- หน้าแรก
- ระบบคูณหมื่นเท่า เปลี่ยนสกิลขยะให้เป็นมหาเวทต้องห้าม
- บทที่ 260 - ขอร้องหนึ่งเรื่อง!
บทที่ 260 - ขอร้องหนึ่งเรื่อง!
บทที่ 260 - ขอร้องหนึ่งเรื่อง!
บทที่ 260 - ขอร้องหนึ่งเรื่อง!
สำหรับกงซุนเชี่ยนเอ๋อร์แล้วเรื่องพวกนั้นถือเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจจริงๆ ในตอนนี้คือตัวของหลินฮานเอง!
เขามีอาจารย์ระดับนักบุญคอยหนุนหลังอยู่เงียบๆ แถมยังมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับบุคคลในห้างสรรพสินค้าพันปีคนนี้อีก
บุคคลระดับนี้ ต่อให้ไม่สามารถดึงตัวเข้าตระกูลกงซุนได้ ก็ไม่มีวันล่วงเกินได้เด็ดขาด ไม่มีใครรู้เลยว่าพลังที่แท้จริงของคนคนนี้จะมหาศาลขนาดไหน!
มีบทเรียนราคาแพงจากกรณีของเจียงรุ่ยอิ่งมาแล้ว ย่อมไม่มีทางที่จะทำผิดพลาดซ้ำสองแน่นอน
และในฐานะที่เธอเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตหลินฮานไว้ เธอก็ไม่ต้องกังวลว่าความสัมพันธ์จะดำเนินต่อไปได้ยาก
เธอมีเวลาอยู่ในสถาบันฉางชี่เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น เธอต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีกับหลินฮานให้ได้ภายในปีนี้!
"คุณหนูกงซุนเชี่ยนเอ๋อร์ครับ ต้องขอบคุณมากจริงๆ นะครับที่คุณช่วยคุณหลินไว้"
ผู้จัดการหลิวพูดออกมาด้วยมารยาทที่นอบน้อมอย่างยิ่ง
กงซุนเชี่ยนเอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง เธอไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะให้เกียรติเธอขนาดนี้ และเหตุผลก็ยังเป็นเพราะหลินฮานอีกด้วย!
"มันเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้วค่ะ ผู้จัดการหลิวไม่จำเป็นต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอกค่ะ"
"เรื่องบุญคุณก็ส่วนบุญคุณครับ หลังจากนี้หากคุณหนูกงซุนเชี่ยนเอ๋อร์มาที่ห้างสรรพสินค้าพันปีสาขาเมืองหางอวิ๋น สินค้าทุกชิ้นจะได้รับส่วนลดสามสิบเปอร์เซ็นต์ทันทีครับ ผมจะช่วยอัพเกรดบัตร VIP ให้คุณเอง"
"นอกจากนี้ คุณหนูจะได้รับวงเงินค้ำประกันสามสิบล้านจากห้างสรรพสินค้าพันปี ซึ่งสามารถใช้งานได้ในห้างสาขาใดก็ได้ครับ"
ผู้จัดการหลิวพูดออกมาด้วยความใจกว้างอย่างยิ่ง
"นี่มัน..." กงซุนเชี่ยนเอ๋อร์แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง บัตร VIP ส่วนลดสามสิบเปอร์เซ็นต์งั้นเหรอ?!
บัตร VIP ของห้างพันปีนั้นมีการออกให้เพียงประมาณสามพันใบในจักรวรรดิมังกรดาราเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่จะมีไว้เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในฐานะแขกผู้มีเกียรติเฉยๆ โดยไม่มีส่วนลดในการซื้อสินค้า
การที่เธอได้บัตรส่วนลดสี่สิบเปอร์เซ็นต์ก่อนหน้านี้ ก็เป็นเพราะเธอเป็นคนของตระกูลกงซุนเท่านั้น! (ต้นฉบับบทที่แล้วบอก 8/10 คือลด 20% ดังนั้น 7/10 คือลด 30%)
ซึ่งคนที่มีบัตรลดสามสิบเปอร์เซ็นต์นั้นมีรวมกันไม่เกินยี่สิบคนเท่านั้น!
แม้แต่ยอดฝีมือระดับนักบุญบางคนยังไม่มีเลย เงื่อนไขการได้บัตรใบนี้มานั้นเข้มงวดมาก เธอเองก็ไม่รู้รายละเอียดที่แน่ชัดนัก
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเงื่อนไขการค้ำประกันระดับสูงแบบนั้นเลย!
กงซุนเชี่ยนเอ๋อร์ไม่รู้จะพูดอะไรไปชั่วขณะ เพียงแค่ได้ยินว่าเธอช่วยชีวิตหลินฮานไว้ อีกฝ่ายก็มอบค่าตอบแทนระดับนี้มาให้ทันที
แล้วหลินฮานนี่เขามีฐานะอะไรกันแน่?!
กงซุนเชี่ยนเอ๋อร์ไม่กล้าจะจินตนาการต่อเลย
"ผู้จัดการหลิวครับ แบบนี้มันไม่ถูกต้องนะ"
หลินฮานหยิบบัตร VIP ของตัวเองออกมาวางบนโต๊ะ "ทำไมบัตรของผมถึงไม่มีส่วนลดล่ะครับ พวกเราคบหากันมาตั้งนานแล้ว บอกมาเถอะว่าคุณแอบหักเงินผมไปเท่าไหร่แล้ว?!"
"ผมได้ยินมานะ บัตรของรุ่นพี่ผมน่ะลดได้ตั้งยี่สิบเปอร์เซ็นต์เลยนะ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้จัดการหลิวก็ยิ้มขื่นๆ แล้วพูดว่า "คุณหลินครับ บัตรของคุณใบนี้ต้องการยอดเงินตามจำนวนที่กำหนดถึงจะได้รับส่วนลดน่ะครับ"
"หากยอดใช้จ่ายเกินหนึ่งร้อยล้านขึ้นไป บัตรใบนี้จะได้รับส่วนลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ทันทีครับ นอกเหนือจากงานประมูลที่ใช้ไม่ได้แล้ว สินค้าอื่นๆ สามารถใช้ส่วนลดได้ทั้งหมดเลยครับ"
เมื่อฟังคำอธิบายของผู้จัดการหลิว หลินฮานก็รู้สึกประหลาดใจเหมือนกัน นึกไม่ถึงเลยว่าบัตรของเขาจะมีสิทธิพิเศษขนาดนี้
ลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยนะนั่น!
แบบนี้ถ้าซื้อของราคาหนึ่งร้อยล้าน เขาก็จ่ายเพียงแค่ห้าสิบล้านเองน่ะสิ
เมื่อคิดได้แบบนี้ หลินฮานก็หันไปมองผู้จัดการหลิวด้วยสายตาแปลกๆ แล้วพูดว่า "แล้วทำไมก่อนหน้านี้คุณไม่บอกผมล่ะครับ แถมสินค้าตั้งร้อยล้านแต่ขายแค่ห้าสิบล้าน กำไรของห้างสรรพสินค้าพันปีนี่มันจะมหาศาลขนาดไหนกันเชียว!"
หลินฮานไม่ได้คิดจะปิดบังความรู้สึกเลย เขาพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาตรงๆ
ต้องรู้ว่าก่อนหน้านี้ห้างพันปีเคยเก็บค่าธรรมเนียมบริการจากเขาไปตั้งพันกว่าล้าน จะเห็นได้เลยว่าหน้าเลือดขนาดไหน!
ผู้จัดการหลิวหัวเราะแล้วพูดว่า "กำไรที่แน่นอนผมเองก็ไม่ทราบหรอกครับ ถึงแม้ตอนนี้ผมจะได้เป็นผู้จัดการสาขาเมืองหางอวิ๋นแล้ว แต่ผมก็ยังเป็นเพียงลูกจ้างคนหนึ่งเท่านั้นเอง"
"การตั้งราคามันเป็นเรื่องของสำนักงานใหญ่ครับ นอกจากสินค้าบางชิ้นที่ผมสามารถกำหนดราคาเองได้ อย่างอื่นผมก็ไม่มีอำนาจตัดสินใจครับ"
"ก็จริงครับ"
หลินฮานถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก การรู้ว่าบัตร VIP ของตัวเองมีส่วนลดก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากแล้ว เขาไม่ขออะไรไปมากกว่านี้หรอก
ส่วนกงซุนเชี่ยนเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ ราวกับเพิ่งได้ฟังข่าวระเบิดระดับโลก เธอแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองเลยจริงๆ
ยอดใช้จ่ายเกินร้อยล้านแล้วลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์!
บัตรระดับนี้แม้ว่าจะดูเหมือนต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลในครั้งเดียว แต่ส่วนลดโดยรวมมันมหาศาลมากจริงๆ เธอไม่เคยได้ยินชื่อบัตรระดับนี้ในจักรวรรดิมังกรดารามาก่อนเลย!
แค่ใช้บัตรใบนี้ไปรับซื้อสินค้ามาขายต่อ ก็ทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำแล้ว!
ทว่าคนที่จะได้รับบัตรใบนี้มาครองได้ ฐานะย่อมต้องไม่ธรรมดาแน่นอน เรื่องแบบนั้นย่อมไม่มีใครทำหรอก
เธอคิดไม่ตกจริงๆ ว่าถ้าหลินฮานมีเพียงอาจารย์ระดับนักบุญคอยหนุนหลังอยู่จริงๆ ผู้จัดการหลิวคนนี้ก็ไม่เห็นมีความจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย
ดังนั้น หลินฮานเป็นใครกันแน่?!
ผู้จัดการหลิวเห็นหลินฮานพึงพอใจเขาก็หัวเราะออกมา แล้วถามว่า "คุณหลินครับ มาที่ห้างสรรพสินค้าพันปีครั้งนี้ มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ไหมครับ?"
"ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งครับ"
ในเมื่อได้พบกับผู้จัดการหลิวแล้ว หลินฮานย่อมไม่คิดจะปิดบังจุดประสงค์ของตัวเอง เขาจึงพูดว่า "ผมต้องการไอเท็มที่สามารถช่วยกดข่มธาตุเวทมนตร์ได้ครับ"
"จะเป็นอุปกรณ์สวมใส่ก็ได้ ขอแค่สามารถกดข่มความผันผวนของธาตุเวทมนตร์ในร่างกายได้ก็พอครับ"
จุดประสงค์ของหลินฮานชัดเจนมาก นั่นคือการกดข่มกลิ่นอายเลือดในร่างกายของเขานั่นเอง
เมื่อได้ยินคำขอนี้ ผู้จัดการหลิวก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า "ผมพอจะมีไอเท็มประเภทนี้อยู่พอดีเลยครับ เพียงแต่ราคามันค่อนข้างสูงหน่อย เพราะมันเป็นไอเท็มระดับมหากาพย์ครับ"
"คุณหลินครับ คุณจะเอาไอเท็มชิ้นนี้ไปทำอะไรเหรอ?"
"เรื่องนั้นคุณไม่ต้องยุ่งหรอกครับ" หลินฮานยื่นบัตร VIP ของตัวเองไปตรงหน้าอีกฝ่ายแล้วพูดว่า "ผมไม่สนว่ามันจะราคาเท่าไหร่ ขอแค่ผู้จัดการช่วยหามาให้ผมได้ก็พอครับ"
"คุณหลินช่างใจกว้างจริงๆ ครับ" ผู้จัดการหลิวไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาจึงลุกขึ้นเตรียมตัวไปจัดหามาให้ทันที
ในเมื่อหลินฮานไม่คิดจะบอก เขาก็ย่อมไม่เซ้าซี้ถามต่อ
ในห้างสรรพสินค้าพันปี การสืบความลับของแขกผู้มีเกียรติถือเป็นข้อห้ามที่ร้ายแรงที่สุดและไม่มีวันปล่อยให้เกิดขึ้นเด็ดขาด!
และนี่คือรากฐานสำคัญที่ทำให้ห้างสรรพสินค้าพันปีหยั่งรากลึกอยู่ในโลกใบนี้ได้!
"คุณหลินรอผมสักครู่นะครับ"
พูดจบ ผู้จัดการหลิวก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ในห้องเหลือเพียงหลินฮานและกงซุนเชี่ยนเอ๋อร์เพียงสองคน
"รุ่นพี่ครับ มองผมแบบนั้นทำไมเหรอ?"
"ไม่มีอะไรค่ะ แค่จู่ๆ ก็รู้สึกว่าคุณดูต่างไปจากเดิมนิดหน่อยน่ะค่ะ" กงซุนเชี่ยนเอ๋อร์เองก็รู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาทไปนิด แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
เธอพยายามทำตัวให้ดูสงบที่สุดแล้ว หากเป็นคนอื่นมาเจอเรื่องแบบนี้เข้าล่ะก็ เกรงว่าคงจะคุมสติไม่อยู่เหมือนเธอแน่ๆ
"หมายถึงเรื่องผู้จัดการหลิวเหรอครับ?" หลินฮานย่อมเดาความคิดของอีกฝ่ายออก เขาจึงอธิบายว่า "ผมกับผู้จัดการหลิวเป็นเพื่อนเก่ากันตั้งแต่สมัยอยู่เมืองฮุยเยว่น่ะครับ"
"เพราะงั้นคุณหนูกงซุนไม่ต้องแปลกใจไปหรอกครับ"
"เข้าใจแล้วค่ะ"
ทว่ากงซุนเชี่ยนเอ๋อร์กลับลอบถอนหายใจเบาๆ เธอสังเกตเห็นแววตาบางอย่างที่ชวนให้คิดลึกซึ้งจากดวงตาของผู้จัดการหลิว นั่นไม่มีทางเป็นแค่ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนธรรมดาแน่นอน!
[จบแล้ว]