็กเมื่อวานซืนคนหนึ่งจริงๆ หรือ"
"เจ้าคิดว่าลำพังแค่เขา จะทำลายขุนเขาเทพสุริยันของข้าได้?"
ผู้อาวุโสสี่อยากจะขำให้ฟันร่วง
นี่มันเรื่องตลกที่สุดในสามโลกชัดๆ
"เจ้าผิดแล้ว" อี้จิ่งซานเอ่ยเสียงเย็นอย่างอ่อนแรง
"อะไรนะ?"
"ความหวังที่ข้าหมายถึง ไม่ใช่นายน้อยอี้อวี่ แต่เป็น... คนที่เขาติดตาม!"
อี้จิ่งซานเพิ่งถูกจับมาไม่นาน ดังนั้นเขาจึงรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอี้อวี่อยู่บ้าง
คำพูดของอี้จิ่งซาน ทำให้หน้าของผู้อาวุโสสี่ขรึมลงทันที
"จวินเซียวเหยียน?"
"ถูกต้อง นายน้อยอี้อวี่อาจทำลายขุนเขาเทพสุริยันไม่ได้ แต่เทพบุตรตระกูลจวินทำได้!"
ภายใต้ผมยาวที่ยุ่งเหยิงสกปรกของอี้จิ่งซาน ดวงตาคู่หนึ่งกลับส่องประกายวาววับ!
"เหอะ ไร้เดียงสาจริงๆ ไม่ต้องพูดถึงว่าเจ้าหนูตระกูลจวินนั่นจะมีบารมีขนาดนั้นหรือไม่"
"แค่ถามว่าเขาจะยอมเปิดศึกอมตะกับขุนเขาเทพสุริยันของข้า เพื่อผู้ติดตามแค่คนเดียวหรือเปล่า"
"ถ้าเจ้าเป็นจวินเซียวเหยียน เจ้าจะตัดสินใจทำเรื่องไร้สติแบบนี้ไหม?"
คำพูดของผู้อาวุโสสี่ ทำให้อี้จิ่งซานเงียบไป
นั่นสิ
เพื่อความแค้นทางสายเลือดของผู้ติดตามคนหนึ่ง ถึงกับเปิดศึกอมตะ ลงมือกับเผ่าราชวงศ์บรรพกาลฝ่ายหนึ่ง
นี่เป็นการกระทำที่ขาดสติอย่างยิ่ง
แต่ไม่รู้ทำไม อี้จิ่งซานกลับรู้สึกว่า เทพบุตรตระกูลจวินผู้นั้น ไม่ธรรมดา
"ข้าเชื่อในสายตาของนายน้อย เขาดูคนไม่ผิด" อี้จิ่งซานยืนกราน
"หึ โง่เขลา หากเจ้าไม่บอกที่ซ่อนของธนูโฮ่วอี้ ข้าคงต้องโยนเจ้าลงไปหลอมในเตาหลอมเทพสุริยันเสียแล้ว!"
ดวงตาของผู้อาวุโสสี่ฉายแววอำมหิต
เตาหลอมเทพสุริยัน เป็นศาสตราจักรพรรดิระดับท็อปของขุนเขาเทพสุริยัน อานุภาพร้ายกาจ
และในขณะนั้นเอง จู่ๆ ก็มีแรงสั่นสะเทือนสายหนึ่งส่งมา
เบาบางมาก แต่กลับทำให้ผู้อาวุโสสี่ขมวดคิ้ว
"เกิดอะไรขึ้น?"
หารู้ไม่ว่า ในเวลานี้ บนท้องฟ้าภายนอกคุกใต้ดิน
ช่องว่างมิติสีดำมืดปรากฏขึ้นทีละแห่ง
เรือรบสงครามข้ามแดนหลายลำพุ่งทะลุความว่างเปล่าออกมา ลงมาเยือนสถานที่แห่งนี้
"ศัตรูบุก!"
เสียงตะโกนโหยหวนเพิ่งจะดังขึ้น
บนเรือรบสงครามข้ามแดน ก็มีพลังกฎเกณฑ์รวมตัวกัน
จากนั้นกลายเป็นลำแสงปืนใหญ่ ระดมยิงใส่ป้อมปราการคุกใต้ดินอย่างดุดัน
ค่ายกลป้องกันและอักขระต่างๆ ล้วนถูกบดขยี้จนสิ้นซาก!
"บังอาจ ใครกล้ารุกรานขุนเขาเทพสุริยันของข้า!"
เสียงตะโกนเย็นชาดังขึ้น สะเทือนเลื่อนลั่นแปดทิศ
ร่างที่ลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน พุ่งทะยานขึ้นจากคุกใต้ดินชั้นสิบแปด กลิ่นอายกึ่งจักรพรรดิอันไพศาลกวาดล้างไปทั่วจักรวาล
และบนดาดฟ้าเรือรบสงครามข้ามแดนลำหน้าสุด
อี้อวี่ อี้ถิง และคนอื่นๆ ยืนตระหง่านอยู่
"เจ้าคือ... เศษเดนเผ่าอี้คนนั้น!"
เมื่อเห็นอี้อวี่ ผู้อาวุโสสี่หน้าเปลี่ยนสีด้วยความตกใจ
ไม่ได้ตกใจเพราะอี้อวี่
แต่เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเขา
จวินเซียวเหยียน!
"ไม่... เป็นไปไม่ได้ เจ้าเด็กนั่นทำไมถึงกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้!"
ผู้อาวุโสสี่มึนงงไปเล็กน้อย
จวินเซียวเหยียน ใจกล้าถึงขนาดนี้เชียวหรือ
เพิ่งสร้างจวินตี้ถิง ก็กล้าเอาขุนเขาเทพสุริยันของเขามาเชือดไก่ให้ลิงดู?
"ขุนเขาเทพสุริยัน วันตายของพวกเจ้า มาถึงแล้ว!"
ในดวงตาของอี้อวี่ มีเปลวไฟแห่งการล้างแค้นลุกโชน
"ไอ้เด็กเวร ข้าจะฆ่าเจ้าก่อน!"
ผู้อาวุโสสี่หน้าตาบิดเบี้ยว ฟาดฝ่ามือใส่อี้อวี่โดยไม่สนว่าจะรังแกเด็ก
ในสายตาของเขา ถ้าอี้อวี่ไม่ไปเจอจวินเซียวเหยียน
จะนำปัญหามากมายขนาดนี้มาให้ขุนเขาเทพสุริยันได้อย่างไร?
อี้อวี่เพียงแค่ยิ้มเยาะ
ในความว่างเปล่า จู่ๆ ก็มีสองร่างพุ่งทะลุออกมา
ปล่อยหมัดและฝ่ามือ เข้าโจมตีสังหารผู้อาวุโสสี่
หนึ่งในนั้น คือราชันฝูเฟิง
หลังจากการลอบสังหารครั้งก่อน แม้เขาจะบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ไม่ตาย
จวินเซียวเหยียนเห็นว่าเขายังมีความจงรักภักดีอยู่บ้าง จึงใช้ทรัพยากรของตระกูลจวินรักษาเขาจนหาย
และศึกครั้งนี้ ราชันฝูเฟิงก็ลงมือด้วย
อีกคนหนึ่ง คือหนึ่งในสี่ขุนพลเทพแห่งศาลเซียนโบราณ ขุนพลเทพเทียนกวน
เขามีสีหน้าไร้อารมณ์
ฟังคำสั่งเพียงตราพยัคฆ์ ไร้ซึ่งความรู้สึกอื่นใด
เมื่อเห็นสองกึ่งจักรพรรดิลงมือโจมตีพร้อมกัน
หัวใจของผู้อาวุโสสี่ ก็เย็นเฉียบไปถึงก้นบึ้งทันที
"ไอ้เด็กนั่น มันเอาจริง..."
ใบหน้าของผู้อาวุโสสี่ซีดเผือดดั่งคนตาย
[จบแล้ว]