เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 - แม่ทัพอวี่เหวินเว่ย อยู่ที่ไหนหรือ

บทที่ 46 - แม่ทัพอวี่เหวินเว่ย อยู่ที่ไหนหรือ

บทที่ 46 - แม่ทัพอวี่เหวินเว่ย อยู่ที่ไหนหรือ


บทที่ 46 - แม่ทัพอวี่เหวินเว่ย อยู่ที่ไหนหรือ

สองพ่อลูกตระกูลอวี่เหวินสนทนากันยามวิกาล ทั้งสองต่างมองเห็นภาพอนาคตที่ตนจะได้นั่งบนบัลลังก์มังกร

ส่วนภายในวังหลวง โจวหยวนขมวดคิ้วมุ่น

"ยังไม่กลับมาอีกรึ"

เบื้องหน้าเขา องครักษ์เงากำลังรายงายผล

เนื่องจากเขาได้สุ่มองครักษ์เงามาเพิ่มอีกสิบคน ทำให้กำลังคนในมือมีเหลือเฟือ ดังนั้นองครักษ์เงาชุดปัจจุบันจึงใช้วิธีผลัดเวรกันครึ่งคืน

แต่คืนนี้ องครักษ์เงาที่เฝ้าจับตาดูตระกูลอวี่เหวินกลับไม่ได้มาผลัดเวร

"ดูท่า อวี่เหวินเว่ยคงจะกลับมาแล้วสินะ"

นิ้วของโจวหยวนเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ

เขาได้สืบทราบสถานการณ์ในจวนแม่ทัพใหญ่จนทะลุปรุโปร่งแล้ว มีเพียงพ่อบ้านระดับสามคนหนึ่ง กับตัวอวี่เหวินกงเองเท่านั้น

ด้วยฝีมือระดับนี้ ไม่มีทางพบร่องรอยขององครักษ์เงาได้

นี่ไม่ใช่โจวหยวนพูดส่งเดช

ต่อให้เป็นอู่หวงระดับสองในจวนราชครู ก็ยังไม่สามารถจับตัวองครักษ์เงาได้แม้แต่คนเดียว

โจวหยวนขมวดคิ้ว

กลับมาเร็วเกินไป แม้ว่าอวี่เหวินเว่ยจะใช้วิชาตัวเบาระดับหนึ่งเร่งรุดกลับมา แต่ก็ยังถือว่าเร็วเกินไปอยู่ดี

ความเร็วระดับนี้ แสดงว่าเขาไม่ได้เตรียมการป้องกันที่ชายแดนให้ดีพอ

"เจ้าโง่!"

โจวหยวนสบถในใจ

ต่อให้ยึดครองแผ่นดินต้าเฉียนได้ แต่ถ้าชายแดนแตกพ่าย พวกเจ้าจะมีวันคืนที่ดีได้หรือ

เหตุผลที่โจวหยวนไม่รีบร้อน ก็เพื่อประวิงเวลาให้พวกเขาจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย

แต่ตอนนี้ ได้แต่หวังว่าคนของแคว้นต้าหลี่จะตอบสนองไม่ทันแล้วล่ะ

"ตรวจสอบขุนนางที่มีการติดต่อกับจวนแม่ทัพใหญ่อย่างลับๆ ระบุตัวพรรคพวกของแม่ทัพใหญ่ให้ชัดเจน

อีกอย่าง สังหารจวนแม่ทัพโฮ่วเตี่ยน ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!"

โจวหยวนเอ่ยด้วยใบหน้ามืดมน

"รับทราบ!"

หลังตอบรับ องครักษ์เงาตรงหน้าก็หายวับไป

มองดูองครักษ์เงาที่จากไป โจวหยวนถอนหายใจ

คนโง่เง่าพรรค์นี้ เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งต้าเฉียนได้อย่างไร

แต่พอลองคิดดูอีกที ในโลกใบนี้ ผู้แข็งแกร่งที่สามารถตัดสินชี้ขาดสถานการณ์ได้ ย่อมสำคัญกว่าสติปัญญา

อย่างน้อยก็สำหรับแคว้นอย่างต้าเฉียน

ได้เวลาจัดการสองพ่อลูกตระกูลอวี่เหวินแล้ว

ตะเกียงดับลง

ภายในห้องทรงพระอักษรมืดสนิท

ค่ำคืนนี้ ยาวนานเป็นพิเศษ

แม้โจวหยวนจะหลับสนิทไปแล้ว แต่สำหรับสองพ่อลูกตระกูลอวี่เหวิน กลับเป็นช่วงเวลาที่มีค่าอย่างยิ่ง

เช่นเดียวกับไจ่เฟยเฉิน

สองพ่อลูกตระกูลอวี่เหวินก็กำลังยุ่งอยู่กับการติดต่อคนที่พร้อมจะสนับสนุนพวกเขา

ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องนอนไม่หลับเพราะเรื่องนี้

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น

เมื่อโจวหยวนตื่นขึ้นมา สถานการณ์ในเมืองเฉียนหยวนก็ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

อวี่เหวินกงเดินอยู่บนถนน ฝีเท้าเร่งรีบขึ้นหลายส่วน

"ท่านแม่ทัพใหญ่ เวลาแบบนี้ ท่านยังจะไปเข้าเฝ้าอีกหรือ"

ด้านข้าง ขุนพลคนสนิทเอ่ยถาม

อวี่เหวินกงมองเขาแวบหนึ่ง

"ทำไมจะไม่ไป หรือโอรสสวรรค์จะกล้าสังหารตัวข้าผู้เป็นแม่ทัพใหญ่กลางท้องพระโรงได้!"

ได้ยินคำพูดของอวี่เหวินกง

ขุนพลคนสนิทก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก

อวี่เหวินกงเดินยืดอกอย่างผ่าเผย มาถึงหน้าประตูวัง

ทหารต้าจี่ถือทวนใหญ่ดูน่าเกรงขาม

แต่อวี่เหวินกงหารู้สึกใส่ใจไม่

"ทำไม พวกเจ้าจะขวางข้ารึ"

หนิงเอ๋อเหมยไม่อยู่ มีเพียงนายกองทหารต้าจี่ผู้หนึ่งเฝ้าอยู่

"ผู้เข้าวัง ลงม้าปลดกระบี่ นี่คือกฎเหล็ก!"

แม้เขาจะเป็นเพียงนักยุทธ์ระดับล่าง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับระดับสามอย่างอวี่เหวินกง ก็ยังไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย

อวี่เหวินกงแค่นหัวเราะ

ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปาก ขันทีน้อยคนหนึ่งก็เดินเข้ามา

"ฝ่าบาทมีราชโองการ อนุญาตให้แม่ทัพใหญ่อวี่เหวินกง สวมกระบี่สวมรองเท้าขึ้นตำหนักได้!"

คำพูดนี้ ทำเอาขุนนางหลายคนใจกระตุก

ด้วยท่าทีแข็งกร้าวของโอรสสวรรค์ในยามนี้ จะยอมอนุญาตเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไร

แม้แต่อวี่เหวินกง ก็ยังมองขันทีน้อยคนนั้นด้วยความประหลาดใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ฮ่องเต้ถึงยอมอ่อนข้อ

แต่ในเวลานี้ เขาไม่สนใจเรื่องพวกนั้นหรอก

เขาผลักทหารต้าจี่ที่ขวางทางออก แล้วเดินดุ่มๆ เข้าวังไปทันที

ส่วนขุนนางคนอื่นๆ ยังคงยอมให้ทหารต้าจี่ตรวจค้นอย่างว่าง่าย

พวกเขาไม่ได้มีรากฐานแข็งแกร่งเท่าแม่ทัพใหญ่อวี่เหวินกง

แต่พวกเขาก็มองออกแล้ว

พายุใหญ่กำลังจะมา

เผลอๆ อวี่เหวินเว่ยอาจจะเข้าเมืองเฉียนหยวนมาแล้ว

ไม่อย่างนั้น อวี่เหวินกงคงไม่มีความมั่นใจขนาดนี้

และฝ่าบาทก็คงต้องมีแผนรับมือแน่

เหล่าขุนนางขึ้นท้องพระโรง

โจวหยวนเดินออกมาจากด้านข้าง นั่งลงบนบัลลังก์มังกร มองดูอวี่เหวินกงที่สวมเกราะพกกระบี่แวบหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยว่า

"มีเรื่องให้กราบทูล ไม่มีเรื่องก็เลิกประชุม"

อวี่เหวินกงก้าวออกมาอย่างไม่เกรงใจ

"ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่า การกระทำของฝ่าบาทที่สังหารคนบนกำแพงเมืองเมื่อวันก่อน ไม่เหมาะสม!"

ไท่ผูฉางหงหยวนคิ้วกระตุก ก้าวออกมากล่าวว่า

"ท่านแม่ทัพใหญ่ เรื่องนั้นผ่านไปหลายวันแล้ว มาพูดเอาป่านนี้ ไม่เหมาะสมกระมัง"

อวี่เหวินกงถลึงตาใส่เขา แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร

"ทำไม พวกเราในฐานะขุนนาง โอรสสวรรค์ทำผิด จะให้ทำเป็นมองไม่เห็น แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินหรือ

ทำตัวเช่นนี้ ต้าเฉียนของข้าจะรุ่งเรืองได้อย่างไร!"

ฉางหงหยวนชะงักไป

คำพูดของอวี่เหวินกงก็มีเหตุผล เพียงแต่เว้นช่วงมานานขนาดนี้แล้วค่อยพูด มันดูไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย

แต่โจวหยวนกลับยิ้มแล้วกล่าวว่า

"ท่านแม่ทัพใหญ่พูดได้ถูกต้อง แต่ทว่าหลายวันมานี้ ท่านแม่ทัพใหญ่ไม่เคยเอ่ยปาก วันนี้ทำไมจู่ๆ ถึงพูดขึ้นมาเล่า"

พูดจบ มุมปากของโจวหยวนก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

"เราได้ยินมาว่า แม่ทัพอวี่เหวินเว่ยได้เข้าสู่ระดับหนึ่งแล้ว นับเป็นเสาหลักค้ำจุนต้าเฉียนของเรา ไม่ทราบว่า ตอนนี้แม่ทัพอวี่เหวินเว่ย อยู่ที่ไหนหรือ"

ได้ยินเช่นนั้น อวี่เหวินกงตะลึงงัน

โอรสสวรรค์รู้ว่าลูกเว่ยกลับมาแล้วหรือ

เป็นไปไม่ได้

นี่ต้องเป็นการหลอกถามแน่!

เขาตั้งสติให้มั่น

"ลูกกระหม่อมเป็นแม่ทัพพิทักษ์ทิศเหนือ ย่อมต้องอยู่ที่ชายแดนต้านทานข้าศึก"

"อย่างนั้นก็ดีที่สุด"

โจวหยวนพยักหน้าก่อน จากนั้นก็หันไปทางเหล่าขุนนาง ประกาศก้องว่า

"เมื่อคืน แม่ทัพโฮ่วเตี่ยนคิดก่อกบฏ ภายในจวนซุกซ่อนหน้าไม้ทรงพลังสามร้อยคัน เราได้สั่งประหารทั้งตระกูลแล้ว หวังว่าทุกท่านจะพึงสังวรไว้"

แม่ทัพโฮ่วเตี่ยน คนสนิทของอวี่เหวินกง

ได้ประกาศตัวอย่างชัดเจนก่อนที่โจวหยวนจะขึ้นครองราชย์ โจวหยวนอยากจะฆ่าทิ้งตั้งนานแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีโอกาส

ตอนนี้ เอามาใช้ยั่วยุอวี่เหวินกงก็นับว่าเหมาะเจาะ

ได้ยินคำพูดของโจวหยวน อวี่เหวินกงเงยหน้าขวับ

"เจ้า!"

เขาพูดออกมาได้คำเดียว ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

คนตรงหน้าคือโอรสสวรรค์ อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังเป็นโอรสสวรรค์

วันนี้เขาตั้งใจจะมาข่มขวัญโอรสสวรรค์ แต่ยังไม่ทันได้ขยับ ก็ถูกโอรสสวรรค์ข่มขวัญกลับเสียก่อน

เดิมทีเขาคิดว่าโอรสสวรรค์คงไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ตอนนี้ เขาเลิกคิดแบบนั้นแล้ว

ต่อให้โอรสสวรรค์ไม่รู้ว่าอวี่เหวินเว่ยกลับมา ก็ต้องระแคะระคายบ้างแน่

นี่คือคำเตือนถึงเขา!

แต่ทว่า โอรสสวรรค์กำลังรนหาที่ตาย!

สุดท้าย ภายใต้สีหน้ายิ้มเยาะของโจวหยวน เขาก็ได้แต่กัดฟันพูดว่า

"ฆ่าได้ดี!

แต่เรื่องนี้ ฝ่าบาทใจร้อนไปหน่อย ควรจะส่งมอบให้กระหม่อมตรวจสอบก่อน"

"ไม่ต้องรบกวนท่านแม่ทัพใหญ่หรอก"

โจวหยวนเอ่ยเรียบๆ

ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ได้เห็นอวี่เหวินกงอยู่ในสายตา

จนกระทั่งเลิกประชุม อวี่เหวินกงก็ยังหน้าทะมึน

ในเมื่อโอรสสวรรค์ส่งคำเตือนมาแล้ว เขาก็จะอยู่เฉยไม่ได้แล้ว

"ลูกเว่ย"

เพิ่งจะเดินพ้นประตูวัง อวี่เหวินกงก็เอ่ยเสียงเบา

วินาทีถัดมา บนทางเดินที่ไร้ผู้คน อวี่เหวินเว่ยก็ปรากฏตัวขึ้น

"พวกเราต้องลงมือแล้ว เจ้ามองชัดเจนหรือไม่ ในวังมีตอดฝีมืออยู่เท่าไหร่"

เขาไม่ได้เข้าวังไปเดินเล่นเฉยๆ แต่ต้องการไปดูไพ่ตายของโอรสสวรรค์ให้ชัดเจน

และมีอวี่เหวินเว่ยอยู่ไม่ไกล เขาก็ไม่กังวลว่าโอรสสวรรค์จะเป็นอย่างไร

อวี่เหวินเว่ยพยักหน้า

"ไพ่ตายของโอรสสวรรค์ไม่ธรรมดา ตอนประชุมขุนนาง ในท้องพระโรงมีระดับสองอยู่อย่างน้อยสามคน

แม้แต่ซือถูเซวียนหราน ก็ทะลุระดับสองแล้ว"

"ซือถูเซวียนหราน?"

อวี่เหวินกงประหลาดใจ ในอดีตฝีมือพวกเขาสูสีกัน ทั้งสองผ่านศึกมาโชกโชน บาดเจ็บสะสมนับไม่ถ้วน หมดหวังที่จะเข้าสู่ระดับสอง

ดูท่าคงได้รับวาสนาอะไรบางอย่าง รักษาอาการบาดเจ็บได้

"ฆ่าได้ไหม" อวี่เหวินกงขมวดคิ้ว

แม้จะรู้ว่าคนข้างกายโอรสสวรรค์แข็งแกร่งมาก แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะแข็งแกร่งถึงขั้นนี้

"ฆ่าพวกมัน ก็เหมือนเชือดสุนัข!"

อวี่เหวินเว่ยแค่นหัวเราะ

"ลูกเพิ่งได้รับข่าว กองทัพ มาถึงนอกเมืองแล้ว"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 46 - แม่ทัพอวี่เหวินเว่ย อยู่ที่ไหนหรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว