- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 820 - วิชาวิญญาณเทพอมตะ เจ็ดจักรพรรดิใจแคบเกินไป และความรันทดขององค์ชายสิบ
บทที่ 820 - วิชาวิญญาณเทพอมตะ เจ็ดจักรพรรดิใจแคบเกินไป และความรันทดขององค์ชายสิบ
บทที่ 820 - วิชาวิญญาณเทพอมตะ เจ็ดจักรพรรดิใจแคบเกินไป และความรันทดขององค์ชายสิบ
บทที่ 820 - วิชาวิญญาณเทพอมตะ เจ็ดจักรพรรดิใจแคบเกินไป และความรันทดขององค์ชายสิบ
"น้องสาว?"
เทพธิดาหยวนหัวเราะ
เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความประชดประชันอย่างถึงที่สุด
"ท่านกับข้าเป็นหนึ่งกายสองวิญญาณ ท่านไม่เคยเห็นข้าเป็นน้องสาวเลย แต่เห็นเป็นส่วนเกินมาโดยตลอด"
"การสร้างร่างใหม่ให้ข้า ก็เพื่อจะได้ใช้งานข้าและใช้ประโยชน์จากข้า ท่านเคยเห็นข้าเป็นน้องสาวจริงๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
น้ำเสียงของเทพธิดาหยวนเย็นชาดุจน้ำค้างแข็ง
หลิงหยวนเห็นนางเป็นเพียงเครื่องมือในการฝึกฝนมาโดยตลอด
ความรู้สึกผูกพัน?
ไม่เคยมีอยู่จริง
"หยวน เจ้าเข้าใจผิดแล้ว เปิ่นกงรักใคร่เอ็นดูเจ้ามากนะ" หลิงหยวนพิจารณาใบหน้าอันงดงามประณีตของเทพธิดาหยวนพลางกล่าว
"งั้นหรือ เลยให้ข้าไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับกู่ตี้จื่อ?" เทพธิดาหยวนย้อนถามอย่างเจ็บแสบ
"เปิ่นกงเองก็อาลัยอาวรณ์ แต่เพราะแรงกดดันจากสายเลือดเซียน จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยไม่ได้"
"ใครจะไปรู้ว่า กู่ตี้จื่อไอ้เศษสวะนั่น กลับไม่สามารถปกป้องเจ้าได้ ปล่อยให้เจ้าถูกจวินเซียวเหยียนชิงตัวไป"
เมื่อนึกถึงเรื่องการชิงเจ้าสาว หลิงหยวนก็รู้สึกขายหน้าแทนกู่ตี้จื่อ
เขาไม่ได้ทำแค่ตัวเองขายหน้า แต่ยังทำให้ศาลเซียนทั้งมวลต้องเสียหน้าไปด้วย
"ใช่แล้ว นั่นคือความทรงจำล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวของข้า มีเพียงคุณชายจวิน ที่ปฏิบัติต่อข้าด้วยความจริงใจ มาชิงตัวเจ้าสาว พาข้าหนีไป"
พอเทพธิดาหยวนนึกถึงเรื่องนี้ ในดวงตาคู่สวยก็ปรากฏแววอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
หลิงหยวนที่ควรจะสนิทสนมกับนางที่สุด กลับเห็นนางเป็นแค่เครื่องมือ
ตรงกันข้าม จวินเซียวเหยียนที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม กลับมาแย่งชิงเจ้าสาว พาข้าหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาน
ช่างน่าขันสิ้นดี?
หลิงหยวนได้ยินดังนั้น ก็หวนนึกถึงรอยประทับที่จวินเซียวเหยียนทิ้งไว้บนร่างกายของนาง และกรรมสัมพันธ์ร้อยภพนั้น
ในใจพลันเกิดเพลิงโทสะที่ไร้ที่มา
เพียะ!
หลิงหยวนตบหน้าเทพธิดาหยวนฉาดใหญ่
มุมปากของเทพธิดาหยวนมีเลือดไหลซึมออกมา
นางกุมแก้มแสยะยิ้ม "ทำไม โกรธแล้วหรือ ความทรงจำอันล้ำค่าระหว่างข้ากับคุณชายจวิน เป็นสิ่งที่ท่านไม่มีวันแย่งชิงไปได้"
คำพูดของเทพธิดาหยวน ทำให้ดวงตาหงส์ของหลิงหยวนสะท้อนประกายเย็นเยียบ
เมื่อได้ยินเรื่องราวระหว่างเทพธิดาหยวนและจวินเซียวเหยียน นางรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
อาจเป็นเพราะผลกระทบจากกรรมสัมพันธ์ร้อยภพ ที่ค่อยๆ ส่งผลต่อจิตใจของนางอย่างเงียบเชียบ
และเทพธิดาหยวน ซึ่งเดิมทีเป็นหนึ่งกายสองวิญญาณกับนาง ก็สามารถส่งผลกระทบต่อนางในทางลับได้เช่นกัน
แต่ทว่า คล้ายกับนึกอะไรขึ้นได้ มุมปากของหลิงหยวนกลับยกยิ้มเย็นชาที่งดงามหยดย้อย
นางยื่นมือหยกออกไป เช็ดคราบเลือดที่มุมปากของเทพธิดาหยวนอย่างอ่อนโยน
"หยวน เจ้าไม่ต้องมายั่วโมโหเปิ่นกง หลังจากนี้ เปิ่นกงจะพาเจ้าไปพบจวินเซียวเหยียน" หลิงหยวนกล่าว
"อะไรนะ?" เทพธิดาหยวนสีหน้าเปลี่ยนไป ไม่อาจสงบใจได้
ความคิดถึงที่นางมีต่อจวินเซียวเหยียน หยดลงกลางใจทีละหยด จนรวมกันเป็นแม่น้ำสายใหญ่ ยากจะกดข่มไว้ได้
แต่หลิงหยวนกุมชะตาชีวิตของนางไว้ ดังนั้นนางจึงไม่สามารถจากที่นี่ไปหาจวินเซียวเหยียนได้
แต่ตอนนี้ หลิงหยวนกลับบอกว่าจะพานางไปหาจวินเซียวเหยียน
นี่มันเรื่องเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
และเป็นไปตามคาด ในวินาทีถัดมา หลิงหยวนกล่าวเสียงเย็นว่า "แต่ว่า จะพาเจ้าไปเป็นสักขีพยาน การดับสูญของจวินเซียวเหยียน"
"เขาจะต้องตกตายในดินแดนแห่งการทดสอบครั้งสุดท้าย ณ โลกเสินซวี!"
"ไม่... เป็นไปไม่ได้ คุณชายจวินไร้เทียมทานในรุ่นเดียวกัน พวกท่านไม่มีทางทำสำเร็จหรอก" เทพธิดาหยวนส่ายหน้า ไม่เชื่อเด็ดขาด
"งั้นหรือ แล้วถ้าเจ็ดจักรพรรดิสยบจวินลงมือพร้อมกันล่ะ?" หลิงหยวนกล่าว
เทพธิดาหยวนดวงตาสั่นไหว พูดไม่ออก
เจ็ดจักรพรรดิที่สวรรค์บัญชา หากร่วมมือกันจัดการจวินเซียวเหยียน
จุดจบจะเป็นเช่นไร ก็ยากที่จะคาดเดาจริงๆ!
เมื่อเห็นเทพธิดาหยวนเงียบงัน หลิงหยวนก็ยิ้มออกมา ยื่นมือหยกไปลูบไล้แก้มด้านข้างของนางอย่างอ่อนโยน
"วางใจเถอะ รอให้จวินเซียวเหยียนตายไป ความยึดติดในใจเจ้าก็จะถูกตัดขาด เจ้าก็จะยังคงเป็นของเปิ่นกง"
หลิงหยวนยังมีอีกประโยคที่ไม่ได้พูดออกมา นั่นก็คือ กรรมสัมพันธ์ร้อยภพในใจนาง ก็จะถูกตัดขาดไปด้วยเช่นกัน
หลิงหยวนหันหลัง เตรียมจะจากไป
"พวกท่านไม่มีทางสำเร็จหรอก คุณชายจวิน เป็นคนที่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้" เทพธิดาหยวนกล่าวทีละคำอย่างหนักแน่น
"งั้นก็คอยดูกันต่อไป" หลิงหยวนไม่หันกลับมามอง นางนั่งลงบนบัลลังก์จักรพรรดิสวรรค์ แล้วจากไปทันที
"คุณชายจวิน..." เทพธิดาหยวนทรุดนั่งลงกับพื้น ในดวงตามีน้ำใสๆ เอ่อคลอ
"หยวน คิดถึงท่านเหลือเกิน..."
...
บนดาวจ้างตี้ ภายในถ้ำโบราณที่ปิดตายแห่งหนึ่ง
จวินเซียวเหยียนนั่งขัดสมาธิ รอบกายมีอักษรโบราณนับไม่ถ้วนหมุนวนรอบตัวราวกับดวงดาว
คัมภีร์ลึกลับสายแล้วสายเล่าแล่นผ่านเข้ามาในสมองของจวินเซียวเหยียน
เขาทำความเข้าใจคัมภีร์แห่งชีวิตมาได้ระยะหนึ่งแล้ว
เบื้องหน้าเขานอกจากคัมภีร์แห่งชีวิต ยังมีผลึกหินก้อนหนึ่ง
สิ่งที่ถูกผนึกอยู่ภายใน คือน้ำพุแห่งชีวิต
ในขณะนี้ หยดน้ำที่ใสกระจ่างราวกับมีไอเซียนไหลเวียน ลอยออกมาและซึมเข้าสู่ร่างกายของจวินเซียวเหยียน
ณ ชั่วขณะหนึ่ง จวินเซียวเหยียนลืมตาสองข้างที่ลึกล้ำขึ้นทันที
ร่างกายของเขา เปล่งแสงสว่างเจิดจ้า
ภายในกาย ราวกับมีเสียงสวดพระคัมภีร์ดังขึ้น
เสมือนมีเทพเจ้าและพุทธะโบราณนับไม่ถ้วน นั่งขัดสมาธิอยู่ในกายของจวินเซียวเหยียน สวดภาวนาคัมภีร์อมตะที่ไม่ดับสูญ
"วิชาวิญญาณเทพอมตะ!"
ดวงตาของจวินเซียวเหยียนสว่างวาบ เปล่งประกาย
เขาตระหนักรู้ถึงวิชาต้องห้ามที่ซ่อนอยู่ในคัมภีร์แห่งชีวิต ซึ่งมีชื่อว่า วิชาวิญญาณเทพอมตะ
หากฝึกสำเร็จ ว่ากันว่าเป็นอมตะนิรันดร์ แม้แต่เทพเจ้าก็ยากจะทำลาย!
"ไม่เลว วิชานี้ไม่เพียงฟื้นฟูกายเนื้อ แม้แต่ความเสียหายทางดวงจิตก็สามารถฟื้นคืนได้ เมื่อผนวกกับยันต์จักรพรรดิรวนกู่ที่เชี่ยวชาญการปกป้องดวงจิต..."
"อย่าว่าแต่ระดับต่ำกว่าจอมราชันเลย ต่อให้เป็นจอมราชัน จะฆ่าข้าได้สักกี่ครั้งกันเชียว?!"
จวินเซียวเหยียนดวงตาเป็นประกาย มุมปากยกยิ้ม
วิชาวิญญาณเทพอมตะ บวกกับกายาสิทธิ์บรรพกาลที่มีพลังฟื้นฟูระดับปีศาจ และยังมียันต์จักรพรรดิรวนกู่
ลองถามดูสิว่าในรุ่นเยาว์ ใครจะฆ่าเขาได้?
ต่อให้เป็นพวกเมล็ดพันธุ์ที่ฝังอยู่ในประวัติศาสตร์โผล่ออกมา ก็ทำอะไรเขาไม่ได้!
นี่คือความมั่นใจของจวินเซียวเหยียน!
"เส้นทางโบราณสายที่สุดก็ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว คาดว่าพวกเจ็ดจักรพรรดิสยบจวิน คงจะทนไม่ไหวกันแล้วกระมัง"
"ไม่แน่ว่าตอนนี้ อาจจะกำลังวางแผนว่าจะสังหารข้าอย่างไรในการทดสอบครั้งสุดท้าย เพื่อรับรางวัลจากสวรรค์"
"แต่น่าเสียดาย..."
"วิสัยทัศน์ของพวกเจ้า ยังแคบเกินไป..."
จวินเซียวเหยียนถอนหายใจ
พวกกู่ตี้จื่อและเจ็ดจักรพรรดิสยบจวิน คิดแต่จะหาทางจัดการเขา
แล้วจวินเซียวเหยียนเล่า?
สายตามองข้ามเก้าสวรรค์แดนเซียนไปไกลแล้ว
ต่างมิติ แดนฝังศพ ทะเลจักรวาล เขตหวงห้ามแห่งชีวิต...
สถานที่ลึกลับและน่าสะพรึงกลัวนอกแดนเซียนเหล่านี้ต่างหาก คือเป้าหมายของเขา
เพียงแค่เจ็ดจักรพรรดิสยบจวิน ในสายตาของเขา จะนับเป็นตัวอะไรได้?
จะมีค่าอะไร?
"รอให้ข้าหลอมรวมน้ำพุแห่งชีวิตเข้าสู่จักรวาลภายในเสียก่อน ระดับพลังความแข็งแกร่งคงจะยกระดับขึ้นอีกขั้น"
"ถึงเวลานั้นในการทดสอบครั้งสุดท้าย ก็ฆ่าพวกตัวเกะกะลูกตาให้หมดซะเลย"
จวินเซียวเหยียนพึมพำกับตัวเองอย่างเรียบง่าย ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องธรรมดาสามัญที่สุด
เขาเริ่มทำการหลอมรวมน้ำพุแห่งชีวิต
ในขณะเดียวกัน บนดวงดาวโบราณที่ร้อนระอุราวกับดวงอาทิตย์ดวงหนึ่ง
มีเงาร่างไม่กี่ร่างปรากฏอยู่
หนึ่งในนั้นเป็นชายหนุ่ม ผมสีทองสยาย ดวงตาก็เป็นสีทอง
ทั่วทั้งร่างดูเหนือโลกีย์ ราวกับราชันเทพสุริยัน
เขาคือ องค์ชายสิบอีกาทองคำ
เขาพ่ายแพ้ยับเยินให้กับจวินเซียวเหยียนบนดาวจ้างตี้
พี่น้องสิบคน ตอนนี้เหลือเพียงเขาคนเดียว เรียกได้ว่าน่าเวทนาถึงขีดสุด
แต่องค์ชายสิบอีกาทองคำ ก็สมกับเป็นยอดอัจฉริยะ จิตใจมั่นคง ไม่ได้ท้อแท้สิ้นหวัง
กลับเปลี่ยนความแค้นให้เป็นพลัง สาบานว่าจะสังหารจวินเซียวเหยียนด้วยมือตนเอง
ตอนที่เขาทราบข่าวว่าขุนเขาเทพสุริยันค้นพบกายาไท่อินอีกร่างหนึ่ง เขารู้สึกตื่นเต้นมาก
ขอเพียงสามารถฝึกฝนจนสำเร็จกายาโกลาหลปัจฉิมภูมิ ความหวังในการแก้แค้นของเขาก็แทบจะเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์
เพราะกายาโกลาหล เป็นหนึ่งในกายาที่แข็งแกร่งที่สุดในฟ้าดิน ต่อให้เป็นเพียงกายาโกลาหลปัจฉิมภูมิ ก็สามารถกวาดล้างทุกสรรพสิ่ง ไร้ผู้ต่อกร!
"ผู้อาวุโส กายาไท่อินร่างนั้นอยู่ที่ไหน?" องค์ชายสิบอีกาทองคำถามอย่างร้อนรน
เขาแทบจะรอไม่ไหวแล้ว อยากจะร่วมฝึกฝนคู่กับกายาไท่อิน เพื่อสำเร็จกายาโกลาหลปัจฉิมภูมิ แล้วไปสังหารจวินเซียวเหยียนด้วยมือตนเอง
"อะแฮ่ม... เอ่อ เข็นขึ้นมาเถอะ" ผู้อาวุโสขุนเขาเทพสุริยันคนหนึ่งกระแอมไอ
"เข็นขึ้นมา?" องค์ชายสิบอีกาทองคำชะงักไปครู่หนึ่ง
ผู้อาวุโสท่านหนึ่ง เข็นโลงศพโลงหนึ่งขึ้นมา
"องค์ชาย คนมาถึงแล้ว" ผู้อาวุโสท่านนี้กระแอมไอ สีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาตินัก
"คนล่ะ?" องค์ชายสิบอีกาทองคำงงเป็นไก่ตาแตก สมองประมวลผลไม่ทัน
"นอนอยู่ข้างในไง..."
"พวกท่าน... แน่ใจนะว่าไม่ได้ล้อข้าเล่น?"
องค์ชายสิบอีกาทองคำถึงเพิ่งจะได้สติ ราวกับถูกฟ้าผ่า ตัวแข็งทื่อ วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง
"องค์ชาย กายาไท่อินนั้นหายากเกินไป นี่เป็นสิ่งที่ขุนเขาเทพสุริยันของเราอุตส่าห์ไปขุดค้นมาจากสุสานโบราณแห่งหนึ่งอย่างยากลำบาก"
"วางใจเถอะ พวกเราตรวจสอบแล้ว กายาไท่อินร่างนี้ถูกปิดผนึกไว้ในโลงน้ำแข็งทมิฬ ร่างกายยังคงสภาพสมบูรณ์ ไม่เน่าเปื่อย"
"ยังใช้การได้..."
[จบแล้ว]