- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 790 - กายาวิญญาณกำเนิดสู่กายาเซียนวิญญาณ คิดว่าอยู่ในความฝัน
บทที่ 790 - กายาวิญญาณกำเนิดสู่กายาเซียนวิญญาณ คิดว่าอยู่ในความฝัน
บทที่ 790 - กายาวิญญาณกำเนิดสู่กายาเซียนวิญญาณ คิดว่าอยู่ในความฝัน
บทที่ 790 - กายาวิญญาณกำเนิดสู่กายาเซียนวิญญาณ คิดว่าอยู่ในความฝัน
ความจริงแล้วจวินเซียวเหยียนไม่ได้กังวลความปลอดภัยของเจียงลั่วหลีมากนัก
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ใส่ใจเจียงลั่วหลี แต่เขารู้ว่าเจียงลั่วหลีน่าจะไม่เป็นอะไร
จวินเซียวเหยียนฝึกฝนหยวนเสินสามภพ แม้จะยังไม่ถึงขั้นมองเห็นโชคชะตาได้ในตอนนี้
แต่การสัมผัสถึงลางสังหรณ์บางอย่างนั้นยังพอทำได้
หากเจียงลั่วหลีเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นจริง เขาไม่มีทางที่จะไม่รู้สึกถึงลางบอกเหตุใดๆ เลย
เวลานี้ เจียงลั่วหลีกำลังหลับใหลอยู่ในรังไหมแห่งโลก ดูเหมือนว่าพลังของโลกที่แตกสลายใบนี้ จะมารวมตัวกันอยู่ที่นางทั้งหมด
"กายาของนาง..." จวินเซียวเหยียนแสดงสีหน้าประหลาดใจ
เขาสัมผัสได้ว่ากายาของเจียงลั่วหลีดูเหมือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ละเอียดอ่อนบางอย่าง
แม้จะยังมีคลื่นพลังของกายาวิญญาณกำเนิดอยู่ แต่ก็รู้สึกว่าไม่ใช่แค่กายาวิญญาณกำเนิดธรรมดา
"หรือว่า..." จวินเซียวเหยียนนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่าง
นั่นคือกายาเซียนวิญญาณ ซึ่งเป็นขั้นกว่าของกายาวิญญาณกำเนิด
เล่าลือกันว่าหากฝึกฝนกายานี้จนถึงขั้นสมบูรณ์ จะสามารถดูดซับปราณเซียนได้มหาศาล แข็งแกร่งถึงขีดสุด
หากจะเปรียบเทียบ ก็คงพอๆ กับกายาเซียนมนุษย์ของผู้สืบทอดลัทธิเหรินเซียน
เพียงแต่กายาทั้งสองชนิดนี้ ชนิดหนึ่งคือการดูดซับปราณเซียน อีกชนิดหนึ่งคือการใช้ปราณเซียนชำระล้างร่างกาย เพื่อสร้างร่างเซียนมนุษย์
กายาวิญญาณกำเนิดที่เจียงลั่วหลีมีอยู่ก่อนหน้านี้ ความจริงก็นับว่าเป็นสุดยอดกายาแล้ว
แต่เมื่อเทียบกับกายาสิทธิ์บรรพกาลและกายาครรภ์มารดาเต๋าแต่กำเนิด ก็ยังถือว่าด้อยกว่าเล็กน้อย
แต่ในตอนนี้ หากเจียงลั่วหลีผลัดเปลี่ยนเป็นกายาเซียนวิญญาณได้จริง ก็จะสามารถก้าวขึ้นไปติดหนึ่งในสิบห้าอันดับแรกของสามพันกายาได้อย่างแน่นอน
"ว่าแล้วเชียว ยัยหนูนี่ก็มีวาสนาของตัวเองเหมือนกัน" จวินเซียวเหยียนกล่าว
เจียงเซิ่งอีได้รับมรดกของซีหวังหมู่
ส่วนเจียงลั่วหลีตรงหน้า ดูเหมือนจะได้รับมรดกเช่นกัน และดูทรงแล้วไม่ใช่เป็นมรดกของจักรพรรดิแห่งแดนเซียนเสียด้วย
แต่ไม่ว่ามรดกนี้จะมาจากไหน จวินเซียวเหยียนไม่ได้ใส่ใจ
สิ่งที่สำคัญ คือคนที่ใช้พลัง ไม่ใช่ที่มาของพลัง
จวินเซียวเหยียนเดินเข้าไปใกล้รังไหมแห่งโลกนั้น
ร่างบอบบางน่าทะนุถนอมของเจียงลั่วหลีนอนขดตัวอยู่ภายใน แขนเรียวโอบเข่าเอาไว้
เหมือนกับทารกที่อยู่ในครรภ์มารดาไม่มีผิด
ดูน่ารักน่าเอ็นดูจนทำให้อดสงสารไม่ได้
"พี่... เซียวเหยียน..."
ปากของยัยหนูพึมพำออกมา
"ยังฝันอยู่รึ?" จวินเซียวเหยียนยิ้มจางๆ
แต่พูดตามตรง จวินเซียวเหยียนคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าด้วยนิสัยของเจียงลั่วหลี จะมีความกล้าหาญที่จะเข้ามาในประตูเป็นตาย
หากเป็นนิสัยของเจียงลั่วหลีในอดีต น่าจะถูกพวกจอมโจรหมาป่าตะกละจับตัวไป แล้วรอให้เขาและเจียงเซิ่งอีไปช่วย
"ในที่สุดก็โตขึ้นแล้วสินะ แม้ตัวจะยังเท่าเดิมก็เถอะ"
จวินเซียวเหยียนถอนหายใจพลางยิ้ม ในแววตามีความพึงพอใจจางๆ
ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงการมาเยือนของคนภายนอก รังไหมแห่งโลกเริ่มสั่นไหว
ขนตายาวงอนของเจียงลั่วหลีที่ถูกห่อหุ้มอยู่ภายในรังไหมสั่นระริก
ทันใดนั้น ดวงตาคู่โตที่ใสกระจ่างก็ลืมขึ้น
แววตาของนางยังคงมีความงุนงงและสลึมสลือ เหมือนคนกึ่งหลับกึ่งตื่น สติสัมปชัญญะยังไม่ชัดเจน
ในภวังค์ เจียงลั่วหลีมองเห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดขาว ยืนสงบนิ่งมองนางอยู่ไม่ไกล
ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ตินั้น แฝงรอยยิ้มอ่อนโยนที่สามารถละลายหัวใจของหญิงสาวทุกคนได้
"พี่เซียวเหยียน?" ดวงตาของเจียงลั่วหลีเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากจะเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา
"ฝันไปอีกแล้วหรือเนี่ย"
เจียงลั่วหลีไม่รู้ว่าฝันเห็นจวินเซียวเหยียนไปกี่ครั้งแล้ว
บวกกับตอนนี้นางอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น สมองมึนงงสับสน จึงเข้าใจไปเองโดยสัญชาตญาณว่า นี่ก็คงเป็นความฝันเช่นกัน
เพราะจวินเซียวเหยียนจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมาปรากฏตัวต่อหน้านางกะทันหันแบบนี้
จวินเซียวเหยียนค่อยๆ เดินเข้าไปหาเจียงลั่วหลี
มองดูคนที่เฝ้าคะนึงหามาตลอด เจียงลั่วหลียิ้มหวานละมุนแล้วกล่าวว่า "ได้เจอพี่เซียวเหยียนในฝัน เค้าก็พอใจแล้วล่ะ"
"เพราะพี่เซียวเหยียนยังมีเส้นทางของตัวเองที่ต้องเดิน ลั่วหลีไม่อยากเป็นตัวถ่วง"
"แล้วก็ๆ ครั้งนี้ลั่วหลีไม่ได้สร้างปัญหาให้พี่เซียวเหยียนเลยนะ เค้าไม่มีทางยอมให้เจ้าพวกตัวร้ายจับได้ แล้วทำให้พี่เซียวเหยียนต้องลำบากหรอก"
ฟังคำพูดของเจียงลั่วหลีตรงหน้า แววตาของจวินเซียวเหยียนยิ่งเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู
เพราะเมื่อก่อนเจียงลั่วหลี คือไข่มุกบนฝ่ามือของตระกูลเจียง
เป็นประเภทที่ประคองไว้ในมือก็กลัวหล่น อมไว้ในปากก็กลัวละลาย
เด็กสาวที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ย่อมต้องมีความเอาแต่ใจและถือตัวอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
แต่เจียงลั่วหลี กลับพยายามเพื่อจวินเซียวเหยียน ยอมเปลี่ยนแปลงนิสัยของตัวเอง
ทัศนคติเช่นนี้ เพียงพอที่จะพิสูจน์แล้วว่า เจียงลั่วหลียินดีที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเพื่อจวินเซียวเหยียน
"เด็กดี ทำได้ดีมาก" จวินเซียวเหยียนยิ้ม
น้ำเสียงอ่อนโยนบวกกับรอยยิ้มหล่อเหลา แทบจะเหมือนแสงแดดอุ่นที่ทำให้หัวใจของเจียงลั่วหลีละลาย
"มีโต้ตอบด้วยเหรอ?" เจียงลั่วหลีคิดไม่ถึง
เพราะจวินเซียวเหยียนในความฝันครั้งก่อนๆ ล้วนแต่เงียบขรึม
สิ่งนี้ทำให้หัวใจของเจียงลั่วหลีเต้นแรงขึ้นมาทันที ราวกับกวางน้อยวิ่งชน
"พี่เซียวเหยียน เค้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ ต่อให้ในฝัน ก็ขอกอดลั่วหลีหน่อยได้ไหม"
ใบหน้าของเจียงลั่วหลีขาวนวลเนียน ดูน่าสงสารจับใจ
จวินเซียวเหยียนเดินยิ้มเข้าไป แล้วยื่นมือเขกหัวเจียงลั่วหลีเบาๆ ทีหนึ่ง
"ยัยทึ่ม ยังไม่ตื่นอีก?"
ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำของเจียงลั่วหลีเบิกกว้างทันควัน ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มอ้าค้าง เผยสีหน้าตกตะลึงสุดขีด
[จบแล้ว]