เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 530 - หากไม่ปรากฏตัว จะย้อมเลือดด่านเจี้ยนเหมิน ผู้พิทักษ์ด่านตื่นตระหนก ตัวตนที่ห้ามตอแย!

บทที่ 530 - หากไม่ปรากฏตัว จะย้อมเลือดด่านเจี้ยนเหมิน ผู้พิทักษ์ด่านตื่นตระหนก ตัวตนที่ห้ามตอแย!

บทที่ 530 - หากไม่ปรากฏตัว จะย้อมเลือดด่านเจี้ยนเหมิน ผู้พิทักษ์ด่านตื่นตระหนก ตัวตนที่ห้ามตอแย!


บทที่ 530 - หากไม่ปรากฏตัว จะย้อมเลือดด่านเจี้ยนเหมิน ผู้พิทักษ์ด่านตื่นตระหนก ตัวตนที่ห้ามตอแย!

คำพูดอันเย็นชาของจวินเซียวเหยียนดังก้องฟ้าดิน ทำให้อัจฉริยะในด่านเจี้ยนเหมินทุกคนถึงกับเอ๋อรับประทาน

คนผู้นี้เป็นใคร ถึงได้กล้าดีเดือดขนาดนี้ กล้าขู่ทหารเฝ้าด่าน?

หัวหน้าทหารผู้นั้น แววตาดิ่งลึก น้ำเสียงแฝงจิตสังหาร "เจ้ากำลังขู่ข้า?"

ในเส้นทางจักรพรรดิ ก็มีอัจฉริยะพรสวรรค์ล้ำเลิศแต่หัวรั้น ก่อเรื่องในเมืองแล้วถูกทหารฆ่าตายมาไม่น้อย

หัวหน้าทหารผู้นี้ ก็เคยเป็นผู้ล้มเหลวในเส้นทางจักรพรรดิ สุดท้ายเลือกที่จะรั้งอยู่ที่ด่านเจี้ยนเหมิน กลายเป็นหัวหน้าทหารเฝ้าด่าน

ดังนั้นในใจลึกๆ เขาจึงหมั่นไส้พวกอัจฉริยะที่ทำตัวโดดเด่นในเส้นทางจักรพรรดิ รู้สึกว่าพวกมัน "ขัดหูขัดตา"

"บอกไว้ก่อน ที่นี่คือด่านเจี้ยนเหมิน ต่อให้เป็นมังกรก็ต้องขด เป็นพยัคฆ์ก็ต้องหมอบ!" หัวหน้าทหารกล่าวเสียงเย็น

แม้แต่ขุมกำลังอมตะ ยังไม่กล้าแทรกแซงเรื่องในเส้นทางจักรพรรดิตามใจชอบ

เขาจึงถือดี ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวเบื้องหลังของจวินเซียวเหยียน

จวินเซียวเหยียนได้ยินดังนั้น ก็ยิ้ม

คำพูดนี้ ควรเป็นเขาพูดถึงจะถูกกระมัง

เห็นรอยยิ้มของจวินเซียวเหยียน หัวหน้าทหารผู้นั้นแววตาฉายจิตสังหาร รู้สึกเหมือนโดนดูถูก

หัวหน้าทหารพูดเสียงเย็น "ดูท่าต้องสั่งสอนให้รู้จักรยาทเสียหน่อยแล้ว"

พูดจบ หัวหน้าทหารก็ถือหอกยาว ระเบิดตบะระดับนักบุญ แทงเข้าใส่ลำคอของจวินเซียวเหยียน!

ด้านข้าง อากู่เผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม

คุณชายชิงอวิ๋นตายแล้ว คนผู้นี้ก็ต้องไม่รอด!

"อย่า!" มู่เย่ว์หานหน้าถอดสี

ความแข็งแกร่งของจวินเซียวเหยียน นางประจักษ์แล้ว มีดีพอที่จะขึ้นทำเนียบนักบุญแดนเซียนฮวงเทียนได้ เป็นคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะไปชิงวาสนากับนาง

หากจวินเซียวเหยียนตาย แผนของนางก็ล่ม

เผชิญหน้ากับหอกยาวที่หัวหน้าทหารแทงมา จวินเซียวเหยียนกลับยืนไพล่มือ เงยหน้าขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นชาอย่างที่สุด

"หากยังไม่โผล่หัวออกมา อย่าหาว่าเปิ่นเสินจื่อ ย้อมเลือดด่านเจี้ยนเหมิน!"

สิ้นคำพูดนี้ อัจฉริยะทุกคนในที่นั้นต่างคิดว่าคนผู้นี้บ้าไปแล้ว

ย้อมเลือดด่านเจี้ยนเหมิน ใครกล้าพูดจาโอหังขนาดนี้?

ต่อให้เป็นผู้สืบทอดขุมกำลังอมตะ หรือทายาทเผ่าราชวงศ์บรรพกาล ก็ยังไม่กล้าก่อเรื่องวุ่นวายในสิบแปดด่านแห่งเส้นทางจักรพรรดิ

แต่ทันใดนั้น ในความว่างเปล่า ก็มีเสียงเย็นชาดังขึ้น

"ไอ้เศษสวะ ยังไม่หยุดมืออีก!"

เสียงนี้ดั่งสายฟ้าฟาด ดังสนั่นไปทั่วด่านเจี้ยนเหมิน

วินาทีนี้ อัจฉริยะทุกคนในด่านเจี้ยนเหมินต่างแตกตื่น มารวมตัวกันที่นี่

ในจำนวนนั้น มีอัจฉริยะจากแดนเซียนฮวงเทียนส่วนน้อย พอเห็นแผ่นหลังที่ยืนไพล่มือนั้น

พวกเขาก็ชะงัก ขยี้ตา นึกว่าตาฝาด

ท่านผู้นั้น ไม่ใช่ว่าตกตายไปในวิหารทองแดงในโลกเซียนโบราณแล้วหรือ?

เสียงตวาดเย็นชานี้ ระเบิดท้องฟ้า ทำให้หมู่ดาวสั่นสะเทือนราวกับจะร่วงหล่นลงมา

"อานุภาพระดับจอมราชัน หรือว่าจะเป็นท่านผู้นั้น!" อัจฉริยะหลายคนเผยสีหน้าเหลือเชื่อ

เรื่องวุ่นวายระดับนี้ ทำไมถึงดึงดูดตัวตนระดับนั้นให้ออกมาได้?

หัวหน้าทหารที่กำลังลงมือ ถูกเสียงนี้สะกดข่ม มือไม้สั่น หอกยาวร่วงหล่นลงพื้น

ความว่างเปล่าเหนือสารทิศด่านเจี้ยนเหมินฉีกขาด ชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมยาวสีดำทองปรากฏกาย กลิ่นอายจอมราชันแผ่ซ่าน ทำให้ธารดาราต่างสั่นไหว

สิบแปดด่านแห่งเส้นทางจักรพรรดิ แต่ละด่านล้วนมีผู้พิทักษ์ระดับจอมราชันคอยดูแล

เขาคือผู้พิทักษ์ด่านเจี้ยนเหมิน จอมราชันจงฮุ่ย

"ทะ... ทะ... ท่านผู้พิทักษ์..." หัวหน้าทหารหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ แทบไม่อยากเชื่อ

จอมราชันจงฮุ่ย แทบจะไม่เคยปรากฏตัว

แม้แต่ตอนที่พวกเขาสังหารผู้สืบทอดขุมกำลังอมตะบางคน จอมราชันจงฮุ่ยท่านนี้ก็ไม่เคยโผล่มา

แต่ตอนนี้ เพียงเพราะคำพูดประโยคเดียวของเด็กหนุ่มตรงหน้า จอมราชันจงฮุ่ยกลับปรากฏตัว

ในใจของหัวหน้าทหารผู้นี้ เกิดลางสังหรณ์อัปมงคลขึ้นมาลางๆ

ดูเหมือนเขาจะไปตอแยตัวตนที่แม้แต่ท่านผู้พิทักษ์ยังไม่กล้าตอแยเข้าให้แล้ว

"เกิดอะไรขึ้น ท่านผู้พิทักษ์ถึงกับปรากฏตัว เด็กหนุ่มคนนี้ มีเบื้องหลังความเป็นมาอย่างไรกันแน่?"

อัจฉริยะจากกลุ่มดาวโบราณที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวต่างตกใจ

กลับกัน อัจฉริยะส่วนน้อยจากแดนเซียนฮวงเทียน ต่างเบิกตาโพลง สมองมึนงงไปหมดแล้ว

จอมราชันจงฮุ่ยเห็นเงาร่างชุดขาวที่ดูสูงส่งเหนือโลกีย์ผู้นั้น หนังตาก็กระตุกยิกๆ

ไอ้ตัวอันตรายที่ห้ามตอแยคนนี้ มาโผล่ที่ด่านเจี้ยนเหมินด่านที่หกตั้งแต่เมื่อไหร่?

อัจฉริยะในเส้นทางจักรพรรดิอาจจะไม่รู้เรื่องสงครามอมตะในแดนเซียนฮวงเทียน

แต่จอมราชันจงฮุ่ยผู้นี้ รู้ดีทุกอย่าง

เจ็ดขุมกำลังอมตะรุมกินโต๊ะตระกูลจวิน สุดท้ายเกือบจะโดนล้างบางยกก๊วน

และเด็กหนุ่มตรงหน้านี้ แม้จะบอกไม่ได้ว่าเขากำหนดทิศทางสงครามทั้งหมด

แต่ก็เป็นหนึ่งในขุมกำลังที่สำคัญที่สุด

และอย่าลืมว่า นอกจากเบื้องหลังตระกูลจวินและตระกูลเจียงแล้ว จวินเซียวเหยียนยังเป็นประมุขแห่งจวินตี้ถิง!

ปีศาจที่มีทั้งเบื้องหลัง พรสวรรค์ และความแข็งแกร่งระดับน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ ใครจะกล้าแหย่?

ต่อให้จอมราชันจงฮุ่ยเป็นผู้พิทักษ์เส้นทางจักรพรรดิ ก็ไม่กล้าไปตอแยคนเถื่อนที่มีเบื้องหลังระดับทวนฟ้าขนาดนี้หรอกนะ

"ในที่สุดก็โผล่หัวออกมา เปิ่นเสินจื่อนึกว่าเจ้าจะแกล้งตายเสียอีก"

เห็นจอมราชันจงฮุ่ยปรากฏตัว จวินเซียวเหยียนน้ำเสียงเย็นชา ไม่มีท่าทีเกรงกลัวต่อระดับจอมราชันเลยสักนิด

กลับรู้สึกเหมือนเจ้านายกำลังดุด่าบ่าวไพร่

"คุณชายท่านนี้ มีเบื้องหลังอะไรกันแน่ ถึงกับกล้าตวาดท่านผู้พิทักษ์?" มู่เย่ว์หานยิ่งตกใจ

ความเป็นมาของคุณชายตรงหน้า ดูเหมือนจะน่ากลัวยิ่งกว่าที่นางคาดไว้เสียอีก

"ฮะๆ... บุตรเทพตระกูลจวินมาเยือน ทำให้ด่านเจี้ยนเหมินของข้าเป็นเกียรติยิ่งนัก" จอมราชันจงฮุ่ยฝืนยิ้มแห้งๆ

สิ้นคำพูดนี้ ทั้งด่านเจี้ยนเหมิน ตกอยู่ในความเงียบสงัด

อัจฉริยะส่วนน้อยจากแดนเซียนฮวงเทียน สมองส่งเสียงวิ้งๆ สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่

"เป็นบุตรเทพตระกูลจวินจริงๆ ด้วย เขาฟื้นคืนชีพแล้วหรือ?" อัจฉริยะเหล่านี้เบิกตาโพลง ราวกับจะเพ่งมองให้ชัดๆ

ส่วนอัจฉริยะจากกลุ่มดาวโบราณ ตอนแรกก็งงๆ แล้วเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ หนังศีรษะแทบระเบิด

"บุตรเทพตระกูลจวิน คือบุตรเทพตระกูลจวินผู้ไร้เทียมทานในรุ่นเยาว์แห่งแดนเซียนฮวงเทียนคนนั้นน่ะนะ!"

"ไหนลือกันว่าเขาตกตายไปในวิหารทองแดงแล้ว แบบนี้ยังรอดมาได้อีกเหรอ?"

หลังจากมึนงงไปชั่วครู่ ทั่วทั้งด่านเจี้ยนเหมินก็เกิดเสียงฮือฮาดังสนั่น

ทุกคนต่างตกตะลึง!

มู่เย่ว์หานยิ่งร่างสั่นสะท้าน ราวกับถูกฟ้าผ่า รู้สึกเหมือนกำลังฝันไป

"ที่แท้ก็คือบุตรเทพตระกูลจวิน..." มู่เย่ว์หานนิ่งอึ้งไปแล้ว

นี่มิใช่คนที่นางเฝ้าคะนึงหาทุกวันหรอกหรือ?

มู่เย่ว์หานแม้จะมาจากกลุ่มดาวโบราณกวางหาน แต่ก็ได้ยินวีรกรรมของจวินเซียวเหยียนมามากมาย

นานวันเข้า นางก็เกิดความสงสัยและจินตนาการถึงบุตรเทพในตำนานที่ไม่เคยพบหน้าผู้นี้

ในใจถึงกับมีความปรารถนา อยากจะเห็นกับตาว่าตำนานผู้นี้หน้าตาเป็นอย่างไร

ต่อมาพอได้ข่าวว่าจวินเซียวเหยียนตกตายในวิหารทองแดง นางยังรู้สึกเศร้าใจไปพักใหญ่

แต่คิดไม่ถึงว่า บุคคลผู้เป็นตำนานในใจผู้นี้ จะมาร่วมงานเลี้ยงของนาง

มู่เย่ว์หานในยามนี้ รู้สึกเหมือนกำลังฝัน ยังดึงสติกลับมาไม่ครบถ้วน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 530 - หากไม่ปรากฏตัว จะย้อมเลือดด่านเจี้ยนเหมิน ผู้พิทักษ์ด่านตื่นตระหนก ตัวตนที่ห้ามตอแย!

คัดลอกลิงก์แล้ว