เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 18 : เก็บกู้มณีแห่งโนอา

Chapter 18 : เก็บกู้มณีแห่งโนอา

Chapter 18 : เก็บกู้มณีแห่งโนอา


[แผนที่ปัจจุบัน : ถ้ำแห่งความตาย]

ทันทีที่ลู่หยวนก้าวเข้ามาด้านในถ้ำ เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นข้างหูของเขา

หลังจากเห็นแจ้งเตือนจากระบบ ลู่หยวนก็อดเบิกบานใจขึ้นมาไม่ได้

ดูเหมือนความทรงจำของเขายังดีอยู่

ถ้ำนี้แหละ!

สมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของหมู่บ้านมือใหม่ - มณีแห่งโนอาอยู่ในส่วนลึกที่สุดของถ้ำแห่งนี้นี่แหละ

จากความทรงจำในชาติก่อนของเขา มณีนี้ถูกเผ่าอสูรโลหิตขโมยมาซ่อนเอาไว้ภายในถ้ำแห่งนี้

ภายในถ้ำจึงมีอสูรโลหิตคอยเดินลาดตระเวรอยู่ทุกจุด

เลเวลของพวกมันสูงมากและสามารถสังหารผู้เล่นในช่วงนี้ของเกมได้ในพริบตาอย่างง่ายดาย

ส่วนที่สำคัญและยากที่สุดของภารกิจนี้ก็คือการที่ถ้ำแห่งนี้จำกัดเพียงผู้เล่นเลเวลต่ำกว่า10

ดังนั้นผู้เล่นจึงทำได้เพียงพึ่งพาปัญญาของตัวเองหรือใช้สกิลอันทรงพลัง

อีกวิธีหนึ่งก็คือลอบเร้นของจอมโจร

ในชีวิตที่แล้วผู้เล่นจอมโจรเคยทำเช่นนี้มาก่อน เขาบังเอิญเดินเข้ามาในถ้ำแห่งนี้และใช้สกิลลอบเร้นเข้าไปจนถึงสถานที่ที่ดูเหมือนจะเป็นโถงบูชาที่ส่วนลึกสุดของถ้ำได้สำเร็จ

จากนั้นเขาก็ได้มณีแห่งโนอามาอย่างง่ายดาย

ผลลัพธ์นั้นทำให้จอมโจรผู้นั้นได้ครอบครองมีดสั้นอันทรงพลัง นี่ยังเป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมจอมโจรผู้นี้ถึงได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานในท้ายที่สุด

ส่วนสำคัญในความสำเร็จของเขาก็เกี่ยวข้องกับมีดสั้นที่ได้จากการทำภารกิจนี้นี่เอง

เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับแต่อย่างใดเนื่องจากภารกิจนี้คือภารกิลลับหนึ่งเดียว หลังจากมันถูกทำสำเร็จแล้วก็จะไม่มีใครสามารทำได้อีก

พวกคุณคงไม่ได้หวังให้อสูรโลหิตไปนำมณีกลับมาอีกครั้งและวางไว้ในถ้ำของพวกมันเหมือนเดิมหรอกใช่ไหม?

ดังนั้นเส้นทางที่ถูกต้องที่ลู่หยวนควรจะมุ่งไปเพื่อนำมณีแห่งโนอามานั้นจะขึ้นอยู่กับความทรงจำที่เขามีในชีวิตที่แล้วล้วนๆ

ลู่หยวนเดินตรงไปด้านหน้าและพลันสังเกตเห็นว่ามีอสูรโลหิตสามตัวกำลังเดินลาดตระเวนอยู่

พวกมันดูคล้ายกับค้างคาวแต่มีรูปลักษณ์เหมือนมนุษย์ ร่างทั้งร่างนั้นเป็นสีแดงเข้มพร้อมด้วยเส้นผมสีดำรกรุงรัง ในมือเองก็ถือสามง่ามยาวเฟื้อยเอาไว้

เห็นได้ชัดเลยว่าพวกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ควรเข้าไปยุ่งแวะด้วยเลยซักนิด

[อสูรโลหิต (???)]

[เลเวล : ???]

[พลังชีวิต : ???]

[สกิล : ???]

[คำอธิบาย : อสูรชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในถ้ำแห่งความตาย วิธีการลงมือของมันนั้นโหดเหี้ยมมากและด้วยลักษณะนิสัยอันโหดร้ายของมันทำให้มันจะเข้าโจมตีสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ล่วงล้ำเข้ามาในถ้ำแห่งความตาย]

พระเจ้าช่วย! ขนาดด้วยเลเวลปัจจุบันของลู่หยวนเขาก็ยังไม่เห็นค่าสถานะของอสูรโลหิตเลยด้วยซ้ำ

ถ้าเขาถูกมันโจมตีเข้าซักครั้งคงถูกฆ่าในพริบตาเป็นแน่

โชคดีที่ลู่หยวนมีสกิลอย่าง [เงาติดตาม] ซึ่งทำให้ร่างกายของเขาล่องหนได้

[สกิลระดับตำนาน : เงาติดตาม+2]

[คำอธิบาย : สกิลเรียกใช้งาน – สกิลระดับเทวะอันหาได้ยากยิ่งในหมู่จอมโจรในตำนาน เผาผลาญมานา150หน่วยเพื่อเข้าสู่สถานะเงาซึ่งสามารถโจมตีได้โดยไม่เผยตัว ภายใต้สถานะเงานั้นผู้เล่นจะได้รับความสามารถในการต้านทานความเสียหาย30% คงอยู่เป็นระยะเวลา2นาที ระยะเวลาคูลดาวน์ 25 นาที (หมายเหตุ : ไม่สามารถอัพเกรดได้)]

ด้วยระดับของสกิลในปัจจุบันทำให้ระยะเวลาแสดงผลอยู่ที่2นาที

อย่างไรก็ตามลู่หยวนสามารถใช้ ‘คำอำนวยพรของครูช’ เพื่อทำให้ผลของสกิลเป็นสองเท่าได้

เช่นนี้แล้วเขาก็จะได้รับค่าต้านทานความเสียหาย60%และระยะเวลาของสกิลเองก็จะเพิ่มขึ้นเป็น4นาที!

ลู่หยวนเปลี่ยนกลายเป็นเงาและหายตัวไปในความว่างเปล่า

ด้วยระยะเวลา4นาที ลู่หยวนสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ

เวลาเท่านี้เพียงพอสำหรับลู่หยวนที่รู้เส้นทางเป็นอย่างดีอยู่แล้ว!

ลู่หยวนเดินตรงไปข้างหน้า

เมื่อผ่านอสูรโลหิตที่กำลังลาดตระเวนทั้งสามตัวไป พวกมันกลับไม่รู้ตัวดังคาด

ราวกับตัวเขาเป็นอากาศและไม่อาจสัมผัสถึงตัวตนของเขาได้เลย

สำเร็จ!

ลู่หยวนฉีกยิ้มกว้าง

สมแล้วที่เป็นสกิลระดับตำนาน

เช่นนี้ลู่หยวนก็สามารถไปต่อได้โดยไม่ต้องพะวงสิ่งใด

ในถ้ำแห่งความตายนั้น อากาศค่อนข้างจะอบอวลไปด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์

นอกจากนี้ยังมีกลิ่นอายมืดหม่นแฝงมาอีกด้วย

ดูแล้วน่าจะเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของพวกอสูรโลหิตเป็นแน่

ตามผนังถ้ำนั้นจะมีคบเพลิงและอื่นๆแขวนเอาไว้

ขบเพลิงเหล่านี้มากพอแล้วที่จะให้แสงสว่าง

ท่ามกลางแสงสลัวๆ ลู่หยวนสามารถจำเส้นทางได้แบบคร่าวๆ

“ถ้าฉันจำไม่ผิดน่าจะต้องเดินไปข้างหน้าก่อนซักพักถึงจะเจอทางแยก”

ขณะที่เดินอยู่นั้นลู่หยวนก็ลอบวางแผนเส้นทางในใจ

เนื่องจากตัวเขามีเวลาเพียงสี่นาทีดังนั้นจึงไม่อาจเสียเวลาได้แม้แต่วินาทีเดียว!

ไม่อย่างนั้นแล้วเมื่อใดที่สกิลของเขาหมดระยะเวลาแสดงผล เขาอาจจะถูกอสูรโลหิตสังหารได้ทุกเมื่อ

ไม่นานนักลู่หยวนก็มาถึงทางแยก

ทางแยกนี้มีอสูรโลหิตจำนวนมากเฝ้าระวังอยู่

พวกมันดูดุร้ายยิ่งนัก

“หลังจากเจอทางแยกให้ไปทางซ้าย เดินผ่านไปอีกสองแยกและจากนั้นเลี้ยวขวา”

ลู่หยวนคิดกับตัวเองและเริ่มออกวิ่ง

เขาใช้ความเร็วในการเคลื่อนที่ที่เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!

เขาเลี้ยวซ้าย วิ่งผ่านไปอีกสองแยกและจากนั้นจึงเลี้ยวขวา

“หลังจากนั้นก็น่าจะเจอกับรูปปั้นของอสูรโลหิตแต่เป้าหมายก็ยังไม่ใช่ในห้องนี้ ต้องไปอีกชั้นหนึ่งก่อน”

เป็นไปตามคาด ลู่หยวนมาถึงห้องที่มีรูปปั้นของอสูรโลหิตตั้งอยู่

อสูรโลหิตขนาดยักษ์ตนนั้นถูกสลักและวางเอาไว้ใจกลางของห้อง

อย่างไรก็ตามเขายังไม่รู้ว่าทำไมอสูรโลหิตถึงต้องการรูปปั้นนี้หนักหนา

ปากทางเข้าห้องเองก็มีอสูรโลหิตเฝ้าระวังอยู่ถึงสองตัว ดังนั้นรูปปั้นนี่ก็น่าจะมีความสำคัญในระดับหนึ่ง

หลังจากเขาเข้ามาในห้องแล้วกลับพบว่าไม่มีอสูรโลหิตอยู่เลย

ลู่หยวนรีบวิ่งตรงไปยังด้านหลังของรูปปั้นขนาดยักษ์ภายในห้อง

“ด้านหลังของรูปปั้นสามารถเปิดออกได้ หลังจากเปิดออกแล้วจะมีเส้นทางนำไปสู่ชั้นถัดไป!”

จากนั้นลู่หยวนก็พบกับกลไกด้านหลังรูปปั้นเข้าจริงๆเขาจึงทำการกดลงไป

“แกร๊กๆๆๆ!”

พื้นดินด้านหลังรูปปั้นเริ่มสั่นสะท้านเบาๆ พื้นหินพลันเปิดออกและเผยให้เห็นบันไดที่นำไปสู่ชั้นถัดไปทอดยาวลงไปด้านล่าง

โชคดีที่เสียงกลไกไม่ได้ดังมากนักและไม่ได้ทำให้อสูรโลหิตสองตัวหน้าห้องแตกตื่น

ไม่อย่างนั้นพวกมันคงรีบแจ้นเข้ามาดูแน่ว่าเกิดอะไรขึ้น

หากเป็นแบบนั้นจริงแผนการของลู่หยวนคงพังพินาศ

ลู่หยวนเดินตามบันไดที่ปรากฏขึ้นมาลงไปด้านล่าง

เมื่อเขาเดินลงมาเรื่อยๆก็พบว่าด้านล่างนั้นมีบางอย่างที่ส่องแสงเจิดจ้ารออยู่

คลื่นแสงเจิดจ้านั้นส่องสว่างมาจากด้านล่าง

“น่าจะเกี่ยวกับมณีแห่งโนอาแน่ๆ” ลู่หยวนคาดเดาในใจ

เมื่อเขามาถึงด้านล่างก็พบกับแท่นบูชาดังคาด

แท่นบูชานี้มีลักษณะเป็นอสูรโลหิตซึ่งดูพิเศษเป็นอย่างยิ่ง

แตกต่างจากตัวที่เขาเห็นเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง เจ้าตัวนี้เพียงแค่มองดูก็บอกได้เลยว่ามันต้องเป็นเทพของเหล่าอสูรโลหิต

อย่างไรก็ตามลู่หยวนไม่ได้สนใจเรื่องแบบนี้เท่าไหร่นัก

กลับกันเขากลับมุ่งเป้าไปที่มณีแห่งโนอาซึ่งอยู่บนแท่นบูชาเสียมากกว่า

แสงสว่างส่วนใหญ่รอบๆนี้มาจากมณีแห่งโนอาดังคาด

แสงสว่างจากคบเพลิงรอบๆยังไม่อาจเทียบได้เลยกับแสงที่ส่องออกมาจากมณีแห่งโนอา

ราวกับมณีจรัสแสง มันส่องแสงสีเหลืองอ่อนละมุน สว่างเจิดจ้าออกมาซึ่งไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บปวดดวงตาแต่อย่างใด

“ใช่แล้ว! เจ้านี่แหละ!”

จบบทที่ Chapter 18 : เก็บกู้มณีแห่งโนอา

คัดลอกลิงก์แล้ว