- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 390 - ฝึกฝนคัมภีร์ตถาคตปัจจุบัน แผนการของเยี่ยนชิงอิ่ง
บทที่ 390 - ฝึกฝนคัมภีร์ตถาคตปัจจุบัน แผนการของเยี่ยนชิงอิ่ง
บทที่ 390 - ฝึกฝนคัมภีร์ตถาคตปัจจุบัน แผนการของเยี่ยนชิงอิ่ง
บทที่ 390 - ฝึกฝนคัมภีร์ตถาคตปัจจุบัน แผนการของเยี่ยนชิงอิ่ง
น้ำเสียงของจวินเซียวเหยียนเย็นชาและทรงอำนาจ ดังสนั่นไปทั่วสารทิศ
ทุกคนต่างใจสั่นสะท้าน
เห็นได้ชัดว่า จวินเซียวเหยียนกำลังหนุนหลังเยี่ยนชิงอิ่ง
หลังจากนี้ใครที่คิดจะหาเรื่องเยี่ยนชิงอิ่ง คงต้องคิดให้ดีๆ
หากพลาดพลั้ง อาจนำมาซึ่งหายนะของการถูกล้างตระกูล
ไม่มีใครมองว่าคำพูดของจวินเซียวเหยียนเป็นเรื่องล้อเล่น
จวินเซียวเหยียนมีความมั่นใจและศักยภาพเพียงพอที่จะพูดคำนี้
ตระกูลจวินทำลายล้างตระกูลราชวงศ์และสำนักมาไม่น้อยแล้ว
เยี่ยนชิงอิ่งได้ยินดังนั้น ในใจยิ่งซาบซึ้ง
จวินเซียวเหยียนมักจะคิดเผื่อและดูแลความรู้สึกของผู้ติดตามอย่างพวกนางเสมอ
ความภักดีที่เยี่ยนชิงอิ่งมีต่อจวินเซียวเหยียน ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อีกแล้ว
ต่อให้จวินเซียวเหยียนสั่งให้เยี่ยนชิงอิ่งไปตาย นางก็จะไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว!
ในที่สุด เปยหมีฮูและเมี่ยวอู๋ซินก็ถูกเยี่ยนชิงอิ่งหลอมรวมจนหมดสิ้น ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวน
เปยหมีฮูคงคาดไม่ถึงว่า เดิมทีเป็นเพียงการแก้แค้นง่ายๆ สุดท้ายกลับต้องเอาชีวิตมาทิ้ง
ที่น่าขันยิ่งกว่าคือ วิธีการตายของนาง เหมือนกับบรรพชนของลัทธิเซิ่งเจี้ยว คือถูกวิชามารกลืนเทพหลอมรวม
บางที นี่อาจเป็นชะตากรรม
หลังจากกลืนกินสองสาว ระดับพลังของเยี่ยนชิงอิ่งก็ทะลวงสู่ขอบเขตเทพแท้จริงในที่สุด
นางนั่งขัดสมาธิอยู่ริมหน้าผาดับวิญญาณ เริ่มปรับลมปราณให้คงที่
จวินเซียวเหยียนก็นั่งขัดสมาธิกลางอากาศ หาเวลาว่างเริ่มทำความเข้าใจคัมภีร์ตถาคตปัจจุบัน
เล่ยหมิงหยวนทำหน้าที่เหมือนบ่าวผู้ซื่อสัตย์ คอยเฝ้าอยู่ข้างๆ
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วม
ตัวเลือกของเขา ไม่ผิดจริงๆ
ติดตามลูกพี่ใหญ่ ไม่ต้องกลัวแม้แต่ลัทธิเซิ่งเจี้ยวหรือเสี่ยวซีเทียนที่เป็นนิกายอมตะ
เดินเบ่งได้ทุกที่ ความรู้สึกนี้มันช่างสุดยอดจริงๆ
เล่ยหมิงหยวนถึงขั้นรู้สึกว่า ต่อให้เป็นสุนัขรับใช้ของจวินเซียวเหยียน ก็ยังมีเกียรติกว่าเป็นอัจฉริยะของขุมกำลังอื่น
ส่วนอัจฉริยะรอบๆ ต่างก็ตกตะลึง
สองยอดธิดา ตกตายไปง่ายๆ เช่นนี้
"บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิเซิ่งเจี้ยว หากรู้ข่าวนี้ คงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่"
"ใช่แล้ว บุตรศักดิ์สิทธิ์มีพลังระดับเทพแท้จริง ความแข็งแกร่งทัดเทียมกับพวกหลงอ้าวเทียน"
"แล้วไงล่ะ จะสู้กับเทพบุตรตระกูลจวินได้หรือ ระดับพลังเขาปาเข้าไปเทพแท้จริงขั้นสมบูรณ์แล้วนะ"
"เฮ้อ ก็จริง เทพบุตรตระกูลจวินก้าวล้ำนำหน้าทุกคนไปอีกแล้ว ไม่รู้ฝึกฝนยังไงกันแน่"
"บางที นี่อาจเป็นชีวิตลิขิต..."
ในเวลาเดียวกัน
ที่ข้างกระจกเซียนโบราณ กลับเงียบกริบไร้เสียง
ผู้คนจากหลายขุมกำลังต่างปิดปากเงียบ แอบชำเลืองมองไปทางลัทธิเซิ่งเจี้ยวและเสี่ยวซีเทียน
ทางฝั่งเสี่ยวซีเทียนมีหลวงจีนชรารูปหนึ่งมา สีหน้าดูสับสนวุ่นวายใจ สงบจิตสงบใจไม่ได้
ส่วนทางฝั่งลัทธิเซิ่งเจี้ยว มีสังฆราชชุดแดงมาท่านหนึ่ง
ในเวลานี้ สังฆราชชุดแดงร่างสั่นเทิ้ม แก้มกระตุก เห็นได้ชัดว่าโกรธจัด
"เทพบุตรตระกูลจวินนี่ช่างหาเรื่องเก่งจริงๆ ไปแหย่นิกายอมตะเข้าให้อีกแล้ว..." ยอดฝีมือจากบางขุมกำลังซุบซิบกัน
ทางฝั่งตระกูลจวิน จวินจ้านเทียนและเหล่าผู้อาวุโส ไม่คิดว่าวิธีการของจวินเซียวเหยียนมีปัญหาตรงไหน
ตระกูลจวิน เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร
"พวกเจ้าตระกูลจวิน ทำเกินไปแล้ว!" สังฆราชชุดแดงแห่งลัทธิเซิ่งเจี้ยวเอ่ยเสียงต่ำ
"โลกเซียนโบราณ ไม่ห้ามการฆ่าฟัน ไม่มีปัญญา ก็อย่ามาหาเรื่องตระกูลจวินของข้า ไม่งั้นจุดจบก็เป็นแบบนี้แหละ!" จวินจ้านเทียนหน้าตึง ไม่เปิดช่องให้เจรจา พูดสวนกลับสังฆราชชุดแดงจนพูดไม่ออก
"เจ้า..." สังฆราชชุดแดงเถียงไม่ออก
เพราะมันคือความจริง
เพียงแต่สังฆราชชุดแดงคิดว่า ต่อให้จวินเซียวเหยียนจะวางอำนาจแค่ไหน ก็ควรจะเห็นแก่หน้าฐานะธิดาสศักดิ์สิทธิ์ของเปยหมีฮูบ้าง
ผลคือจวินเซียวเหยียน ไม่เห็นหัวธิดาสศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิเซิ่งเจี้ยวเลยสักนิด
ทำให้ลัทธิเซิ่งเจี้ยวเสียหน้าอย่างแรง
และที่สำคัญที่สุด ต่อให้ลัทธิเซิ่งเจี้ยวอยากจะเอาคืนก็ยาก
เพราะบุตรศักดิ์สิทธิ์ ก็ใช่ว่าจะสู้จวินเซียวเหยียนได้
นี่มันน่าอัดอั้นตันใจจริงๆ
โลกภายนอก เกิดแรงสั่นสะเทือนเพราะการเข้าสู่โลกเซียนโบราณของจวินเซียวเหยียน
จวินเซียวเหยียนเพิ่งเข้ามาไม่กี่วัน ก็ก่อการฆ่าฟันขนาดนี้แล้ว
ยากจะจินตนาการว่า สถานการณ์ในโลกเซียนโบราณหลังจากนี้จะเป็นเช่นไร
ขุมกำลังที่มีเรื่องบาดหมางกับตระกูลจวินต่างภาวนา ขอให้อัจฉริยะของตนอย่าได้ไปเจอกับจอมมารจวินเซียวเหยียนเลย
ภายในโลกเซียนโบราณ ริมหน้าผาดับวิญญาณ
จวินเซียวเหยียนนั่งขัดสมาธิกลางอากาศ ทำความเข้าใจคัมภีร์ตถาคตปัจจุบันมาหลายวันแล้ว
ในเวลานี้ ภายในวังวิญญาณในสมองของเขา
พระพุทธรูปทองคำองค์หนึ่งที่ก่อตัวขึ้นจากพลังหยวนเสิน ลอยเด่นอยู่กลางความว่างเปล่า
แผ่กลิ่นอายอันน่าตื่นตะลึงดุจดวงตะวันเจิดจ้า
คัมภีร์ตถาคตปัจจุบัน คือการขัดเกลาพลังหยวนเสิน ให้กลายเป็นพระตถาคตดวงตะวัน สยบสี่ทิศ
วิชาทางวิญญาณทั้งปวง ล้วนไม่อาจทำอันตรายต่อหยวนเสินพระตถาคตดวงตะวันนี้ได้
รอจนฝึกฝนคัมภีร์ตถาคตปัจจุบันถึงขั้นสูงสุด พระตถาคตดวงตะวัน จะส่องสว่างไปทั่วสามพันมหาพันโลก
ถึงตอนนั้นเพียงจวินเซียวเหยียนคิดวูบเดียว ก็ครอบคลุมสามพันโลก
อานุภาพแห่งจิตวิญญาณระดับนั้น ลองจินตนาการดู ย่อมบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง
"ไม่เลว ลำพังแค่คัมภีร์ตถาคตปัจจุบันก็มีอานุภาพขนาดนี้ หากได้คัมภีร์อมิตภะอดีต และคัมภีร์ไร้กำเนิดอนาคต มารวมเป็นคัมภีร์เซียนสามภพ จะมีอานุภาพขนาดไหนกัน?"
จวินเซียวเหยียนลืมตาขึ้น เผยสีหน้าพึงพอใจ
อนุภาคคชสารต้นกำเนิดสามหมื่นอนุภาคในร่างกายเขา ทำให้พลังวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้นสามเท่า
หากซ้อนทับด้วยพลังของหยวนเสินพระตถาคตดวงตะวันเข้าไปอีก
เรียกได้ว่าต่อให้เป็นอัจฉริยะที่เน้นฝึกฝนด้านวิญญาณหยวนเสิน ก็ยังห่างไกลไม่อาจเทียบกับเขาได้
"เป้าหมายของข้า คือฝึกฝนทั้งกายเนื้อ หยวนเสิน และพลังเวท ให้ถึงจุดสูงสุด เก่งรอบด้านถึงจะเรียกว่าไร้เทียมทานอย่างแท้จริง" จวินเซียวเหยียนคิดในใจ
เวลานั้น เยี่ยนชิงอิ่งที่กำลังปรับพื้นฐานพลังอยู่ด้านข้าง ร่างกายก็สั่นไหว ระดับพลังเทพแท้จริงมั่นคงลงอย่างสมบูรณ์
ในโลกเซียนโบราณ แม้ขอบเขตเทพเสมือนและเทพแท้จริงจะห่างกันเพียงขั้นเดียว แต่แรงกดดันนั้นต่างกันคนละเรื่อง
หากก่อนหน้านี้เยี่ยนชิงอิ่งมีพลังระดับเทพแท้จริง พวกเปยหมีฮูคงไม่กล้ามาล้อมฆ่านางง่ายๆ
"ขอบพระคุณคุณชายที่มีบุญคุณ หากไม่ใช่เพราะคุณชาย เยี่ยนชิงอิ่งอย่าว่าแต่จะทะลวงระดับเทพแท้จริงเลย แม้แต่ชีวิตก็คงรักษาไว้ไม่ได้"
เยี่ยนชิงอิ่งตื่นเต้นดีใจ คุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าจวินเซียวเหยียน
"กับข้ายังต้องเกรงใจอะไรอีก?" จวินเซียวเหยียนยกมือขึ้น ประคองเยี่ยนชิงอิ่งลุกขึ้น
"คุณชาย..." ลึกลงไปในดวงตาของเยี่ยนชิงอิ่ง มีความรักใคร่ผูกพันอย่างลึกซึ้ง
แต่นางไม่ได้แสดงออกมา
การได้อยู่ข้างกายจวินเซียวเหยียน ได้เป็นผู้ติดตามของเขา ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว
เยี่ยนชิงอิ่งไม่กล้าหวังอะไรมากไปกว่านี้
แน่นอน หากจวินเซียวเหยียนเมตตาโปรดปราน เยี่ยนชิงอิ่งก็จะดีใจมาก
"ต่อไปจะไปกับข้าไหม?" จวินเซียวเหยียนถาม
เยี่ยนชิงอิ่งสายตาไหววูบ ลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยังประสานมือคารวะ "ขอบพระคุณคุณชายที่ดูแล แต่ชิงอิ่งอยากจะออกเดินทางหาโชคลาภด้วยตัวเองเจ้าค่ะ"
อยู่ข้างกายจวินเซียวเหยียน แม้จะปลอดภัย แต่ก็ไม่อาจเติบโตได้อย่างแท้จริง
เยี่ยนชิงอิ่ง อยากจะแข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่จะตามรอยเท้าของจวินเซียวเหยียนให้ทัน และมีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้ติดตามของเขาต่อไป
"ดีมาก ผู้ติดตามของจตัวข้าแซ่จวิน วันหน้าล้วนเป็นผู้ที่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง เจ้าไปเถอะ" จวินเซียวเหยียนยื่นมือไปตบไหล่เยี่ยนชิงอิ่งเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ
แก้มขาวนวลของเยี่ยนชิงอิ่งแดงระเรื่อ พยักหน้าอย่างมั่นใจ จากนั้นก็ออกเดินทางผจญภัยตามลำพังต่อไป
ระดับพลังของนางทะลวงถึงเทพแท้จริงแล้ว ในโลกเซียนโบราณ ย่อมมีกำลังพอจะปกป้องตัวเอง
ต่อไป จวินเซียวเหยียนเองก็ควรจะออกเดินทางบ้างแล้ว
"เล่ยหมิงหยวน ยังมีที่ไหนที่น่าจะมีต้นกำเนิดแห่งเต๋าอีก?" จวินเซียวเหยียนถาม
เล่ยหมิงหยวนตอบอย่างนอบน้อม "เรียนเทพบุตร แดนสมบัติที่มีชื่อเสียงที่สุดในแถบนี้ น่าจะเป็นทะเลสาบเต๋าเซียนโบราณ ในนั้นน่าจะมีต้นกำเนิดแห่งเต๋าอยู่มากขอรับ"
"แต่พื้นที่ทะเลสาบเต๋าเซียนโบราณ ส่วนใหญ่ถูกพวกเผ่าพันธุ์เซียนโบราณ และผู้สืบทอดจากขุมกำลังอมตะยึดครอง ข้าน้อยก่อนหน้านี้ไม่มีคุณสมบัติจะเข้าไปใกล้ ได้แต่ยินข่าวมาเท่านั้น"
เล่ยหมิงหยวนพูดอย่างกระดากอาย
เขาแม้จะเป็นอัจฉริยะขุนเขาจักรพรรดิอัสนี แต่ตอนนี้ อย่างมากก็นับเป็นแค่ระดับสอง ยังไม่มีคุณสมบัติจะไปแดนสมบัติขนาดใหญ่แบบนั้น ได้แต่เก็บเกี่ยวโชคลาภเล็กๆ น้อยๆ แถวนี้
"เผ่าพันธุ์เซียนโบราณ..." จวินเซียวเหยียนแววตาครุ่นคิด
[จบแล้ว]