- หน้าแรก
- ฮ่องเต้หุ่นเชิด ระบบเสกกองทัพถล่มวัง
- บทที่ 43 - พระราชทานเหล้าบนกำแพงเมือง ผู้ใดดูหมิ่นฝ่าบาท ฆ่าไร้ละเว้น
บทที่ 43 - พระราชทานเหล้าบนกำแพงเมือง ผู้ใดดูหมิ่นฝ่าบาท ฆ่าไร้ละเว้น
บทที่ 43 - พระราชทานเหล้าบนกำแพงเมือง ผู้ใดดูหมิ่นฝ่าบาท ฆ่าไร้ละเว้น
บทที่ 43 - พระราชทานเหล้าบนกำแพงเมือง ผู้ใดดูหมิ่นฝ่าบาท ฆ่าไร้ละเว้น
บนกำแพงเมือง โจวหยวนยืนสงบนิ่ง
ด้านหลัง กวนอู ฉินซูเป่า และคนอื่นๆ ยืนอารักขาอยู่ใกล้ๆ ง้าวมังกรเขียวตั้งตระหง่าน กระบองเหล็กคู่กายพร้อมสรรพ
เหล่าขุนนางยืนอยู่ด้านหลัง
วันนี้ ขุนนางระดับสามขึ้นไป ไม่มีใครขาดแม้แต่คนเดียว ทั้งหมดมาปรากฏตัวที่นี่
แม้แต่อวี่เหวินกงที่หน้าตาบอกบุญไม่รับก็ไม่มีข้อยกเว้น
ไม่มีอะไรมาก โจวหยวนออกคำสั่งเด็ดขาด
กองทัพกลับมา เหล่าขุนนางต้องมาต้อนรับเลี้ยงดูเหล่าทหารกล้าแห่งต้าเฉียน
ผู้ใดไม่มา ให้ถือว่ามีความผิดฐานกบฏ!
คำสั่งเด็ดขาดเช่นนี้ หากเป็นเมื่อเดือนก่อน คงมีไม่กี่คนที่ยอมทำตาม
แต่ตอนนี้ โจวหยวนประหารหวังเจิ้น สังหารไทเฮา แม้แต่ราชครูผู้กุมอำนาจล้นฟ้า ก็ยังถูกถอนรากถอนโคน
อำนาจบารมีเช่นนี้ ความแข็งกร้าวเช่นนี้ ไม่มีใครกล้าขัดขืน!
ไม่มีใครสงสัยว่าสิ่งที่โจวหยวนพูดเป็นเรื่องโกหก หรือกล้าฆ่าคนจริงหรือไม่
และเหตุผลที่โจวหยวนทำเช่นนี้ก็เรียบง่าย
เขาต้องการสร้างบารมี!
ต้องการใช้ทหารสามพันนายที่อาบเลือดอยู่ใต้กำแพงเมืองนี้ ให้ทุกคนได้รับรู้ว่า ต้าเฉียนยังคงมีความยิ่งใหญ่ เสาหลักค้ำจุนแผ่นดินยังคงอยู่!
ไม่นานนัก ที่สุดสายตา
กองทัพอันเกรียงไกรเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสู่เมืองเฉียนหยวน ธงรบต้าเฉียนที่ย้อมด้วยเลือดปลิวไสว
กองทัพม้าเหล็กเคลื่อนพลเข้ามา
เมื่อเห็นกองทัพม้าเหล็กนี้ปรากฏขึ้น ขุนนางหลายคนชะโงกหน้าออกไป อยากจะเห็นว่า กองทัพที่สามารถใช้สามพันพิชิตหนึ่งแสนได้นั้น มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร
ใต้กำแพงเมือง ยังมีราษฎรจำนวนมหาศาลที่มารรอคอยด้วยใจจดจ่อ
แม้แต่บัณฑิตและคุณหนูจากหอกวีเมื่อวาน ก็มีไม่น้อยที่มาร่วมมุงดู
ในเวลานี้ ขอเพียงเป็นผู้ที่ไม่มีใจคิดคดต่อต้าเฉียน ในใจล้วนตื่นเต้นยินดี
ต้าเฉียนเข้มแข็ง พวกเขาก็สามารถเชิดหน้าชูตาได้
หากวันหน้าได้พบคนจากแคว้นอื่น พวกเขาก็สามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่า ตนคือคนต้าเฉียน
และสิ่งที่กำลังจะปรากฏต่อสายตาพวกเขา ก็คือกระดูกสันหลังของพวกเขา
อวี่เหวินกงก็เห็นกองทัพอันเกรียงไกรนั้นเช่นกัน
เขาแค่นเสียงเบาๆ แล้วกล่าวว่า
"เป็นกองทหารม้าที่เก่งกาจไม่เบา แต่น่าเสียดาย มีแค่สามพันนาย ผ่านศึกมาขนาดนี้ คงล้มตายไปไม่น้อย"
พูดจบ มุมปากของเขาก็ยกขึ้น
พูดเปรยๆ ว่า
"พวกสาวกลัทธิบัวขาว ก็แค่ชาวนาที่เพิ่งวางจอบเสียม ต่อให้สามพันพิชิตหนึ่งแสนแล้วจะทำไม
เก่งกาจจริง แต่ก็แค่เก่งกาจเท่านั้นแหละ"
เสียงของเขาไม่เบา มีคนได้ยินไม่น้อย
ได้ยินคำพูดของเขา ขุนนางหลายคนที่เดิมทีตื่นตระหนกเพราะการปรากฏตัวของกองทัพเกราะทมิฬ ต่างก็รู้สึกโล่งใจ
จริงด้วย
กองทัพเกราะทมิฬนี้เก่งกาจจริง แต่ก็ไม่ได้วิเศษวิโสขนาดนั้น
หากแม่ทัพอวี่เหวินเว่ยลงมือ ก็อาจทำได้ไม่ต่างกัน
โจวหยวนมองอวี่เหวินกงแวบหนึ่ง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดอะไร
ตอนนี้ ก็ถือว่าเป็นความจองหองครั้งสุดท้ายของอวี่เหวินกงแล้ว
ไม่นานนัก กองทัพเกราะทมิฬสามพันนายก็มาถึงใต้กำแพงเมือง
อวี่เหวินเฉิงตูยืนอยู่หน้าสุด
"กระหม่อม อวี่เหวินเฉิงตู ไม่ทำให้ทรงผิดหวัง ตีลัทธิบัวขาวแตกพ่าย ครบกำหนดสามสิบวัน นำทัพกลับมา!"
พลังลมปราณอันน่าสะพรึงกลัว ส่งเสียงของเขาดังก้องไปทั่วรัศมีสิบลี้ในพริบตา
ไม่ใช่แค่บนกำแพงเมือง แม้แต่ในเมือง ก็ยังได้ยินชัดเจน
นั่นปะไร ระดับสองขั้นสูง!
อวี่เหวินกงตกใจกลัว
ถ้าไม่ใช่ระดับสองขั้นสูง ไม่มีทางมีพลังขนาดนี้แน่
หวังเจิ้นตายไม่เสียเปล่า
ไจ่เฟยเฉิน แพ้ไม่เสียเปล่า!
โอรสสวรรค์ไม่เพียงมีระดับสองขั้นสูง แต่ยังกล้าส่งยอดฝีมือเช่นนี้ออกจากเมืองหลิงหนาน
พวกเขาจะเอาอะไรไปสู้!
มีเพียงตัวเขา ที่มีทหารชายแดนสามแสนนายอยู่ในมือ และลูกเว่ยที่เข้าสู่ระดับหนึ่งแล้ว เป็นเสาหลักต้นเดียวที่เหลืออยู่ในต้าเฉียน!
ต่อให้มีระดับสองขั้นสูงแล้วจะทำไม
ต่อให้โอรสสวรรค์ยังมีไพ่ตายที่ยังไม่รู้อีกแล้วจะทำไม
เขาจะกลัวอะไร!
ในขณะที่เขากำลังคิดฝัน
กวนอูที่ยืนสงบนิ่งอยู่หลังโจวหยวนตลอดเวลาก็หรี่ตาลง มือที่กำง้าวมังกรเขียวแน่นขึ้น
ฉินซูเป่าก็มองไปที่อวี่เหวินกง
คนผู้นี้ ไม่ประสงค์ดี
ในใจเกิดความระแวดระวังขึ้นทันที
โจวหยวนมีขุนพลยอดฝีมืออยู่ข้างกาย ย่อมไม่มีอะไรต้องกังวล
อย่าว่าแต่อวี่เหวินกงคนเดียว ต่อให้ลูกชายระดับหนึ่งของมันมายืนอยู่ตรงนี้ ก็จะกลัวอะไร
"สามพันเกราะทมิฬพิชิตหนึ่งแสน ความดีความชอบนี้ หาที่สุดมิได้!"
โจวหยวนประกาศก้อง
เบื้องล่าง สามพันเกราะทมิฬตื่นเต้นดีใจ
"หนึ่งเดือนก่อน เราเคยรับปากไว้ว่า อีกหนึ่งเดือนให้หลัง จะพระราชทานเหล้าบนกำแพงเมือง วันนี้ เหล่าทหารหาญกลับมาแล้ว
ยกเหล้ามา!"
โจวหยวนตะโกนลั่น
ขันทีน้อยจำนวนมากรีบยกเหล้าไปแจกจ่ายให้ทหารทุกคน
โจวหยวนชูชามเหล้าขึ้นสูง
"ดื่มให้ต้าเฉียน ไร้โจรผู้ร้าย ต้าเฉียนเกรียงไกร หมื่นปีไม่มีล้ม!"
อวี่เหวินเฉิงตูคว้าชามเหล้า
"ดื่ม ถวายฝ่าบาท
กระหม่อมขอสาบาน ผู้ใดดูหมิ่นฝ่าบาท ฆ่าไร้ละเว้น!"
พูดจบ ดื่มเหล้าหมดชาม
ชามเหล้าถูกปาทิ้งลงพื้น เสียงดังเพล้ง
ทหารสามพันนายชูชามเหล้าพร้อมกัน
"ดื่ม ถวายฝ่าบาท"
คนนับพันตะโกนก้อง!
"ข้าขอสาบาน ผู้ใดดูหมิ่นฝ่าบาท ฆ่าไร้ละเว้น!"
"ฆ่าไร้ละเว้น!"
"ฆ่าไร้ละเว้น!"
เสียงคำรามของคนสามพันนาย ทำให้ขุนนางที่มีใจคิดคดหน้าซีดเผือด
นี่คือเสียงคำรามของทหารกล้าที่ผ่านศึกและได้รับชัยชนะกลับมา
ไม่มีใครสามารถทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวได้ในสถานการณ์เช่นนี้
แม้แต่อวี่เหวินกงที่เมื่อครู่ยังทำท่าทางสบายๆ ก็ไม่ยกเว้น
จากนั้น อวี่เหวินเฉิงตูก็กระโดดลอยตัว จากใต้กำแพงเมืองขึ้นมาบนกำแพงเมือง แสดงวิชาตัวเบาที่ไม่ธรรมดา
เมื่อครู่ทุกคนเพียงแค่มองดูอวี่เหวินเฉิงตูอยู่ไกลๆ แต่จนกระทั่งวินาทีนี้ พวกเขาถึงได้ประจักษ์ถึงความเก่งกาจไร้เทียมทาน
แม้จะผ่านไปนานขนาดนี้ แต่กลิ่นคาวเลือดบนตัวอวี่เหวินเฉิงตูก็ยังไม่จางหาย
นี่คือกลิ่นเลือดที่สั่งสมมาจากชีวิตสาวกลัทธิบัวขาวนับแสนคน
"แม่ทัพอวี่เหวิน ลำบากท่านแล้ว"
โจวหยวนถอนหายใจ
หากไม่มีอวี่เหวินเฉิงตู สถานการณ์ในตอนนั้น เขาคงแก้ไม่ได้
เรื่องลัทธิบัวขาว เป็นสิ่งที่อวี่เหวินกงจงใจปล่อยปละละเลย
ในสถานการณ์ของต้าเฉียนตอนนั้น หากไม่รีบจัดการ ไม่เกินครึ่งปี เมืองเฉียนหยวนคงแตกพ่าย
แต่หากให้อวี่เหวินเว่ยนำทัพเข้าหลิงหนาน
อวี่เหวินเว่ยก็จะมีข้ออ้างที่ชอบธรรม ถึงตอนนั้น ต้าเฉียนก็จบสิ้น
เรียกได้ว่าเป็นแผนการที่โหดเหี้ยม
แต่เพราะมีอวี่เหวินเฉิงตู เพราะมีสามพันเกราะทมิฬนี้ เขาถึงมีโอกาสได้พักหายใจ
ตอนนี้อวี่เหวินเฉิงตูกลับมาแล้ว เขาก็สั่งสมไพ่ตายไว้มากมายขนาดนี้ ยังจะมีอะไรน่ากลัวอีก
ถึงเวลา คิดบัญชีกับอวี่เหวินกงแล้ว
ด้านข้าง อวี่เหวินกงมองอวี่เหวินเฉิงตู สีหน้าแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
แต่เขาไม่ได้ก้าวออกมา
แต่ส่งสายตาให้คนสนิทที่อยู่ข้างๆ
เห็นสัญญาณจากอวี่เหวินกง คนสนิทผู้นั้นก็ไม่ลังเล
ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ความดีความชอบจากการสนับสนุน
ยิ่งตอนนี้กองทัพกลับมา เป็นเรื่องมงคล
ฝ่าบาทคงไม่ฆ่าคนในเวลาแบบนี้หรอกกระมัง
"ฝ่าบาท แม่ทัพอวี่เหวินเฉิงตูกลับมา ขุนนางทั้งหลายต่างยินดี แต่ทว่าต้าเฉียนในยามนี้มีทั้งศึกในศึกนอก
ราชครูถูกขัง ราชสำนักปั่นป่วน แถมยังมีบัณฑิตนับร้อย ต้องการจะขอร้องฝ่าบาทด้วยตัวเองที่ใต้กำแพงเมือง ให้ละเว้นโทษตายแก่ราชครู"
พูดพลาง เขาก็ชี้ไปที่ใต้กำแพงเมือง
ที่นั่นมีราษฎรมากมายที่มารรอคอย และในกลุ่มราษฎร ยังมีกลุ่มคนที่แต่งตัวเหมือนบัณฑิตอยู่กลุ่มหนึ่ง
จะเป็นบัณฑิตจริงหรือไม่ไม่สำคัญ แต่การที่พวกเขามาปรากฏตัวที่นี่ ความหมายนั้นชัดเจน
โจวหยวนมองเขา แล้วหันไปมองอวี่เหวินกง
ไอ้แก่คนนี้ ใจร้อนจริงๆ
ฉางหงหยวนและซือถูเซวียนหรานเลิกคิ้ว เตรียมจะก้าวออกมา
เวลาแบบนี้จะให้ใครมาก่อเรื่องไม่ได้
ต่อให้มีเรื่องอะไร ก็ต้องกลับไปคุยกันในวัง
แต่ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะเอ่ยปาก อวี่เหวินเฉิงตูก็พูดขึ้นว่า
"เจ้าเองรึ ที่อยากให้หัวหลุดจากบ่า"
เสียงของเขาเย็นชา ไม่มีคำพูดอื่นใดอีก
สายตาที่เหมือนมัจจุราช จ้องเขม็งไปที่คนที่พูด
ไม่ ไม่ใช่แค่คนนั้น
สายตาของเขา ยังมองไปที่อวี่เหวินกงด้วย
หนึ่งเดือนนี้เขาไม่อยู่เมืองเฉียนหยวน แต่ตอนนี้เขากลับมาแล้ว คนผู้นี้ ยังกล้าเสนอหน้าออกมาอีกรึ
คิดว่าทวนทองของเขาไม่คมหรือไร!
[จบแล้ว]