- หน้าแรก
- คนตัดฟืน ผู้กลืนมิติ
- บทที่ 770 - แยกย้ายหลบหนี
บทที่ 770 - แยกย้ายหลบหนี
บทที่ 770 - แยกย้ายหลบหนี
บทที่ 770 - แยกย้ายหลบหนี
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เจดีย์สยบอสูรในตอนนี้ยังห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ เมื่อปะทะกับศาสตราวุธทงหลิงของบรรพชนหานชือตรงๆ ย่อมเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ลู่เสี่ยวเทียนลอบหงุดหงิดในใจ ดูเหมือนว่าหลังจากร่วมมือกับชื่ออวิ๋นซางและปีศาจศพเหล็กสังหารร่างจำแลงของท่านจอมภูตได้สำเร็จ เขาจะเผลอประมาทความสามารถของร่างจำแลงระดับทารกแรกกำเนิดไปบ้างแล้ว
คิดว่าต่อให้เก่งกาจเพียงใด ก็คงทำอะไรตนเองไม่ได้ นึกไม่ถึงว่าเรื่องราวจะซับซ้อนเกินกว่าที่คาดไว้มาก ตอนนั้นท่านจอมภูตกับสยงอ๋าวแม้จะร่วมมือกัน แต่ต่างฝ่ายต่างก็ระแวงกันเอง ร่างต้นย่อมต้องเก็บพลังส่วนใหญ่ไว้ พลังของร่างจำแลงจึงถูกลดทอนลงไปมากอย่างเลี่ยงไม่ได้
แต่ร่างจำแลงของบรรพชนหานชือตรงหน้านี้ ในฐานะระดับทารกแรกกำเนิด ไม่เพียงวิธีการจะแข็งแกร่ง แต่ยังพลิกแพลงพิสดาร เพียงแค่ปะทะกันครั้งแรก ลู่เสี่ยวเทียนก็เสียเปรียบอย่างหนัก
"คิดหนี? ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก" บรรพชนหานชือหัวเราะเสียงประหลาด แส้น้ำแข็งสองเส้นกลางอากาศแหวกฝ่าสายลมหวีดหวิว ฟาดใส่ลู่เสี่ยวเทียน "แมลงตัวน้อยสีดำที่ทำลายค่ายกลของเจ้านั่น ข้าสนใจมาก วันนี้ขอเก็บไปพร้อมกันเลยแล้วกัน"
ลู่เสี่ยวเทียนสูดลมหายใจลึก ตบน้ำเต้าบ่มเพาะวิญญาณ ชุดธนูเจียวอัคคีบินออกมา ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกาย เขาคงไม่ประมาทถึงขนาดเอาตัวไปรับแส้น้ำแข็งของบรรพชนหานชือตรงๆ แน่ ขึ้นลูกธนูเจียวอัคคีสองดอก ลู่เสี่ยวเทียนกลืนกินจิตวิญญาณเสือดาวอสูรระดับเก้าเข้าไป แล้วง้างธนูทันที
ฟิ้ว ฟิ้ว ลูกธนูสองดอกพุ่งทะยานกลางอากาศ กลายเป็นมังกรไฟคำรามก้อง น่าเกรงขามยิ่งนัก
แต่มังกรไฟพัวพันกับแส้น้ำแข็งกลางอากาศได้เพียงไม่กี่กระบวนท่า ก็ตกเป็นรองอีกครั้ง
ลู่เสี่ยวเทียนอาศัยจังหวะนี้เก็บเจดีย์สยบอสูรกลับมา ใส่กลับเข้าไปในตันเถียนเพื่อบ่มเพาะด้วยพลังแก่นโอสถ ถึงได้โล่งใจขึ้นมาบ้าง
แต่ไม่นาน หางตาของลู่เสี่ยวเทียนก็ฉายแววเย็นชา เห็นเพียงเมื่อครู่เพราะน้ำเต้าเฮ่าอินถูกเจดีย์สยบอสูรและเพลิงวิญญาณฟานหลัวโจมตี การควบคุมหมอกเหมันต์งูมังกรจึงลดลงไปมาก ต่อมาแม้บรรพชนหานชือจะกลับมาควบคุมน้ำเต้าเฮ่าอินได้อีกครั้ง แต่อาศัยโอกาสที่ได้พักหายใจเมื่อครู่ แม่ชีแขนเดียวและคนอื่นๆ ก็ฉวยโอกาสหลุดพ้นจากขอบเขตของหมอกเหมันต์งูมังกรไปแล้ว
ปฏิกิริยาของแต่ละคนรวดเร็วไม่น้อย แยกย้ายกันฝ่าวงล้อมออกไปคนละทิศละทาง เวลานี้ความสนใจของบรรพชนหานชือถูกลู่เสี่ยวเทียนดึงดูดไว้ แม้หมอกน้ำแข็งที่ม้วนตัวจะดึงผู้บำเพ็ญเพียรชุดเขียวสองคนที่ควบคุมค่ายกลก่อนหน้านี้กลับเข้าไปได้อีกครั้ง แต่แม่ชีแขนเดียวกับโจวเฉียนเอ๋อร์ล้วนเป็นจินตานขั้นปลายที่มีพลังเวทลึกล้ำ มีโอกาสเพียงเสี้ยวเดียวที่สร้างขึ้นมานี้ ก็หนีออกมาได้แล้ว
แม่ชีแขนเดียวพาเด็กสาวคนนั้นหนีไปอีกทางโดยไม่หันกลับมามอง สีหน้าโจวเฉียนเอ๋อร์ฉายแววสับสนวูบหนึ่ง ดึงฟู่เจียวเจียวไว้ สุดท้ายกัดฟันกรอด ยังคงเรียกกระบี่บินออกมาแทงใส่บรรพชนหานชือ
"รนหาที่ตาย!" บรรพชนหานชือเพียงแค่ใช้แส้น้ำแข็งปัดลูกธนูเจียวอัคคีทิ้ง แล้วสะบัดไปด้านข้าง ก็ตีกระบี่บินของโจวเฉียนเอ๋อร์จนส่งเสียงร้องโหยหวน กระเด็นไปด้านข้างหลายจื่อ
หน้าของโจวเฉียนเอ๋อร์ซีดเผือดทันที ศาสตราวุธแก่นโอสถที่จินตานหลอมสร้างต้องใช้พลังมหาศาล เวลาต่อสู้สติเทพยังต้องแนบไปกับศาสตราวุธ ถึงจะใช้ออกได้อย่างคล่องแคล่ว พอได้รับความเสียหายหนัก ผู้ใช้ย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย
"น้ำใจข้ารับไว้แล้ว เจ้าไปเถอะ" ลู่เสี่ยวเทียนถอนหายใจ โจวเฉียนเอ๋อร์กับฟู่เจียวเจียวก็ไม่ได้สนิทสนมกับเขามากนัก แต่อีกฝ่ายในสถานการณ์เช่นนี้ยังยื่นมือเข้าช่วย ก็ประเสริฐกว่าพวกนกสองหัวที่คอยดูทิศทางลมเป็นไหนๆ
"สหายพรตลู่ บรรพชนหานชือร้ายกาจเกินไป แล้วท่านล่ะ?" ฟู่เจียวเจียวกับโจวเฉียนเอ๋อร์พูดพร้อมกัน
"ข้ามีวิธีหนี พวกเจ้าอยู่ที่นี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะถูกตาแก่นี่ทำลายศาสตราวุธไปเปล่าๆ ไม่คุ้มหรอก เร็วเข้า ข้าต้านได้ไม่นาน" ลู่เสี่ยวเทียนตะโกนลั่น
"ก็ได้ สหายพรตลู่รักษาตัวด้วย ตาแก่หานชือผู้นี้ กล้าลงมือกับคนของสำนักหทัยสวรรค์ กลับไปข้าต้องฟ้องท่านเจ้าสำนักให้จัดการมันแน่" โจวเฉียนเอ๋อร์ไม่ใช่คนยืดเยาด ได้ยินลู่เสี่ยวเทียนพูดเช่นนั้น ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก ดึงฟู่เจียวเจียวที่ยังไม่หายดีจากไอเย็นเหยียบกระบี่พุ่งทะยานหนีไป
"บังอาจนัก เจ้าหนู เจ้าตายแน่" บรรพชนหานชือโกรธจนร้องลั่น เขาที่เป็นถึงระดับทารกแรกกำเนิดลงมือ อีกฝ่ายยังมีเวลานคุยกับคนอื่น ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน เขาใช้หมอกเหมันต์งูมังกรแล้ว ยังปล่อยให้หนีไปได้ตั้งหลายคน ข่าวแพร่ออกไปคงถูกตาแก่คนอื่นหัวเราะเยาะตาย
แถมยังไปล่วงเกินคนของสำนักหทัยสวรรค์อีก ช่างยุ่งยากจริงๆ เพียงแต่ตอนนี้ด้วยพลังของร่างจำแลง แม่ชีแขนเดียวกับโจวเฉียนเอ๋อร์แห่งสำนักหทัยสวรรค์ต่างก็หนีออกไปได้แล้ว บวกกับการพัวพันของลู่เสี่ยวเทียน บรรพชนหานชือก็ไม่อาจสกัดแม่ชีแขนเดียวกับโจวเฉียนเอ๋อร์ที่หนีไปคนละทิศละทางได้ทั้งหมดในเวลาสั้นๆ
เพราะคนพวกนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือในหมู่จินตานขั้นปลาย ร่างจำแลงของเขาแม้จะแกร่ง แต่ส่วนใหญ่ก็อาศัยแส้น้ำแข็งที่เป็นศาสตราวุธทงหลิงกดดันลู่เสี่ยวเทียน หากไม่ใช่เพราะสิ่งนี้ คิดจะเอาชนะก็ไม่ง่าย
แน่นอน บรรพชนหานชือมั่นใจว่าถ้าตั้งใจจะสกัดใครสักคน เจ้าหนุ่มผมเงินตรงหน้านี้ก็ขวางไม่อยู่ เพียงแต่แมลงตัวน้อยสีดำนั่นเขาไม่เคยเห็นมาก่อน และเจดีย์สยบอสูรที่เจ้าหนุ่มผมเงินเรียกออกมากลับสามารถมีเพลิงวิญญาณฟานหลัวแนบอยู่ได้ ความสนใจที่บรรพชนหานชือมีต่อชายหนุ่มผมเงินจึงมากกว่าคนอื่น ความสนใจย่อมอยู่ที่ตัวลู่เสี่ยวเทียน
"ก็ไม่แน่หรอก" ลู่เสี่ยวเทียนแค่นเสียงเย็น ฝ่ายตรงข้ามทำลายธนูเจียวอัคคีของเขาไปอีกสองดอก ความร้ายกาจของศาสตราวุธทงหลิงนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ คุณภาพเหนือกว่าศาสตราวุธแก่นโอสถอย่างขาดลอย หากเปลี่ยนเป็นศาสตราวุธแก่นโอสถ ต่อให้ร่างจำแลงของบรรพชนหานชือจะมีพลังกล้าแข็ง ลู่เสี่ยวเทียนก็ไม่กลัว แต่แส้น้ำแข็งทงหลิงนั่นร้ายกาจจริงๆ ลู่เสี่ยวเทียนไม่มีอารมณ์จะไปพัวพันกับมันอีกแล้ว
ไม่เก็บลูกธนูเจียวอัคคีที่ถูกทำลายกลับมา ลู่เสี่ยวเทียนดีดนิ้วส่งปราณกระบี่สายหนึ่ง ปราณกระบี่กลายเป็นกระบี่ยักษ์โปร่งใสกลางอากาศ สั่นไหวเบาๆ ก็มาอยู่ที่เท้าของลู่เสี่ยวเทียน
"ไป!" ลู่เสี่ยวเทียนตวาดเบาๆ กระบี่บินล่องนภาพาลู่เสี่ยวเทียนหนีไปดด้วยความเร็วที่น่าตื่นตะลึง เจดีย์สยบอสูรมีพลังธรรมอันยิ่งใหญ่ มีความขลังและหนักแน่นแบบวิถีพุทธ ส่วนกระบี่บินล่องนภานั้นเด่นที่ความพลิ้วไหวคาดเดายาก และในฐานะศาสตราวุธประเภทกระบี่บิน ความเร็วก็ไม่ช้า โดยเฉพาะหลังจากถูกครรภ์กระบี่ล่องนภาขัดเกลาอย่างงงๆ อานุภาพในตอนนี้เพิ่มขึ้นมาก ความเร็วก็พุ่งสูงขึ้นอีกระดับ
"กระบี่บินเร็วนัก" แม้แต่บรรพชนหานชือเห็นภาพตรงหน้า ก็อดอุทานไม่ได้ แววตาฉายแววประหลาดใจ การกระทำของเจ้าหนุ่มผมเงินผู้นี้มักจะเหนือความคาดหมายเสมอ ตอนที่เขาอายุและระดับพลังเท่านี้ ยังไม่มีลูกเล่นแพรวพราวขนาดนี้เลย อาศัยแค่ร่างจำแลงในตอนนี้ คิดจะตามอีกฝ่ายให้ทันคงไม่ง่าย
บรรพชนหานชืออุทานจบ ก็แค่นเสียงเย็น ก้าวเท้าเหยียบความว่างเปล่า แส้น้ำแข็งที่แยกเป็นสองรวมกลับเป็นหนึ่ง บินกลับมาอยู่ในมือบรรพชนหานชือ บรรพชนหานชือชี้แส้น้ำแข็งในมือไปข้างหน้า ลมน้ำแข็งสายหนึ่งพัดผ่าน เก็บน้ำเต้าเฮ่าอินกลับมา ผู้บำเพ็ญเพียรชุดเขียวสองคนนั้นก็เหมือนชายหัวโล้น ถูกหมอกเหมันต์งูมังกรแช่แข็งเป็นศพน้ำแข็งสองก้อน ร่วงหล่นลงสู่ทะเล
[จบแล้ว]