- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 860 - คัมภีร์ตู้เสิน หมากฆาตลำดับที่สี่ของกู่ตี้จื่อ และการทะลวงสู่ระดับเจ้าศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 860 - คัมภีร์ตู้เสิน หมากฆาตลำดับที่สี่ของกู่ตี้จื่อ และการทะลวงสู่ระดับเจ้าศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 860 - คัมภีร์ตู้เสิน หมากฆาตลำดับที่สี่ของกู่ตี้จื่อ และการทะลวงสู่ระดับเจ้าศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 860 - คัมภีร์ตู้เสิน หมากฆาตลำดับที่สี่ของกู่ตี้จื่อ และการทะลวงสู่ระดับเจ้าศักดิ์สิทธิ์
องค์ชายสิบอีกาทองคำ และบุคคลระดับเมล็ดพันธุ์ลึกลับ ได้เข้าสู่โลกเสินซวีแล้ว
แต่สำหรับสถานการณ์โดยรวมของโลกเสินซวี ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงสาระสำคัญมากนัก
พลังของทั้งสองโลก แตกต่างกันมากเกินไป
เว้นเสียแต่จะเป็นตัวตนระดับปีศาจของแดนเซียนจริงๆ
ไม่อย่างนั้นในสถานการณ์ปกติ การสู้ตัวต่อตัว ผู้ฝึกตนแดนเซียนย่อมเสียเปรียบสิ่งมีชีวิตต่างแดน
ในพื้นที่ผนึกจิตมารแห่งหนึ่ง การเข่นฆ่าก็ได้ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด
ทีมของแดนเซียนและสิ่งมีชีวิตต่างแดน แทบจะตายกันหมดเกลี้ยง
แต่ผนึกได้ถูกทำลายลงแล้ว
เปลวเพลิงกรรมสีแดงฉานพวยพุ่งท่วมท้นท้องฟ้า
ท่ามกลางเปลวเพลิงกรรมที่ลุกโชน ดอกบัวสีแดงอันงดงามวิจิตรตระการตาได้ปรากฏขึ้น
บนดอกบัวแดง มีร่างเงาเลือนรางที่แผ่แรงกดดันสยบสวรรค์ยืนตระหง่านอยู่
พลังอันแข็งแกร่งผิดปกติแผ่ออกมา แทบจะทำลายล้างหมื่นโลกได้
แต่สิ่งที่ตามมาติดๆ คือกฎเกณฑ์ของโลกเสินซวี
โซ่ตรวนแห่งกฎเกณฑ์พันธนาการร่างเงานั้นไว้ ทำให้กลิ่นอายถูกกดลงมาอยู่ที่ระดับกึ่งจอมราชัน
แต่ก็ยังคงน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ในตอนนั้นเอง ร่างเงาหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ
เขาสวมชุดคลุมยันต์แปดทิศ คิ้วคมเข้ม รูปร่างสูงโปร่งสง่างาม ดุจหยกงาม
รอบกายมีอักขระแปดทิศลอยวนเวียน นิมิตต่างๆ ลอยล่องไม่หยุดนิ่ง มีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวโคจรรอบกาย
คนผู้นี้คือ กู่ตี้จื่อ!
เมื่อครู่ เขาจงใจหาข้ออ้าง ไล่ล่าอัจฉริยะต่างแดนอีกคนหนึ่ง เพื่อแยกตัวออกไปจากที่นี่
เพื่อที่จะมาดำเนินการตามแผนของตนเองในตอนท้าย
และตอนนี้ ก็สมดังปรารถนา ทีมที่เขาสังกัดอยู่ ได้ตายตกไปพร้อมกับสิ่งมีชีวิตต่างแดนพอดี
ต่อให้เหลือรอดอยู่ไม่กี่คน ก็ถูกแรงกดดันของจิตมารบดขยี้จนกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
มีเพียงวิธีนี้ แผนการของกู่ตี้จื่อ ถึงจะดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์
และแผนของเขา ก็คือการปล่อยให้จิตมารตนหนึ่งหลุดออกจากผนึก!
เมื่อมองดูร่างเงาเลือนรางที่เหยียบย่างอยู่บนดอกบัวแดงเบื้องหน้า กู่ตี้จื่อกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มุมปากกลับยกยิ้มขึ้น
"หนึ่งในเจ็ดจิตมารแห่งบาป บัวแดงเพลิงกัลป์ที่เป็นตัวแทนของโทสะ"
"พลังโจมตีและพลังรบ นับว่าเป็นหนึ่งในสองอันดับแรกของจิตมารทั้งเจ็ด"
ดอกบัวเจ็ดสีเจ็ดดอก เป็นตัวแทนของเจ็ดบาป
เช่นบัวชมพูหรรษาที่เป็นตัวแทนของราคะ
และบัวแดงเพลิงกัลป์ในยามนี้ ที่เป็นตัวแทนของโทสะ
จิตมารที่ยืนอยู่บนบัวแดงเพลิงกัลป์ ปรายตามองกู่ตี้จื่ออย่างเรียบเฉย
ราวกับมองมดปลวก
เพียงนิ้วเดียวที่ชี้ออกมา ก็เหมือนเสาค้ำสวรรค์ เพียงพอจะบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง
ต่อให้เป็นกึ่งจอมราชันอยู่ที่นี่ ก็ต้องบาดเจ็บสาหัสปางตาย
กู่ตี้จื่อเห็นดังนั้น ก็มั่นใจในแผนการ สะบัดมือข้างหนึ่ง
กระดองเต่าโบราณชิ้นหนึ่งปรากฏขึ้น บนนั้นสลักอักขระแปดทิศโบราณ
พร้อมกันนั้น กู่ตี้จื่อประสานอิน ตัวอักษรที่ดูสลับซับซ้อนและเก่าแก่ เป็นท่อนๆ ดังออกมาจากปากของเขา
พร้อมกับการสวดท่อง กระดองเต่าเริ่มเปล่งแสง
ตัวอักษรโบราณแต่ละตัว กลายเป็นเหมือนโซ่ตรวนแห่งวาจาสิทธิ์ ร่วงหล่นลงบนร่างของจิตมาร
ขับเน้นให้จิตมารดูเหมือนเทพเจ้าที่ถูกบูชาอยู่ในวิหาร
นี่คือไม้ตายก้นหีบของกู่ตี้จื่อ
คัมภีร์ตู้เสิน!
นี่คือคัมภีร์ที่เก่าแก่โบราณอย่างยิ่ง สืบย้อนไปได้ถึงยุคบรรพกาล
แม้แต่ในสายเลือดเซียนฝูซี ก็เหลือเพียงคัมภีร์ตู้เสินฉบับไม่สมบูรณ์
สรรพคุณของคัมภีร์ตู้เสิน คือใช้โปรดสัตว์และควบคุมจิตมาร
เล่าลือกันว่า หากเป็นคัมภีร์ตู้เสินฉบับสมบูรณ์ แม้แต่จิตมารระดับเทียนตี้ก็ยังสามารถโปรดสัตว์และควบคุมได้
แน่นอนว่า คัมภีร์ตู้เสินของสายเลือดเซียนฝูซีเป็นฉบับขาดวิ่น
ยิ่งไปกว่านั้น หากมองไปทั่วเก้าสวรรค์แดนเซียน ก็ยากที่จะหาคัมภีร์ตู้เสินฉบับสมบูรณ์ได้
ดังนั้นคัมภีร์ฉบับขาดวิ่นนี้ จึงยากที่จะควบคุมจิตมารร้ายที่เกิดจากการรวมตัวของเจ็ดบาป
แต่หากเป็นการควบคุมจิตมารเพียงตนเดียว ก็ยังพอมีความเป็นไปได้
แน่นอนว่า ด้วยระดับการบำเพ็ญเพียรของกู่ตี้จื่อ ก็ไม่อาจควบคุมได้ตลอดไป
ทำได้เพียงคงสภาพไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง
จากนั้น กู่ตี้จื่อสวดท่องคัมภีร์ตู้เสิน และถวายของบูชา นั่นก็คือกระดองเต่านั้น
นี่คือวัตถุโบราณที่สืบทอดมาจากสายเลือดเซียนฝูซี เล่าขานว่าเกี่ยวข้องกับเซียนผู้ให้กำเนิดยันต์แปดทิศ
เป็นของล้ำค่าอย่างยิ่ง
กล่าวได้ว่า เพื่อวางแผนเล่นงานจวินเซียวเหยียน และชิงมงกุฎเทียนเต้า กู่ตี้จื่อลงทุนมหาศาล
ไม่ว่าสุดท้ายจะสำเร็จหรือไม่ กระดองเต่าชิ้นนี้ก็จะเสียหายโดยสมบูรณ์
"นี่เป็นโอกาสเดียวของเปิ่นตี้จื่อ ขอเพียงสำเร็จ ทุกอย่างก็จะอยู่ในกำมือของเปิ่นตี้จื่อ!"
กู่ตี้จื่อกระตุ้นพลังทั่วร่าง อานุภาพกายาสิทธิ์ฝูซีปรากฏ อักขระแปดทิศโบราณประทับลงบนท้องนภา ดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก
กู่ตี้จื่อแม้จะไม่มีผลงานการต่อสู้ที่สะเทือนเส้นทางโบราณ แต่ก็ไม่มีใครกล้าดูแคลนฝีมือของเขาอย่างแน่นอน
จนในที่สุด กู่ตี้จื่อทุ่มเทสุดกำลัง สูญเสียกระดองเต่าวัตถุโบราณที่เกี่ยวข้องกับเซียนไปหนึ่งชิ้น
ในที่สุดก็สามารถควบคุมจิตมารตนนี้ได้อย่างฝืนทน
แน่นอนว่า เป็นเพียงชั่วคราว
"แม้จะควบคุมได้ไม่นานนัก แต่สำหรับการจัดการจวินเซียวเหยียน ก็เพียงพอแล้ว!"
"เมื่อถึงเวลา เปิ่นตี้จื่อจะยืมพลังของจิตมาร ต่อหน้าพลังนี้ จวินเซียวเหยียนจะนับเป็นตัวอะไรได้?"
กู่ตี้จื่อแสยะยิ้มเย็นชา
หมากฆาตที่หนึ่ง เจ็ดจักรพรรดิรวมตัว
หมากฆาตที่สอง ค่ายกลเจ็ดจักรพรรดิประหารเซียน
หมากฆาตที่สาม การปิดล้อมของต่างแดน
หมากฆาตที่สี่ ยืมพลังจิตมาร สังหารจวินเซียวเหยียนด้วยตนเอง
นี่คือแผนการอันสมบูรณ์แบบของกู่ตี้จื่อ
หมากสองตาแรก เจ็ดจักรพรรดิล้วนรู้ดี
หมากที่สาม เขา หลิงหยวน และเสวียนเย่ว์รู้
ส่วนหมากที่สี่นี้ แม้แต่หลิงหยวนก็ไม่รู้ มีเพียงกู่ตี้จื่อคนเดียวที่รู้
เห็นได้ชัดว่า จิตใจของกู่ตี้จื่อลึกล้ำเพียงใด แทบจะมีแผนซ้อนแผนดั่งขุนเขาและสายน้ำ
"จวินเซียวเหยียน กระดานหมากวางไว้แล้ว หมากตายกระดานนี้ เจ้าจะแก้อย่างไร?" กู่ตี้จื่อหัวเราะ
เขามั่นใจเต็มเปี่ยม ถือไพ่เหนือกว่า รอเพียงจวินเซียวเหยียนก้าวเข้ามาในกับดักมรณะนี้
...
จวินเซียวเหยียนไม่รู้เรื่องขององค์ชายสิบและเมล็ดพันธุ์ลึกลับ
และไม่รู้แผนการสังหารโหดของกู่ตี้จื่อ
แต่ต่อให้รู้ จวินเซียวเหยียนก็คงไม่มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก
เพราะนี่ก็อยู่ในการคำนวณของเขาเช่นกัน
สิ่งมีชีวิตต่างแดนคิดว่าตัวเองอยู่ชั้นที่สอง
เจ็ดจักรพรรดิคนอื่นๆ คิดว่าตัวเองอยู่ชั้นที่สาม
กู่ตี้จื่อคิดว่าตัวเองอยู่ชั้นที่สี่
ส่วนจวินเซียวเหยียน...
จวินเซียวเหยียนตานี้อยู่ชั้นบรรยากาศ!
เวลาผ่านไป
บนดาวโบราณที่สูญเสียชีพจรเซียนหยวนบรรพกาลไป
จวินเซียวเหยียนที่เก็บตัวฝึกตน ได้ทะลวงด่านอีกครั้ง
"ในที่สุดก็ทะลวงถึงระดับเจ้าศักดิ์สิทธิ์" จวินเซียวเหยียนถอนหายใจ
จากมหาปราชญ์สู่เจ้าศักดิ์สิทธิ์ เป็นคอขวดที่ใหญ่มาก
ต่อให้เป็นอัจฉริยะปีศาจเหล่านั้น ก็ยังต้องสั่งสมพลัง
แต่จวินเซียวเหยียน อาศัยพลังของชีพจรเซียนหยวนบรรพกาล ทะลวงผ่านรวดเดียว
เมื่อถึงระดับเจ้าศักดิ์สิทธิ์ จวินเซียวเหยียนรู้สึกว่า สัมผัสต่อมรรควิถีแห่งฟ้าดินชัดเจนขึ้น
แม้แต่ความเข้าใจต่อกฎเกณฑ์ของโลกเสินซวี ก็ลึกซึ้งขึ้นมาก
เมื่อก่อน เหมือนมองกฎเกณฑ์ฟ้าดินและร่องรอยแห่งเต๋าผ่านกระจกฝ้าที่มัวหมอง
แต่ตอนนี้ กลายเป็นกระจกใส
"หากทะลวงถึงระดับจอมราชันเจ็ดขั้น กระจกแผ่นนี้ก็จะถูกทุบแตก และสัมผัสถึงกฎเกณฑ์การไหลเวียนของมรรควิถีได้อย่างแท้จริง"
จวินเซียวเหยียนครุ่นคิด
ชีพจรเซียนหยวนบรรพกาล เพียงแค่มอบรากฐานในการทะลวงสู่ระดับเจ้าศักดิ์สิทธิ์ให้เขา
หากต้องการทะลวงสู่ระดับจอมราชันอย่างแท้จริง ยังต้องพึ่งต้นไม้โลก
เมื่อถึงตอนนั้น เขาก็จะสามารถยืมพลังโลกของต้นไม้โลก มาเติมเต็มจักรวาลภายใน และทะลวงด่านได้
จวินเซียวเหยียนจะต้องสร้างสถิติใหม่ กลายเป็นจอมราชันเจ็ดขั้นที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน
"ได้เวลาออกจากด่านแล้ว ถึงเวลาไปดูว่าจิตมารตนอื่นทำลายผนึกออกมาหรือยัง" จวินเซียวเหยียนยิ้ม
เกรงว่าปาสื่อเย๋คงคาดไม่ถึง
เขาฝากความหวังในการหยุดยั้งต่างแดนไว้ที่จวินเซียวเหยียน
แต่ผลคือจวินเซียวเหยียนกลับมาอู้งาน!
[จบแล้ว]