- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 1120 - สังหารเมล็ดพันธุ์แห่งความมืดในฝ่ามือ ความคิดถึงของเจียงลั่วหลี
บทที่ 1120 - สังหารเมล็ดพันธุ์แห่งความมืดในฝ่ามือ ความคิดถึงของเจียงลั่วหลี
บทที่ 1120 - สังหารเมล็ดพันธุ์แห่งความมืดในฝ่ามือ ความคิดถึงของเจียงลั่วหลี
บทที่ 1120 - สังหารเมล็ดพันธุ์แห่งความมืดในฝ่ามือ ความคิดถึงของเจียงลั่วหลี
ชุดขาวดุจหิมะ ชายเสื้อปลิวไสว กลิ่นอายสะเทือนจักรวาล หัวเราะเย้ยหยันน่านฟ้า
เหยียบย่ำต้าเผิงนภาเขียวระดับกึ่งราชันผู้ไม่เสื่อมสลาย
ทันทีที่ปรากฏกาย อานุภาพก็กวาดม้วนไปทั่วทั้งสนามรบ!
ไม่มีใครไม่หันมอง!
ไม่มีใครไม่ตกตะลึง!
เจียงลั่วหลีเห็นเงาร่างที่ห่างหายไปนานนั้น ภาพตรงหน้าก็พร่ามัวในทันที
นางไม่อยากร้องไห้ แต่น้ำตากลับไหลออกมาไม่หยุด
นั่นคือความปิติยินดี และความตื่นเต้น อีกทั้งยังเป็นการพังทลายของเขื่อนกั้นความรู้สึกที่เกิดจากความคิดถึงอันยาวนาน
“พี่เซียวเหยียน...”
เสียงหวานใสที่น่าทะนุถนอมเจือเสียงสะอื้นเล็กน้อยดังออกมาจากปากเล็กๆ ของเจียงลั่วหลี
ผู้ที่มาคือใคร ไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความ!
“เขามาแล้ว...”
วินาทีนี้ อัจฉริยะแดนเซียนนับไม่ถ้วนทั่วทั้งสนามรบ ต่างมองดูด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน
แหงนมองตำนานที่เคยปิดฉากไปแล้ว ราชันหวนคืน!
“จวินเซียวเหยียน!”
เมื่อเห็นจวินเซียวเหยียนปรากฏตัว เมล็ดพันธุ์แห่งความมืดของเผ่าโหมวสื่อ ในดวงตาฉายแววตกตะลึงก่อน จากนั้นก็ระเบิดความโกรธแค้นอันท่วมท้นออกมา!
จวินเซียวเหยียนปั่นหัวเผ่าโหมวสื่อทั้งเผ่าเหมือนคนโง่
แถมยังสังหารมัวโหวหลัว หนึ่งในหกราชันทำลายโลกไปโดยตรง
เรื่องนี้ทำให้เมล็ดพันธุ์ของเผ่าโหมวสื่อ แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็น
พวกเขาก็รู้ดี
จวินเซียวเหยียนสังหารหายนะได้ หลักๆ เป็นเพราะร่างจำแลงทองคำนั้น และพลังภายนอกอย่างโลงศพทองแดงสามภพ
และทุกคนก็เห็นแล้วว่า หลังจากพลังศรัทธาของร่างจำแลงนั้นหมดลง ก็ไม่สามารถใช้งานได้อีก
ดังนั้นเมล็ดพันธุ์แห่งความมืดของเผ่าโหมวสื่อ จึงไม่ได้หวาดกลัวจวินเซียวเหยียนมากนัก
เขาสัมผัสได้ว่า จวินเซียวเหยียนก็อยู่ในระดับจอมราชันขั้นสมบูรณ์เหมือนกับเขา ยังไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ระดับเทียนจุน
“ตายซะ!”
โดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เมล็ดพันธุ์แห่งความมืดเผ่าโหมวสื่อลงมือ พลังมารไร้ขอบเขตรวมตัวกันเป็นหอกยาวสีดำ ราวกับจะแทงทะลุสวรรค์ พุ่งเข้าใส่จวินเซียวเหยียนอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ หากใครสามารถสังหารจวินเซียวเหยียนได้
นั่นย่อมกลายเป็นเกียรติยศสูงสุดของต่างแดนอย่างแน่นอน!
จวินเซียวเหยียนสีหน้าเรียบเฉย
หลังจากผ่านศึกกับหายนะสูงสุดมาแล้ว
การต่อสู้ของรุ่นเยาว์ในตอนนี้สำหรับเขา มันก็เหมือนเด็กเล่นขายของ ไม่ก่อให้เกิดระลอกคลื่นใดๆ ในใจเลยแม้แต่น้อย
ครืน ครืน!
จวินเซียวเหยียนยื่นฝ่ามือออกไปกดทับอย่างเรียบง่าย
ระหว่างนิ้วและฝ่ามือมีปราณโกลาหลพลุ่งพล่าน ทุกเส้นสายสามารถบดขยี้ท้องนฟ้า
สัมผัสได้ถึงพลังที่น่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุดนี้ เมล็ดพันธุ์แห่งความมืดของเผ่าโหมวสื่อก็หน้าเปลี่ยนสีทันที
เขาคิดไม่ผิด
เขากับจวินเซียวเหยียนต่างก็เป็นจอมราชันขั้นสมบูรณ์เหมือนกัน
แต่ระดับจอมราชันก็มีความแตกต่าง
จอมราชันทั่วไป กับจอมราชันระดับขีดสุดที่ควบคุมกฎเกณฑ์เก้าสาย ย่อมไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกันได้
แล้วจวินเซียวเหยียนล่ะ?
คือจอมราชันระดับตัวแปรที่ควบคุมกฎเกณฑ์สิบสาย เหนือกว่าขีดสุดไปแล้ว!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่านี่ยังไม่ใช่ขีดจำกัดของจวินเซียวเหยียน!
เมล็ดพันธุ์แห่งความมืดของเผ่าโหมวสื่อก็แข็งแกร่งมาก ฝึกฝนกฎเกณฑ์ได้ถึงหกสาย
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าจอมราชันระดับตัวแปรอย่างจวินเซียวเหยียน ก็ยังเปราะบางราวกับมดปลวก
ตราประทับหัตถ์โกลาหลกดทับลงมา ดั่งขุนเขาปีศาจยุคบรรพกาล บดขยี้เมล็ดพันธุ์แห่งความมืดของเผ่าโหมวสื่อจนระเบิดเป็นจุณ ร่างกายและวิญญาณดับสูญ!
เมล็ดพันธุ์แห่งความมืดอีกสองคนที่เห็นฉากนี้ ต่างหน้าถอดสี รีบหนีเอาตัวรอด
จวินเซียวเหยียนยกมือตบออกไปเช่นกัน
หนึ่งฝ่ามือต่อหนึ่งเด็กน้อย
เพียงชั่วพริบตา เมล็ดพันธุ์แห่งความมืดของต่างแดนสามคน ที่เคยเข่นฆ่าสังหารไปทั่วในสนามรบอัจฉริยะ ก็ดับสูญจนหมดสิ้น!
“อึก...”
อัจฉริยะแดนเซียนบางคน กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
นี่ไม่ใช่จวินเซียวเหยียนที่ยืมพลังจากร่างจำแลงเทพเจ้า
แต่เป็นพลังของเขาเอง
ฆ่าจอมราชันทั่วไปได้ง่ายดายราวกับมดปลวก!
สายตานับไม่ถ้วน มองดูเงาร่างที่เหยียบย่ำอยู่บนหลังต้าเผิงนภาเขียว ราวกับกำลังแหงนมองปาฏิหาริย์แห่งเทพ!
“ท่านขุนพลเทพกลับมาแล้ว!”
“บุตรเทพไร้เทียมทาน!”
“ราชาแห่งคนรุ่นใหม่ของแดนเซียนเรา กลับมาแล้ว!”
“เดิมพันกับสวรรค์ยังชนะได้ ก็ถามหน่อยว่ายังมีใครอีก?!”
อัจฉริยะแดนเซียนมากมายต่างตะโกนก้อง ตื่นเต้นฮึกเหิม
แม้จวินเซียวเหยียนจะมีคู่แข่งในแดนเซียนไม่น้อย แต่คนที่บูชาเขามีมากกว่า
โดยเฉพาะหลังจากที่จวินเซียวเหยียนสังหารหายนะสูงสุด ความบูชานี้ก็แทบจะกลายเป็นความคลั่งไคล้อย่างไร้สติ
เดิมพันกับสวรรค์
สยบจิตมารร้ายแห่งเทพเจ้า ช่วยเหลือด่านชายแดน
สังหารหายนะสูงสุด
เรื่องเหล่านี้ไม่ว่าทำสำเร็จเพียงเรื่องเดียว ก็เพียงพอให้สรรพสัตว์กราบไหว้ มวลชนเคารพเลื่อมใส
และทั้งหมดนี้ จวินเซียวเหยียนทำสำเร็จด้วยตัวคนเดียว
ถ้าไม่ยกเขาขึ้นหิ้งบูชา แล้วจะบูชาใคร?
“พี่เซียวเหยียน!”
เห็นเพียงเงาร่างบอบบางสายหนึ่ง พุ่งเข้าหาจวินเซียวเหยียนราวกับนกนางแอ่นกลับรัง โถมเข้าสู่อ้อมกอดของเขา
คือเจียงลั่วหลีนั่นเอง
ไม่เจอกันนาน เจียงลั่วหลีนอกจากส่วนสูงที่ไม่ค่อยเปลี่ยน ยังคงขาสั้นเหมือนเดิม
แต่บุคลิกกลับเปลี่ยนไปบ้าง
หากบอกว่าเจียงลั่วหลีเมื่อก่อน เจ้าเล่ห์แสนซนเหมือนภูตน้อย ร่าเริงสดใส
งั้นนางในตอนนี้ ก็ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และเงียบขรึมขึ้น ใบหน้าสวยงามหลุดพ้นโลกีย์ ผิวพรรณขาวผ่องดุจหยก
เห็นได้ชัดว่า นี่แยกไม่ออกจากการฝึกฝนของนางตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ต่อให้เป็นไข่มุกบนฝ่ามือของตระกูลเจียง หลังจากออกจากเรือนเพาะชำ ก็ควรจะเติบโตได้แล้ว
โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ ตอนที่ได้ยินว่าจวินเซียวเหยียนตกตาย
เจียงลั่วหลีเหมือนจะเติบโตขึ้นในชั่วข้ามคืน เข้าใจรสชาติของการสูญเสีย
ตอนนี้ ได้เห็นคนในดวงใจที่คุ้นเคยอีกครั้ง
นางอดไม่ได้ที่จะโถมตัวเข้าใส่อ้อมกอดของจวินเซียวเหยียน โดยไม่สนว่าตอนนี้จะอยู่ในสนามรบหรือไม่
ความรู้สึกที่เสียไปแล้วได้คืนมา มันล้ำค่าเกินไป
มองดูเจียงลั่วหลีที่ขดตัวอยู่ในอ้อมกอด ทั้งที่อยากร้องไห้มาก แต่กลับกลั้นไว้ไม่ร้อง ไหล่บางสั่นเทาเล็กน้อย
จวินเซียวเหยียนก็ถอนหายใจเบาๆ
หลายปีมานี้ เขาเอาแต่บำเพ็ญเพียร ให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น ค้นหาความจริงของโลก
จนละเลยอะไรไปหลายอย่างจริงๆ
ละเลยคนรอบข้าง
ไม่ใช่แค่เจียงลั่วหลี
ยังมีเจียงเซิ่งอี หญิงสาวที่คอยทุ่มเทอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบงัน แต่ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขาเลย
เขานึกถึงเศษเสี้ยวอนาคตมุมนั้นอีกครั้ง ฟ้าดินโกลาหล เจียงเซิ่งอีมองเขาด้วยรอยยิ้มเปื้อนเลือดที่งดงามและน่าเวทนา
จวินเซียวเหยียนรู้สึกว่า สมควรจะให้คำมั่นสัญญาที่จริงจังได้แล้วหรือยัง?
เขาเกรงว่าหากพลาดไปแล้ว ภายหน้าอาจจะไม่มีโอกาสอีกเลย
เรื่องนี้ จวินเซียวเหยียนเก็บไว้ในใจ
เขายื่นมือออกไป เชยคางมนของเจียงลั่วหลีขึ้น
อาจเป็นเพราะความคิดถึงที่โหยหา
ทำให้ระหว่างคิ้วที่งดงามของเจียงลั่วหลีมีความซูบซีดอยู่หลายส่วน
“พี่เซียวเหยียน ข้ารู้อยู่แล้ว ท่านจะจากพวกเราไปโดยไม่บอกลาได้อย่างไร ท่านไม่ใช่คนแบบนั้น”
น้ำเสียงของเจียงลั่วหลีเจือเสียงสะอื้น แต่บนใบหน้ากลับเผยรอยยิ้มที่เปื้อนคราบน้ำตา
ความรู้สึกนี้ ซับซ้อนอย่างยิ่ง มีทั้งความปิติ ตื่นเต้น และความหวาดกลัวย้อนหลัง ความน้อยใจเล็กๆ
“ขอโทษนะ ที่ทำให้เป็นห่วง”
จวินเซียวเหยียนก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี
“พี่เซียวเหยียน ท่านกลับมาก็ดีแล้ว” เจียงลั่วหลีขอบตาแดงก่ำ ในรอยยิ้มมีน้ำตา
“เจ้าโตขึ้นแล้วจริงๆ” จวินเซียวเหยียนถอนหายใจ
เจียงลั่วหลีชะงัก จากนั้นจมูกเล็กๆ ก็ขยับ ในที่สุดก็กลั้นไม่ไหวร้องไห้โฮออกมา แขนเรียวกอดจวินเซียวเหยียน ใบหน้าเล็กซุกไซ้ในอกของจวินเซียวเหยียน
ยังคงเป็นความอ่อนโยนที่คุ้นเคย
ไม่เคยเปลี่ยน
จวินเซียวเหยียนตบหลังเจียงลั่วหลีเบาๆ
แต่กลับสัมผัสได้ถึงสายตาที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง แฝงความอิจฉาจางๆ ที่แอบมองมา
จักรพรรดินีหลิงหยวน!
[จบแล้ว]