เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 320 - จวินเซียวเหยียนสำแดงเดช หนึ่งคนต่อกรกับทั้งกองทัพ

บทที่ 320 - จวินเซียวเหยียนสำแดงเดช หนึ่งคนต่อกรกับทั้งกองทัพ

บทที่ 320 - จวินเซียวเหยียนสำแดงเดช หนึ่งคนต่อกรกับทั้งกองทัพ


บทที่ 320 - จวินเซียวเหยียนสำแดงเดช หนึ่งคนต่อกรกับทั้งกองทัพ

อัจฉริยะจากเผ่ากระดูกเหล็ก และตระกูลกงหมิง รวมถึงกงหมิงหลาน ต่างมองดูเหตุการณ์ด้วยอาการหนังศีรษะชาวาบ หัวใจเต้นรัวอย่างรุนแรง

"มนุษย์จากโลกภายนอกผู้นี้ เหตุใดจึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้" กงหมิงหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

เมื่อครู่เขายังหัวเราะเยาะชางเยว่ ที่พาคนจากโลกภายนอกระดับขอบเขตเสียดฟ้ามาที่นี่

แถมยังบอกว่าจวินเซียวเหยียนคงจะถูกสิ่งมีชีวิตในแดนฝังศพฉีกร่างเป็นชิ้นๆ ในทันที

แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า ผู้ที่ถูกสังหารอย่างทารุณกลับเป็นสิ่งมีชีวิตในแดนฝังศพเสียเอง

สีหน้าของเชวี่ยเทียนก็เริ่มดูไม่เป็นธรรมชาติแล้ว

แม้เขาจะเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์อันดับต้นๆ ของเขตอินหมิง แต่ตอนนี้เมื่อเผชิญหน้ากับจวินเซียวเหยียน เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับราชันเทพผู้ไร้เทียมทาน!

และในตอนนั้นเอง สิ่งมีชีวิตจากเผ่ากระดูกเหล็กก็ลงมือ

"มนุษย์จากโลกภายนอก อย่าได้ลำพองใจนัก ให้ข้าลองดูหน่อยเถอะว่าเจ้ามีดีสักแค่ไหน!" ชายฉกรรจ์เผ่ากระดูกเหล็กผู้หนึ่งเหวี่ยงหมัดออกไป

ทั่วร่างของเขามีประกายโลหะวูบวาบ ดูแข็งแกร่งและเย็นเยียบ

เผ่ากระดูกเหล็กย่อมไม่ได้โง่ แต่พวกเขามั่นใจในตัวเอง

พลังการสังหารของเผ่ากระดูกเหล็กอาจจะไม่ใช่ที่สุด

แต่พลังป้องกันและการรักษาชีวิตนั้น พวกเขาเป็นอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน

ร่างกายของพวกเขาเปรียบเสมือนอาวุธวิเศษ แข็งแกร่งทนทานอย่างยิ่ง

ดังนั้นพวกเขาจึงกล้าลงมือลองเชิงจวินเซียวเหยียน

ต่อให้สู้ไม่ได้ อย่างน้อยจวินเซียวเหยียนก็ฆ่าพวกเขาไม่ตาย

เมื่อเห็นเผ่ากระดูกเหล็กโจมตี สีหน้าของจวินเซียวเหยียนไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

เขายังคงเหวี่ยงหมัดออกไปอย่างเรียบง่ายธรรมดา

เรื่องร่างกายนั้น จวินเซียวเหยียนเกิดมาจนป่านนี้ ยังไม่เคยกลัวใครหน้าไหน

ตูม!

เลือดลมสีทองเดือดพล่านราวกับมหาสมุทรที่บ้าคลั่ง สาดซัดออกมา

พลังเทพหมื่นล้านจิน ผสานกับกายาสิทธิ์บรรพกาลอันแข็งแกร่ง กดทับลงมา

ปัง!

จวินเซียวเหยียนต่อยหมัดเดียวทะลุขีดจำกัด!

เมื่อชายฉกรรจ์เผ่ากระดูกเหล็กตั้งสติได้ เขาก็พบว่าหน้าอกของตนเองถูกหมัดของจวินเซียวเหยียนทะลวงจนเป็นรู!

หน้าอกทั้งแผงปรากฏรูโหว่ขนาดใหญ่

แต่เนื่องจากกายาพิเศษของเผ่ากระดูกเหล็ก จึงไม่มีเลือดไหลออกมา มีเพียงรูโหว่สีดำทมิฬน่าสยดสยอง

"นี่... เป็นไปไม่ได้... ข้าคือ... เผ่ากระดูกเหล็กนะ"

ชายฉกรรจ์เผ่ากระดูกเหล็กเบิกตากว้างราวกับกระดิ่งทอง ไม่อยากจะเชื่อ

ร่างกายของพวกเขาเทียบเท่าอาวุธวิเศษ น้ำไฟไม่เข้า ดาบหอกไม่ระคาย

บัดนี้กลับถูกจวินเซียวเหยียนต่อยทะลุด้วยหมัดเดียว

จวินเซียวเหยียนตบสวนกลับไปหนึ่งฝ่ามือ

ศีรษะของชายฉกรรจ์ผู้นั้นถูกตบจนกระเด็นหลุดออกไป ราวกับลูกบอลที่เด้งออกไปไกล

จวินเซียวเหยียนปล่อยหมัดต่อเนื่องอย่างดุดัน บดขยี้เหล่าสิ่งมีชีวิตรุ่นเยาว์ของเผ่ากระดูกเหล็กจนแตกละเอียดไปทีละคน

ภาพเหตุการณ์นี้ช่างน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว

เผ่ากระดูกเหล็กที่ขึ้นชื่อว่ามีพลังป้องกันกายาไร้เทียมทาน เมื่ออยู่ต่อหน้าจวินเซียวเหยียน กลับกลายเป็นเสือกระดาษที่ฉีกขาดได้ง่ายดาย

"นี่... มนุษย์จากโลกภายนอกผู้นี้ เป็นลูกหลานมังกรแท้จริงหรือเปล่า" สิ่งมีชีวิตในแดนฝังศพตนหนึ่งพูดตะกุกตะกัก

ในสายตาของพวกเขา คงมีเพียงลูกมังกรแท้จริงเท่านั้นที่มีพลังกายาอันน่าหวาดกลัวเช่นนี้

"น่ากลัวเกินไปแล้ว มิน่าล่ะถึงกล้ามาแดนฝังศพ ที่แท้ก็มีดีนี่เอง" สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ต่างตัวสั่นงันงก

ตอนแรกพวกเขายังดูถูกจวินเซียวเหยียน บางตนถึงกับมองเขาเป็นยาบำรุงเลือดเนื้อ

แต่ตอนนี้ คงไม่มีใครกล้าคิดไม่ดีกับจวินเซียวเหยียนอีกแล้ว

ที่ด้านนอกสระวิญญาณอินหยาง ผู้อาวุโสเผ่าภูตเขียวและเผ่ากระดูกเหล็กต่างเดือดดาล อดรนทนไม่ไหวจะเข้าไปลงมือ

แต่กลับถูกผู้อาวุโสตระกูลชางขวางไว้

"พวกเจ้าคิดจะทำลายข้อตกลงหรือ อัจฉริยะที่เข้าไปในสระวิญญาณอินหยาง เป็นตายแล้วแต่ฟ้าลิขิต การตกตายเป็นเรื่องปกติ"

สาเหตุที่ผู้อาวุโสตระกูลชางออกหน้าช่วย ก็ไม่ใช่เพื่อจวินเซียวเหยียนทั้งหมด

หลักๆ คือเพื่อให้จวินเซียวเหยียนเอาผลเทพอินหยางออกมาให้ได้

เช่นนั้นชางเสวี่ยก็จะรอดตาย

หากกายาอินชาเติบโตขึ้น อย่างต่ำที่สุดก็ต้องเป็นนักบุญ หรืออาจแข็งแกร่งกว่านั้น

ผู้อาวุโสของทั้งสองเผ่าหน้าเขียวคล้ำ แต่ก็หาคำมาโต้แย้งไม่ได้

ภายในสระวิญญาณอินหยาง เหลือเพียงอัจฉริยะตระกูลกงหมิง เชวี่ยเทียน จวินเซียวเหยียน ชางเยว่ และกู่ชือ

ส่วนสิ่งมีชีวิตในแดนฝังศพอื่นๆ ที่เหลือ ล้วนไม่มีฝีมือ ได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้ามาร่วมแย่งชิง

"เจ้าคิดจะเอาข้าไปถวายนายน้อยของเจ้า เป็นอาหารเลือดหรือ" จวินเซียวเหยียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า พลางมองไปที่เชวี่ยเทียน

เชวี่ยเทียนหน้าดำคร่ำเครียด

เขาตระหนักแล้วว่า จวินเซียวเหยียนเป็นคนโหดเหี้ยม และลงมือโดยไม่ปรานีแม้แต่น้อย

"มนุษย์จากโลกภายนอก เจ้าอยู่ที่โลกภายนอกอาจจะมีหน้ามีตา อาจจะเป็นทายาทของขุมกำลังระดับอมตะ"

"แต่ที่นี่คือเขตอินหมิงแห่งดินแดนฝังศพนิรันดร์ เผ่าตั้วอวี่คือราชาของที่นี่ และนายน้อยของข้า คืออัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าตั้วอวี่"

"เจ้าเคยคิดถึงจุดจบของการเป็นศัตรูกับนายน้อยของข้าบ้างหรือไม่"

เชวี่ยเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ท่าทางถือดีว่ามีคนหนุนหลัง

"นี่เรียกว่าหมาอาศัยบารมีคนสินะ" จวินเซียวเหยียนหัวเราะ

คำพูดนี้ทำให้ดวงตาของเชวี่ยเทียนสาดประกายสังหาร แต่เขาก็ยังเกรงกลัวจวินเซียวเหยียน ไม่กล้าลงมือตามลำพัง

"พวกเจ้ายังยืนบื้ออะไรกันอยู่ หรืออยากให้มนุษย์จากโลกภายนอกได้ผลเทพอินหยางไป" เชวี่ยเทียนตวาดลั่น

"ถูกต้อง วาสนาของแดนฝังศพ จะให้มนุษย์จากโลกภายนอกแย่งไปไม่ได้!"

กงหมิงหลานและอัจฉริยะตระกูลกงหมิงคนอื่นๆ ต่างก็ลงมือพร้อมกัน

"กู่ชือ แล้วเจ้าล่ะ" เชวี่ยเทียนหันไปมองกู่ชือ

แม้กู่ชือจะเคยพ่ายแพ้ให้เขา แต่อย่างน้อยก็เป็นกำลังรบหนึ่ง

สีหน้าของกู่ชือแปรเปลี่ยนไปมา

การกระทำก่อนหน้านี้ของเขา เท่ากับผูกพยาบาทกับจวินเซียวเหยียนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

แทนที่จะต้องอยู่อย่างหวาดระแวง สู้ฉวยโอกาสนี้ร่วมมือกับทุกคนกำจัดจวินเซียวเหยียนเสียเลยดีกว่า

เขาตัดสินใจลงมือ และเริ่มร่ายกระบวนท่า

"กู่ชือ เจ้า!"

ชางเยว่เบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อว่ากู่ชือจะหักหลังกันในเวลาสำคัญเช่นนี้

"ชางเยว่ ที่นี่คือแดนฝังศพ จะปล่อยให้มนุษย์จากโลกภายนอกมาทำกร่างไม่ได้!" กู่ชือพูดจาดูดีมีหลักการ

แต่เนื้อแท้แล้ว ก็แค่ริษยาจวินเซียวเหยียนเท่านั้นเอง

"ข้ามันตาบอดจริงๆ!" ชางเยว่ตวาดด้วยความโกรธ

เหล่าสิ่งมีชีวิตในแดนฝังศพต่างลงมือพร้อมกัน

ด้านหลังของเชวี่ยเทียน ปีกเน่าเฟะคู่นั้นสั่นไหว คลื่นสีดำพลันทะลักออกมา

คลื่นสีดำที่เต็มไปด้วยซากศพเน่าเปื่อยพุ่งทะยานออกมา

นี่คือเทพวิชาพรสวรรค์ของเผ่าวิหคกระดูกเน่า 'คลื่นซากศพเน่าเปื่อย'

สิ่งมีชีวิตใดหากสัมผัสเพียงนิดเดียว ร่างกายจะเน่าเฟะไปทั้งตัว

หากตกลงไปในคลื่นซากศพเน่าเปื่อย ย่อมต้องตายสถานเดียว

เชวี่ยเทียนงัดไม้ตายก้นหีบออกมาใช้ทันที แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขาหวาดระแวงจวินเซียวเหยียนอย่างยิ่ง

กู่ชือเองก็ลงมือเต็มกำลังเช่นกัน

เขาสร้างตราประทับแห่งความมืดขึ้นมา ราวกับมีวิญญาณแค้นนับไม่ถ้วนพันธนาการอยู่

นี่ก็คือเทพวิชาพรสวรรค์ของร่างจริงเขา ภูตวิหคราตรี เรียกว่า 'ตราประทับวิญญาณแค้น'

เมื่อเห็นคลื่นพลังทำลายล้างที่ถาโถมเข้ามา ชางเยว่หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ

"มายืนข้างหลังข้า" จวินเซียวเหยียนไพล่มือไว้ด้านหลัง ไม่มีความคิดที่จะออกกระบวนท่าแม้แต่น้อย

ชางเยว่กัดริมฝีปากแน่น แล้วมายืนอยู่ด้านหลังจวินเซียวเหยียน

ไม่รู้ทำไม เมื่อมองดูแผ่นหลังสีขาวสะอาดตาที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า หัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวของชางเยว่กลับสงบลง

ราวกับว่าแผ่นหลังนี้ สามารถช่วยนางบดบังลมฝนทั้งปวงได้

ความรู้สึกปลอดภัยนี้ช่างเต็มเปี่ยมล้นปรี่!

เมื่อเห็นว่าจวินเซียวเหยียนไม่มีท่าทีจะลงมือ เชวี่ยเทียนก็ดวงตาเป็นประกายวูบ

"มนุษย์จากโลกภายนอกผู้นี้ ยอมจำนนเลิกต่อต้านแล้วหรือ"

ตูม! ตูม! ตูม!

กระแสธารแห่งกระบวนท่าต่างๆ ถาโถมเข้าใส่จนกลืนกินร่างของจวินเซียวเหยียนและชางเยว่ไปจนหมดสิ้น

"ท่านพี่ คุณชาย!" ชางเสวี่ยที่เฝ้าดูอยู่ด้านนอก ร้อนใจดั่งไฟเผา

"ในที่สุดก็ตายเสียที น่าเสียดายชางเยว่ นังผู้หญิงโง่เง่า" กู่ชือหัวเราะเยาะ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 320 - จวินเซียวเหยียนสำแดงเดช หนึ่งคนต่อกรกับทั้งกองทัพ

คัดลอกลิงก์แล้ว