- หน้าแรก
- จุดเริ่มต้นความเทพ ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ของฉัน
- บทที่ 7 โรงเรียนมัธยมใต้ต้นอู๋ถง
บทที่ 7 โรงเรียนมัธยมใต้ต้นอู๋ถง
บทที่ 7 โรงเรียนมัธยมใต้ต้นอู๋ถง
"เฝ้าร้านให้ดีนะยะ ถ้ามีคนมาแจ้งความเหมือนเมื่อวานพวกแกก็คุยกับตำรวจเอง เจ๊ไม่ยุ่งด้วยแล้ว!" เซี่ยยาถิงไม่ลืมที่จะหันมากำชับก่อนออกจากร้าน
"เมื่อวานร้านโดนแจ้งความเหรอ?"
"ใครวะ ใครทำ? มีเรื่องอะไรที่ตูไม่รู้หรือเปล่า? ทำไมโดนแจ้งความล่ะ ใครเป็นคนแจ้ง?"
"เออน่า พวกแกไม่ได้มาเมื่อคืนก็แล้วไป แค่ช่วยดู ๆ ไว้หน่อย ถ้าเกิดร้านเจ๊งแล้วเจ๊ไม่มีที่ซุกหัวนอน เจ๊จะเอามีดไล่ฟันพวกแกเรียงตัวแน่!"
"ถ้าร้านเจ๊ง ผมยอมแต่งกับเจ๊ก็ได้นะ!"
"ไสหัวไป!"
"อ่า ฟินชะมัด..."
"ฟินโคตร ๆ..."
...เฮ้อ ผมเผ้ายุ่งเหยิงอีกแล้วสิเนี่ย
เซี่ยยาถิงเอียงคอเล็กน้อย เส้นผมยาวสลวยทิ้งตัวลงมาราวกับสายน้ำ เธอใช้นิ้วสางผมเบา ๆ ก่อนจะสะบัดหน้าอย่างมั่นใจ เส้นผมที่ปลิวไสวล้อแสงแดดนั้นดูดีโดยไม่ต้องพึ่งสเปเชียลเอฟเฟกต์ใด ๆ
มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหวานซึ้งดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วงหรี่ลง พร้อมแล้วที่จะออกเดินทาง
โรงเรียนชิวหลานอู๋ถงตั้งอยู่ในเขตถนนเหวินอี เป็นโรงเรียนเอกชนแห่งเดียวในย่านรอยต่อระหว่างถนนเหวินอีและเหวินซาน พื้นที่ของแผนกมัธยมต้นและมัธยมปลายถูกกั้นด้วยประตูเล็ก ๆ เพียงบานเดียว ส่วนฝั่งตรงข้ามประตูทิศเหนือของแผนกมัธยมปลายคือมหาวิทยาลัยหนิงหาง วิทยาเขตเหวินอี ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ
สำหรับเด็กมัธยมโรงเรียนชิวหลานอู๋ถง มหาวิทยาลัยแห่งนี้ถูกเรียกเล่น ๆ ว่า "เป่ยต้า" แห่งแดนเหนือ
ลูกค้าหลายคนในร้านอินเทอร์เน็ตถิงถิงก็นเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยหนิงหาง ไม่รู้ว่าไปโดนตกมาด้วยวิธีไหน... "คนสวย ขอวีแชทหน่อยได้ไหมครับ?"
ใต้ต้นอู๋ถงหน้าโรงเรียนมัธยม เซี่ยยาถิงยืนเอามือกุมท้องข้างหนึ่ง อีกมือดีดนิ้วเล่นแก้เซ็ง บางครั้งก็เขย่งเท้าชะเง้อรออย่างเบื่อหน่าย
แต่เธอหารู้ไม่ว่า การกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจของเธอ แม้เพียงแค่การขมวดคิ้วเรียวงามนั้น มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงขนาดไหน
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่มั่นใจในหน้าตาของตัวเองเดินตรงเข้ามา เขามองสาวงามใต้ต้นอู๋ถงด้วยรอยยิ้ม โดยเฉพาะยามที่สายลมพัดผ่านจนใบไม้ไหวติง ภาพที่เห็นช่างงดงามราวกับภาพวาดที่มีชีวิต ทำเอาหัวใจของเขาเต้นรัว
เซี่ยยาถิงเหลือบตามอง ไอ้ตาถั่วนี่โผล่มาจากไหน? ไม่เห็นหรือไงว่าคนเขากำลังรอใครอยู่?
เมื่อนักศึกษาหนุ่มคนนั้นสบเข้ากับสายตาพิฆาตของเซี่ยยาถิง ลมหายใจของเขาก็เริ่มติดขัด อยู่มหาวิทยาลัยหนิงหางมาตั้งนาน ไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนสวยขนาดนี้มาก่อน
ที่สำคัญคือการแต่งกายของเธอดูเรียบง่ายและสะอาดตา แต่ก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาเขาไปได้ว่า... เธอมาจากครอบครัวธรรมดา ๆ สำหรับผู้หญิงแบบนี้... หึ เสร็จโก๋
เซี่ยยาถิงรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที บ้าเอ๊ย อารมณ์ดี ๆ ตลอดช่วงบ่ายหายวับไปกับตา
เจอกับคนประเภทนี้ ถ้าเงียบจะถูกมองว่าอ่อนแอ ไอ้หนุ่มนักศึกษานี่ท่าทางเหมือนพวกเสือผู้หญิง คงตื๊อไม่เลิกเหมือนพลาสเตอร์ยาหนังหมาแน่ ๆ แต่ถ้าพูดโต้ตอบ มันก็จะถือโอกาสสานต่อ ยิ่งสลัดยากกว่าพลาสเตอร์ยาเสียอีก
อย่าถามว่าทำไมเซี่ยยาถิงถึงรู้ดีนัก สมัยที่เธอยังมี 'เจ้าลูกชาย' ติดตัวอยู่ ลีลาของเธอแพรวพราวกว่านี้เยอะ เจ้านักศึกษานี่แค่มือสมัครเล่น แต่ระดับเซี่ยยาถิงน่ะ ปรมาจารย์เรียกพี่!
"ฮัลโหล สามีขาาา มีไอ้โรคจิตที่ไหนไม่รู้มาจีบเค้าด้วยแหละ!" เซี่ยยาถิงไม่เสียเวลาเสวนาด้วย เธอกดโทรศัพท์หาใครบางคนแล้วแกล้งทำเสียงออดอ้อนเหมือนนกน้อยขี้เหงา... สะ... สามี?
เวรเอ๊ย ผักกาดขาวเกรดพรีเมียมโดนหมูตอนคาบไปกินอีกแล้ว!
นักศึกษาหนุ่มรู้สึกปวดร้าวที่หัวใจ ทำไม? ทำไมโลกนี้ถึงโหดร้ายแบบนี้!
จีบครั้งแรกก็เจอแจ็กพอตเลยแฮะ รีบชิ่งดีกว่า!
เซี่ยยาถิงมองแผ่นหลังที่วิ่งหนีหางจุกตูดไปพลางแค่นเสียงเฮอะ คิดจะมาเล่นกับเจ๊งั้นเรอะ? ชิ ขยะแขยงชะมัด... ถุย ถุย เมื่อกี้ใช่ฉันจริง ๆ เหรอวะเนี่ย?
นั่นฉันจริง ๆ เหรอ?
คนอย่างเจ๊เนี่ยนะจะทำตัวแบ๊วขนาดนั้น!
...พี่ชิงที่กำลังยุ่งหัวหมุนอยู่ที่สถานีตำรวจ จู่ ๆ ก็ได้รับสายจากเบอร์แปลก แม้จะไม่คุ้น แต่เธอก็รับสายตามสัญชาตญาณ
"ฮัลโหล สามีขาาา มีไอ้โรคจิตที่ไหนไม่รู้มาจีบเค้าด้วยแหละ! เค้า..."
เสียงออดอ้อนระคนน้อยใจดังลอดมาจากปลายสาย ราวกับถูกรังแกมาอย่างหนัก
พี่ชิง: ????
ยัยบ้าที่ไหนโทรมาวะเนี่ย?!
สามี? สามีบ้านป้าเธอสิ! แล้วแทนตัวเองว่า "เค้า"? ถึงกับใช้คำว่า "เค้า" เลยเรอะ??
เดี๋ยวนะ... ทำไมเสียงนี้มันคุ้นหูพิลึก?
ภาพของเด็กสาวที่ชอบพูดคำหยาบติดปากว่า "แม่ง" กับ "บ้าเอ๊ย" ผุดขึ้นในหัวพี่ชิง เธอหรี่ตาลง สัญชาตญาณบอกว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแน่ ๆ!
ปกติแล้ว ยัยเด็กนั่นต้องพูดด้วยน้ำเสียงประมาณว่า: "เฮ้ย สามี บ้าเอ๊ย มีคนมาจีบเจ๊ว่ะ ไอ้เวร รีบโผล่หัวมาเดี๋ยวนี้เลยนะ"
ทำไมกลายเป็นเสียง... เสียงสองที่ทำเอาพี่ชิงถึงกับขนลุกแบบนี้ได้ล่ะ?
หรือว่า... ยัยเด็กเจ้าของร้านเกมนั่นกำลังตกอยู่ในอันตราย?!
เป็นไปได้! ไม่สิ ต้องใช่แน่ ๆ!
พี่ชิงนึกถึงใบหน้าใสซื่อที่แม้แต่เธอยังแอบอิจฉา และที่สำคัญคือหุ่นที่สวยเกินต้านนั่น มันต้องดึงดูดพวกสวะให้มาทำมิดีมิร้ายแน่!
"จ่า!" พี่ชิงขมวดคิ้วเข้มอย่างมาดมั่น
"ครับ!"
"รีบตรวจสอบพิกัดเบอร์โทรศัพท์นี้ด่วน ดูซิว่าโทรมาจากไหน?"
ใครที่รู้จัก 'สารวัตรหลี่' จะรู้ดีว่านี่คือสัญญาณเข้าสู่โหมด "ออกศึก" จ่าหนุ่มรีบปรับสีหน้าขึงขังแล้วยืนตรง "รับทราบครับ!"
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด... ยังไม่ทันขาดคำ โทรศัพท์ของพี่ชิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"พี่ชิง!"
เสียงทอดถอนใจยาวเหยียดดังมาจากปลายสาย
พี่ชิง: ... "จ่า กลับมา ไม่ต้องเช็คแล้ว บ้าเอ๊ย ยัยเด็กเปรตนี่เล่นตลกอะไรอีกเนี่ย?!" พี่ชิงกัดฟันกรอดจ้องเบอร์โทรศัพท์ในมือเขม็ง ให้ตายสิ ทำไมต้องมาเล่นพิเรนทร์ตอนฉันกำลังทำงานด้วย?
"ครับผม!" จ่าหนุ่มที่หวังจะได้โชว์ฝีมือใน "ภารกิจ" นี้ถึงกับงง ทำไม "แผนปฏิบัติการ" ถึงถูกยกเลิกอีกล่ะ?
"ยัยตัวแสบ เล่นบ้าอะไรของเธอ?" พี่ชิงกลับมาใช้เสียงปกติ
เซี่ยยาถิงลูบแก้มเนียนที่เริ่มแดงระเรื่อของตัวเอง
"พี่ชิง หนูขอโทษ หนูขอโทษจริง ๆ..." เซี่ยยาถิงรู้สึกว่าการวางสายไปดื้อ ๆ แบบนั้นมันไม่ค่อยดี เลยรีบโทรกลับมาอธิบายเสียงอ่อย "เมื่อกี้มีไอ้โรคจิตมาจีบหนูจริง ๆ นะ หนูมารอรับน้องสาวที่หน้าโรงเรียน แล้วก็นะ พี่ชิง... พี่ก็รู้ว่ามันเป็นยังไง!"
รู้? รู้อะไรยะ!
แม่เหล็กดูดผู้ชายชัด ๆ... ทำไมไม่มีใครมาจีบฉันบ้างวะเนี่ย?!"
พี่ชิงรู้สึกปวดขมับตึ้บ ๆ เวลาคุยกับแม่สาวคนนี้ ถ้าเปลี่ยนจากปวดหัวเป็นหน้าอกใหญ่ขึ้นได้คงจะดีไม่น้อย... บ้าจริง... เธอนวดขมับตัวเอง เฮ้อ ปวดหัวชะมัด!
"พี่ชิง หนูขอโทษจริง ๆ นะ ไว้เดี๋ยวหนูเลี้ยงข้าวไถ่โทษ!" เซี่ยยาถิงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"รู้ไหม? ด้วยไอ้เสียงสองชวนขนลุกของเธอเมื่อกี้น่ะ ฉันนึกว่าเธอกำลังจะโดนฉุดไปข่มขืนซะแล้ว!"
เซี่ยยาถิง: ???
"ปกติติดปากแต่คำหยาบ พอโทรมาดันเรียก 'สามีขา' แทนตัวเองว่า 'เค้า' แถมทำเสียงแอ๊บแบ๊ว คราวหน้าถ้าไม่มีอะไรคอขาดบาดตาย ช่วยพูดภาษาคนปกติเถอะนะ!" พี่ชิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ อาการปวดหัวยังไม่จางหาย...