- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยตระกูลบรรพกาล พร้อมระบบลงชื่อที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เทพซะแล้ว
- บทที่ 150 - นิมิตสะท้านฟ้า ชุดขาวสะท้านภพ หันหลังให้สรรพสัตว์ สยบทุกผู้คน!
บทที่ 150 - นิมิตสะท้านฟ้า ชุดขาวสะท้านภพ หันหลังให้สรรพสัตว์ สยบทุกผู้คน!
บทที่ 150 - นิมิตสะท้านฟ้า ชุดขาวสะท้านภพ หันหลังให้สรรพสัตว์ สยบทุกผู้คน!
บทที่ 150 - นิมิตสะท้านฟ้า ชุดขาวสะท้านภพ หันหลังให้สรรพสัตว์ สยบทุกผู้คน!
บนท้องนภา แท่นบัวสิบสองฉรลอยวนอยู่กลางอากาศ
เงาร่างสตรีชุดเขียวที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนนั้น ถูกปกคลุมด้วยแสงเซียนและกลิ่นอายแห่งมรรคคา แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่หลุดพ้นจากโลกีย์วิสัย
ใบหน้าของนางถูกรัศมีเซียนบดบัง และดูเหมือนจะสวมผ้าคลุมหน้าไว้อีกชั้นหนึ่ง
เลือนรางมองเห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่ใสกระจ่างดุจคริสตัล
เพียงแค่ดวงตาคู่นี้ เมื่อได้มอง ก็ยากที่จะลืมเลือน
ราวกับว่าสรรพสิ่งรอบกาย ล้วนหม่นหมองไร้สีสันเมื่ออยู่ต่อหน้าดวงตาคู่นี้
ผู้ฝึกตนชายหลายคนในที่นั้น ต่างมองจนเหม่อลอย มองจนตาค้าง มองจนโง่งม
พวกเขาราวกับกำลังแหงนมองนางเซียนผู้เลอโฉม!
"นี่คือเทพธิดาตระกูลจีหรือ สมคำร่ำลือจริงๆ เป็นดั่งนางฟ้าที่ไม่แปดเปื้อนฝุ่นโลกีย์ หลุดพ้นจากวัฏสงสาร" ทายาทของลัทธิใหญ่ผู้หนึ่งพึมพำอย่างใจลอย
ด้วยความแข็งแกร่งและสถานะของเขา ยังถูกจีชิงอีสะกดจิตใจได้ในพริบตา
ความงามและกิริยาของนาง ช่างหาได้ยากยิ่งในโลกมนุษย์...
จวินเซียวเหยียนก็ปรายตามองไปเล็กน้อย
ต้องยอมรับว่า จีชิงอีมีความพิเศษจริงๆ
หากพูดถึงสาวงามล่มเมือง จวินเซียวเหยียนเคยเจอมาไม่น้อย เจียงเซิ่งอี เจียงลั่วหลี อู่หมิงเยว่ อาจิ่ว แต่ละคนล้วนมีความงามที่เป็นเอกลักษณ์
แต่จีชิงอีผู้นี้ กลับมีกลิ่นอายพิเศษบางอย่าง ดุจบัวเขียวแรกแย้ม ไม่แปดเปื้อนโคลนตม ยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยวเหนือโลก
เกรงว่าผู้ฝึกตนชายส่วนใหญ่ที่ได้พบจีชิงอี คงอดใจไม่ไหวที่จะกลายเป็นสุนัขเลียแข้งเลียขา รีบพุ่งเข้าไปประจบเอาใจทันที
แต่จวินเซียวเหยียนไม่เหมือนคนอื่น
ถ้าบอกว่าจีชิงอีคือนางเซียนผู้หลุดพ้น
เช่นนั้นจวินเซียวเหยียน ก็คือราชันเซียนผู้บงการโลกหล้าและอยู่เหนือกว่ากฎเกณฑ์ทั้งปวง!
ในเรื่องของบุคลิกภาพ จวินเซียวเหยียนไม่แพ้ใคร!
ดังนั้น จวินเซียวเหยียนจึงไม่ได้ใส่ใจจีชิงอีเลยแม้แต่น้อย
เขาละสายตากลับมาอย่างเรียบเฉย
หลังจากจีชิงอีมาถึง นางไม่ได้สนใจสายตาที่เร่าร้อนและเทิดทูนนับไม่ถ้วนรอบกาย ดวงตาใสกระจ่างจ้องมองตรงไปที่จวินเซียวเหยียน
นางก็เพิ่งเคยเจอจวินเซียวเหยียนเป็นครั้งแรก
เพียงแรกเห็น จิตใจของจีชิงอีก็สั่นไหวเล็กน้อย
สาเหตุที่นางดูหลุดพ้นเช่นนี้ นอกจากนิสัยส่วนตัวแล้ว สาเหตุหลักคือการเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิเหรินเซียน
ลัทธิเหรินเซียน เล่าลือว่าเป็นลัทธิที่ 'เซียน' ก่อตั้งขึ้น
นางฝึกฝนวิชาในลัทธิ ได้ชมดูจารึกของเซียนตกสวรรค์ จึงมีกลิ่นอายของเซียนติดตัวมาโดยธรรมชาติ
แต่ในยามนี้ เมื่อจีชิงอีมองไปที่จวินเซียวเหยียน
บุคลิกภาพแบบนั้น ความรู้สึกแบบนั้น กลับทำให้นาง อดไม่ได้ที่จะรู้สึกละอายใจว่าตนเองยังด้อยกว่า
เรื่องนี้ทำให้จีชิงอีรู้สึกเหลือเชื่อมาก
"ในโลกนี้ มีคนที่หลุดพ้นจากโลกีย์วิสัยได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?" จีชิงอีเหม่อลอยไปชั่วขณะ
แต่ไม่นาน นางก็ตั้งสติได้ เอ่ยขึ้นว่า "ชิงอีได้ยินชื่อเสียงของพี่เซียวเหยียนมานาน วันนี้ได้พบ สมคำร่ำลือจริงๆ"
เห็นจีชิงอีหันมาพูดกับจวินเซียวเหยียน ทุกคนก็ใจเต้นระทึก
มาแล้ว!
เทพธิดาตระกูลจีจะเปิดศึกกับเทพบุตรตระกูลจวินจริงๆ หรือ?
แต่น้ำเสียงนี้ ทำไมฟังดูไม่เหมือนจะมาหาเรื่องเลยล่ะ?
จวินเซียวเหยียนตอบเรียบๆ "ชื่อเสียงของเทพธิดาตระกูลจี จวินก็นานๆ จะได้ยินที ก็ไม่เลว"
คำพูดนี้ แฝงความรู้สึกขอไปทีและไม่ใส่ใจอย่างเห็นได้ชัด
อัจฉริยะชายหลายคนต่างอึ้งกิมกี่
น้ำเสียงของจวินเซียวเหยียน จะขอไปทีเกินไปไหม?
นั่นคือเทพธิดานะ คนทั่วไปแค่ได้คุยด้วยประโยคเดียวก็ดีใจไปครึ่งค่อนวันแล้ว
จีชิงอีก็ชะงักไปเช่นกัน คิดไม่ถึงว่าจะมีคนใช้น้ำเสียงแบบนี้พูดกับนาง
ต้องรู้ว่า ที่ผ่านมาไม่ว่าจีชิงอีจะเจอใคร ต่อให้เป็นหนุ่มสาวผู้เป็นเลิศ หรือทายาทขุมกำลังอมตะ ล้วนปฏิบัติต่อนางด้วยความนอบน้อมสุภาพ แฝงความรักใคร่ชื่นชมทั้งสิ้น
แล้วจวินเซียวเหยียนล่ะ?
ท่าทางไม่ใส่ใจอย่างสิ้นเชิง แถมยังดูเหมือนไม่อยากจะเสวนาด้วยซ้ำ
การปฏิบัติเช่นนี้ จีชิงอีเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
จวินเซียวเหยียนปรือตามองแล้วกล่าวว่า "ถ้าเป็นเรื่องของจีเสวียน แล้วคิดจะมาหาเรื่องเทพบุตรผู้นี้ จวินขอเตือนว่า รีบตัดใจซะเถอะ"
จีชิงอีมาที่นี่ นอกจากหอเทียนเต้า ก็เพื่อเรื่องจีเสวียนไม่ใช่หรือ?
จวินเซียวเหยียนหงายไพ่ทันที
ถ้านางจะมาตอแยเพราะเรื่องนี้ จวินเซียวเหยียนก็ไม่รังเกียจที่จะสยบนางลง
"ให้ตายเถอะ สุดยอดไปเลย เทพบุตรตระกูลจวินนี่มันคนทื่อมะลื่อไร้หัวใจชัดๆ..." กลุ่มผู้ฝึกตนชายตาค้าง
มีใครเขาทำกับเทพธิดาแบบนี้บ้าง?
ส่วนผู้หญิงจำนวนมาก กลับยิ่งปลื้มหนักเข้าไปอีก
"ท่านเทพบุตรไม่ใช่คนตื้นเขินที่ดูแต่หน้าตาจริงๆ ด้วย ดูสิ ขนาดเทพธิดาตระกูลจียังไม่เห็นอยู่ในสายตาเลย" ผู้ฝึกตนหญิงคนหนึ่งเพ้อฝัน
แม้แต่คนที่วางตัวเหนือโลกอย่างจีชิงอี ก็ยังพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ผ่านไปครู่ใหญ่ นางถึงได้ขยับริมฝีปากเอ่ยว่า "พี่เซียวเหยียนเข้าใจผิดแล้ว จีเสวียนจิตใจพังทลาย เป็นเพราะจิตใจของเขาไม่มั่นคงเอง จะไปโทษพี่เซียวเหยียนได้อย่างไร"
เดิมทีจีชิงอีมาที่นี่ ก็มีความคิดจะมาทวงถามความเป็นธรรมอยู่บ้าง เพราะผู้อาวุโสในตระกูลไหว้วานมา
แต่พอได้เห็นจวินเซียวเหยียนตัวจริง นางก็เกิดความระแวดระวังขึ้นในใจ
คนผู้นี้ไม่ใช่คนที่ควรจะไปตอแยด้วยง่ายๆ
ดังนั้น จีชิงอีจึงเปลี่ยนคำพูด ไม่ได้ทวงถามความรับผิดชอบ
"นับว่าเจ้ารู้ความ" จวินเซียวเหยียนกล่าวเสียงเรียบ
จีชิงอี: "..."
นางถูกคนปฏิบัติเช่นนี้ใส่ เป็นครั้งแรกในชีวิตจริงๆ
"พี่เซียวเหยียน ชิงอีขอล่วงหน้าไปก่อนแล้ว"
จีชิงอีพุ่งตัวไปยังหอเทียนเต้าทันที
เมื่อเข้าไปใกล้ ด้านหลังของจีชิงอี จู่ๆ ก็มีแสงสีเขียวพวยพุ่ง ราวกับมีภาพมายาของนางเซียนปรากฏขึ้น
แรงสั่นสะเทือนของนิมิตนี้รุนแรงมาก นอกจากจวินหลิงซาง เย่ซิงอวิ๋น ราชาปีกทองน้อย ฝ่าไห่ และคนส่วนน้อยไม่กี่คนแล้ว
นิมิตของอัจฉริยะส่วนใหญ่ ล้วนได้รับผลกระทบ เริ่มสั่นคลอนไม่หยุด ราวกับจะพังทลาย
"น่ากลัวมาก เทพธิดาตระกูลจีเป็นนางเซียนจำแลงมาเกิดจริงๆ หรือ?" กลุ่มคนสูดหายใจเข้าลึก
จากนั้น พวกเขาก็รวมสายตาไปที่จวินเซียวเหยียน
จีชิงอีเองก็หันมองมา แฝงแววตาท้าทายชิงดีชิงเด่นอยู่จางๆ
แม้จะไม่คิดลงมือต่อสู้กับจวินเซียวเหยียน แต่การแข่งขันในด้านนี้ นางยังมีความมั่นใจ
หากไม่มีพรสวรรค์เหนือธรรมดา นางจะเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิเหรินเซียนได้อย่างไร?
จวินเซียวเหยียนสีหน้าเรียบเฉย
ระบบยังไม่มีเสียงแจ้งเตือนการลงชื่อเข้าใช้
ชัดเจนว่า จวินเซียวเหยียนคาดการณ์ว่าต้องเข้าไปในหอเทียนเต้า หรืออาจต้องขึ้นไปถึงชั้นบนสุด ถึงจะลงชื่อเข้าใช้ได้
แต่ทั้งหมดนี้ไม่สำคัญ จวินเซียวเหยียนมีความมั่นใจ
เขาก้าวเดิน ดุจราชันเทพเยื้องย่างออกจากด่าน ชุดขาวพลิ้วไหว เข้าใกล้หอเทียนเต้า
ฟ้าดินรอบด้าน ราวกับเงียบเสียงลง
ทุกคนกลั้นหายใจ รอคอยการแสดงของจวินเซียวเหยียน
แรงกดดันของหอเทียนเต้า สำหรับจวินเซียวเหยียนแล้ว แทบจะไม่มีผลอะไรเลย ไม่สามารถขัดขวางเขาได้แม้แต่น้อย
จวินเซียวเหยียนกำลังทำความเข้าใจกลิ่นอายแห่งมรรคคานั้น แสงเซียนเลือนรางไหลเวียนอยู่บนร่างของเขา
จากนั้น ทั่วทั้งฟ้าดิน ผู้คนทั้งหมด ก็ได้เห็นภาพที่จะตราตรึงใจไปชั่วชีวิต
ด้านหลังของจวินเซียวเหยียน ไอเซียนพวยพุ่ง แสงแห่งมรรคคาส่องสว่าง
ดอกไม้สวรรค์โปรยปราย ดอกบัวทองผุดขึ้นจากพื้นดิน
เงาร่างชุดขาวอันงดงามเลือนราง ปรากฏขึ้น
เงาร่างชุดขาวนั้น นั่งขัดสมาธิอยู่บนชั้นฟ้าที่เก้า หันหลังให้สรรพสัตว์!
สรรพชีวิตในใต้หล้า เผ่าพันธุ์นับหมื่นแห่งยุคไท่กู่ สิ่งมีชีวิตนับล้านล้านในจักรวาล ล้วนกราบไหว้หมอบกรานอยู่เบื้องล่างแผ่นหลังสีขาวนั้น!
แผ่นหลังชุดขาวที่หันให้แก่สรรพสัตว์นั้น ราวกับสยบยุคสมัยโบราณกาลจวบจนปัจจุบันนับอสงไขย!
ไม่เห็นคนรุ่นก่อนหน้า ไม่เห็นผู้ตามมาข้างหลัง มีเพียงแผ่นหลังชุดขาว นั่งขัดสมาธิอยู่บนจุดสูงสุด ตัดขาดชั่วกาลเพียงผู้เดียว!
ในชั่วพริบตาที่นิมิตอันน่าสะพรึงกลัวนี้ปรากฏขึ้น
ราชาปีกทองน้อยกระอักเลือดออกมาคำโต!
ภาพมายาพญาปักษ์อินทรีทองคำด้านหลังของเขา แตกสลายไปจนหมดสิ้นภายใต้แรงกดดันนี้!
เช่นเดียวกับเย่ซิงอวิ๋น
เงาร่างด้านหลังของเขา ก็สั่นสะเทือน แล้วแตกสลายไปเช่นกัน!
บุตรแห่งพุทธะแห่งเสี่ยวซีเทียน ฝ่าไห่ พระพุทธรูปโบราณด้านหลัง ถึงกับถูกกดจนคุกเข่าลงกับพื้น องค์พระแตกร้าว!
"เป็นไปได้อย่างไร?" ฝ่าไห่กระอักเลือดออกมาเช่นกัน ตาแทบถลนออกจากเบ้า!
แม้แต่จวินหลิงซาง ภาพมายาจอมราชันเนตรซ้อนด้านหลังเขา ก็ยังอดไม่ได้ที่จะคุกเข่าลงข้างหนึ่ง
สุดท้ายคือจีชิงอี เงาร่างดุจนางเซียนด้านหลังของนาง โค้งตัวหมอบกราบลงกับพื้น ราวกับกำลังสั่นเทา ด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด!
ณ วินาทีนี้ ฟ้าดินเงียบสงัด!
เงาร่างชุดขาวหันหลังให้สรรพสัตว์ที่จวินเซียวเหยียนสำแดงออกมา
เพียงแค่แผ่นหลังเลือนรางเพียงมุมเดียว ก็สยบอัจฉริยะทั้งสนามจนราบคาบ!
สี่ทิศหมอบกราบ ฟ้าดินมีเพียงหนึ่งเดียว!
[จบแล้ว]