เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 - ตีมีด คนเหมือนกันแต่วาสนาต่างกันลิบลับ!

บทที่ 50 - ตีมีด คนเหมือนกันแต่วาสนาต่างกันลิบลับ!

บทที่ 50 - ตีมีด คนเหมือนกันแต่วาสนาต่างกันลิบลับ!


บทที่ 50 - ตีมีด คนเหมือนกันแต่วาสนาต่างกันลิบลับ!

"พี่เว่ย สุดยอดไปเลย!" "วิชาตัวเบาของท่านโหดกว่าแต่ก่อนอีกใช่ไหมเนี่ย?" "ไอ้ปีศาจเอ๊ย เก่งจนกูไม่ยอมรับไม่ได้จริงๆ!"

พอกลับมาถึงห้องรับรอง! เฉิงชิงซวง ชุยหย่งฟู่ เซี่ยงหาว และคนอื่นๆ ต่างพากันอุทานชื่นชม ตอนแรกทุกคนหวังแค่ให้เขายื้อเวลาให้ครบครึ่งถ้วยชาแล้วยอมแพ้ ใครจะไปคิดว่าเว่ยหงจะกดดันจนสำนักหมัดหมีดำต้องเป็นฝ่ายขอหยุดเกมเอง ถึงจะเป็นแค่ผลเสมอ แต่ก็ได้หน้าไปเต็มๆ

"ฮ่าฮ่าฮ่า ศึกนี้พวกสวีมู่เฟิงคงโดนพวกเราล้อไปอีกหลายปี" เซี่ยงหาวหัวเราะร่า "น้องเว่ย ตอนนี้ยังฆ่าหมูอยู่ที่โรงชำแหละหรือ? พรสวรรค์ระดับนี้ฆ่าหมูมันเสียของไปหน่อยมั้ง เอาอย่างนี้ มาเป็นคนคุ้มกันภัยที่สำนักข้าไหม ก่อนถึงขั้นขัดเกลาโลหิตไม่ต้องออกงาน ให้เงินเดือนยี่สิบตำลึง"

"คนคุ้มกันภัยกระจอกจะตาย ทั้งจนทั้งเหนื่อย แถมไม่มีอนาคต" ชุยหย่งฟู่ขัดขึ้นอย่างไม่พอใจ "น้องเว่ยมาแขวนชื่อที่เหลาอาหารตระกูลชุยของข้าดีกว่า วันๆ ไม่ต้องทำอะไร ก่อนถึงขั้นขัดเกลาโลหิตให้เดือนละสามสิบตำลึง พอถึงขั้นขัดเกลาโลหิตแล้วสตาร์ทที่สองร้อยตำลึงเลย!"

"เงินแค่นี้กล้าเสนอเนอะ?" เฉิงชิงซวงแค่นหัวเราะ "เว่ยหง ถ้าเจ้ายอมแต่งเข้าตระกูลเฉิงของข้า ทรัพยากรการฝึกยุทธ์ทุกอย่างที่บ้านข้าจะเหมาให้หมด คัมภีร์ยุทธ์ชั้นสูงจะขนมาวางกองตรงหน้า สาวน้อยในตระกูลสายรองเจ้าเลือกจิ้มได้เลย แบบนี้ไม่ดีกว่ารึ?"

ทุกคนแย่งกันเสนอเงื่อนไขดึงตัว ราชวงศ์ต้าโจวให้ความสำคัญกับบู๊ลิ้ม กลุ่มการค้าและขุมกำลังต่างๆ ล้วนชอบดึงตัวยอดฝีมือ แค่ยอมเอาชื่อไปแปะไว้ ก็มีคนเอาเงินมาประเคนถึงที่ ดังนั้นยอดฝีมือตัวจริงไม่มีวันไส้แห้ง พรสวรรค์ที่เว่ยหงแสดงออกมา ย่อมทำให้คนอยากลงทุนด้วยเป็นธรรมดา

"ทุกท่าน ต้องขออภัยจริงๆ ครับ!" เว่ยหงยกจอกเหล้าขึ้น ยิ้มอย่างเกรงใจ "ข้าเป็นพวกมองข้ามลาภยศเงินทอง ชอบใช้ชีวิตติดดิน เลยอยากฆ่าหมูต่อไป ตอนนี้วันๆ ฆ่าหมู ว่างก็ไปเป็นคู่ซ้อม ชีวิตมีความสุขดีแล้ว ยังไม่อยากเอาตัวไปผูกติดกับขุมกำลังไหน หวังว่าทุกท่านจะเข้าใจ"

"เยี่ยม!" เฉิงชิงซวงไม่โกรธ กลับยิ้มอย่างชื่นชม "เจ้านี่นิสัยสุขุมหนักแน่นดีแท้ ไม่หลงระเริงไปกับแสงสีเงินตรา"

"ฮ่าฮ่าฮ่า!" เซี่ยงหาวหัวเราะร่า "น้องเว่ยอย่าถือสาเลย พวกข้าเห็นพรสวรรค์เจ้าแล้วมันน้ำลายไหล ถูกสอนมาให้บริหารกิจการตั้งแต่เด็ก เลยติดนิสัยชอบดึงตัวคนเก่ง แต่ถ้าเจ้าไม่ชอบทางนี้ก็ไม่เป็นไร พวกเราคบกันแบบเพื่อนน้ำใสใจจริง ว่างๆ ก็มาซ้อมมวยกินเหล้ากัน"

ท่าทีของพวกเขาทำให้เว่ยหงรู้สึกดีขึ้นมาก ยอมลดตัวลงมาผูกมิตรกับคนเก่ง พอโดนปฏิเสธก็ไม่โกรธไม่เกลียด ลูกหลานตระกูลใหญ่ที่ถูกอบรมมาดีมันต่างกันจริงๆ ไม่มีนิสัยเสียแบบลูกคนรวยเอาแต่ใจ มิน่าตระกูลถึงสืบทอดกันมาได้รุ่นสู่รุ่น

แม้เว่ยหงไม่ได้กะจะเข้าสังคมไฮโซเต็มตัว แต่การคบคนพวกนี้ไว้เป็นเพื่อนก็ไม่เลว มีเพื่อนเยอะย่อมมีลู่ทางเยอะ เส้นสายสำคัญแค่ไหนเขารู้ดี ดังนั้นเขาจึงดื่มตอบทุกคนไม่มียั้ง! ไม่นานทุกคนก็เมาได้ที่ บรรยากาศครึกครื้นขึ้นเรื่อยๆ

พอเหล้าเข้าปาก เซี่ยงหาวก็อดตัดพ้อไม่ได้ "คิดดูสิพวกข้าโดนจับแช่น้ำยาต้มกระดูกมาตั้งแต่เด็ก สามขวบฝึกมวย หกขวบฝึกกำลังภายใน สิบกว่าปีถึงจะมีฝีมือแค่นี้ ผลาญทรัพยากรที่บ้านไปไม่รู้เท่าไหร่ พอมาเทียบกับน้องเว่ยแล้วมันน่าละอายจริงๆ!"

"นั่นสิ คนเหมือนกันแท้ๆ แต่วาสนาแม่งต่างกันจนน่าโมโห!" "ฮ่าฮ่าฮ่า เทียบกับเว่ยหงแล้วพวกเรามันก็แค่ขยะเปียก"

ทุกคนพากันหัวเราะเยาะตัวเอง ลู่หมิงครุ่นคิดแล้วเตือนว่า "แต่วันนี้ไปลูบคมพวกสวีมู่เฟิงเข้า เว่ยหงจะโดนพวกมันเล่นงานทีหลังไหม?"

"ไม่หรอก!" เฉิงชิงซวงส่ายหน้า "พวกนั้นไม่ใช่คนแพ้แล้วพาล ไม่น่าจะมาหาเรื่องเว่ยหงหรอก แต่เจ้าเมิ่งไคซานนี่สินิสัยโหดเหี้ยม..."

"นักยุทธ์ย่อมมีศักดิ์ศรี" เว่ยหงเลิกคิ้วอย่างไม่ยี่หระ "ถ้ามีคนรู้ว่าฆ่าข้าบนเวทีไม่ได้ แล้วมาลอบกัดลับหลัง มันจะกลายเป็นตัวตลก คนมีสมองเขาไม่ทำกันหรอก ตระกูลหนุนหลังมันก็คงไม่ยอมให้ทำเรื่องขายหน้าแบบนั้นแน่"

"จริง พูดมีเหตุผล!"

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย เฉิงชิงซวงตบมือเรียกสาวใช้ให้นำปึกตั๋วเงินเข้ามา แล้วพูดว่า "ค่าจ้างหนึ่งร้อยตำลึงที่ตกลงกันไว้ บวกกับเงินพนันห้าร้อยตำลึง พี่เว่ยลองนับดู!"

"ไม่ต้องนับ ข้าเชื่อใจแม่นางเฉิง"

เว่ยหงรับตั๋วเงินมาอย่างไม่เกรงใจ เขาเก็บตั๋วเงินเข้าอกเสื้อ ในใจกลับรู้สึกโหวงๆ ชอบกล หกร้อยตำลึงเชียวนะ! ปู่ทำงานหนักสิบชาติก็เก็บไม่ได้ เขาฆ่าหมูแบบไม่กินไม่ใช้ยี่สิบปีถึงจะหาได้ แต่สำหรับพวกเฉิงชิงซวง เงินแค่นี้คงเป็นแค่ค่าข้าวสักมื้อกระมัง? ช่องว่างระหว่างชนชั้นนี่มันห่างกันจนน่าเกลียดจริงๆ

กินเหล้ากันจนถึงบ่ายคล้อย เว่ยหงก็ขอตัวกลับ พอลงจากเรือสำราญ เขาก็มุ่งหน้าไปยังร้านตีเหล็กทางทิศตะวันตก การต่อสู้กับเมิ่งไคซานวันนี้ทำให้เขารู้สึกไร้พลังอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่เพลงหมัดเหนือกว่า สเต็ปเท้าดีกว่า แต่โจมตีอีกฝ่ายเหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง เป็นตัวตลกชัดๆ แม้แต่เจาะเกราะยังทำไม่ได้

ความรู้สึกนี้มันน่าหงุดหงิดชะมัด! แล้วถ้าเจอเจิ้งฝูเซิงที่มีพลังป้องกันระดับนี้บ้างล่ะ จะทำยังไง? คิดไปคิดมา เว่ยหงตัดสินใจว่าต้องสร้างอาวุธสักชิ้น ต่อให้เป็นแค่มีดสั้นก็ยังดี อย่างน้อยก็ดีกว่ามือเปล่า

"แล้วก็ต้องรีบหาคัมภีร์อาวุธลับมาฝึกสักเล่ม ว่างๆ ก็หยิบมาฝึก ความชำนาญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงตอนนั้นจะมีไม้ตายเพิ่มอีกอย่าง"

ขณะครุ่นคิด เว่ยหงก็มาถึงร้านตีเหล็กในซอยเปลี่ยว! ในร้านมีชายวัยกลางคนหัวล้านตัวล่ำบึ้กกำลังตีเหล็กอยู่คนเดียว กลิ่นถ่านหินคลุ้งไปทั่ว เสียงค้อนกระทบเหล็กดังโป๊กๆ บนผนังมีจอบ เคียว มีดทำครัว แขวนอยู่หรอมแหร่ม

แต่เว่ยหงรู้ดีว่า ช่างตีเหล็กแซ่หูคนนี้คือยอดฝีมือ เขาเป็นคนเก็บตัวพูดน้อย ไม่สุงสิงกับชาวบ้านร้านตลาด ใจจดจ่ออยู่แต่งานตีเหล็ก คนทั่วไปอาจเห็นเขาเป็นแค่ช่างตีเหล็กธรรมดา แต่พวกนักเลงเจ้าถิ่นรู้ดีว่า ช่างตีเหล็กหูคนนี้วรยุทธ์สูงส่ง ยอดฝีมือหลายคนยอมทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อให้เขาตีดาบให้ ใครหน้าไหนก็ห้ามไปแหยมกับแกเด็ดขาด

เว่ยหงเดินเข้าไปในร้าน ไม่มองซ้ายมองขวา ยืนรอเงียบๆ จนช่างตีเหล็กหูตีเหล็กก้อนนั้นเสร็จ ถึงได้พูดขึ้นอย่างนอบน้อม "ช่างหู รบกวนช่วยตีมีดสั้นให้สักเล่มครับ"

"แบบไหน วัสดุอะไร!" ช่างตีเหล็กหูถามสั้นๆ ได้ใจความ

"ตัวมีดยาวสามนิ้ว เรียวได้สัดส่วน ไม่ต้องทำร่องเลือด!" เว่ยหงอธิบายพลางหยิบถ่านไม้แถวเตาหลอมมาวาดรูปบนพื้น "ด้ามมีดกับปลอกมีดใช้ไม้สนหยุนซาน ตัวมีดใช้เหล็กทมิฬตีทบกันพันครั้งขึ้นไป ขอแบบคมกริบ เหนียวแน่น เจาะเกราะทะลุทะลวง ปลายด้ามมีดเจาะรูร้อยเชือกด้วย!"

ช่างตีเหล็กหูมองหน้าเขาอย่างลึกซึ้ง แล้วบอกราคาเสียงเรียบ "สี่ร้อยแปดสิบตำลึง!"

เว่ยหงถอนหายใจโล่งอก แล้วสั่งต่อ "ขอเข็มดอกเหมยเหล็กทมิฬอีกร้อยเล่มครับ"

"ห้าร้อยแปดสิบตำลึง อีกสามวันมาเอา"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 50 - ตีมีด คนเหมือนกันแต่วาสนาต่างกันลิบลับ!

คัดลอกลิงก์แล้ว