- หน้าแรก
- ระบบคูณหมื่นเท่า เปลี่ยนสกิลขยะให้เป็นมหาเวทต้องห้าม
- บทที่ 183 - จางเจียหนาน พ่ายแพ้!
บทที่ 183 - จางเจียหนาน พ่ายแพ้!
บทที่ 183 - จางเจียหนาน พ่ายแพ้!
บทที่ 183 - จางเจียหนาน พ่ายแพ้!
ในขณะที่หลายคนกำลังเถียงกันไม่จบไม่สิ้น รองอธิการบดีก็เอ่ยขึ้น "ตอนนี้พูดไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ทางโน้นใกล้จะรู้ผลแพ้ชนะแล้ว ดูต่อเถอะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น คนอื่นๆ จึงเงียบเสียงลง
......
"เร็วมาก... ทำไมความเร็วของหมอนี่ถึงได้เร็วนรกแตกขนาดนี้!"
จางเจียหนานพยายามหลบหลีกอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเผชิญกับหมัดพายุของหลินฮาน เขาหาจังหวะสวนกลับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองที่เป็นถึงนักรบระดับเพชร จะถูกนักบวชระดับทองคำไล่ต้อนจนมีสภาพดูไม่ได้แบบนี้
"ยังกล้าเหม่ออีก!" หลินฮานฉวยโอกาส หวดลูกเตะเจาะยางเข้าไปเต็มข้อ!
จางเจียหนานตั้งรับไม่ทัน โดนลูกเตะนี้เข้าไปเต็มๆ ร่างทั้งร่างปลิวละลิ่วออกไป พอไร้ชุดเกราะคุ้มกัน ลูกเตะนี้ก็หนักหน่วงราวกับภูเขาพันชั่งกดทับจนเขาแทบหายใจไม่ออก
ในจังหวะที่เขาพยายามจะดีดตัวลุกขึ้น หลินฮานก็โผล่มาที่ด้านข้างอีกครั้ง แล้วกระทืบเท้าลงไปอย่างแรง ร่างที่กำลังจะลอยขึ้นมาถูกกดจมดินกลับลงไปดื้อๆ!
"รุ่นพี่ ยอมแพ้เถอะ คุณไม่มีโอกาสแล้ว" หลินฮานพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ... อ่อนเกินไป จางเจียหนานมีดีแค่พลัง แต่ทักษะการต่อสู้เข้าขั้นแย่
ปฏิกิริยาตอบสนองก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร ในหมู่นักรบระดับเพชร หมอนี่น่าจะอยู่รั้งท้าย ในบรรดาระดับเพชรที่เขาเคยเจอมา หมอนี่อ่อนแอที่สุดแล้ว
แต่เขาก็พอเดาได้ว่าพลังของจางเจียหนานน่าจะมาจากเงินถุงเงินถังของทางบ้าน แค่จ้างยอดฝีมือเลเวลสูงๆ มาช่วยลากเก็บเลเวลก็คงไม่มีปัญหา
แต่มันก็มีข้อจำกัด ถ้าจางเจียหนานไม่พึ่งพาตัวเอง ชาตินี้อาจจะฟลุ๊คไปถึงระดับราชันย์ได้ แต่ไม่มีทางแตะขอบเขตระดับปรมาจารย์ได้ตลอดชีวิต
จางเจียหนานดิ้นรนอยู่บนพื้น ตอนนี้ถูกหลินฮานเหยียบอกไว้จนหายใจแทบไม่ทัน
"ปล่อยกู!"
"หลินฮาน กูคือคุณชายใหญ่ตระกูลจางแห่งเมืองหางอวิ๋นนะโว้ย! ล่วงเกินกูไม่มีผลดีกับมึงหรอก แค่มึงปล่อยกูแล้วยอมแพ้ซะ เรื่องบาดหมางระหว่างเราถือว่าเจ๊ากัน คุณชายอย่างกูใจกว้างพอ ไม่ถือสาหาความมึงหรอก!"
"ขู่ผมเหรอ?" หลินฮานอดขำไม่ได้
สมกับเป็นคุณชายตระกูลจางจริงๆ แม้แต่ในสถานการณ์แบบนี้ยังคิดจะเอาตระกูลมาข่มคนอื่น คนแบบนี้จะมีอนาคตได้ยังไง?
"ต่อให้ขู่แล้วจะทำไม? มึงไม่รู้หรอกว่าอิทธิพลของตระกูลจางในเมืองหางอวิ๋นมันยิ่งใหญ่แค่ไหน มึงก็แค่ชนชั้นแรงงานจากเมืองบ้านนอก ไม่จำเป็นต้องมางัดข้อกับกูหรอก ต่อไปมาเป็นลูกน้องกู รับรองชีวิตมึงสุขสบายแน่!"
"ไม่มีใครให้มึงได้เท่านี้หรอก มีแต่คุณชายอย่างกูเท่านั้นที่ให้ได้!"
จางเจียหนานแอบคาดหวังอยู่ในใจ เรื่องแบบนี้เขาทำมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมทุกครั้ง!
ร้อยทั้งร้อยไม่มีพลาด?!
มีแค่ครั้งเดียวที่พลาด แถมยังโดนซ้อมกลับมาอีก แต่เขาไม่สนหรอก เพราะคนส่วนใหญ่ยังไงก็ไม่กล้าหือกับตระกูลใหญ่อย่างพวกเขา
ยิ่งพวกอย่างหลินฮานที่บ้านจน โชคดีสอบได้ที่หนึ่ง และไม่ยอมจำนนต่อชีวิตธรรมดา คนที่มีความฝันแต่จนเนี่ยแหละ เปลี่ยนใจง่ายที่สุด!
คนพวกนี้โหยหาความสำเร็จมากเกินไป!
พอมีผลประโยชน์มากองอยู่ตรงหน้า รากฐานจิตใจก็สั่นคลอนได้ง่ายๆ!
หลินฮานมองสีหน้าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของจางเจียหนานแล้วก็พูดไม่ออก หมอนี่คิดอะไรอยู่เนี่ย... ดูทำหน้าทำตาตื่นเต้นเชียว
"เป็นไง หลินฮาน แค่ต่อไปมึงตามกู ลาภยศเงินทองมึงได้หมด!" จางเจียหนานพูดอย่างตื่นเต้น สองมือโบกสะบัดไปมา เหมือนกำลังวาดฝันวิมานในอากาศ
ไอ้หมอนี่พูดเองเออเองจนตื่นเต้นไปเองซะงั้น...
"ไอ้จางเจียหนานนี่ มันเห็นหัวพวกเราบ้างไหมเนี่ย?" ผู้อำนวยการเครายาวพูดด้วยความโมโห "กล้าติดสินบนเพื่อนร่วมสถาบันในสถานการณ์แบบนี้ ฉันต้องสั่งสอนมันให้เข็ด"
"เขาคงคิดว่าพวกเราไม่ได้ยินมั้ง" สีหน้าของฉวีเฟิงอวิ๋นก็ดูไม่ค่อยดีนัก เขาเองก็รังเกียจพวกลูกหลานตระกูลใหญ่ที่มีนิสัยวางก้ามใหญ่โตแบบนี้เหมือนกัน
ผอ.ขุยแค่นหัวเราะ "ไอ้เด็กนี่มันไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาจริงๆ คิดว่าอาศัยเงินบริจาคขี้ปะติ๋วของตระกูลจางแต่ละปี แล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจในโรงเรียนได้งั้นเหรอ?"
"เรื่องนี้พวกเราคงจัดการลำบากนะ" ผู้อำนวยการผมยาวแย้ง "ในสถาบันเรามีลูกหลานตระกูลใหญ่ตั้งกี่คนที่กำลังดึงคนเข้าสังกัด เราจะไปไล่จัดการให้หมดคงไม่ไหว อีกอย่างการได้เข้าทำงานกับตระกูลใหญ่หลังเรียนจบมันก็เป็นโอกาสของเด็กพวกนั้นด้วย"
"เฮอะ เข้าตระกูลใหญ่คือโอกาสงั้นเหรอ?" ผอ.ขุยสวนทันควัน "การเข้าร่วมกองทัพต่างหากคือเส้นทางที่แท้จริง! มีฝีมือแต่ไม่คิดจะปกป้องบ้านเมือง คิดแต่จะหาความสุขใส่ตัว คนแบบนี้ไม่คู่ควรมาเรียนที่ฉางชี่ของฉัน!"
ทันใดนั้น ผู้อำนวยการอีกคนที่นั่งข้างผอ.ขุยก็เอ่ยขึ้น "ถ้าหลินฮานตกลง ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายวินัย ฉันจะไล่นักเรียนคนนี้ออกข้อหาจิตใจไม่บริสุทธิ์"
"ผอ.สวี ใจเย็นๆ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า" ผู้อำนวยการผมยาวรีบห้าม "ถึงพฤติกรรมนี้จะดูไม่ดี แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น"
"ใช่ๆ ผอ.สวี เรารู้ว่าคุณเที่ยงธรรม แต่เรื่องนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบนะ"
"อย่าใจร้อนน่า"
"ฉันเห็นด้วย เรื่องนี้จะตัดสินใจปุบปับไม่ได้ การเข้าร่วมตระกูลใหญ่ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งของเด็กๆ ถ้าคุณจะไล่ออกด้วยเหตุผลนี้ คงต้องไล่นักเรียนออกไปค่อนโรงเรียนแล้วมั้ง สถาบันฉางชี่เราจะอยู่ยังไง คิดให้ดีๆ สิ!"
ผอ.สวีกอดอก สายตาคมกริบจ้องมองลงไปที่สนาม เอ่ยเสียงเคร่งขรึม "ไม่ต้องมากล่อมฉัน เมื่อกี้พวกนายยังกังวลเรื่องการจัดสรรทรัพยากรอยู่ไม่ใช่เหรอ? ฉันช่วยแก้ปัญหาให้ไง ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายวินัย ฉันมีอำนาจพอ"
ฉวีเฟิงอวิ๋นรู้ดีว่าหมอนี่เป็นพวกหัวแข็ง ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายวินัย แต่หลินฮานจะมาโดนไล่ออกแบบนี้ไม่ได้
"ท่านรองอธิการบดี ช่วยพูดกับผอ.สวีหน่อยสิครับ หลินฮานเป็นอัจฉริยะ ถ้าเสียเขาไปถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของเราเลยนะ"
รองอธิการบดีทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า "ไม่ต้องรีบ รอดูว่าหลินฮานจะเลือกยังไง ถ้าเขาตอบตกลงจริงๆ สิ่งที่ผู้อำนวยการฝ่ายวินัยพูดก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ การทำเรื่องแบบนั้นในโอกาสสำคัญแบบนี้ ไล่ออกไปก็สมเหตุสมผล"
"ท่านรอง..."
ฉวีเฟิงอวิ๋นอยากจะแย้งต่อ แต่พอเห็นสีหน้าของรองอธิการบดีก็ต้องหุบปากลง เขารู้ว่านี่คือการตัดสินใจที่เด็ดขาดแล้ว
สุดท้ายเขาได้แต่มองไปที่หลินฮาน พลางภาวนาในใจ "หลินฮาน นายอย่าตอบตกลงนะเว้ย ต่อให้เป็นฉันก็ช่วยนายไม่ได้นะงานนี้"
ในสนาม หลินฮานถามด้วยความสนใจ "ถ้าฉันเข้าร่วมตระกูลจาง พวกนายจะให้อะไรฉัน?"
"เงิน! ให้เดือนละสองหมื่น!"
"สองหมื่น?" หลินฮานกระทืบเท้าลงไปหนึ่งที "เงินแค่นี้เอาไปให้ขอทานยังเคืองเลยมั้ง นักสู้ของตระกูลจางได้ค่าตัวแค่นี้เหรอ?"
"งั้นมึงอยากได้เท่าไหร่?"
[จบแล้ว]