เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 - เส้นทางฝึกยุทธ์ รื้อฟื้นอาชีพเก่า!

บทที่ 14 - เส้นทางฝึกยุทธ์ รื้อฟื้นอาชีพเก่า!

บทที่ 14 - เส้นทางฝึกยุทธ์ รื้อฟื้นอาชีพเก่า!


บทที่ 14 - เส้นทางฝึกยุทธ์ รื้อฟื้นอาชีพเก่า!

ต้องยอมรับว่า

ความคิดที่จู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาของเว่ยหงนั้นบ้าบิ่นสุดๆ

เขาที่เป็นแค่มือใหม่หัดฝึกยืนม้า เดินยังไม่ทันแข็ง จะริอาจวิ่งซะแล้ว ขืนพูดออกไปคงโดนคนหัวเราะฟันร่วง

แต่ด้วยความที่ผ่านยุคข้อมูลข่าวสารระเบิดเถิดเทิงมาจากชาติก่อน ความคิดความอ่านของเว่ยหงย่อมไม่ธรรมดา เขาไม่ยอมถูกกรอบเดิมๆ ครอบงำง่ายๆ หรอก

"ลองดูสักตั้ง!"

"ถึงจะทำท่า <ท่าร่างพยัคฆ์สิบสามกระบวน> ตลอดเวลาไม่ได้ แต่เคล็ดลับการหายใจหลายอย่างน่าจะเอามาใช้ในชีวิตจริงได้"

เว่ยหงสูดหายใจลึก

มือกวาดเลือดหมูบนพื้น สมองแบ่งมาลองวิชา

เคล็ดลับการหายใจท่าที่หนึ่งคือ เร็วสามช้าหนึ่ง พร้อมกับบังคับเลือดลมให้ไหลไปรวมที่คอ หัวไหล่ และเอว

หายใจน่ะดูง่าย แต่ทำจริงยากเอาเรื่อง!

ยิ่งเว่ยหงไม่ได้ทำท่าหมอบคลาน การจะใช้แค่จิตบังคับเลือดลมให้ไหลเวียน มันยากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าพันเท่า

"ฟู่ว!"

"ฟู่ว!"

เว่ยหงลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็ปรับจังหวะหายใจได้

ถึงจะโดนขัดจังหวะง่าย แถมเลือดลมก็ไม่ได้ไหลไปจุดสำคัญเท่าไหร่ ผลการฝึกแทบจะเป็นศูนย์

แต่นับว่าเป็นการเปิดเส้นทางใหม่!

ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป!

เขาเริ่มจินตนาการว่าตัวเองกำลังนอนหมอบฝึกวิชา

ขยับตัวสั่นไหวเล็กน้อยโดยไม่ให้ใครสังเกต ผสานกับการหายใจเพื่อกระตุ้นเลือดลม ผิวหนังตรงคอ หัวไหล่ และเอวเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมา

"ได้ผลแฮะ!"

เว่ยหงดีใจจนเนื้อเต้น!

ถึงผลลัพธ์จะไม่ถึงหนึ่งในสิบของตอนฝึกจริง

แต่ขอแค่มีผล เขาก็พร้อมจะลุยต่อ

เพื่อสร้างวิถียุทธ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองให้ได้

น่าเสียดาย การผสานวิชายืนม้าเข้ากับชีวิตประจำวันไม่ใช่เรื่องง่าย!

เว่ยหงลองหลายครั้งก็ยังจับจุดไม่ได้

แถมเวลาทำงานสมาธิก็วอกแวกง่าย พอจังหวะหายใจสะดุดก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ เล่นเอาหงุดหงิดไม่น้อย

"ไม่รีบ ไม่รีบ!"

"มาถูกทางแล้ว สักวันต้องสำเร็จ"

เว่ยหงปลอบใจตัวเอง จิตใจค่อยๆ สงบลง

เขาเลิกใจร้อน แต่ทำใจให้สบาย พยายามแบ่งสมาธิมาคุมลมหายใจระหว่างทำงานครั้งแล้วครั้งเล่า เชื่อว่าสักวันต้องทำได้

...

ช่วงบ่าย

หลังจากยุ่งมาทั้งวัน เว่ยหงรีบเลิกงาน กลับบ้านไปคว้าเครื่องมือจับปลาแล้วบึ่งออกนอกเมือง

เมืองหลวงกว้างใหญ่กินพื้นที่เป็นร้อยลี้ มีประตูเมืองตั้งสิบหกประตู กว่าจะเดินจากบ้านไปถึงประตูเมืองก็กินเวลาไปโข

ข้ามสะพานคูเมืองที่คนพลุกพล่าน!

ภาพตรงหน้าคือถนนดินอัดแน่นกว้างขวางเรียบกริบ

บนถนนเต็มไปด้วยรถม้าและฝูงคน ทั้งกองคาราวาน เศรษฐี ชาวนา นายพราน ขบวนคุ้มกันภัย บัณฑิต เดินสวนกันไปมาจนฝุ่นตลบ

สองข้างทางมีเพิงน้ำชา คอกม้า ให้คนต่างถิ่นได้พักขา บางครั้งก็เห็นผู้ลี้ภัยเสื้อผ้าขาดวิ่น และเด็กหนุ่มรับจ้างนำทางยืนเรียกลูกค้า

เมื่อก่อนเว่ยหงก็เป็นหนึ่งในนั้น

มายืนดักรอลูกค้าหน้าประตูเมืองทุกวัน พานายต่างถิ่นไปตามหาญาติมิตรหรือเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอย วิ่งวุ่นทั้งวันได้ค่าแรงแค่ไม่กี่สิบอีแปะ เหนื่อยสายตัวแทบขาด

"อ้าวเสี่ยวหง จะไปจับปลาอีกแล้วเหรอ?"

"ไหนว่าไปเป็นเด็กฝึกงานร้านเนื้อแล้วไง? ไหงกลับมาหากินทางเดิมล่ะ?"

เด็กนำทางที่คุ้นหน้าคุ้นตาตะโกนแซว

"ไปๆๆ!" เว่ยหงโบกมือไล่ "เด็กฝึกงานไม่มีเงินเดือนโว้ย ใกล้หน้าหนาวแล้วที่บ้านยังไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ ไม่มีถ่านผิงไฟ ขืนไม่จับปลาคงได้อดตายกันพอดี"

"ฮ่าๆๆ!"

พวกเด็กๆ หัวเราะเยาะกันสนุกปาก ทำเอาคนเดินผ่านหันมามอง

เว่ยหงคร้านจะเสวนาด้วย โบกมือลาส่งๆ แล้วรีบจ้ำอ้าวไปที่ริมแม่น้ำ

ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองหลวงมีแม่น้ำชางหลานไหลผ่านหลายจังหวัด หน้าแม่น้ำกว้างหลายร้อยเมตร ลือกันว่าเคยมีมังกรวารีโผล่มาบันดาลลมฝน และเต่ายักษ์พันปีออกมากลืนกินแสงจันทร์ เป็นชัยภูมิฮวงจุ้ยชั้นเลิศ

แต่ที่ที่เขาจะไปวันนี้คือสาขาแม่น้ำสายย่อยใกล้ๆ ท่าเรือขนส่งสินค้า!

ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากประตูเมือง ด้านหลังติดป่าไผ่ผืนใหญ่ แม่น้ำคดเคี้ยวไหลลงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หล่อเลี้ยงหมู่บ้านและเมืองน้อยใหญ่ตลอดสาย

เว่ยหงไม่มีเรือ ไม่มีเครื่องมือจับปลาแบบมืออาชีพ!

ดังนั้นเขาไม่มีสิทธิ์ไปซ่าในแม่น้ำชางหลานได้หรอก ทำมาหากินได้แค่ในแม่น้ำสายย่อยนี้แหละ

วันนี้เขาแบกตะกร้าไม้ไผ่มาใบหนึ่ง ข้างในมีถังไม้ แหเก่าๆ หนึ่งปาก ในถังไม้ยังมีเลือดหมู เศษข้าว ข้าวซ้อมมือ รำข้าว และของจุกจิกอีกนิดหน่อย

เว่ยหงวางตะกร้าลงบนพื้นหญ้า

รีบคลำหาของริมตลิ่ง ไม่นานก็งมเอาลอบดักกุ้งสามอันที่เคยซ่อนไว้ออกมาจากกอสาหร่าย ลอบพวกนี้ยาวแค่สี่ห้าฟุต เขาเป็นคนสานเองกับมือ

เมื่อก่อนซ่อนลอบไว้ในกอสาหร่ายทีไร วันรุ่งขึ้นมาดูต้องมีของติดไม้ติดมือกลับไปทุกที

ไม่กุ้งฝอยลูกปลาก็ปูนา

บางทีโชคดีดักงูน้ำได้ก็เอาไปตุ๋นบำรุงปู่

แต่ช่วงนี้ยุ่งกับการเป็นเด็กฝึกงาน!

ทิ้งร้างไปกว่าครึ่งเดือน ลอบสามอันเลยเต็มไปด้วยโคลนตมกับซากกุ้งปลา

เว่ยหงล้างทำความสะอาดลวกๆ เอาเศษกุ้งแห้งที่เหลืออยู่ใส่ถังไม้ แล้วเอาลอบไปวางดักไว้ในน้ำตื้นใหม่

"พรุ่งนี้มาดู น่าจะได้เยอะอยู่"

เว่ยหงยิ้มอย่างพอใจ แล้วเริ่มลงมือต่อ

ลอบดักกุ้งสามอันแค่ของว่าง จับปลาใหญ่สิของจริง

เขารีบเอาเลือดหมู เศษข้าว ข้าวซ้อมมือ รำข้าวที่เตรียมมาผสมกัน เหยาะเหล้าขาวลงไปหน่อยแล้วคนให้เข้ากัน นี่คือสูตรเด็ดเหยื่อตกปลาที่เขาคิดค้นขึ้นเอง

เพราะไม่มีเรือกับแหดีๆ!

วิธีหว่านแหปกติใช้กับเว่ยหรไม่ได้ผล

เขาต้องขบคิดอยู่นานกว่าจะได้วิธีที่เหมาะกับตัวเองแบบนี้

ผสมเหยื่ออ่อยปลาเสร็จ เว่ยหงก็โยนแหห่วยๆ ลงไปตรงคุ้งน้ำ วางทิ้งให้จมลงก้นแม่น้ำ แล้วค่อยโปรยเหยื่อลงไปบนผิวน้ำ!

ไม่นานนัก!

ใต้น้ำก็เริ่มมีความเคลื่อนไหว!

ฝูงปลาเริ่มว่ายเข้ามารุมกินโต๊ะจีนกันอย่างคึกคัก น้ำกระเพื่อมไหว บางทีก็เห็นเงาปลาตัวใหญ่แวบๆ

"จุ๊ๆๆ ทรัพยากรประมงโลกนี้มันอุดมสมบูรณ์จริงๆ ถ้าพวกนักตกปลามาเห็นคงกราบกรานขอพิกัดข้าเป็นพ่อทูนหัวแน่" เว่ยหงขำตัวเอง

ทันใดนั้น!

เขาเห็นเงาสีเงินวาบผ่านใต้น้ำ

"เฮ้ย!"

เว่ยหงสูดหายใจเฮือก

ออกแรงกระชากเชือกทันที

มุมแหทั้งสี่ผูกเชือกไว้แล้ว พอกระตุกแรงๆ แหก็ถูกยกขึ้นจากก้นแม่น้ำ รวบเอาปลาตะกละตะกลามทั้งฝูงมาไว้ในตาข่าย

"ตูมตาม ตูมตาม!"

ฝูงปลาดิ้นพล่าน แทบจะฉีกแหขาด!

เว่ยหงสาวเชือกเก็บแหขึ้นมาอย่างชำนาญ รู้สึกหนักอึ้ง

ปลาเล็กปลาใหญ่นับสิบชั่งดิ้นขลุกขลักอยู่ในแห

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 14 - เส้นทางฝึกยุทธ์ รื้อฟื้นอาชีพเก่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว