- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 1150 - รับฝ่ามือเดียวได้ก็นับว่าไม่เลว สังหารทิ้งอย่างง่ายดาย ตบหน้ากู่ตี้จื่อ
บทที่ 1150 - รับฝ่ามือเดียวได้ก็นับว่าไม่เลว สังหารทิ้งอย่างง่ายดาย ตบหน้ากู่ตี้จื่อ
บทที่ 1150 - รับฝ่ามือเดียวได้ก็นับว่าไม่เลว สังหารทิ้งอย่างง่ายดาย ตบหน้ากู่ตี้จื่อ
บทที่ 1150 - รับฝ่ามือเดียวได้ก็นับว่าไม่เลว สังหารทิ้งอย่างง่ายดาย ตบหน้ากู่ตี้จื่อ
ไม่มีใครคาดคิดว่าจวินเซียวเหยียนจะลงมือทันที
เรียบง่าย เด็ดขาด รวดเร็ว และตรงไปตรงมา
ไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย
คิดจะสยบก็สยบ!
คิดจะฆ่าก็ฆ่า!
ไม่สนใจและไม่กริ่งเกรงเลยสักนิดว่าที่นี่คือสถาบันเซียนเก้าสวรรค์ สถานที่ซึ่งมีกฎห้ามเข่นฆ่ากันอย่างเคร่งครัด
จวินเซียวเหยียนฟาดฝ่ามือลงไปตามอำเภอใจ ราวกับท้องนภาอันโกลาหลกำลังถล่มทลายลงมา
"จวินเซียวเหยียน อย่าได้ดูถูกพวกเรานัก!"
เจ้าสิบหกและอีกสองคนตะโกนก้อง
ในฐานะผู้ติดตามของจักรพรรดิน้อยโบราณแห่งศาลเซียน พวกเขาย่อมมีฝีมือไม่ธรรมดา
เป็นยอดคนในยุคสมัยนั้น
แต่ท่าทีของจวินเซียวเหยียนกลับเหมือนกำลังสยบมดปลวก ทำให้พวกเขารู้สึกอัปยศอดสูยิ่งนัก
จวินเซียวเหยียนไม่พูดพร่ำทำเพลง และคร้านจะเสวนากับคนกลุ่มนี้
ฝ่ามือแห่งกฎเกณฑ์ที่ปกคลุมด้วยหมอกโกลาหลกดทับลงมาดั่งฟ้าถล่ม
เจ้าสิบหก รวมถึงชายหญิงอีกสองคน คือเจ้าสิบเจ็ดและเจ้าสิบแปด ต่างคำรามลั่นพร้อมกัน
แม้แต่สัตว์ร้ายที่เป็นพาหนะของพวกเขาก็ยังกรีดร้องและระเบิดพลังออกมา
ลำพังสัตว์ขี่เหล่านี้ก็แข็งแกร่งกว่าอัจฉริยะทั่วไปมากโขแล้ว
ปัง!
ทว่าหลังฝ่ามือนี้ฟาดลงไป
ทั้งสามคนต่างกระอักเลือดและกระเด็นถอยหลังไปพร้อมกัน แววตาฉายความตื่นตระหนก
ส่วนจวินเซียวเหยียนกลับฉายแววแปลกใจในดวงตา
"รับฝ่ามือที่ข้าตบมั่วๆ ได้ นับว่าไม่เลว ข้าดูถูกพวกเจ้าเกินไปจริงๆ"
จวินเซียวเหยียนแปลกใจจริงๆ ไม่ได้แสร้งทำ
เพราะเขาชินกับการตบศัตรูตายในฝ่ามือเดียว
สิบแปดอาชาเยี่ยนอวิ๋นในฐานะผู้ติดตามจักรพรรดิน้อยโบราณ สามารถรับฝ่ามือเขาได้ นับว่าทำให้เขาประหลาดใจมาก
แม้จะเป็นฝ่ามือที่ธรรมดาที่สุดและไม่ได้ใช้พลังอะไรเลยก็ตาม
แต่นั่นก็พิสูจน์ได้ว่าสิบแปดอาชาเยี่ยนอวิ๋นไม่ใช่พวกมีแต่ชื่อ
เช่นนั้นเจ้านายของพวกเขาอย่างจักรพรรดิน้อยโบราณ ก็น่าจะมีดีอยู่บ้าง
"จวินเซียวเหยียน เจ้า..."
พวกเจ้าสิบหกทั้งสามคนกำลังกระอักเลือด
แค่ฝ่ามือเดียวที่ฟาดมาส่งๆ ก็ทำให้พวกเขาทุลักทุเลถึงเพียงนี้
แถมยังมาบอกว่าดูถูกพวกเขาเกินไปอีก
ทำราวกับว่าการรับฝ่ามือนี้ได้ถือเป็นเกียรติอย่างสูงส่งกระนั้น
สำหรับพวกเขาแล้ว นี่คือความอัปยศที่ทวีคูณ
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้..."
มือของจวินเซียวเหยียนที่ฟาดออกไปพลันกำเป็นหมัด
ทันใดนั้นพลังอำนาจที่น่าหวาดหวั่นก็พรั่งพรูออกมา
วิชาหมัดที่ไม่ได้ใช้มานานถูกจวินเซียวเหยียนงัดออกมาใช้ในเวลานี้
หมัดเดียวชกออกไป พลังวัฏสงสารพลุ่งพล่าน สั่นสะเทือนสวรรค์ชั้นฟ้า!
วังวนวัฏสงสารทั้งหกประดุจโลกหกใบ พุ่งทะยานออกมาพร้อมกับคมหมัดของจวินเซียวเหยียน!
มันคือหมัดหกวิถีสังสารวัฏ!
นี่คือวิชาหมัดระดับสูงสุดที่จะแข็งแกร่งขึ้นตามระดับพลังของจวินเซียวเหยียน
เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาอยู่ในต่างแดน จึงไม่ได้ใช้วิชาหมัดนี้เลย
บัดนี้กลับมายังแดนเซียน จวินเซียวเหยียนย่อมสามารถใช้วิชาไม้ตายเก่าๆ ได้อย่างไม่ต้องเกรงใจใคร
ตูม!
หมัดเดียวชกออกไป ฟ้าดินพลันสั่นสะเทือน
ในความว่างเปล่ามีลวดลายค่ายกลมากมายปรากฏขึ้น
นั่นคือค่ายกลป้องกันที่สลักไว้บนเกาะเซียน
จวินเซียวเหยียนหมัดเดียวถึงกับกระตุ้นการทำงานของค่ายกลป้องกันเกาะเซียน เห็นได้ชัดว่าหมัดนี้รุนแรงเพียงใด!
"จวินเซียวเหยียน อย่าลืมว่าที่นี่คือสถาบันเซียน พวกเราเป็นผู้ติดตามของจักรพรรดิน้อย เจ้ากล้าทำถึงขนาดนี้เชียวรึ!?"
เจ้าสิบหกคำรามลั่น พร้อมทั้งงัดไพ่ตายของตนออกมา
ทั้งสามระเบิดมหาเวท แสงเทพเจิดจรัส กลิ่นอายแข็งแกร่งจนทำให้อัจฉริยะระดับต้องห้ามหลายคนหนังตากระตุก
แต่น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้ของพวกเขาคือตัวตนที่ไร้เทียมทานในรุ่นเยาว์
เพียงแค่หมัดเดียว แถมยังไม่ใช่หมัดหกวิถีสังสารวัฏฉบับสมบูรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยหกวิชาเทพ
กายเนื้อของทั้งสามคนก็ระเบิดออกทันที โลหิตสาดกระจายเต็มท้องฟ้า
สัตว์ขี่ทั้งสามตัวของพวกเขาก็ระเบิดร่างแหลกละเอียด ดับสูญทั้งกายและจิตวิญญาณไปพร้อมกัน
ดวงจิตทั้งสามดวงหนีตายด้วยความหวาดกลัว คิดจะหลบหนีไปไกลๆ
จวินเซียวเหยียนเพียงส่ายหน้าเบาๆ รวบนิ้วเป็นกระบี่
แสงเซียนอันวิจิตรตระการตาปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้ว พลุบโผล่วูบวาบ
จากนั้นหนึ่งดัชนีจี้ออกไป
แสงเซียนเหินนับร้อยสายปรากฏขึ้น ราวกับควบแน่นเป็นกระบี่เซียนมากมาย ฟาดฟันไปยังดวงจิตทั้งสามดวงนั้น!
"เป็นไปได้อย่างไร เคล็ดวิชากระบี่ทัณฑ์เซียน!?"
หลิงหยวนมองด้วยความตกตะลึง สูดหายใจเข้าลึก
เมื่อครู่จวินเซียวเหยียนดูเหมือนจะแค่ใช้จิตสัมผัสกวาดดูเคล็ดวิชากระบี่ทัณฑ์เซียนไปรอบเดียวเท่านั้น
กลับสามารถใช้ออกมาได้โดยตรงเลยหรือ?
แม้จะยังไม่ถึงขั้นชำนาญสมบูรณ์แบบ แต่การที่สามารถใช้วิชากระบี่ทัณฑ์เซียนออกมาได้ ก็ทำให้หลิงหยวนตกใจมากพอแล้ว
แต่สำหรับจวินเซียวเหยียน เรื่องนี้ไม่นับเป็นอะไรเลย
อย่าว่าแต่พรสวรรค์ระดับปีศาจของเขา เขายังมีความสามารถในการอนุมานวิชาจากบันทึกเทพสงครามและเคล็ดวิชาการต่อสู้ศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย
การจะใช้ออกมาได้ทันทีจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก
ฉึก!
ดวงจิตทั้งสามดวงถูกแสงกระบี่ทัณฑ์เซียนฟาดฟันจนดับสูญ
สามคนในกลุ่มสิบแปดอาชาเยี่ยนอวิ๋น ตกตายไปเช่นนี้เอง
ตายง่ายดายเหลือเกิน
"อานุภาพไม่เลว" จวินเซียวเหยียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"จวินเซียวเหยียน เจ้าทำเกินไปแล้ว"
กู่ตี้จื่อสีหน้าย่ำแย่
คนเหล่านี้เขาเป็นคนพามา
ผลสุดท้ายกลับต้องมาตายที่นี่ เขาเองก็อาจจะถูกพาลโกรธไปด้วย
"กู่ตี้จื่อ บัญชีก่อนหน้านี้ยังไม่ได้คิดกับเจ้า อยู่เป็นตัวตลกเงียบๆ ไม่ดีกว่าหรือ?"
จวินเซียวเหยียนก้าวเท้า คลื่นมิติสั่นไหว
เขาราวกับเคลื่อนย้ายพริบตา มาปรากฏตัวตรงหน้ากู่ตี้จื่อ
ปฏิกิริยาของกู่ตี้จื่อก็นับว่ารวดเร็ว เบื้องหน้าปรากฏแผนภาพยันต์แปดทิศขึ้นทันที
แม้เขาจะกินน้ำใต้ศอกจวินเซียวเหยียนครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้สืบทอดสายเลือดเซียนฝูซี อีกทั้งยังมีกายาสิทธิ์ฝูซี พลังฝีมือไม่ได้อ่อนด้อย
เคยถูกยกย่องให้เป็นผู้สืบทอดที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคปัจจุบันของศาลเซียนเคียงคู่กับหลิงหยวน
แต่ถึงกระนั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าจวินเซียวเหยียน เขาก็ยังดูเปราะบางอยู่ดี
จวินเซียวเหยียนจี้ดัชนีออกไป ใช้วิชาผ่าสวรรค์ ประกายกระบี่โกลาหลพุ่งวนเวียน
แผนภาพยันต์แปดทิศนั้นถูกฟันขาดสะบั้นทันที!
หว่างคิ้วของจวินเซียวเหยียนพลันมีโซ่ตรวนแห่งกฎเกณฑ์พุ่งออกมา แปลงเป็นกระบี่วิถีจักรพรรดิหยวน ฟันฉับลงไปอีกครั้ง!
กู่ตี้จื่อเร่งพลังกายาสิทธิ์ฝูซีอีกครั้ง ในความว่างเปล่าปรากฏลักษณ์แห่งกว้ามากมายถยิบยับ ราวกับก่อตัวเป็นกำแพงพลังเวทเพื่อต้านรับกระบี่นี้
แต่จวินเซียวเหยียนฉวยโอกาส ชกหมัดทะลวงการป้องกันของกู่ตี้จื่อ
จากนั้นก็ตบฉาดลงไป!
เพี้ยะ!
เสียงตบหน้าดังสนั่น กู่ตี้จื่อถูกตบจนปลิว กระอักเลือด ถอยกรูดไม่เป็นท่า
"จวินเซียวเหยียน..."
ถูกตบหน้าฉาดใหญ่ต่อหน้าธารกำนัล แถมยังต่อหน้าหลิงหยวนอีกด้วย
เรื่องนี้ทำให้กู่ตี้จื่อโกรธจัด สายตาราวกับงูพิษที่จ้องจะฉกกัดคน
"ว้าว ตบหน้ากันขนาดนี้เลยหรือ สมกับเป็นเทพบุตรตระกูลจวิน" เว่ยเชียนเชียนมองด้วยความตกตะลึง
"ที่นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้น?"
ในตอนนั้นเอง กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็เดินทางมาถึง ผู้ที่นำหน้าคือผู้อาวุโสคุมกฎของสถาบันเซียน
เป็นยอดฝีมือระดับจ้าวหล้าเสินจุน
เมื่อเขาเห็นจวินเซียวเหยียน หางตาก็กระตุกเบาๆ
'เป็นพระองค์ใหญ่องค์นี้จริงๆ ด้วย' ผู้อาวุโสคุมกฎรำพึงในใจ สีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาตินัก
กู่ตี้จื่อสีหน้าดำทะมึน มองจวินเซียวเหยียนแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปกล่าวกับผู้อาวุโสคุมกฎว่า
"จวินเซียวเหยียนไม่สนใจกฎของสถาบันเซียน สังหารผู้ติดตามของจักรพรรดิน้อยโบราณ สามคนในกลุ่มสิบแปดอาชาเยี่ยนอวิ๋น ขอถามว่าจะลงโทษอย่างไร?"
"เรื่องนี้..." ผู้อาวุโสคุมกฎอึกอัก
ในใจก่นด่ากู่ตี้จื่อไปร้อยรอบ
นี่จงใจทำให้เขาทำตัวลำบากใช่ไหม?
จวินเซียวเหยียนมีสถานะอะไร?
ผู้กอบกู้แห่งแดนเซียน วีรบุรุษที่สรรพชีวิตนับล้านล้านเทิดทูน
เขามาสถาบันเซียนเก้าสวรรค์ มหาผู้อาวุโสสถาบันเซียนยังต้องอ้อนวอน ถึงขนาดเอาแหล่งวาสนาสูงสุดมาเป็นเงื่อนไขเพื่อขอให้เขาเข้ามา
"อะแฮ่ม... คุณชายจวิน ท่านทำเช่นนี้ก็ไม่ถูกนะ"
ผู้อาวุโสคุมกฎกระแอมไอ มองจวินเซียวเหยียน ขมวดคิ้วเล็กน้อย
"หืม?"
จวินเซียวเหยียนไพล่มือไว้ด้านหลัง มองผู้อาวุโสคุมกฎ
ศิษย์สถาบันเซียนรอบๆ ต่างพยักหน้าเงียบๆ
สมกับเป็นผู้อาวุโสคุมกฎผู้เที่ยงธรรม
สไตล์การทำงานที่เด็ดขาดและไม่เห็นแก่หน้าใครของเขา เป็นที่เลื่องลือไปทั่วสถาบันเซียน
ทว่าในวินาทีต่อมา ผู้อาวุโสคุมกฎก็กระแอมไอแล้วกล่าวว่า
"คุณชายจวินลงมือเองแบบนี้ ไม่เหนื่อยแย่หรือ ครั้งหน้ามีเรื่องแบบนี้ ให้คนแก่คนนี้มาจัดการก็พอแล้ว"
"ข้าจะดูสิว่าไอ้ตาบอดคนไหน กล้ามารบกวนคุณชาย!"
ผู้อาวุโสคุมกฎกล่าวด้วยถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยความชอบธรรม
ทุกคนรอบข้างถึงกับอ้าปากค้าง
[จบแล้ว]