- หน้าแรก
- คนตัดฟืน ผู้กลืนมิติ
- บทที่ 1080 - ความร่วมมือชั่วคราวและการจากลา
บทที่ 1080 - ความร่วมมือชั่วคราวและการจากลา
บทที่ 1080 - ความร่วมมือชั่วคราวและการจากลา
บทที่ 1080 - ความร่วมมือชั่วคราวและการจากลา
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ย่อมได้ พวกเจ้าเตรียมวัตถุดิบมาก็พอ" ลู่เสี่ยวเทียนพยักหน้ารับคำ
"ท่านตงฟาง ไม่ทราบว่าตระกูลมู่เหย่ของข้าพอจะมีโอกาสนี้บ้างหรือไม่" มู่เหย่ฉางถิงใจเต้นแรงรีบเอ่ยถาม
"ก็ได้เช่นกัน เพียงแต่นอกเหนือจากหินศิลาเขียวที่ข้าต้องการมากที่สุดแล้ว ของวิเศษอื่นๆ ขอให้เป็นระดับสูงเข้าไว้ เพราะของระดับต่ำข้ามีมากไปก็ไร้ประโยชน์" สำหรับวิญญาณและโลหิตของสัตว์อสูรระดับสูง ย่อมมีมากเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะของสองสิ่งนี้ในเวลาคับขันสามารถใช้ช่วยชีวิตได้
"ขอบคุณท่านตงฟาง"
มู่เหย่ฉางถิงได้ยินก็หน้าบานด้วยความยินดี แม้เมื่อครู่จะต้องจ่ายค่าเสียหายไปถึงยี่สิบล้านหินวิญญาณระดับต่ำ แต่การได้สร้างสัมพันธ์กับลู่เสี่ยวเทียนก็นับว่าโชคดีในโชคร้าย สำหรับจูชิงเฉวียนและคนอื่นๆ สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญที่สุดย่อมหนีไม่พ้นเรื่องที่ลู่เสี่ยวเทียนสามารถปรุงโอสถสร้างทารกได้
"เลือกวันไม่สู้ชนวัน ขอเชิญพี่ตงฟางพำนักอยู่ที่นี่สักไม่กี่วัน ประเดี๋ยวจะมีคนนำวัตถุดิบที่พี่ตงฟางต้องการมาส่งให้ คาดว่าพี่ตงฟางปรุงยาก็คงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง"
จูชิงเฉวียนหัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดี จากนั้นก็ยื่นป้ายคำสั่งทำจากไม้ไผ่สีดำขลับให้ "ดูจากพฤติการณ์ของพี่ตงฟาง เกรงว่าเป็นคนไม่ชอบให้เรื่องทางโลกมารบกวน แต่ในเมื่อพี่ตงฟางมีความสามารถด้านการปรุงยาสูงส่งปานนี้ ในภายภาคหน้าคงยากจะหลีกเลี่ยงการถูกรบกวน ป้ายไผ่ทมิฬนี้เป็นของแทนตัวข้า และยังเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะในหอประมูลผาเมฆา วันหน้าหากพี่ตงฟางอยากจะปลีกวิเวกหาความสงบ ก็สามารถแสดงป้ายนี้ออกมาได้ เชื่อว่าคนอื่นต่อให้ไม่เห็นหัวหอประมูลผาเมฆา ก็น่าจะไว้หน้าข้าจูชิงเฉวียนบ้าง"
"ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์" ประมุขหมางเซียวลอบด่าในใจ แม้ปรมาจารย์ปรุงโอสถท่านนี้จะยังไม่ยอมเข้าร่วมขุมกำลังฝ่ายใด แต่จูชิงเฉวียนกลับมอบของแทนตัวให้ ในฐานะปรมาจารย์ปรุงโอสถ พลังการต่อสู้ย่อมด้อยกว่าผู้ฝึกตนทั่วไป หากวันหน้าเจออันตรายแล้วแสดงป้ายของจูชิงเฉวียนออกมา ย่อมช่วยแก้ปัญหาได้ไม่น้อย แต่เมื่อใช้แล้ว ก็เท่ากับแปะป้ายว่าเป็นคนของจูชิงเฉวียนและหอประมูลผาเมฆาไปโดยปริยาย
ผู้บำเพ็ญเพียร มุ่งเน้นความเป็นอิสระหลุดพ้น ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ไม่ว่าฝ่ายธรรมะหรืออธรรม ต่างไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร ก็ด้วยเหตุผลนี้
"นี่คือของแทนตัวข้าหมางเซียว วันหน้าหากพี่ตงฟางถูกเรื่องทางโลกกวนใจ ก็สามารถแสดงของสิ่งนี้ได้เช่นกัน หากใช้พลังวัตรกระตุ้นป้ายหยกนี้ ยังสามารถส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากคนตระกูลหมางของข้าได้ คนที่อยู่ใกล้ที่สุดจะรีบไปให้ความช่วยเหลือทันที เชื่อว่าในแคว้นเซี่ยง ชื่อเสียงของข้ายังพอใช้ได้อยู่บ้าง"
หมางเซียวมีหรือจะยอมน้อยหน้าจูชิงเฉวียน จึงมอบป้ายหยกที่มีฟังก์ชั่นขอความช่วยเหลือให้ลู่เสี่ยวเทียนบ้าง
"ขอบคุณสหายพรตทั้งสอง ถ้าเช่นนั้นข้าก็ขอรับไว้ด้วยความยินดี"
ลู่เสี่ยวเทียนพยักหน้า คนที่อยู่ที่นี่มีมากมาย เป็นตัวแทนของหลายขุมกำลัง หากพวกเขาไม่ได้ผลประโยชน์จากเขามากพอ ก็เป็นไปได้มากว่าจะปล่อยข่าวเรื่องของเขาออกไป จู่ๆ มีปรมาจารย์ปรุงโอสถปรากฏตัวขึ้น ย่อมทำให้หลายขุมกำลังแห่แหนกันมา แต่ถึงแม้เขาจะยังไม่เข้าร่วมหอประมูลผาเมฆาหรือตระกูลหมางในตอนนี้ แต่การรับไมตรีจากทั้งสองฝ่ายไว้ ก็สามารถช่วยตัดความคิดของคนจำนวนมากไปได้
จูชิงเฉวียนและหมางเซียวเห็นลู่เสี่ยวเทียนรับของแทนตัวไปก็ลอบยินดี แม้จะยังไม่บรรลุเป้าหมายสูงสุด แต่อากัปกิริยาของอีกฝ่ายก็นับเป็นนิมิตหมายอันดี
ลู่เสี่ยวเทียนปรากฏตัวในฐานะปรมาจารย์ปรุงโอสถ คุณค่าสูงสุดย่อมอยู่ที่การปรุงยา โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญในการปรุงโอสถสร้างทารก ซึ่งเป็นที่ต้องการของจูชิงเฉวียนและหมางเซียวมากที่สุด ในเวลานี้ไม่ว่าจะในตระกูลผู้บำเพ็ญเพียร หรืออาณาจักรผู้บำเพ็ญเพียร โอสถสร้างทารกถือเป็นทรัพยากรทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุด ความเข้มแข็งของตระกูลหรืออาณาจักร นอกเหนือจากยอดฝีมือระดับสูงสุดแล้ว ก็มีผู้ฝึกตนระดับทารกแรกกำเนิดนี่แหละที่เป็นกำลังหลัก
หลังจากตกลงราคาค่าจ้างปรุงยาและราคาแลกเปลี่ยนวัตถุดิบกันเรียบร้อยแล้ว ลู่เสี่ยวเทียนก็ใช้คฤหาสน์สวนงามที่หอประมูลผาเมฆาจัดเตรียมไว้ให้เป็นสถานที่ปรุงยา
ส่วนทางด้านอวี๋เสี่ยวเฉียว เขาได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้แล้ว จะกลับไปหรือไม่ในตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สำหรับการแลกเปลี่ยนกับเซี่ยงหัว แค่แบ่งรองดวงจิตไปควบคุมหุ่นเชิดฝึกซ้อมด้วยก็เพียงพอ
คฤหาสน์แห่งนี้กว้างขวางใหญ่โต มีศาลาริมน้ำและหอสูง ตระการตา ยังมีสระน้ำที่มีน้ำพุร้อนผุดขึ้นมา ในสระมีฝูงปลาแหวกว่าย ท่ามกลางหิมะฤดูหนาวที่ปกคลุมคฤหาสน์ บนลานหิมะเรียบเนียนยังมีนกบินโฉบไปมาส่งเสียงร้องจิ๊บจั๊บ
ลู่เสี่ยวเทียนเข้าพักในคฤหาสน์ได้เพียงครึ่งวัน ประมุขหมางเซียวและจูชิงเฉวียนก็ส่งคนนำวัตถุดิบที่ลู่เสี่ยวเทียนต้องการมาให้
แม้แต่หินศิลาเขียวที่หายากยิ่งสำหรับระดับมหาเถระก็ยังไม่มีมาให้ ส่วนใหญ่เป็นวิญญาณและโลหิตของสัตว์อสูร
ของที่ประมุขหมางเซียวส่งมานั้นล้ำค่าที่สุด เป็นถึงวิญญาณของช้างมารเนตรม่วงระดับสิบสอง ส่วนของที่จูชิงเฉวียนส่งมาเป็นวิญญาณของอินทรีเพลิงกัลป์และลิงมารหน้าขาวระดับสิบเอ็ด ส่วนโลหิตสัตว์อสูรนั้นมีจำนวนมากกว่ามาก
"แม้อาการบาดเจ็บจะยังไม่หายดีในเร็ววัน แต่ได้ของพวกนี้มา ความสามารถในการเอาตัวรอดก็นับว่าเพิ่มขึ้นไม่น้อย" ลู่เสี่ยวเทียนถอนหายใจเบาๆ เมื่อเทียบกันแล้ว เขาอยากได้หยกผลึกไขวิญญาณและหินศิลาเขียวมากกว่า
ส่วนไอปีศาจปี้ฉยงนั้นเป็นสิ่งที่ปีศาจงูสามเศียรใช้เวลาบำเพ็ญเพียรนับพันปีกลั่นกรองออกมา ลู่เสี่ยวเทียนเองก็ไม่แน่ใจว่าหากให้ระดับมหาเถระลงมือช่วยจะสามารถกำจัดออกไปได้หรือไม่
อาจจะทำได้ แต่ก็จะทำให้ความลับเรื่องสภาพร่างกายของเขาถูกเปิดเผย ก่อนจะมีกำลังมากพอจะปกป้องตนเอง ลู่เสี่ยวเทียนยังไม่อยากเปิดเผยความลับให้คนอื่นรู้ ยอมเสียเวลาหาทางแก้ด้วยตัวเองดีกว่า
เมื่อรับของคนอื่นมาแล้ว ลู่เสี่ยวเทียนก็เริ่มลงมือปรุงยาให้ ส่วนใหญ่เป็นโอสถสร้างทารก และยังมีโอสถสรรพคุณดีอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง ทั้งเพิ่มพูนพลังวัตร รักษาอาการบาดเจ็บ หรือแม้แต่โอสถฟื้นฟูดวงจิตที่หาได้ยากยิ่ง
สิ่งที่ทำให้จูชิงเฉวียนและประมุขหมางเซียวพอใจอย่างยิ่งคือ อัตราความสำเร็จของลู่เสี่ยวเทียนคงที่อยู่ที่สองถึงสามส่วน โอสถสร้างทารกจะมีอัตราความสำเร็จสูงกว่าเล็กน้อย บางครั้งสูงถึงสามส่วนครึ่ง และมักจะมีโอสถระดับกลางออกมาให้เห็นเป็นระยะ
อัตราความสำเร็จของโอสถชนิดอื่นอาจไม่สูงนัก แต่ก็ไม่ทำให้ขาดทุน และแม้แต่โอสถสูตรพิสดารบางชนิด ลู่เสี่ยวเทียนก็ยังสามารถปรุงออกมาได้ ซึ่งเป็นความสามารถที่ปรมาจารย์ปรุงโอสถคนอื่นไม่มี
ในระหว่างนั้นตระกูลมู่เหย่ก็เคยส่งวัตถุดิบมาให้ ลู่เสี่ยวเทียนก็ช่วยปรุงยาให้หนึ่งเตา
หลายเดือนต่อมา เมื่อคนส่งโลหิตสัตว์อสูรมาถึงอีกครั้ง กลับพบว่าลู่เสี่ยวเทียนไม่อยู่แล้ว คฤหาสน์ว่างเปล่า ไม่พบร่องรอยใดๆ ผู้ฝึกตนระดับทารกแรกกำเนิดสองคน นักเวทย์ค่ายกลหนึ่งคน และยอดฝีมือระดับจินตานอีกหลายสิบคนที่เฝ้าอยู่รอบคฤหาสน์ แทบจะพลิกแผ่นดินหาก็ยังไม่พบร่องรอยการไปของลู่เสี่ยวเทียน
จูชิงเฉวียนและประมุขหมางเซียวที่รีบรุดมาถึงต่างโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เดิมทีเห็นว่าลู่เสี่ยวเทียนมีระดับพลังไม่สูงนัก จึงใช้ข้ออ้างเรื่องการคุ้มกันเพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหว ด้านหนึ่งก็เพื่อความปลอดภัยจริงๆ เพราะผู้ฝึกตนที่ยังไม่ถึงระดับทารกแรกกำเนิดขั้นสมบูรณ์ออกเดินเหินข้างนอกคนเดียวนั้นอันตราย แต่อีกด้านหนึ่งย่อมเพื่อควบคุมลู่เสี่ยวเทียนให้อยู่ในสายตา
"ป้ายไผ่ทมิฬของข้าไม่ตอบสนองแล้ว ของประมุขหมางเป็นอย่างไรบ้าง" จูชิงเฉวียนหน้าตาบึ้งตึง หันไปถามประมุขหมางเซียวที่ยืนอยู่ข้างๆ
[จบแล้ว]