เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 190 - แผนการของปราชญ์ไจ๋

บทที่ 190 - แผนการของปราชญ์ไจ๋

บทที่ 190 - แผนการของปราชญ์ไจ๋


บทที่ 190 - แผนการของปราชญ์ไจ๋

ยาทะลวงขอบเขต ถือเป็นรางวัลปกติของมหาประลองทุกปี

แม้จะเกิดเรื่องราวเช่นนี้ขึ้น ต้าหม่างก็ไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลง

เห็นได้ชัดว่าสำหรับต้าหม่างแล้ว ของสิ่งนี้ไม่ได้นับเป็นของล้ำค่าอะไรมากนัก

เพียงแต่แคว้นอื่นๆ ไม่มีหนทางที่จะได้ยาชนิดนี้มาครอบครองเท่านั้น

แต่สำหรับโจวหยวนแล้ว ยาทะลวงขอบเขตแม้จะดี

แต่ก็แค่ดีเท่านั้น

เพราะในระบบของเขา ก็สามารถผลิตยาชนิดนี้ได้เช่นกัน

เมื่อได้รับยาทะลวงขอบเขต โจวหยวนก็แสดงความขอบคุณตามมารยาท แล้วเก็บยาไว้

แม้จะไม่ใช่ของล้ำค่าพิเศษอะไร

แต่ก็มีประโยชน์อยู่บ้าง

เพียงแต่สำหรับโจวหยวนในตอนนี้ ยาเม็ดนี้ ไม่มีที่ให้ใช้ประโยชน์

ยอดคนต้าเฉียน ย่อมไม่ใช้ยาพวกนี้ในการทะลวงระดับ

การใช้ยาทะลวงระดับแม้จะเป็นทางลัด

แต่ย่อมมีข้อเสีย

ไม่มีการขัดเกลาผ่านการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย รวมทั้งกากยาที่ตกค้าง

ล้วนอาจทำให้พลังของผู้ใช้ ด้อยกว่าคนในระดับเดียวกัน

เห็นได้ชัดว่า ทุกคนที่มาต้าหม่างในครั้งนี้ ล้วนก้าวเข้าสู่ระดับสี่กันหมดแล้ว

ส่วนคนที่ไม่ได้มา ก็ย่อมไม่พอใจที่จะใช้ยาในการทะลวงระดับ

ดังนั้นประโยชน์ของยาเม็ดนี้จึงจำกัดมาก

ทำได้แค่ให้ขุนพลพื้นเมืองใต้บังคับบัญชาใช้เท่านั้น

แต่ว่า...

โจวหยวนถอนหายใจ

ต้าเฉียน เป็นแค่แคว้นเล็กเท่าแมวดิ้นตายจริงๆ

ต่อให้นับรวมต้าลี่และต้าหยวน สองดินแดนที่เขาผนวกมานานแล้ว ก็ยังไม่มียอดคนปรากฏขึ้นแม้แต่คนเดียว

ไม่ต้องพูดถึงยอดคนระดับสาม ที่จะสามารถใช้ประสิทธิภาพของยาได้สูงสุด

แต่ตัวเขาเอง แม้จะไม่ใช่ยอดคนระดับสาม

แต่อีกไม่นานก็น่าจะเลื่อนระดับขึ้นไปได้

ก็นับว่าไม่เลว

โจวหยวนเก็บยาเข้าอกเสื้อ แล้วกล่าวกับฮ่องเต้ต้าหม่างว่า

"ท่านเจ้าแคว้นศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้การประลองสามสิบสองแคว้นจบลงแล้ว พวกเราเหล่าประมุขแคว้น ไม่มีโอกาสได้ท่องเที่ยวในเมืองหลวงต้าหม่าง

ในใจรู้สึกเสียดายยิ่งนัก

ไม่ทราบว่าจะอนุญาตให้ข้าราชบริพารทูลลา เพื่อไปท่องเที่ยวในต้าหม่างสักหน่อยได้หรือไม่"

โจวหยวนอยากชิ่งแล้ว

กองทัพอยู่นอกเมือง ขอแค่เขาออกจากที่นี่ไปได้ นั่นคือโอกาสหนีที่ดีที่สุด

แต่น่าเสียดาย ฮ่องเต้ต้าหม่างย่อมไม่ยอมให้เขาจากไปง่ายๆ เช่นนั้น

"เราเข้าใจ ฮ่องเต้ต้าเฉียน ภารกิจในแคว้นรัดตัว ไม่อาจพำนักในต้าหม่างได้นาน

แต่พักอยู่สักไม่กี่วัน ก็น่าจะยังพอได้อยู่

วันนี้ต้าเฉียนเป็นถึงผู้ชนะเลิศในมหาประลองสามสิบสองแคว้น จะจากไปเช่นนี้ได้อย่างไร

มิสู้หลังงานเลี้ยงใหญ่ ค่อยจากไปก็ยังไม่สาย"

ได้ยินดังนั้น โจวหยวนก็หมดความคิดที่จะจากไปก่อน

ไปไม่ได้ก็คือไปไม่ได้

ปราชญ์ไจ๋รีบจากไปขนาดนั้น เห็นได้ชัดว่าสุขภาพร่างกายไม่ค่อยดี

ขอเพียงปราชญ์ไจ๋ไม่ลงมือ ด้วยพลังของต้าเฉียน ก็ไม่กลัวความเคลื่อนไหวของกองทัพต้าหม่างอื่นๆ

ถึงอย่างไรสามสิบเอ็ดแคว้นก็อยู่ที่นี่

แม้ระหว่างทางกลับอาจจะมีปัญหาบ้าง

แต่นั่นเป็นเรื่องในอีกนานหลังจากนี้

และในสายตาโจวหยวน ต้าเฉียนตอนนี้ปลอดภัยอย่างยิ่ง

เหตุผลง่ายมาก ต้าหม่างเดิมพันไม่ไหว

ต้าหม่างในตอนนี้ ได้ก้าวขาข้างหนึ่งลงเหวแล้ว

การตัดสินใจใดๆ ก็ตาม อาจนำมาซึ่งการล่มสลายของต้าหม่าง

การไล่ล่ากองทัพต้าเฉียนโดยพลการ ย่อมเป็นหนึ่งในกาตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

เดิมทีแคว้นอื่นๆ เพราะภัยคุกคามจากจิ่วหลี แม้จะตีตัวออกห่างจากต้าหม่าง แต่ในเวลาอันสั้นความขัดแย้งเหล่านี้ย่อมไม่ปะทุออกมา

แต่ถ้าต้าหม่างเป็นฝ่ายเริ่มลงมือกับแคว้นบริวาร นั่นก็เป็นคนละเรื่องกันเลย

ฉินซูเป่าและคนอื่นๆ กลับมาถึงบนแท่นประลองแล้ว

บนแท่นประลองอันกว้างใหญ่ ทุกคนจากสามสิบเอ็ดแคว้น ต่างมองมาที่ทั้งสี่คน

ในแววตาของทุกคน เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความอิจฉาริษยา

ผลงานของทั้งสี่คนก่อนหน้านี้ ได้พิชิตทุกคนที่นี่แล้ว

ผ่านการแสดงออกก่อนหน้านี้ของพวกเขา สามารถมองออกได้อย่างชัดเจนว่า ศักยภาพของทั้งสี่คนนี้เป็นอย่างไร

ปัจจุบัน ได้ก้าวเข้าสู่ระดับสี่แล้ว

เกรงว่าต่อให้จะก้าวสู่ระดับเจ็ด ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับแคว้นส่วนใหญ่ที่นี่ ขุนพลที่สามารถไปถึงระดับสี่ได้ ก็เพียงพอที่จะเป็นเป้าหมายให้พวกเขาอิจฉาแล้ว

แต่ต้าเฉียน แคว้นเล็กๆ

กลับมีถึงสี่คน!

ไม่สิ ถ้านับรวมลิโป้และไป๋ฉีเข้าไปด้วย ก็ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่

สองยอดคนพลังระดับขั้นสาม

แม้แต่สามแคว้นชิวอวิ๋น ก็อาจจะเรียกได้ว่าน้ำลายสอ

"ข้าพระองค์ไม่ทำให้ผิดหวัง คว้าตำแหน่งผู้ชนะเลิศมาได้!"

ทั้งสี่คนยืนอยู่เบื้องหน้าโจวหยวน จากนั้นคุกเข่าลงข้างหนึ่ง แสดงท่าทีของตน

แม้พวกเขาจะเป็นที่จับตามองขนาดไหน

แต่โอรสสวรรค์เบื้องหน้า คือผู้ที่พวกเขาจงรักภักดี

"ฮ่องเต้ต้าเฉียน มีดีอะไรกัน..."

ประมุขแคว้นชิวอวิ๋นเอ่ยอย่างเปรี้ยวปาก

เขาอิจฉาจริงๆ

เป็นถึงยอดคน จะไม่มีความหยิ่งทะนงได้อย่างไร

แม้แต่ในแคว้นชิวอวิ๋นของพวกเขา

แต่ไหนแต่ไรเมื่อก้าวสู่ระดับสี่ สถานะในแคว้นก็จะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

แม้แต่เขาที่เป็นประมุขแคว้น ยามเผชิญหน้ากับยอดคนระดับสี่ วาจาที่ใช้ก็มักจะเป็นเชิงปรึกษาหารือ

นี่คือการให้เกียรติที่จำเป็น

เพราะพลังระดับนี้ ไม่ว่าจะอยู่ที่แคว้นไหน ก็เพียงพอจะปกครองดินแดนฝ่ายหนึ่ง

และต่อยอดคนระดับขั้นสามอย่างแม่ทัพเสินอู่ เขาถึงกับรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าหน่อยๆ ด้วยซ้ำ

แต่ที่ต้าเฉียน กลับไม่มีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเลย

อย่าว่าแต่ยอดคนระดับสี่เหล่านี้ แม้แต่ขุนพลไร้เทียมทานอย่างลิโป้ ไป๋ฉี ยามเผชิญหน้ากับประมุขของตน แววตาที่แสดงออกมาล้วนมีความเคารพอย่างที่สุด

คนที่ใจเปรี้ยวไม่ได้มีแค่ประมุขแคว้นชิวอวิ๋นคนเดียว

แม้แต่ฮ่องเต้ต้าหม่าง เห็นภาพนี้ ในใจก็ตกตะลึง

โอรสสวรรค์ต้าเฉียน มีดีอะไรกันแน่!

"ทุกท่านลุกขึ้นเถิด"

โจวหยวนยิ้ม

ได้ยินดังนั้น ทั้งสี่คนจึงลุกขึ้นยืน

บนใบหน้าทั้งสี่ ต่างประดับด้วยรอยยิ้มที่เก็บไม่อยู่

การมาต้าหม่างครั้งนี้ กำไรมหาศาลจริงๆ

เดิมทีพลังของพวกเขา แค่ระดับสองเท่านั้น

โดยเฉพาะฮั่วชวี่ปิ้ง ถึงกับยังไม่ก้าวข้ามธรณีประตูยอดคนด้วยซ้ำ

แต่ผ่านไปศึกเดียว พวกเขาทั้งหมดกลายเป็นยอดคนระดับสี่แล้ว

เทียบกับเมื่อก่อนเรียกได้ว่าราวฟ้ากับเหว

ทันใดนั้น

กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัว ก็พุ่งทะยานมาจากที่ไกล

ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง ผู้มาเยือน คืออ๋องอันเสินแห่งต้าหม่าง

บนร่างอ๋องอันเสิน ยังคงห่อหุ้มด้วยเลือดลมเข้มข้น

พร้อมกันนั้นในแววตาของเขา แฝงไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างไม่ปิดบัง

ต้าหม่างแพ้แล้ว!

เขาคิดไม่ถึงเลยว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้

หากไม่ใช่เพราะเขาต้องดูดซับเลือดลมที่ตกค้าง เพื่อรักษาสภาพพลังของตนเอง ป่านนี้คงบุกเข้าไปในลานประลอง ฆ่าไอ้พวกโจรที่ทำลายแผนการของเขาไปนานแล้ว

แม้แต่ตอนนี้ เขาก็ยังไม่อาจระงับโทสะในใจได้

ความแตกต่างกับสิ่งที่จินตนาการไว้มันมากเกินไป

"ฝ่าบาท!"

อ๋องอันเสินคารวะฮ่องเต้ต้าหม่างก่อน จากนั้นก็มองไปยังคนของต้าเฉียน

"คือพวกเจ้า ที่ช่วงชิงตำแหน่งผู้ชนะเลิศไป?"

เวลานี้ จิตสังหารในแววตาของอ๋องอันเสินแทบไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย

"บังอาจ!"

ลิโป้และไป๋ฉี ก้าวออกมาขวางทันที

ทั้งสองระเบิดพลังถึงขีดสุด

จ้องเขม็งไปที่อ๋องอันเสิน

ขอเพียงอ๋องอันเสินมีความเคลื่อนไหวใดๆ พวกเขาจะลงมืออย่างไม่ลังเล

สายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารของอ๋องอันเสิน ทำให้พวกเขาเกิดความกังวลต่อความปลอดภัยของโจวหยวน

นี่คือเรื่องที่พวกเขาไม่อาจยอมรับได้เด็ดขาด

อ๋องอันเสินมองไป๋ฉี สายตาแฝงความหวาดระแวง

เขาเอ่ยเสียงเย็นเยียบว่า

"ตัวข้าท่านอ๋องมาที่นี่ เพียงเพื่อแสดงความยินดีกับต้าเฉียนเท่านั้น

พวกเจ้าทำอะไรกัน"

พูดจบ เขาก็ละสายตากลับไป ไม่พูดอะไรต่อ

ประมุขแคว้นต้าโรเห็นภาพนี้ ดึงหนวดตัวเองเจ็บจี๊ด

"จัดการยากแฮะ"

เขาถอนหายใจ

ครั้งนี้ ต้าโรเป็นหนี้บุญคุณต้าเฉียน

แม้ทั้งสองฝ่ายจะถือว่าเป็นพันธมิตรกัน แต่ถ้าไม่มีต้าเฉียน ต้าโรต้องถูกกวาดล้างหมดสิ้นแน่นอน

แต่ต้าเฉียนไม่มีต้าโร ก็ใช่ว่าจะยืนหยัดเป็นคนสุดท้ายไม่ได้

เพียงแต่ตอนนี้ ต้าเฉียนล่วงเกินต้าหม่างหนักมาก ไม่รู้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไร

ฉิวเยว่ชิงเอ่ยขึ้นกะทันหัน น้ำเสียงนุ่มนวลกล่าวกับประมุขแคว้นต้าโรว่า

"ฝ่าบาท เรื่องนี้พวกเราไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่ง รอดูต้าเฉียน ว่าจะจากไปได้อย่างราบรื่นหรือไม่เถิด"

ไม่ใช่เขาเนรคุณ

แต่เรื่องนี้ มันเกินขีดจำกัดที่ต้าโรจะรับไหว

ประมุขแคว้นต้าโรลังเลครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า

"แต่ความร่วมมือที่ควรมี ข้าคงจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้"

ฉิวเยว่ชิงไม่ได้คัดค้าน

เรื่องราวมันเป็นเหตุเป็นผลเช่นนี้จริงๆ

จากนั้น งานเลี้ยงใหญ่ก็เริ่มขึ้น

ประมุขสามแคว้นชิวอวิ๋น จากความหดหู่ในตอนแรก ก็เปลี่ยนเป็นความยินดีในภายหลัง

มหาประลองครั้งนี้ แม้พวกเขาจะไม่ได้ผลประโยชน์ และยังมีความสูญเสียอยู่บ้าง

แต่โดยรวมแล้ว งานชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ สำหรับพวกเขาคือผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ในอดีต ต้าหม่างคือภูเขาใหญ่ที่กดทับอยู่บนหัวพวกเขา กดจนพวกเขาหายใจไม่ออก

แต่เพราะการมีอยู่ของต้าเฉียน ภูเขาลูกนี้ ในที่สุดก็ถูกพวกเขาเจาะเป็นรูได้สำเร็จ

งานเลี้ยงเลิกรา ประมุขแคว้นต่างๆ แยกย้าย

มองดูท้องพระโรงที่ว่างเปล่า ใบหน้าของฮ่องเต้ต้าหม่าง ในที่สุดก็กลับมามืดมนอีกครั้ง

เพล้ง

เสียงแตกดังกรุ๊งกริ๊ง

ถ้วยกระเบื้องแตกกระจายเกลื่อนพื้น

"ต้า~เฉียน!

สักวันหนึ่ง เราต้องทำลายพวกเจ้าให้สิ้น!"

เขาคำราม

ถ้าไม่ใช่ต้าเฉียน ต้าหม่างของเขา จะเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

"อ๋องอันเสิน เราต้องการให้เจ้าสังหารฮ่องเต้ต้าเฉียน ก่อนที่มันจะกลับถึงต้าเฉียน!"

"พะย่ะค่ะ"

หลังฉากกั้น อ๋องอันเสินเดินออกมา

ตอนนี้ สีหน้าของอ๋องอันเสินกลับมาสงบนิ่งแล้ว

เขาคืออ๋องอันเสินแห่งต้าหม่าง และเป็นเทพสงครามแห่งต้าหม่าง

เคยผ่านการฆ่าฟันมานับไม่ถ้วน ถึงจะมีพลังและสถานะในวันนี้

วิถีของตนถูกทำลาย เขาฟิวส์ขาดทันที กองทัพต้าหม่างไม่ได้ชัยชนะครั้งสุดท้ายอย่างที่จินตนาการไว้ ยิ่งทำให้เขาไม่อาจสมบูรณ์แบบ

สิ่งนี้ทำให้ความโกรธของเขา ไร้ที่ระบาย

แต่ตอนนี้ผ่านไปนานขนาดนี้ เขาจัดการอารมณ์ตัวเองเรียบร้อยแล้ว กลับมาเป็นเทพสงครามต้าหม่าง อ๋องอันเสินผู้เย็นชาและน่าเกรงขามคนเดิม

"ตัวข้าท่านอ๋อง ก็รอไม่ไหวแล้วเช่นกัน"

ฮ่องเต้ต้าหม่างแสยะยิ้ม

เขามองไปที่ยอดโดม

ที่นั่น มีเทพองค์หนึ่ง สยบมังกรแท้จริงมากมาย

"เป็นถึงโอรสสวรรค์ ก็ควรรู้ว่า ใครคือฟ้า!"

ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนา เสียงถอนหายใจแผ่วเบาก็ปรากฏขึ้น

ปราชญ์ไจ๋ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าทั้งสองจากความว่างเปล่า

ในแววตาอ๋องอันเสินฉายแววตกตะลึง

เขาทะลวงขีดจำกัดระดับเก้าแล้ว ทำไมยังมองไม่เห็นว่าปราชญ์ไจ๋มาที่นี่ได้อย่างไร

ปราชญ์ไจ๋เอ่ยว่า

"ฝ่าบาท ข้ามีคำขอที่อาจจะมากเกินไปสักหน่อย"

"ปราชญ์ไจ๋เชิญว่า" ฮ่องเต้ต้าหม่างเอ่ย

ปราชญ์ไจ๋พูดต่อ "ข้าขอฝ่าบาท อย่าเพิ่งลงมือกับต้าเฉียน"

ได้ยินคำนี้ ฮ่องเต้ต้าหม่างเบิกตากว้าง

"ปราชญ์ไจ๋ ท่านหมายความว่าอย่างไร"

สีหน้าของเขากลับมาดูย่ำแย่อีกครั้ง

แม้อ๋องอันเสิน ก็ยังขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าปราชญ์ไจ๋คิดอะไรอยู่

"ฝ่าบาทไม่แปลกใจหรือ

ต้าเฉียน ให้กำเนิดยอดคนมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร

สายลับของฝ่าบาท ส่งข่าวกลับมาแล้วว่า ต้าเฉียนไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับแคว้นเจ้าเหนือหัวอื่นๆ

อีกอย่าง ยอดคนอย่างไป๋ฉี ลิโป้ ไม่ว่าจะอยู่แคว้นเจ้าเหนือหัวแคว้นไหน ก็ล้วนเป็นเสาหลักค้ำจุนแคว้น จะส่งออกไปข้างนอกได้อย่างไร

ดังนั้นยอดคนเหล่านี้ ล้วนเป็นต้าเฉียนเพาะบ่มขึ้นมาเอง

แต่ ต้าเฉียนมีความสามารถอะไร

ถึงเพาะบ่มยอดคนระดับนี้ออกมาได้มากมาย..."

ฮ่องเต้ต้าหม่างมองปราชญ์ไจ๋

"ความหมายของท่านคือ..."

"ต้าเฉียน ต้องมีความลับบางอย่างแน่นอน"

ปราชญ์ไจ๋เอ่ย

"ความลับที่ทำให้แคว้นเล็กเท่าแมวดิ้นตายมีเก้าผู้ยิ่งใหญ่เดินออกมาได้ ข้า ก็อยากเห็นเหมือนกัน..."

อีกด้านหนึ่ง โจวหยวนนำทุกคน กลับมาถึงค่าย

คนที่มากับเขา ยังมีประมุขแคว้นต้าโร

ทั้งสองนั่งลงในฐานะเจ้าบ้านและแขก

บนใบหน้าโจวหยวนประดับด้วยความขี้เล่น

"ประมุขต้าโรมาหาเวลานี้ ไม่กลัวท่านเจ้าแคว้นศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้นจะระแวงหรือ"

ประมุขแคว้นต้าโรไม่ได้แสดงท่าทีผิดปกติอะไรกับสีหน้าของโจวหยวน

เขาเพียงแค่หัวเราะหึๆ แล้วกล่าวว่า

"ต้าโรของข้า เกรงว่าจะถูกประทับตราว่าเป็นพวกเดียวกับต้าเฉียนไปนานแล้ว

ไม่กลัวท่านหัวเราะเยาะ ตาแก่อย่างข้าครึ่งตัวก็ลงโลงไปแล้ว ยังมีอะไรต้องกลัวอีก

อย่างมากก็แค่ใช้หัวนี้ ดับไฟโกรธของท่านเจ้าแคว้นศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้น

แต่ความร่วมมือที่ตกลงไว้กับต้าเฉียน ตาแก่อย่างข้ากลับลืมไม่ได้

เพราะเรื่องนี้ แม้จะเสี่ยงไปหน่อย แต่สำหรับต้าโรของข้า มันสำคัญเกินไป"

ประมุขแคว้นต้าโรพูดอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่มีเจตนาปิดบังแม้แต่น้อย

และไม่ได้เล่นบทดราม่าเรียกคะแนนสงสารอะไร

ทั้งสองฝ่ายรู้ดีว่า นั่นไม่มีความหมาย

ประมุขแคว้นต้าโรชั่งใจครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า

"ก่อนหน้านี้ ต้าโรของข้ากับต้าเฉียนตกลงกันว่า สองฝ่ายเราเป็นพันธมิตรกัน ต้าโรจะส่งบัณฑิตจำนวนหนึ่ง ไปยังแคว้นต้าเฉียน

ที่ตกลงกันไว้คือหนึ่งหมื่นคน ตอนนี้ ตาแก่อย่างข้าอยากจะขอแก้สักหน่อย

ตัวเลขนี้ เปลี่ยนเป็นหนึ่งแสนคนเถอะ"

ดวงตาโจวหยวนเป็นประกาย

"ท่านประมุขตัดใจได้จริงหรือ"

นี่ไม่ใช่คนธรรมดาที่เอาไว้หลอกใช้งาน แต่เป็นบัณฑิตที่มีความรู้จริงๆ

ต่อให้เป็นต้าโร หนึ่งแสนคนเกรงว่าจะไม่ใช่จำนวนน้อยๆ

และสำหรับต้าเฉียน นี่คือทรัพยากรที่สำคัญที่สุด

ประมุขแคว้นต้าโร เผยสีหน้าเจ็บปวดเสียดายออกมา

"ไม่ตัดใจ แต่การลงทุน ก็ต้องทุ่มทุนสร้างกันหน่อย"

พูดพลาง ประมุขแคว้นต้าโรก็เอ่ยถามว่า

"ไม่ทราบว่าต้าเฉียน มีแผนจะจากไปเมื่อไหร่ และจะไปอย่างไร"

โจวหยวนยิ้ม

"ย่อมต้องไปพร้อมกับแคว้นอื่นๆ หากต้าหม่างรอไม่ไหว ก็คงต้องสู้กันสักตั้ง"

โจวหยวนยิ้มอย่างเรียบเฉย

ขอแค่ไปจากต้าหม่าง เขาก็มีความมั่นใจเพียงพอ

เพราะไม่มีใครรู้ว่า ไพ่ในมือเขา ไม่ได้มีแค่ที่เห็นตรงหน้า

ตอนนี้แต้มบารมีจักรพรรดิสะสมของเขา เกินหนึ่งแสนอีกครั้งแล้ว

ดังนั้นอัญเชิญกองทัพดีๆ สักกอง

หากต้าหม่างบุกมาจริง

ด้วยการประเมินต้าเฉียนที่ผิดพลาดของต้าหม่าง เขาจะกลัวไปไย

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 190 - แผนการของปราชญ์ไจ๋

คัดลอกลิงก์แล้ว