- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 380 - การทะลวงระดับที่บ้าคลั่ง ขอบเขตเทพแท้จริงขั้นสมบูรณ์ จวินเซียวเหยียนกลับมา!
บทที่ 380 - การทะลวงระดับที่บ้าคลั่ง ขอบเขตเทพแท้จริงขั้นสมบูรณ์ จวินเซียวเหยียนกลับมา!
บทที่ 380 - การทะลวงระดับที่บ้าคลั่ง ขอบเขตเทพแท้จริงขั้นสมบูรณ์ จวินเซียวเหยียนกลับมา!
บทที่ 380 - การทะลวงระดับที่บ้าคลั่ง ขอบเขตเทพแท้จริงขั้นสมบูรณ์ จวินเซียวเหยียนกลับมา!
โลกฝังศพ ณ สระสังสารวัฏสรรพสัตว์
ภายในสระไม่มีพลังงานหลงเหลืออยู่แล้ว พลังงานทั้งหมดถูกจวินเซียวเหยียนดูดซับและหลอมรวมจนเกลี้ยง
เรื่องนี้น่ากลัวยิ่งนัก
เพราะสระสังสารวัฏสรรพสัตว์เป็นสิ่งที่ตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวในส่วนลึกของโลกฝังศพสร้างขึ้นเมื่อนานมาแล้ว ดูเหมือนจะใช้สำหรับแผนการบางอย่าง
ผลสุดท้ายตอนนี้ กลับกลายเป็นผลประโยชน์ของจวินเซียวเหยียนทั้งหมด
พลังงานของสระสังสารวัฏสรรพสัตว์ทั้งสระนั้นมหาศาลเพียงใด
ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับนักบุญก็ยังสามารถใช้ดูดซับเพื่อทะลวงระดับได้
นับประสาอะไรกับจวินเซียวเหยียน
ในขณะนี้ ห้วงมิติรอบกายจวินเซียวเหยียนกำลังสั่นสะเทือน
มองเห็นได้เลือนรางว่ามีอักขระที่เปี่ยมด้วยวิถีเต๋าปรากฏขึ้นรอบกายจวินเซียวเหยียน เดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่
กลิ่นอายของจวินเซียวเหยียนน่าหวาดหวั่นถึงขีดสุด ไม่อาจเทียบกับเมื่อก่อนได้เลยแม้แต่น้อย
"ขอบเขตเทพแท้จริงขั้นสมบูรณ์..." จวินเซียวเหยียนพึมพำกับตัวเอง
เขาอยู่ในชุดขาวดุจหิมะ ผมดำปลิวไสว กลิ่นอายทั่วร่างแข็งแกร่งถึงที่สุด
ขอบเขตเทพแท้จริงขั้นสมบูรณ์ นี่คือระดับการบำเพ็ญเพียรของจวินเซียวเหยียนในตอนนี้!
ในช่วงเวลาที่เก็บตัวนี้ จวินเซียวเหยียนทะลวงระดับจากขอบเขตจุดไฟเทพขั้นสมบูรณ์ ขึ้นสู่ขอบเขตเทพแท้จริงขั้นสมบูรณ์โดยตรง
สองขอบเขตใหญ่ สิบระดับย่อย!
หากคนนอกมาเห็นฉากนี้ จะต้องรับไม่ได้อย่างแน่นอน
เก้าขั้นวิถีศักดิ์สิทธิ์นั้นแตกต่างจากเมื่อก่อน
เพียงแค่ระดับย่อยเดียว ความยากในการทะลวงผ่านก็เทียบเท่ากับขอบเขตใหญ่ในระดับก่อนหน้านี้
พูดอีกอย่างก็คือ เท่ากับว่าจวินเซียวเหยียนทะลวงผ่านสิบขอบเขตใหญ่ในคราเดียว
เรื่องนี้ช่างเหลือเชื่อเกินไป
แต่ดูจากคิ้วที่ขมวดมุ่นของจวินเซียวเหยียน เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่ค่อยพอใจ
"ความเร็วในการทะลวงระดับเริ่มช้าลงแล้ว ดูท่าเก้าขั้นวิถีศักดิ์สิทธิ์จะยากกว่าเมื่อก่อนจริงๆ" จวินเซียวเหยียนครุ่นคิด
คำพูดนี้หากให้อัจฉริยะคนอื่นได้ยิน คงต้องรุมด่าจวินเซียวเหยียนจนตายแน่
นี่ยังไม่พอใจอีกหรือ จะเอาอะไรอีก?
ต้องรู้ก่อนว่า แม้แต่หลงอ้าวเทียน หวังเถิง และคนอื่นๆ ก็ต้องได้รับวาสนามากมายในโลกเซียนโบราณ ถึงจะทะลวงสู่ขอบเขตเทพแท้จริงได้
แต่จวินเซียวเหยียนกลับทะลวงรวดเดียวถึงขอบเขตเทพแท้จริงขั้นสมบูรณ์
ถ้าหลงอ้าวเทียนและคนอื่นๆ รู้เรื่องนี้ คงอยากจะกระอักเลือดตายให้รู้แล้วรู้รอด
พวกเขาเหนื่อยยากลำบากตามหาวาสนาในโลกเซียนโบราณ แทบตายกว่าจะทะลวงสู่ขอบเขตเทพแท้จริง
แต่จวินเซียวเหยียนแค่นั่งแช่ในสระ ก็พุ่งทะยานสู่ขอบเขตเทพแท้จริงขั้นสมบูรณ์แล้ว
เป็นใครก็คงจิตใจพังทลาย
เล่นแบบนี้มันโกงกันชัดๆ
การเก็บตัวครั้งนี้ของจวินเซียวเหยียน สิ่งที่ได้มาไม่ได้มีเพียงระดับพลังการบำเพ็ญเพียรเท่านั้น
ภายในร่างกายของเขา มีอนุภาคคชสารมังกรสามหมื่นอนุภาคแปรเปลี่ยนเป็นอนุภาคคชสารต้นกำเนิด
นี่หมายความว่า พลังวิญญาณและหยวนเสินของจวินเซียวเหยียนเพิ่มพูนขึ้นถึงสามเท่า
นี่หมายความว่าอย่างไร?
หมายความว่าหากจวินเซียวเหยียนใช้วิชาทางวิญญาณโจมตีอัจฉริยะคนอื่น เขาสามารถบดขยี้ได้อย่างราบคาบ
ในขณะเดียวกัน ภายในวังนิรพานของจวินเซียวเหยียน บนดอกไม้มรรควิถีสามดอก
ดอกที่เปรียบเสมือนอดีต คือดอกไม้วิถีหยวนเสิน ก็เริ่มมีเงาหยวนเสินตัวน้อยเลือนรางเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
จวินเซียวเหยียนมีหยวนเสินสามภพ คือ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
แต่ก่อนหน้านี้ มีเพียงดอกไม้แห่งปัจจุบันเท่านั้นที่มีหยวนเสินตัวน้อยนั่งขัดสมาธิอยู่
แต่บัดนี้ บนดอกไม้มรรควิถีที่เป็นตัวแทนของอดีต ก็เริ่มมีเงาหยวนเสินเลือนรางปรากฏขึ้นเช่นกัน
"เป็นเพราะสระสังสารวัฏสรรพสัตว์ จึงทำให้หยวนเสินอดีตของข้าเริ่มก่อตัวขึ้นสินะ?" จวินเซียวเหยียนคาดเดา
แต่ตอนนี้ หยวนเสินอดีตยังเป็นเพียงรูปร่างคร่าวๆ ยังก่อตัวไม่สำเร็จสมบูรณ์
"ถ้ามีวิชาทางวิญญาณที่เหมาะสมกับหยวนเสินสามภพก็คงดี" จวินเซียวเหยียนอดคิดไม่ได้
สิ่งที่จวินเซียวเหยียนได้รับไม่ใช่เพียงเท่านี้
เนื่องจากเขามีอนุภาคคชสารต้นกำเนิดสามหมื่นอนุภาคแล้ว ตอนนี้จวินเซียวเหยียนจึงสามารถปลดล็อกความสามารถถัดไปของเคล็ดวิชาคชสารสยบนรกได้เบื้องต้นแล้ว
อัญเชิญประตูนรก!
จวินเซียวเหยียนสามารถกระตุ้นอนุภาคคชสารต้นกำเนิด ใช้อำนาจแห่งวิญญาณอันสูงสุด อัญเชิญประตูนรกออกมา
ให้เหล่าภูตผีปีศาจ อสูรร้าย และรากษสในนรกนับไม่ถ้วน ออกมาต่อสู้เพื่อเขา!
นี่คือความสามารถที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง เมื่อใช้ออกมาก็เพียงพอที่จะล้างบางได้รอบทิศ
กล่าวได้ว่า ความแข็งแกร่งของจวินเซียวเหยียนหลังจากทะลวงระดับ ได้พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด
รวมถึงความสามารถภูมิคุ้มกันพลังเวทของเขา ก็พัฒนาขึ้นอีกขั้น
ไม่เพียงขอบเขตขยายกว้างขึ้น แต่ยังสามารถต้านทานและหักล้างมหาเวทได้มากขึ้นด้วย
เรียกได้ว่า ความสามารถภูมิคุ้มกันพลังเวทนี้ เป็นสิ่งที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับจวินเซียวเหยียนได้ยาวนาน
"ไม่เลว แม้ระดับพลังจะทะลวงไม่มากนัก แต่ก็ถือว่าใช้ได้ นี่เป็นเพียงอาหารเรียกน้ำย่อยเท่านั้น" จวินเซียวเหยียนกล่าว
วาสนาจานหลักที่แท้จริง อยู่ในโลกเซียนโบราณ
วาสนาในโลกเซียนโบราณ จะทำให้ความแข็งแกร่งของจวินเซียวเหยียนยกระดับขึ้นในเชิงคุณภาพ
"ยินดีกับนายน้อยที่บำเพ็ญเพียรสำเร็จ!"
หลี่ซิ่นและอาจิ่วปรากฏตัวขึ้น
เมื่อเห็นกลิ่นอายเทพแท้จริงที่แผ่ออกมาจากร่างของจวินเซียวเหยียน
ดวงตาของหลี่ซิ่นฉายแววตื่นตะลึง
ต้องรู้ก่อนนะว่า อายุของจวินเซียวเหยียนในตอนนี้เพิ่งจะสิบห้าปีเท่านั้น
ยอดฝีมือระดับเทพแท้จริงอายุสิบห้าปี!
ต่อให้เป็นจวินอู๋ฮุ่ย ในช่วงอายุเท่ากับจวินเซียวเหยียน ก็ยังด้อยกว่าเล็กน้อย
คลื่นลูกหลังย่อมกระทบคลื่นลูกแรก
หลี่ซิ่นยิ่งรู้สึกว่า ในวันหน้าจวินเซียวเหยียนอาจจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าบิดาของเขาเสียอีก!
"ได้เวลาไปแล้ว ผู้อาวุโสหลี่ซิ่นไม่คิดจะไปด้วยกันจริงๆ หรือ?" จวินเซียวเหยียนถาม
"การเฝ้าสถานที่แห่งนี้คือภารกิจของขุนพล บางทีสักวันหนึ่ง เมื่อทุกอย่างในโลกฝังศพสงบลง ข้าคงจะเป็นอิสระ" หลี่ซิ่นกล่าว
ดวงตาของจวินเซียวเหยียนฉายแววชื่นชม
"จริงสิ ของสิ่งนี้ นายน้อยเก็บไว้ให้ดี"
หลี่ซิ่นเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงหยิบเครื่องรางหยกชิ้นหนึ่งออกมาจากอุปกรณ์มิติ แล้วยื่นให้จวินเซียวเหยียน
"นี่คือ..." จวินเซียวเหยียนรับเครื่องรางมา แล้วเพ่งมอง
บนนั้นสลักตัวอักษรเล็กๆ แถวหนึ่ง
วิญญูชนลิขิตชะตา ชั่วชีวิตไร้เรื่องให้เสียใจ
"นี่คือสิ่งที่นายท่านทิ้งไว้ นายท่านเหมือนจะคำนวณไว้แล้วว่านายน้อยจะต้องมาที่นี่ในสักวันหนึ่ง" หลี่ซิ่นกล่าว
"เครื่องรางที่ท่านพ่อทิ้งไว้" จวินเซียวเหยียนสายตาลึกล้ำ จ้องมองตัวอักษรแถวนั้น
วิญญูชนลิขิตชะตา ชั่วชีวิตไร้เรื่องให้เสียใจ!
นี่คือหัวใจที่กว้างขวางและองอาจเพียงใด?
"รอวันที่ข้ากลับมาโลกฝังศพอีกครั้ง วันนั้นจะเป็นวันที่โลกฝังศพสงบราบคาบ!" จวินเซียวเหยียนเก็บเครื่องราง น้ำเสียงหนักแน่น
ใครกล้าลั่นวาจาว่าจะทำให้โลกฝังศพสงบราบคาบ?
จวินเซียวเหยียนกล้า!
ดวงตาของหลี่ซิ่นฉายแววตื่นเต้นจางๆ นี่สิถึงจะเป็นนายน้อยตระกูลจวินที่เขาเต็มใจถวายความภักดี!
ดวงตาคู่งามของอาจิ่วก็ฉายแววปลาบปลื้มเช่นกัน
เด็กหนุ่มที่นางเฝ้าปกป้อง ในอนาคตจะต้องเติบโตเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แน่นอน!
หลังจากร่ำลากัน จวินเซียวเหยียนและอาจิ่วก็พุ่งออกจากโลกฝังศพ เตรียมตัวออกจากดินแดนฝังศพนิรันดร์
ภายนอกโลกฝังศพ ยังคงมีสิ่งมีชีวิตในแดนฝังศพจำนวนมากรออยู่ที่นี่
เมื่อเห็นจวินเซียวเหยียนและอาจิ่วปรากฏตัว พวกเขาก็หันขวับไปมอง
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของจวินเซียวเหยียน
พวกเขาก็ต้องตาค้าง
"บัดซบ ข้าดูไม่ผิดใช่มั้ย ขอบเขตเทพแท้จริง?"
กลุ่มสิ่งมีชีวิตในแดนฝังศพอ้าปากค้างพูดไม่ออก
ก่อนหน้านี้จวินเซียวเหยียนยังอยู่แค่ขอบเขตจุดไฟเทพขั้นสมบูรณ์ ตอนนี้กลายเป็นขอบเขตเทพแท้จริงไปแล้ว?
ถ้าไม่เห็นกับตา จะไม่มีใครเชื่อเด็ดขาด
กลางอากาศ ร่างงามสองร่างปรากฏขึ้น คือหลางหวนและฉินเซียนเอ๋อร์
เมื่อสัมผัสได้ว่าจวินเซียวเหยียนออกจากโลกฝังศพ หลางหวนก็รีบมาทันที
"คุณชายจวิน ในที่สุดท่านก็ออกจากด่าน" หลางหวนดวงตาทอประกาย ในใจก็แปลกใจเช่นกัน
ระดับพลังของจวินเซียวเหยียนก้าวไปถึงขอบเขตเทพแท้จริงแล้ว ทิ้งห่างนางไปไกลลิบ
จวินเซียวเหยียนในตอนนี้ หากต้องเจอกับสิบราชันน้อยก่อนหน้านี้ เกรงว่าแค่ดีดนิ้วก็สังหารพวกมันได้หมด
"ตัวข้าจวิน ถึงเวลาต้องจากลาแดนฝังศพแล้ว" จวินเซียวเหยียนกล่าว
ได้ยินคำนี้ แววตาของหลางหวนฉายแววหม่นหมองเล็กน้อย
"วันหน้าหากมีวาสนาคงได้พบกัน" จวินเซียวเหยียนกลับไม่ได้รู้สึกอะไร
ทุกอย่างเป็นเพียงความรักข้างเดียวของหลางหวนเท่านั้น
"วันหน้าหากมีโอกาส หลางหวนก็จะออกจากแดนฝังศพเช่นกัน" หลางหวนน้ำเสียงแน่วแน่
"แทนที่จะไล่ตามภาพลวงตาที่ไม่มีวันได้ครอบครอง สู้ถนอมคนตรงหน้าดีกว่า" จวินเซียวเหยียนกล่าวเรียบๆ จากนั้นก็จากไปพร้อมกับอาจิ่วทันที
หลางหวนชะงักไปเล็กน้อย หันไปมองฉินเซียนเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ
ฉินเซียนเอ๋อร์ใจเต้นแรง คาดไม่ถึงว่าจวินเซียวเหยียนจะพูดช่วยนาง
สองสาวมองหน้ากัน เงียบงันไร้วาจา
อีกด้านหนึ่ง ณ แคว้นหมาน นอกดินแดนฝังศพนิรันดร์
ยังมีผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยคอยค้นหาวาสนาอยู่ที่นี่
พวกเขามักจะพูดคุยกันถึงหัวข้อเกี่ยวกับโลกเซียนโบราณเป็นระยะ
"จุ๊ๆ ได้ยินมาว่าช่วงนี้ ตระกูลจวินมีผู้สืบทอดลำดับตกตายไปอีกคนแล้ว ดูเหมือนจะเป็นลำดับที่เก้า จวินเทียนหมิงนะ?"
"ใช่แล้ว นี่ก็นับเป็นผู้สืบทอดคนที่สามของตระกูลจวินแล้วที่ตกตาย ราชวงศ์บรรพกาลกะจะเล่นงานตระกูลจวินแบบไม่เลิกราจริงๆ"
"แต่ผู้มีเนตรซ้อน จวินหลิงซาง และคนอื่นๆ ก็สังหารอัจฉริยะราชวงศ์บรรพกาลไปไม่น้อยเหมือนกัน"
"ที่น่าเสียดายที่สุดน่าจะเป็นลำดับที่สี่ จวินอู๋เฉิน เขาใกล้จะทะลวงสู่ขอบเขตเทพเสมือนขั้นสมบูรณ์แล้วแท้ๆ กลับถูกบุตรเทพทมิฬแห่งวังเทพตกสวรรค์ลอบสังหาร จนต้องจบชีวิตลง"
"น่าอนาถเกินไปแล้ว ข้ายังได้ยินมาว่า ผู้ติดตามคนหนึ่งของเทพบุตรตระกูลจวิน ที่เป็นผู้สืบทอดวิชามารกลืนเทพ ดูเหมือนกำลังถูกธิดาสศักดิ์สิทธิ์แห่งลัทธิเซิ่งเจี้ยวไล่ล่าอยู่"
ที่ชายขอบแคว้นหมาน ผู้ฝึกตนสองคนกำลังสนทนากัน
หารู้ไม่ว่า มีร่างหนึ่งกำลังยืนฟังเรื่องราวทั้งหมดอยู่เงียบๆ ด้านหลังพวกเขา
ผู้ฝึกตนขอบเขตเทพเสมือนสองคน จู่ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง เมื่อหันกลับไป ก็พบกับคุณชายรูปงามในชุดขาว ใบหน้าเย็นชาดุจน้ำค้างแข็ง
"จวิน... จวิน... เทพบุตรตระกูลจวิน!" ผู้ฝึกตนสองคนสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ หนังศีรษะชาหนึบ
ชุดขาว รูปงามหลุดโลก แถมยังปรากฏตัวนอกแดนฝังศพ นอกจากเทพบุตรตระกูลจวิน พวกเขาก็นึกถึงใครไม่ออกอีกแล้ว
ในขณะนี้ แรงกดดันระดับเทพแท้จริงที่แผ่ออกมาจากร่างของจวินเซียวเหยียน รวมกับจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว ราวกับจะแช่แข็งฟ้าดินและจักรวาลไว้
"ขอบเขตเทพแท้จริง!" ผู้ฝึกตนสองคนตัวสั่นเทาอีกครั้ง แทบจะตาถลนออกมานอกเบ้า!
ไหนบอกว่าตอนเทพบุตรตระกูลจวินเข้าสู่แดนฝังศพ มีพลังแค่ขอบเขตเสียดฟ้าไม่ใช่หรือ?
ทำไมตอนนี้ จู่ๆ ก็กลายเป็นยอดฝีมือระดับเทพแท้จริงไปแล้ว?
แถมดูจากกลิ่นอายที่หนาแน่นมั่นคง น่าจะถึงระดับขั้นสมบูรณ์แล้วด้วย
ผู้ฝึกตนทั้งสองหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงก
ความแข็งแกร่งของจวินเซียวเหยียน เหนือกว่าจินตนาการของพวกเขาไปไกล
หากข่าวนี้แพร่กลับไปแดนเซียน ให้ทุกคนได้รู้ เกรงว่าจะสร้างความตื่นตะลึงและโกลาหลครั้งใหญ่!
"บอกข่าวเกี่ยวกับโลกเซียนโบราณให้เปิ่นเสินจื่อรู้เดี๋ยวนี้" จวินเซียวเหยียนเอ่ยเสียงเย็น
ผู้ฝึกตนทั้งสองเห็นดังนั้น จึงรีบเล่าข่าวคราวในโลกเซียนโบราณช่วงนี้ให้จวินเซียวเหยียนฟังอย่างลนลาน
หลังจากฟังจบ จวินเซียวเหยียนก็ไร้ความรู้สึกบนใบหน้า
แต่ผู้ฝึกตนทั้งสองกลับรู้สึกว่า อุณหภูมิของฟ้าดินรอบด้านคล้ายจะลดลงจนถึงจุดเยือกแข็ง
"เสือไม่อยู่ถ้ำ ลิงเลยทำตัวเป็นเจ้าป่า ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่พวกปลายแถวอย่างหวังเถิง หลงอ้าวเทียน คู่ควรจะมาวางก้ามเป็นราชาในโลกเซียนโบราณ?"
จวินเซียวเหยียนสะบัดแขนเสื้อ ห้วงมิติรอบด้านระเบิดออก พื้นดินแตกร้าวเป็นรอยแยก
เพียงแค่ท่วงท่านี้นี้ ก็ทำให้ผู้ฝึกตนขอบเขตเทพเสมือนสองคนสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
นี่มัน... แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
เส้าตี้หวังเถิง สายเลือดต้องห้ามรุ่นแรกหลงอ้าวเทียน ในปากของจวินเซียวเหยียน กลับเป็นเพียงลิงสองตัว
"กล้าแหย่ตระกูลจวิน ต้องชดใช้ด้วยเลือด!"
จวินเซียวเหยียนก้าวเดินเหยียบย่ำความว่างเปล่าจากไป
ผู้ฝึกตนทั้งสองยังคงใจหายใจคว่ำ เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว
พวกเขามองแผ่นหลังอันสูงส่งของจวินเซียวเหยียนที่จากไป หัวใจเต้นระรัว
"หากเทพบุตรตระกูลจวินเข้าสู่โลกเซียนโบราณ เกรงว่าจะเกิดพายุคาวเลือดครั้งใหญ่"
"ใครเล่าจะต้านทานเขาได้ และใครเล่าจะกล้าขวางทางเขา?"
[จบแล้ว]