- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 500 - เจ็ดขุมกำลังประกาศศึก แดนเซียนสะเทือนเลื่อนลั่น กับคลื่นลมเพียงเล็กน้อย
บทที่ 500 - เจ็ดขุมกำลังประกาศศึก แดนเซียนสะเทือนเลื่อนลั่น กับคลื่นลมเพียงเล็กน้อย
บทที่ 500 - เจ็ดขุมกำลังประกาศศึก แดนเซียนสะเทือนเลื่อนลั่น กับคลื่นลมเพียงเล็กน้อย
บทที่ 500 - เจ็ดขุมกำลังประกาศศึก แดนเซียนสะเทือนเลื่อนลั่น กับคลื่นลมเพียงเล็กน้อย
ในวินาทีนี้ ทั่วทั้งแดนเซียนฮวงเทียนราวกับกำลังสั่นไหว
ท้องฟ้าคำรามกึกก้อง พื้นพิภพสั่นสะเทือน
นั่นคือบรรพชนระดับจอมราชันแต่ละท่านที่ตื่นจากการหลับใหล ต้องการจะก่อสงครามอมตะ
การต่อสู้ระดับน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ เพียงแค่ความคิดเดียว ก็สามารถเจาะทะลุทวีปอันกว้างใหญ่ไพศาล สามารถทำให้ท้องฟ้าถล่มลงมาได้ครึ่งแถบ น่ากลัวถึงขีดสุด
สิ่งที่น่าตกตะลึงและน่าหวาดผวายิ่งกว่าคือ
นี่ไม่ใช่สงครามระหว่างสองขุมกำลังระดับอมตะ แต่เป็นสี่เผ่าราชวงศ์บรรพกาล ร่วมมือกันเล่นงานตระกูลจวิน!
การต่อสู้ระดับนี้ ย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกว่าสงครามอมตะทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
หลายคนสงสัยว่า ต่อให้เป็นตระกูลจวินที่ยืนหยัดมานับยุคนับสมัย จะสามารถต้านทานการรุมกินโต๊ะเช่นนี้ได้หรือไม่
ทว่า สิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่ายังรออยู่ข้างหลัง
ทางตอนเหนือของแดนเซียนฮวงเทียน ภายในแดนบรรพชนตระกูลหวัง ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งยืนไพล่หลัง มองไปยังทิศทางของตระกูลจวินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น
เขาคือประมุขตระกูลหวัง หวังหยวนป้า
"สมควรตาย ไอ้เด็กเวรตระกูลจวินนั่นยังไม่ตายจริงๆ ด้วย ว่าแล้วเชียว ลูกชายข้าไม่ได้ตายเพราะตำหนักเซียนสำริด แต่ถูกมันฆ่าตาย..." ดวงตาของหวังหยวนป้าแดงก่ำ เต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่ากลัว
ในตอนแรกที่หวังเถิงตกตาย หวังหยวนป้าก็มีความแค้นต่อตระกูลจวินอย่างมหาศาลอยู่แล้ว
เพียงแต่ต่อมาจวินเซียวเหยียนก็ตกตายไปเช่นกัน หวังหยวนป้าจึงคิดว่าหวังเถิงอาจจะตายเพราะตำหนักเซียนสำริด
แต่ตอนนี้เล่า
จวินเซียวเหยียนไม่เพียงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง แต่ความแข็งแกร่งยังเพิ่มพูนขึ้นอย่างมาก กลายเป็นนักบุญที่อายุน้อยที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์
มองกลับมาที่ลูกชายของเขา บัดนี้ตกตายไปสองปี ไม่มีใครในแดนเซียนเอ่ยถึงจักรพรรดิน้อยตระกูลหวังผู้นี้อีกแล้ว
ความขุ่นเคือง ความไม่ยินยอม ความอิจฉาริษยา อารมณ์หลากหลายอัดแน่นอยู่ในใจของหวังหยวนป้า
ทำไมลูกชายของเขาต้องฝังกระดูกอยู่ในตำหนักเซียนสำริด แต่จวินเซียวเหยียนกลับหนีรอดออกมาได้อย่างปลอดภัย แถมพลังฝีมือยังก้าวกระโดดอีก
นี่มันช่างไม่ยุติธรรมต่อลูกชายของเขาเลย!
"สงครามอมตะงั้นรึ หึหึ..." ในแววตาของหวังหยวนป้า เผยความเด็ดขาดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ตึง! ตึง! ตึง!
บนท้องนภาเหนือตระกูลหวัง กลองรบขนาดยักษ์ปรากฏขึ้น หวังหยวนป้าถือไม้กลองด้วยตนเอง ทุกครั้งที่ตีลงไป จะเกิดเสียงดั่งม้าเหล็กกระทืบโรง กองทัพกรีธาทัพ ทำให้ท้องฟ้าสั่นสะเทือน!
"นั่นคือ... กลองรบสั่นฟ้าของตระกูลหวังแดนเหนือ เล่าลือกันว่าเมื่อกลองนี้ดังขึ้น คือเวลาที่ตระกูลหวังจะยกทั้งตระกูลก่อสงครามอมตะ!"
"สวรรค์ หรือว่าตระกูลหวังแดนเหนือก็จะเข้าร่วมสงครามด้วย"
เสียงกลองรบสั่นฟ้าของตระกูลหวัง ดังก้องไปทั่วสามร้อยแคว้นแดนเหนือ ผู้ฝึกตนจากทุกขุมกำลังต่างเบิกตากว้าง แววตาตื่นตะลึง!
ขุมกำลังระดับอมตะแห่งที่ห้า เข้าร่วมสงคราม!
แทบจะในเวลาเดียวกัน วังเทพตกสวรรค์ก็มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน หมอกดำอันน่าสะพรึงกลัวลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
ภูเขากระดูกปีศาจลอยอยู่กลางอากาศ บนยอดเขาปีศาจแต่ละลูก มีบัลลังก์กระดูกตั้งอยู่ ผู้ที่นั่งอยู่บนนั้น ล้วนเป็นบรรพชนนักฆ่าระดับจอมราชันของวังเทพตกสวรรค์!
"วังเทพตกสวรรค์ข้ากับตระกูลจวิน อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ วันนี้ จะยกทัพบุกตระกูลจวิน!" บรรพชนนักฆ่าท่านหนึ่งของวังเทพตกสวรรค์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมจิตสังหาร ทำให้ฟ้าดินเปลี่ยนสี กลายเป็นท้องฟ้าสีเลือด!
อัจฉริยะรุ่นเยาว์ของวังเทพตกสวรรค์ แทบจะถูกจวินเซียวเหยียนเก็บเรียบ วังเทพตกสวรรค์จะกลืนความแค้นนี้ลงคอได้ก็แปลกแล้ว
และตอนนี้ หลายขุมกำลังระดับอมตะร่วมมือก่อสงครามอมตะ เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเข้าร่วม วังเทพตกสวรรค์ย่อมไม่พลาดโอกาสนี้
ขุมกำลังระดับอมตะแห่งที่หก วังเทพตกสวรรค์ เข้าร่วมสงคราม!
นอกจากนี้ ยังมีขุมกำลังระดับอมตะอีกแห่งหนึ่งที่มีความเคลื่อนไหว
บัลลังก์ทองคำลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ผู้ที่นั่งอยู่บนนั้นคือร่างเงาที่สวมมงกุฎทองคำและชุดคลุมศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงสว่าง
เขาเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่โผล่พ้นขอบฟ้า ส่องสว่างไปทั่วสามพันมรรคาสามพันแคว้นในแดนเซียนฮวงเทียน ดึงดูดสายตาของทุกคน
"ท่านนั้นคือ... ประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิศักดิ์สิทธิ์!" หลายคนตกตะลึงจนหนังศีรษะชาวาบ
นี่ก็เป็นยอดฝีมือที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ปกครองลัทธิศักดิ์สิทธิ์ เป็นประมุขสูงสุดที่สาวกนับล้านกราบไหว้บูชา!
"สรรพสิ่งเวียนว่าย ยุคสมัยผลัดเปลี่ยน ไม่มีขุมกำลังใดรุ่งโรจน์ไม่เสื่อมคลาย แม้จะแข็งแกร่งดั่งตระกูลจวิน ก็ย่อมมีวันที่ต้องถอยออกจากเวทีประวัติศาสตร์" ประมุขศักดิ์สิทธิ์พึมพำ
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ผู้ยิ่งใหญ่ของขุมกำลังรอบข้างต่างอกสั่นขวัญแขวน
ลัทธิศักดิ์สิทธิ์ ก็จะเข้าร่วมสงครามอมตะด้วยหรือ
ตูม! ตูม! ตูม!
ภายในที่ตั้งของลัทธิศักดิ์สิทธิ์ เงาร่างแต่ละสายลอยขึ้นกลางอากาศดุจดวงตะวัน
เหล่านั้นล้วนเป็นผู้พิทักษ์กฎระดับจอมราชันของลัทธิศักดิ์สิทธิ์ ผู้พิทักษ์กฎที่อ่อนแอที่สุดยังมีพลังระดับกึ่งจอมราชัน
เป็นไปตามคาด ขุมกำลังระดับอมตะแห่งที่เจ็ด ลัทธิศักดิ์สิทธิ์ เข้าร่วมสงครามแล้ว!
ฮือฮา!
เสียงฮือฮาดังสนั่นไปทั่วทั้งแดนเซียน
ใครจะคิดว่า ตระกูลจวินโยนหินก้อนเดียวจะก่อให้เกิดคลื่นยักษ์พันชั้น
เดิมทีเพียงแค่จะทำสงครามอมตะกับรังมังกรบรรพกาล
ผลสุดท้ายตอนนี้ เจ็ดขุมกำลังระดับอมตะประกาศสงครามกับตระกูลจวินพร้อมกัน
นี่เป็นฉากที่น่าตื่นตะลึงที่หาดูได้ยากในรอบร้อยล้านปี!
"แม่เจ้าโว้ย หนึ่งต่อเจ็ด ต่อให้ตระกูลจวินมีรากฐานลึกล้ำแค่ไหน แข็งแกร่งเพียงใด ก็คงต้านไม่อยู่หรอกมั้ง"
"เจ็ดขุมกำลังระดับอมตะร่วมมือกัน แบบนี้มีแต่ในสงครามอมตะระดับข้ามแดนเซียนเท่านั้นถึงจะเกิดขึ้นได้" ผู้ยิ่งใหญ่ระดับโบราณหลายคนต่างถอนหายใจ
สงครามอมตะระดับข้ามแดนเซียนนั้นยิ่งใหญ่กว่านี้มาก มักจะเป็นการร่วมมือกันของหลายขุมกำลังระดับอมตะ ข้ามผ่านทางช้างเผือกอันไร้ขอบเขต เพื่อไปรุมล้อมสังหารขุมกำลังระดับอมตะในแดนเซียนอื่น
แต่ในแดนเซียนฮวงเทียนเอง กลับไม่เคยปรากฏเหตุการณ์ที่เจ็ดขุมกำลังระดับอมตะร่วมมือกันเล่นงานขุมกำลังเดียวมาก่อน
ในวินาทีนี้ ทั่วทั้งแดนเซียนฮวงเทียนเดือดพล่าน สรรพชีวิตนับไม่ถ้วนตัวสั่นงันงก
พวกเขาไม่อาจสัมผัสถึงการต่อสู้ในระดับนั้นได้ รู้สึกเพียงแค่อำนาจสวรรค์ที่กลิ้งเกลือกโหมกระหน่ำ ราวกับวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง
ส่วนทางฝั่งตระกูลจวิน เมื่อเห็นเจ็ดขุมกำลังระดับอมตะร่วมมือกันประกาศสงคราม
สิบแปดบรรพชนและสิบหกบรรพชนทั้งสองท่าน ก็มีสีหน้ามืดครึ้ม
พวกเขาไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใด เพียงแต่โกรธเคืองที่ขุมกำลังเหล่านี้ช่างกำเริบเสิบสานนัก
"หึหึ ดูเหมือนตระกูลจวินข้าจะทำตัวเรียบง่ายเงียบเชียบมานานเกินไป จนทำให้ทุกคนคิดว่า ตระกูลจวินข้ารังแกได้ง่ายๆ" สิบหกบรรพชนแค่นหัวเราะเย็น
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ใช้ศึกนี้เป็นเครื่องพิสูจน์เถิด ตระกูลจวินข้า พร้อมรบจนถึงที่สุด!" สิบแปดบรรพชนแววตาเย็นยะเยือก
แม้ต้องเผชิญหน้ากับการรุมล้อมของเจ็ดขุมกำลังระดับอมตะ ตระกูลจวินก็ยังคงไม่เกรงกลัว!
ไม่ใช่แค่สองบรรพชน จวินจ้านเทียนและเหล่าผู้อาวุโส รวมถึงคนในตระกูลจวินคนอื่นๆ ใบหน้าก็ไม่มีความกังวลหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงไฟสงครามที่ลุกโชน!
แม้แต่จวินเซียวเหยียน ผู้เป็นหนึ่งในชนวนเหตุของสงครามอมตะ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ตินั้น ก็ยังคงมีความเฉยเมยอย่างไม่ยี่หระ
พูดตามตรง พลังและรากฐานที่แท้จริงของตระกูลจวิน แม้แต่เขาที่เป็นเทพบุตรตระกูลจวิน ก็ยังไม่รู้แน่ชัด
เพราะน้ำของตระกูลจวิน ลึกเกินไป
จวินเซียวเหยียนยืนหยัดกลางเวหา มองไปรอบทิศ ยิ้มจางๆ กล่าวว่า "ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานพิธีบรรลุนิติภาวะของข้าในวันนี้ แต่ว่าต่อไป อาจจะมีคลื่นลมเล็กน้อยเกิดขึ้น"
"ขอเชิญทุกท่านแยกย้ายกันไปก่อน วันหน้าข้าจวินเซียวเหยียนจะจัดงานเลี้ยงเชิญทุกท่านมาใหม่อย่างแน่นอน"
น้ำเสียงของจวินเซียวเหยียนราบเรียบ แต่คำพูดที่เอ่ยออกมา กลับทำให้แขกเหรื่อจากทุกขุมกำลังในที่นั้นหน้าตึงไปตามๆ กัน
คลื่นลมเล็กน้อย?
เจ็ดขุมกำลังระดับอมตะ บวกกับตระกูลจวิน นั่นคือสงครามของแปดขุมกำลังระดับอมตะ
นอกจากนี้ ยังจะมีพวกเผ่าราชาโบราณ และขุมกำลังชั้นหนึ่งอีกมากมายถูกดึงเข้ามาพัวพัน
ทั่วทั้งแดนเซียนฮวงเทียนจะตกอยู่ในความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่
สถานการณ์ขนาดนี้ จวินเซียวเหยียนกลับเรียกว่าคลื่นลมเล็กน้อย?
ทุกคนต่างพูดไม่ออก
"จะว่าไป การระเบิดของสงครามอมตะในครั้งนี้ เทพบุตรตระกูลจวินเป็นสาเหตุหลักอย่างแน่นอน" บางคนแอบส่งกระแสจิตคุยกัน
"ใช่แล้ว พรสวรรค์ของเทพบุตรตระกูลจวินปีศาจเกินไป ทำให้พวกรังมังกรบรรพกาลและขุมกำลังอื่นๆ ไม่สบายใจ นอกจากนี้ คลังสมบัติสำนักมารวัฏสงสารและเรื่องอื่นๆ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งเช่นกัน"
สรุปคือ ความแค้นและเหตุปัจจัยต่างๆ มากมาย ทับถมกัน
สุดท้ายก็ระเบิดออกมา กลายเป็นสงครามอมตะครั้งนี้
แขกเหรื่อทั้งหมดถอยออกจากเขตแดนของตระกูลจวิน เตรียมตัวเป็นสักขีพยานในสงครามอมตะอันยิ่งใหญ่ที่เพียงพอจะจารึกไว้ในประวัติศาสตร์!
[จบแล้ว]