เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 - นักฆ่าเงา กับเรื่องบังเอิญ!

บทที่ 39 - นักฆ่าเงา กับเรื่องบังเอิญ!

บทที่ 39 - นักฆ่าเงา กับเรื่องบังเอิญ!


บทที่ 39 - นักฆ่าเงา กับเรื่องบังเอิญ!

"สวัสดี นักบวชแห่งคทาคลาสสอง หลินฮาน"

จู่ๆ หยวนซือก็หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วพูดว่า "ฉันไม่คิดเลยว่าคู่ต่อสู้ในรอบชิงชนะเลิศของฉันจะเป็นแค่นักบวช ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป ฉันหยวนซือคงโดนคนหัวเราะเยาะไปอีกนาน"

"ดูท่าเมืองฮุยเยว่จะสิ้นไร้ไม้ตอกแล้วจริงๆ ถึงปล่อยให้อาชีพนักบวชหลุดเข้ามาถึงรอบสุดท้ายได้"

หลินฮานยิ้มมุมปาก "นักบวชแล้วมันทำไม? หรือนักฆ่าอย่างนายวิเศษวิโสมาจากไหน?"

"นักฆ่าเหรอ? ฉันไม่ได้บอกว่าตัวเองวิเศษวิโสนะ" หยวนซือเย้ยหยัน "เพียงแต่อาชีพนักบวชน่ะ มันเป็นชนชั้นล่างสุดของโลกใบนี้"

"ไม่รู้หรอกนะว่านายใช้วิธีไหนถึงเปลี่ยนเป็นคลาสสองได้ แต่ต่อให้นายมีเบื้องหลังยิ่งใหญ่แค่ไหน สำหรับนักบวชแล้ว คลาสสองก็คงเป็นขีดจำกัดของนายแล้วล่ะ"

"ฉันยอมรับนะว่าแรงนายเยอะ แต่นั่นก็เพราะคู่ต่อสู้ที่ผ่านมามันกระจอกเกินไปต่างหาก"

"ถ้าฉันเจอนายตั้งแต่รอบแรก นายคงไม่มีโอกาสได้เดินมาถึงตรงนี้หรอก"

หยวนซือรัวคำพูดใส่เหมือนเครื่องจักรสังหารทางวาจา ไม่เปิดโอกาสให้หลินฮานได้อ้าปากเถียง เปิดมาก็ดึงค่าความเกลียดชังเต็มพิกัด

เขาดูถูกอาชีพของหลินฮานจากใจจริง

"น่าขายหน้าชะมัด คิดไว้ว่ารอบชิงอาจจะเจออาชีพอะไรก็ได้ ขอแค่เป็นสายต่อสู้หลักฉันก็รับได้หมด แต่ทำไมต้องมาเจอนักบวชด้วยเนี่ย?"

"นี่คงเป็นการแข่งที่น่าเบื่อที่สุดในวันนี้ของฉันเลย"

มาถึงตรงนี้ หลินฮานก็คร้านจะเสวนากับมันแล้ว ส่วนกรรมการที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มจะทนดูไม่ได้ พูดเตือนว่า "หยวนซือ พอได้แล้ว คนดูตั้งเยอะแยะ รักษาภาพลักษณ์ตัวเองหน่อย"

หยวนซือทำท่าไม่ยี่หระ "โลกนี้ผู้อ่อนแอต้องเคารพผู้แข็งแกร่ง ถ้าอ่อนแอก็สมควรโดนดูถูก ไม่งั้นจะแสดงให้เห็นถึงความน่าเกรงขามของผู้แข็งแกร่งอย่างเราได้ยังไง?"

"หยวนซือ ที่นี่ไม่ใช่เวทีปราศรัยของนายนะ!"

กรรมการเริ่มมีน้ำโห

แม้เขาจะไม่ค่อยอยากยุ่งกับหลินฮาน แต่ตลอดทั้งวันที่ผ่านมาเขาก็เริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้หลินฮานบ้าง อย่างน้อยหลินฮานก็ไม่เคยดูถูกใคร

ต่างกับเจ้าหยวนซือคนนี้ พอเจอคนที่อ่อนแอกว่าก็เหยียบย่ำอย่างไร้ความปรานี ไม่เห็นหัวใคร

แถมทุกครั้งที่ชนะคู่ต่อสู้ ก็ยังชอบพูดจาถากถางซ้ำเติม

ในสายตาของกรรมการ นี่เป็นนิสัยที่น่ารังเกียจมาก

หยวนซือยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ อย่างน้อยเขาก็ไม่โง่พอที่จะไปงัดข้อกับกรรมการ

ขืนโดนปรับแพ้เพราะเรื่องแค่นี้ คงได้กินข้าวแดงแกงร้อนไปอีกนาน

"ก็ได้ๆ กรรมการ ประกาศเริ่มแข่งสักทีเถอะ ผมชักจะอดใจรอสั่งสอนเจ้านักบวชนี่ไม่ไหวแล้ว"

หยวนซือพูดด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย ความเย้ยหยันฉายชัดบนใบหน้า

ตอนนี้กรรมการชักอยากจะให้หลินฮานลงมือหนักๆ สั่งสอนไอ้เด็กไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนนี้แทนเขาบ้างแล้ว

"เริ่มได้!"

สิ้นเสียงคำรามของกรรมการ การสอบคัดเลือกรอบชิงชนะเลิศก็เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ

"หลินฮาน วางใจเถอะ ฉันจะค่อยๆ เล่นกับนาย ให้ถนายรู้ซึ้งถึงแก่นกระดูกเลยว่า ช่องว่างระหว่างนายกับผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงอย่างพวกเรามันห่างชั้นกันแค่ไหน"

"ไม่ต้องห่วง ฉันไม่รีบเขี่ยนายตกรอบหรอก"

พูดจบ หยวนซือก็เริ่มร่ายเวททันที

"ความขัดแย้งที่ไร้เหตุผล ความมืดมิดนับสามพัน"

"มองทะลุจุดจบแห่งรุ่งอรุณ ทิ่มแทงจุดอ่อนแห่งความมืด"

"ข้าแต่เทพแห่งการลอบสังหาร ข้าคือสาวกผู้ภักดีของท่าน โปรดประทานความสามารถในการท่องไปในรัตติกาล โปรดประทานพลังที่ทิ่มแทงรุ่งอรุณแก่ข้าด้วยเถิด"

ทันใดนั้น หยวนซือก็หายวับไปจากที่เดิม วินาทีต่อมาเขาก็โผล่มาที่ด้านหลังของหลินฮาน

มีดสั้นถูกชักออกจากเอว แทงสวนขึ้นไปที่ต้นขาด้านในของหลินฮาน

ถ้าจะปั่นหัวใครสักคน สิ่งแรกที่ต้องทำคือตัดกำลังขา เพราะมีแต่หนอนที่คลานกับพื้นเท่านั้นที่จะนอนรอให้เขาเหยียบย่ำได้อย่างเชื่อฟัง

แต่ในจังหวะที่เขาคิดว่าทำสำเร็จ หลินฮานกลับยกขาขึ้น มีดสั้นจึงวาดผ่านอากาศธาตุไปอย่างน่าเสียดาย

"รู้ตัวงั้นเหรอ?"

หยวนซือแปลกใจเล็กน้อย ตามหลักแล้วด้วยความเร็วระดับนี้ อีกฝ่ายไม่น่าจะตอบสนองทัน

แม้แต่อาชีพสายต่อสู้เลเวลสิบกว่าบางคนยังตอบสนองไม่ทันเลยด้วยซ้ำ

ทำได้แค่นอนรอความตาย

จะให้เขาเชื่อว่าหลินฮานมองทิศทางของเขาออก เขาทำใจเชื่อไม่ลงเด็ดขาด

เรื่องบังเอิญ!

ต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่ๆ!

คงบังเอิญเห็นตอนเขาหายตัวไป เลยขยับตัวลองเชิงดูเฉยๆ ว่าเขาอยู่ไหน!

ต้องเป็นแบบนั้นแน่!

หยวนซือพยายามปลอบใจตัวเองในใจ จากนั้นก็พุ่งตัวแวบหายไปอีกครั้ง โผล่มาที่อีกด้านของหลินฮาน แต่คราวนี้หลินฮานยังคงยืนนิ่งมองไปข้างหน้า ราวกับเป็นหุ่นไม้

แต่ในความเป็นจริง ตอนนี้หลินฮานเปิดใช้งานเนตรสวรรค์แล้ว ทุกอิริยาบถของหยวนซือปรากฏชัดเจนในสมองของเขา

เขาไม่สนใจเลยว่าหยวนซือจะทำอะไร

สำหรับเขาแล้ว นี่ก็แค่เด็กมีปัญหาที่ยังไม่โตเท่านั้นเอง

หยวนซือฟันฉับลงมา หลินฮานเพียงแค่ยกขาขึ้น ก็สลายการโจมตีนั้นไปได้อย่างง่ายดาย

"เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"

หยวนซือพุ่งตัวถอยฉากออกไป แววตาเริ่มฉายความตกตะลึง

การโจมตีสองครั้งเมื่อกี้เขามั่นใจมากว่าเฉียบคมและรวดเร็ว ต่อให้สู้กันซึ่งหน้าก็ยากที่จะหลบพ้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเขาโจมตีจากด้านหลัง

แถมหลินฮานยังไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำ มันเป็นเรื่องที่ผิดหลักการสุดๆ

หลินฮานหัวเราะเบาๆ "ทำไม? คิดว่าฉันไม่มีปัญญาหลบงั้นสิ?"

สีหน้าของหยวนซือเริ่มเคร่งเครียด นักบวชคนนี้ให้ความรู้สึกที่ไม่ดีเอาเสียเลย ต่างจากคนอื่นที่เขาเคยเจอมาอย่างสิ้นเชิง

"ไม่ใช่วิธีการของนายมีปัญหาหรอก" หลินฮานพูดเสียงเรียบ "เพียงแต่ทุกอย่างที่นายทำฉันเดาทางได้หมดแล้ว ในสายตาฉัน นายก็เหมือนเด็กที่ยืนแก้ผ้าอยู่ตรงหน้าฉันนั่นแหละ"

"จินตนาการของนายไม่มีความลับสำหรับฉันอีกต่อไป"

"จะพูดให้ถูกก็คือ ทุกการกระทำของนาย ไม่มีทางรอดพ้นสายตาฉันไปได้"

หยวนซือตวาดลั่น "อย่าคิดว่าฟลุ๊คหลบการโจมตีของฉันได้แค่สองครั้งแล้วจะมาเทศนาฉันได้ สำหรับฉัน นายยังไม่มีค่าพอ"

"นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ถึงกล้าบอกว่ามองลูกไม้ของฉันออกหมด"

"แค่นักบวช อาชีพสายฮีล ยังกล้าปากดีขนาดนี้"

หลินฮานผายมือยักไหล่

"ถ้านายไม่เชื่อ ก็ลองดูต่อสิ ดูซิว่านายจะทำอะไรฉันได้ไหม ด้วยความเร็วขั้นเทพและความเด็ดขาดที่นายภูมิใจหนักหนานั่นน่ะ"

หยวนซือโมโหจัด "งั้นนายก็ระวังตัวไว้ให้ดี เดี๋ยวอย่ามาร้องขอชีวิตใต้คมมีดของฉันก็แล้วกัน"

สิ้นเสียง หยวนซือก็หายตัวไปอีกครั้ง คราวนี้เขาเร่งความเร็วไปจนถึงขีดสุด

หลินฮานแกล้งทำเป็นมองซ้ายมองขวา แต่ในหัวของเขา ภาพการเคลื่อนไหวของหยวนซือมันตลกเหมือนเด็กวิ่งเล่นไม่มีผิด!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 39 - นักฆ่าเงา กับเรื่องบังเอิญ!

คัดลอกลิงก์แล้ว