- หน้าแรก
- เส้นทางอมตะเริ่มต้นจากคนเชือดหมู
- บทที่ 140 - งานน้ำชาสมาคมการค้า เป็นที่จับตามองไปทั่ว!
บทที่ 140 - งานน้ำชาสมาคมการค้า เป็นที่จับตามองไปทั่ว!
บทที่ 140 - งานน้ำชาสมาคมการค้า เป็นที่จับตามองไปทั่ว!
บทที่ 140 - งานน้ำชาสมาคมการค้า เป็นที่จับตามองไปทั่ว!
ปลายเดือนแปด
อากาศฤดูใบไม้ร่วงสดชื่น สายลมพัดเย็นสบาย!
ณ สำนักงานใหญ่สมาคมการค้าเทียนจีที่ใหญ่ที่สุดบนถนนจูเชวี่ย เขตอันเล่อ ตั้งแต่เช้าตรู่ก็เต็มไปด้วยรถม้าจำนวนมาก พ่อค้าคฤหบดีนับไม่ถ้วนต่างทยอยเดินทางมาถึง ฝูงชนที่คึกคักแทบจะปิดตายถนนทั้งสาย
บนรถม้าคันใหญ่
เว่ยหงที่สวมหน้ากากสัมฤทธิ์ นั่งประจันหน้ากับเหยียนชิงเหอในชุดผ้าโปร่งสีเขียว ทั้งสองมองดูความวุ่นวายนอกรถแล้วก็ได้แต่เงียบงัน
"รบกวนครูฝึกหลี่ต้องลำบากมาเป็นเพื่อน ข้าน้อยซาบซึ้งใจยิ่งนัก" เหยียนชิงเหอยิ้มเจื่อนๆ "สมาคมการค้าเทียนจีเป็นแหล่งรวมของร้านค้าทั้งเล็กและใหญ่ รวมถึงสมาคมการค้าระดับกลางและเล็กอีกจำนวนหนึ่ง สมาคมการค้าหงยุ่นก็จะส่งคนมาด้วย ประเดี๋ยวหากถูกใครกลั่นแกล้ง ก็ขอให้ครูฝึกหลี่ช่วยอดทนสักหน่อยนะเจ้าคะ"
"อดทน?" เว่ยหงแค่นเสียง "เจ้าแน่ใจนะว่าการยอมก้มหัวจะแลกมาซึ่งความเคารพ?"
"เรื่องนี้..."
เหยียนชิงเหออึกอักพูดไม่ออก
เว่ยหงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "วางใจเถอะ วันนี้ข้ารู้ขอบเขตดี ต่อให้ข้าใส่หน้ากาก คนเขาอยากสืบหาตัวตนข้าก็ไม่ใช่เรื่องยาก มีจวนอ๋องตวนหนุนหลังอยู่ไม่มีใครกล้าทำอะไรบ้าบิ่นหรอก"
"จริงด้วยเจ้าค่ะ!"
เหยียนชิงเหอถอนหายใจโล่งอก
สมาคมการค้าเทียนจีเป็นเพียงองค์กรหลวมๆ คล้ายคลึงกับกลุ่มพันธมิตรอิสระของเหล่าจอมยุทธ์ เป็นสถานที่สำหรับแลกเปลี่ยนข่าวสาร สานสัมพันธ์ สร้างเส้นสาย และทำความรู้จักมักคุ้นกัน
เหยียนชิงเหอต้องการเปิดสมาคมการค้า ย่อมต้องมาคารวะฝากเนื้อฝากตัวกับเพื่อนร่วมวงการ
งานน้ำชาวันนี้คงหนีไม่พ้นต้องถูกสมาคมการค้าหงยุ่นกลั่นแกล้ง
ทันทีที่เว่ยหงและนางก้าวลงจากรถม้า ก็ดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมาก
ข้อแรก รูปร่างของเขาสูงใหญ่กำยำดูน่าเกรงขาม ระดับพลังขัดเกลาโลหิตขั้นปลายแผ่กลิ่นอายกดดันโดยไม่ต้องเอ่ยปาก แถมยังสวมหน้ากากสัมฤทธิ์ที่ดูน่ากลัว ทำให้ผู้คนไม่กล้าดูแคลน
ส่วนเหยียนชิงเหอนั้นงดงามราวกับบุปผา ผิวพรรณขาวผ่องดุจหยก ทุกรอยยิ้มและแววตาสั่นคลอนหัวใจชายหนุ่มในงาน หลายคนถึงกับจ้องมองตาค้าง
เมื่อทั้งสองปรากฏตัว บรรดาพ่อค้าที่คุ้นเคยก็รีบเข้ามาทักทายทันที!
"โอ๊ะ นี่มันหลานสาวสกุลเหยียนไม่ใช่รึ? ไม่เจอกันพักเดียว ยิ่งโตยิ่งสวยขึ้นนะเนี่ย!"
"นั่นสิ เดี๋ยวนี้กิจการโรงปักผ้าหงหลวนรุ่งเรืองวันรุ่งเรืองคืน พวกลุงๆ เห็นแล้วอายเลยเชียว!"
พ่อค้าวัยกลางคนหลายคนทักทายอย่างเป็นกันเอง
"ท่านลุงท่านอาชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ!" เหยียนชิงเหอตอบรับอย่างคล่องแคล่ว "วันข้างหน้าหลานยังต้องพึ่งพาอาศัยพวกท่านอีกมาก อย่าเพิ่งทำห่างเหินกันนะเจ้าคะ"
"แน่นอนๆ!"
"เข้าไปข้างในกันก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยคุยกัน!"
หลังจากทักทายตามมารยาท ทุกคนก็ไหลตามฝูงชนเข้าสู่สำนักงานใหญ่ของสมาคม
ที่นี่ราวกับคฤหาสน์ขนาดมหึมา สวนเจ็ดชั้นสลับซับซ้อนงดงาม ภูเขาจำลองและสายน้ำถูกจัดวางไว้อย่างวิจิตรบรรจง มีสาวใช้และเด็กรับใช้เดินเสิร์ฟน้ำชาอยู่ขวักไขว่
สถานที่จัดงานน้ำชาตั้งอยู่ริมทะเลสาบ!
ริมทะเลสาบเต็มไปด้วยโต๊ะเก้าอี้ ซึ่งตอนนี้มีผู้คนจับจองจนแน่นขนัด
หลังจากเหยียนชิงเหอและเว่ยหงหาที่นั่งได้แล้ว นางก็กระซิบเสียงเบาว่า "เห็นที่นั่งด้านซ้ายบนสุดนั่นไหม? นั่นคือคนของสมาคมการค้าหงยุ่น และก็เป็นอารองของข้า เหยียนอวิ๋นเฮ่อ เขาเป็นคนใจคอโหดเหี้ยมทำอะไรไม่ไว้หน้าใคร ต้องระวังให้ดีนะเจ้าคะ"
เว่ยหงมองตามสายตานางไป!
เห็นชายวัยกลางคนหน้าเหลี่ยม สวมชุดยาวผ้าไหมสีม่วง ไว้หนวดเหนือริมฝีปากสองข้างดูน่าเกรงขาม ด้านหลังเขามียอดฝีมือรูปร่างกำยำยืนกอดอกอยู่สองคน ดูจากกลิ่นอายแล้วน่าจะมีฝีมืออย่างน้อยก็ขัดเกลาโลหิตขั้นต้นหรือขั้นกลาง
"ไม่เลวนี่!" เว่ยหงวิจารณ์ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ร้านอื่นต้องกราบกรานแทบตายกว่าจะจ้างผู้ฝึกยุทธ์ขั้นขัดเกลาโลหิตมาคุ้มครองได้ แต่เขาถึงกับมียอดฝีมือขั้นขัดเกลาโลหิตสองคนมาเป็นลูกสมุน? ดูมีบารมีกว่าคนอื่นเยอะเลย"
"สมาคมการค้าหงยุ่นแม้จะเป็นสมาคมระดับสามในเมืองหลวง แต่ในเขตอันเล่อก็ถือว่ามีชื่อเสียงพอตัว" เหยียนชิงเหอยิ้มขื่น "ด้วยความร่ำรวยไม่ว่าจะจ้างมาหรือปั้นขึ้นมาเอง ก็ไม่เคยขาดแคลนยอดฝีมือระดับขัดเกลาโลหิตหรอกเจ้าค่ะ ต้องรู้ไว้นะว่าตอนนี้พวกเขาเป็นหนึ่งในเก้าผู้ดูแลถาวรของสมาคมการค้าเทียนจี มีอำนาจในการพูดที่นี่ไม่น้อยเลย"
"ครั้งนี้ที่เรามา หนึ่งคือต้องการสร้างเส้นสาย สองคือต้องการประกาศข่าวการก่อตั้งสมาคมการค้า และสาม... ช่วงนี้สมาคมการค้าเทียนจีขาดผู้ดูแลไปหนึ่งตำแหน่ง ข้าเลยอยากจะลองดูสักตั้ง!"
"โอ้?"
เว่ยหงไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีความทะเยอทะยานขนาดนี้
สาขาสักแห่งก็ยังไม่ได้เปิด แต่กลับหมายตาท้าชิงตำแหน่งผู้ดูแลสมาคมแล้ว ดูท่าคงกะจะยืมชื่อสมาคมมาขยายอิทธิพลสินะ
นั่งกินผลไม้แทะเมล็ดแตงโม จิบชาคุยเล่นกันไปพักหนึ่ง
งานน้ำชาสมาคมการค้าเทียนจีก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ สตรีวัยสามสิบต้นๆ รูปร่างเย้ายวน เปี่ยมเสน่ห์ดึงดูดใจ เดินยิ้มแย้มขึ้นไปบนเวที
ทันทีที่นางปรากฏตัว ก็ดึงดูดสายตาของคนทั้งงาน
แววตาของคนส่วนใหญ่ฉายแววตื่นตะลึงและเกรงขาม เห็นได้ชัดว่าสถานะของนางไม่ธรรมดา
"นี่คือผู้บริหารหลักของสมาคมการค้าเทียนจี อวี๋ชิวเยว่!" เหยียนชิงเหอกระซิบแนะนำข้างหูเว่ยหง ลมหายใจหอมกรุ่นรดต้นคอ "ประวัติความเป็นมาของนางลึกลับมาก บุกเบิกสร้างกิจการใหญ่โตในเมืองหลวงด้วยตัวคนเดียว ได้ยินว่าเบื้องหลังมีขั้วอำนาจใหญ่คอยหนุนหลังด้วย"
เว่ยหงยิ้มรับโดยไม่ออกความเห็น!
เขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ ที่ยอมเสียเวลามาวันนี้ก็แค่มาเป็นไม้กันหมาให้เหยียนชิงเหอ เพื่อความสะดวกในแผนการหาเงินขั้นต่อไปเท่านั้น
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีประวัติความเป็นมาอย่างไร เขาก็ไม่มีความสนใจที่จะผูกมิตรด้วย
"ทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่งานน้ำชาของสมาคมเรา" อวี๋ชิวเยว่หัวเราะเสียงใส "งานน้ำชาช่วงปลายร้อนต้นหนาวครั้งนี้ มีทั้งการสรุปผลงานที่ผ่านมา และความมุ่งหวังที่จะพัฒนาสู่อนาคต กฎเดิมค่ะ เรามาเชิญตัวแทนร้านค้าขึ้นมาพูดคุยกันสักหน่อย!"
"ดี!"
เสียงโห่ร้องเชียร์ดังสนั่นจากด้านล่างเวที
เหยียนอวิ๋นเฮ่อ อาของเหยียนชิงเหอลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก ประสานมือคารวะไปรอบทิศแล้วยิ้มกล่าว "ในเมื่อเป็นงานน้ำชา ผู้น้อยขอหน้าด้านพูดก่อนสักหน่อย ในนามประธานสมาคมการค้าหงยุ่นและผู้ดูแลสมาคมการค้าเทียนจี ขอมารายงานให้ทุกท่านทราบก่อน!"
"ไตรมาสนี้สมาคมการค้าหงยุ่นของเราเปิดสาขาเพิ่ม 11 แห่ง ครอบคลุมทั้งร้านยา โรงย้อมผ้า โรงปักผ้า และร้านผ้า ผลกำไรถือว่าน่าพอใจมาก กำไรของสมาคมในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้วอย่างน้อย 5 หุน"
เหยียนอวิ๋นเฮ่อคุยโวโอ้อวดบนเวทีอยู่พักใหญ่
เว่ยหงพอจะจับใจความได้แล้ว สรุปว่าไอ้งานน้ำชาที่ว่านี่ก็คือเวทีอวดร่ำอวดรวย ต่างคนต่างโม้ว่าร้านตัวเองทำเงินได้เยอะแค่ไหน หนึ่งคือเพื่อสร้างชื่อเสียง สองคือเพื่อดึงดูดคนอื่นมาร่วมลงทุน
"นี่มันงานผลัดกันอวยทางธุรกิจ แถมพ่วงด้วยการระดมทุนชัดๆ ไม่ใช่รึไง?" เว่ยหงหนังตากระตุก รู้สึกคุ้นๆ กับภาพเหตุการณ์แบบนี้ชอบกล
"น่าเบื่อใช่ไหมล่ะ!" เหยียนชิงเหอหัวเราะเบาๆ ข้างหูเขา "งานน้ำชาก็เป็นแบบนี้แหละเจ้าค่ะ มีผลงานหน่อยก็ต้องรีบคุยโว พ่อค้ามักจะติดนิสัยสร้างภาพลักษณ์ ต่อให้กระเป๋าแห้งแค่ไหนก็ต้องรักษาหน้าตาเอาไว้ก่อน"
เว่ยหงพยักหน้าอย่างเข้าใจ!
นี่มันตรรกะเดียวกับพวกนักธุรกิจที่ต่อให้จนกรอบแค่ไหน ก็ต้องถอยรถหรูมาขับเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือนั่นแหละ
"แต่งานน้ำชาก็ไม่ได้น่าเบื่อไปเสียทั้งหมด หลายคนเดินทางมาจากต่างเมือง" เหยียนชิงเหอฟังอย่างตั้งใจพลางว่า "คำพูดของพวกเขามักจะหลุดข้อมูลเรื่องความผันผวนของราคาสินค้าและช่องทางทำมาหากินในแต่ละที่ หากตั้งใจฟังดีๆ ก็จะได้ประโยชน์ไม่น้อย"
"อืม!"
เว่ยหงได้ยินดังนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก
ได้แต่ข่มความรำคาญ นั่งมองพ่อค้าคนแล้วคนเล่าผลัดกันขึ้นเวที
[จบแล้ว]