- หน้าแรก
- ระบบคูณหมื่นเท่า เปลี่ยนสกิลขยะให้เป็นมหาเวทต้องห้าม
- บทที่ 250 - เรื่องราวและความเป็นมา!
บทที่ 250 - เรื่องราวและความเป็นมา!
บทที่ 250 - เรื่องราวและความเป็นมา!
บทที่ 250 - เรื่องราวและความเป็นมา!
"หลังจากนั้นก็เป็นไปตามที่ผู้อำนวยการทั้งสองท่านทราบครับ ผมได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วคุณหนูตระกูลกงซุนก็ช่วยผมกลับมา"
สวีจงเทียนพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม "แล้วทำไมอาจารย์ของเธอถึงทิ้งเธอไว้คนเดียวล่ะ ตอนนั้นเธอบาดเจ็บหนักขนาดนั้น ทำไมท่านถึงไม่พาเธอไปรักษาด้วยตัวเอง"
เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ว่าต้องถามถึงจุดนี้!
หลินฮานรู้อยู่แล้วว่าการจะหลอกให้เชื่อแบบง่ายๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เขาก็เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว
"อาจารย์ของผมท่านยังไม่อยากเปิดเผยตัวตนครับ ก่อนหน้านี้เคยเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ที่เมืองฮุยเยว่จนตอนนี้ราชวงศ์ของจักรวรรดิอาจจะสังเกตเห็นท่านแล้ว อีกอย่างอาจารย์บอกผมว่าข้างนอกมีคนกำลังรอผมอยู่ ท่านก็เลยจากไปครับ ผมเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าคนที่จะมาช่วยผมจะเป็นคุณหนูกงซุน"
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินฮาน ความสงสัยในใจของทั้งคู่ก็ลดลงไปมาก เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นพวกเขารับรู้มาโดยตลอด
ทั้งการต่อสู้กับจางซีเฟิงและการขับไล่จอมเวทสะท้านนภา!
นอกจากนี้ ร่องรอยในที่เกิดเหตุครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นสายฟ้าหรือความสามารถทางมิติล้วนสอดคล้องกับฝีมือของอาจารย์ของหลินฮานทั้งสิ้น
นั่นยิ่งทำให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า ยอดฝีมือระดับนักบุญที่เป็นอาจารย์ของหลินฮานแท้จริงแล้วคือใครกันแน่
"จริงด้วยครับอาจารย์" หลินฮานนึกถึงบทสนทนากับหนอนกินหัวใจขึ้นมาได้จึงรีบพูดว่า "ตามข้อมูลที่ผมรู้มา คนที่อยากจับตัวผมไม่ใช่หนอนกินหัวใจครับ แต่เป็นยอดฝีมือระดับนักบุญที่มีตำแหน่งเป็นผู้คุมกฎซึ่งอยู่เบื้องหลังพวกมันอีกทีที่ต้องการลงมือกับผม"
จากนั้นเขาก็เล่าข้อมูลทั้งหมดที่หลอกถามมาได้ให้อีกฝ่ายฟัง ทั้งเรื่องการใช้เปี้ยนสิงเป็นเครื่องมือ และการลงมือกับทีมระดับแพลตตินัมในอดีต
ในเมื่อตอนนี้หนอนกินหัวใจตายไปแล้ว เขาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีความลับอะไรรั่วไหล
"คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะรู้เรื่องนี้แล้ว" สวีจงเทียนถอนหายใจพลางยิ้มขื่น "ผมเองก็ถามออกมาจากปากของเปี้ยนสิงแล้วเหมือนกัน ดูเหมือนเขาจะไม่ได้โกหกจริงๆ"
"แต่ความล้มเหลวของหนอนกินหัวใจในครั้งนี้คงจะช่วยเตือนสติพวกมันได้บ้าง สถาบันฉางชี่ของเราไม่ใช่ที่ที่ใครจะมารังแกได้ง่ายๆ ไม่ช้าก็เร็วเราจะล้างแค้นเรื่องทั้งหมดนี้คืนให้สาสม!"
"หลินฮาน เธอไม่ต้องกังวลไปนะ ถึงแม้จะเป็นยอดฝีมือระดับนักบุญที่อยากจะเล่นงานเธอ แต่ตราบใดที่เธอยังอยู่ในสถาบัน ก็ไม่มีใครหน้าไหนแตะต้องเธอได้"
"ถ้ามันกล้าบุกเข้ามาในสถาบันฉางชี่ล่ะก็ พวกเราจะทำให้มันไม่ได้กลับออกไปอีกเลย!"
หลินฮานพยักหน้ารับ ในเมื่อตอนนี้เปี้ยนสิงยังอยู่ในกำมือของสถาบัน ย่อมต้องเค้นข้อมูลออกมาได้บ้าง
เขาไม่ได้กังวลเรื่องความปลอดภัยของตัวเองนัก ถึงแม้จะสู้ระดับนักบุญไม่ได้ แต่ถ้าตรวจพบร่องรอยของอีกฝ่ายเขาก็พร้อมที่จะหนีทันที
ตอนนี้เขารู้จักกลิ่นอายของหนอนกินหัวใจแล้ว หากใช้หน้ากากเทพไร้ลักษณ์เพื่อใช้พลังสายมิติของอีกฝ่าย การจะหลบหนีก็คงไม่ใช่ปัญหา
หรือถ้าจะให้ชัวร์ที่สุด การหมกตัวอยู่ในสถาบันฉางชี่ที่มีระดับนักบุญคุ้มกันอยู่ก็นับว่าปลอดภัยแบบสุดๆ
"วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ เธอเพิ่งจะฟื้นแต่ต้องมาตอบคำถามมากมายขนาดนี้ ลำบากเธอแล้วนะ"
"ไม่ลำบากเลยครับ ผู้อำนวยการทำตามหน้าที่อยู่แล้ว ถ้ามีอะไรต้องการให้ผมช่วยก็เรียกหาได้ตลอดเวลาครับ" หลินฮานยิ้มตอบอย่างไม่ใส่ใจ
"ดีมาก แต่คงไม่มีอะไรแล้วล่ะ ช่วงนี้เธอพักรักษาตัวให้ดีนะ ภารกิจครั้งนี้ทางสถาบันตัดสินใจเลื่อนระดับให้เธอเป็นระดับ SS ส่วนเพื่อนร่วมทีมเป็นระดับ S หวังว่าเธอคงจะไม่มีความเห็นแย้งอะไรนะ"
"ผมจะกล้ามีความเห็นได้ยังไงครับ ทุกอย่างเป็นไปตามที่สถาบันจัดสรรเลยครับ" หลินฮานตอบกลับ ก่อนจะนึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง "ผู้อำนวยการครับ หนอนกินหัวใจคนนั้นมีอุปกรณ์ระดับตำนานอยู่ในมือชิ้นหนึ่งชื่อว่าหุ่นเชิดสายใย ไม่ทราบว่าหาเจอไหมครับ"
"อ้อ ยึดมาได้แล้วล่ะ" สวีจงเทียนอธิบาย "ตอนนี้อุปกรณ์ชิ้นนี้ถูกทางสถาบันสั่งปิดผนึกเอาไว้ เนื่องจากมันอยู่กับพวกลัทธิมารมานานเกินไปจนมีกลิ่นอายเลือดแปดเปื้อนอยู่มาก หากพวกเรานำมาใช้ย่อมได้รับผลกระทบจากกลิ่นอายเลือดนั้นแน่นอน"
"ต้องรอให้กลิ่นอายเลือดในอุปกรณ์ระเหยออกไปจนเกือบหมดก่อนถึงจะนำกลับมาใช้ได้ แต่อุปกรณ์ชิ้นนี้ถือเป็นผลงานการต่อสู้ของเธอ แต่เนื่องจากอุปกรณ์ระดับตำนานในสถาบันมีไม่มากนัก ทางสถาบันจึงอยากจะเปลี่ยนมันเป็นคะแนนสะสมให้เธอแทน เธอคิดว่ายังไงล่ะ?"
หลินฮานรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย อุปกรณ์หุ่นเชิดสายใยนั้นมีความร้ายกาจมากและใช้งานได้ดีอย่างยิ่ง ตอนนั้นหนอนกินหัวใจถึงขั้นใช้มันควบคุมสุนัขสามหัวระดับปรมาจารย์ได้เลย
หากระดับพลังของเขาเพิ่มขึ้นอีกนิด เขาก็คงจะควบคุมยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ได้บ้าง
ถ้าทำแบบนั้นได้ เวลาสู้กันเขาก็จะมีพวกเพิ่มเป็นสองต่อหนึ่งทันที!
แต่ในเมื่อสถาบันไม่คิดจะมอบให้เขาในตอนนี้เพราะเป็นห่วงสวัสดิภาพของเขา เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
"ทุกอย่างเป็นไปตามที่สถาบันเห็นสมควรครับ"
"ดีมาก เพราะภารกิจของพวกเราจบลงเร็วเกินไป ตอนที่สถาบันแจกบัตรคะแนนพวกเธอจึงไม่อยู่ บัตรคะแนนนั้นฉันฝากไว้ที่ตู้หว่านถิงแล้ว เดี๋ยวเธอค่อยไปขอรับจากเธอแล้วกันนะ"
"ครับ ได้ครับ"
"ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว งั้นพวกเราขอตัวก่อน" สวีจงเทียนพยักหน้าแล้วพูดทิ้งท้าย "ไม่ต้องลุกมาส่งหรอก พักผ่อนให้ดีนะ"
หลังจากนั้น ผู้อำนวยการทั้งสองก็เดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไป
หลินฮานมองดูเพดานสีขาวสะอาดตาพลางหัวเราะขื่นๆ "คิดไม่ถึงเลยว่าครั้งนี้จะเกือบตายที่ภูเขาหมางซานซะแล้ว ถ้าตอนสุดท้ายหนอนกินหัวใจไม่ประมาทเพราะคิดไม่ถึงว่าผมจะยังเหลือแรงใช้มหาเวทต้องห้ามระดับนั้นได้ การต่อสู้ครั้งนี้ก็ไม่แน่ว่าจะชนะจริงๆ"
"แต่ยังไงซะก็นับว่าชนะแล้วล่ะ"
"ความรู้สึกตอนมีชีวิตอยู่นี่มันดีจริงๆ!"
หลินฮานยิ้มออกมา แต่ในวินาทีถัดมาเขากลับรู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง ความรู้สึกที่ยากจะบรรยายทำให้เขาเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ราวกับร่างกายกำลังถูกมีดกรีดจากข้างใน!
เกิดอะไรขึ้น!
ในชั่วพริบตา หลินฮานก็ขดตัวสั่นอยู่บนเตียง เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ดวงตาเบิกกว้างราวกับคนที่กำลังจะขาดใจตายได้ทุกเมื่อ!
มันคือกสิ่นอายเลือด!
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในใจของหลินฮาน!
ต้องเป็นกลิ่นอายเลือดแน่นอน!
ตอนที่ต่อสู้กับหนอนกินหัวใจ เพื่อที่จะเอาชนะเขาจึงฝืนดูดซับกลิ่นอายเลือดรอบๆ เข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต สุดท้ายถึงขนาดดูดกลืนมหาเวทต้องห้ามของอีกฝ่ายเข้าไปจนหมด!
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย!
ถึงแม้ตอนนั้นสติสัมปชัญญะของเขาจะไม่ปกติ แต่เขาก็รู้ดีว่าตอนที่ปลดปล่อยอัสนีแปดทิศ เขาได้ใช้พลังจากกลิ่นอายเลือดของหนอนกินหัวใจเข้าช่วย
หากไม่มีพลังจากกลิ่นอายเลือดนั้นคอยประคองไว้ ร่างกายของเขาคงจะระเบิดเป็นจุนไปนานแล้ว!
ดังนั้น ในแง่หนึ่ง พลังจากกลิ่นอายเลือดนั้นแหละที่เป็นตัวช่วยชีวิตเขาเอาไว้!
แต่หมัดสุดท้ายนั้นน่าจะปลดปล่อยพลังกลิ่นอายเลือดออกไปจนเกือบหมดแล้วนี่นา ทำไมตอนนี้ในร่างกายถึงยังเหลืออยู่อีก!
ตอนนี้หลินฮานสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ารอบๆ หัวใจของเขามีกลุ่มพลังงานโอบล้อมเอาไว้ แถมยังบีบคั้นอย่างต่อเนื่องราวกับจะบี้หัวใจของเขาให้แตกคามือ
[จบแล้ว]