เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 11 : ประกอบ

Chapter 11 : ประกอบ

Chapter 11 : ประกอบ


“ชิ..น่าเบื่อยิ่งนัก ข้าพึ่งจะนึกขึ้นได้ว่ามนุษย์ต่างโลกเช่นพวกเจ้าดูเหมือนจะสามารถแยกแยะได้ว่าอีกฝ่ายนั้นมีเจตนาดีหรือร้ายต่อตน” โซลาก้ารู้สึกเหมือนกับถูกตบหน้าก็ไม่ปาน จากนั้นเขาก็หยิบเอาโซ่เส้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า

“เดิมทีข้าคิดจะเตรียมไอเทมอีกชิ้นเอาไว้ให้กับเจ้าแต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีจี้ของครูชอยู่กับตัว โซ่เส้นนี้เป็นโซ่ของจี้อันนั้น ข้าจะรอเจ้าที่เมืองแอมเบอร์”

หลังจากกล่าวจบโซลาก้าก็หายไปจากเหมือง

ลู่หยวนหมองโซ่ในมือ

[โซ่ของแอนนี่]

[คำอธิบาย : นี่คือสิ่งของกึ่งสำเร็จที่ถูกสร้างโดยนักแปรธาตุแอนนี่ มันไม่มีความสามารถใดๆ มีเพียงเมื่อเข้าคู่กับจี้ของครูชผู้เป็นสามีและผสานพวกมันเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้นถึงจะเผยให้เห็นความอัศจรรย์ แน่นอนว่ามันยังเป็นจดหมายรักถึงพวกเขาในวัยเยาว์อีกด้วย]

กลายเป็นว่านี่คือวิธีใช้จี้ของครูชสินะ...ลู่หยวนหยิบจี้ของครูชขึ้นมาและนำพวกมันมาต่อกัน

ก่อนหน้านี้เมื่อตอนที่เขาทำภารกิจของอันเดรสำเร็จ เขาได้รางวัลมาเป็นสร้อยคอของครูชหากแต่ลู่หยวนยังหาวิธีใช้มันไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงหมดความสนใจและโยนมันเอาไว้ในช่องเก็บของ

ไม่คิดเลยว่าจะได้เครื่องประดับอีกชิ้นหนึ่งมาในเวลาอันสั้นเช่นนี้

[ท่านพบกับไอเทมที่สามารถผสมเข้าด้วยกันได้ โปรดไปยังร้านอุปกรณ์เพื่อผสมพวกมัน]

เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น

ลู่หยวนเก็บข้าวเก็บของและเดินกลับไปยังหมู่บ้านมือใหม่

เขาตั้งใจว่าจะจัดการเก็บกวาดไอเทมที่ไม่ใช้และแลกเปลี่ยนพวกมันเป็นเหรียญทองด้วย

เมื่อมาถึงหมู่บ้านมือใหม่ ลู่หยวนกลับไม่ได้ต้องไปที่ร้านอุปกรณ์เป็นลำดับแรกแต่กลับไปยังแผงลอยไร้คนขายแทน หลังจากจ่ายเงินไป500ทองแดงเพื่อเป็นค่าเช่าแผงแล้ว แผงลอยตรงนี้ก็ถือว่าเป็นของลู่หยวนชั่วคราว

“ร้านนี้มีอุปกรณ์สวมใส่เกรดสีเขียวกับสีขาวขาย มาก่อนได้ก่อน” ลู่หยวนเขียนประโยคง่ายๆเพื่ออธิบายร้านค้า จากนั้นเขาก็หยิบอุปกรณ์ทั้งหมดที่ไม่ต้องการออกมาจากช่องเก็บของ

อุปกรณ์แต่ละชิ้นนั้นมีเอฟเฟ็คพิเศษแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระดับความหายาก เพื่อดึงดูดผู้คนแล้วลู่หยวนจึงไม่ได้ปิดเอ็ฟเฟ็คพิเศษเหล่านี้

อุปกรณ์บนร่างของลู่หยวนเปล่งประกายแสงสีเขียวออกมาซึ่งก็ดึงดูดสายตาของผู้เล่นทั้งหมดในตลาดได้เป็นอย่างดี

“ขายอุปกรณ์เกรดสีเขียว? เจ้าหมอนี่แข็งแกร่งจริงๆ..เชี่ย!” หนึ่งในผู้เล่นในฝูงชนจู่ๆก็ตะโกนขึ้นด้วยความประหลาดใจ

“เจ้าหมอนี่มีอุปกรณ์เกรดสีฟ้าด้วย สัตว์ประหลาดชัดๆ”

...

ฝูงชนมารวมตัวกันอยู่หน้าแผงลอยของลู่หยวน นกรบผู้หนึ่งชี้ไปที่แหวนบนนิ้วของลู่หยวนและถามออกมา “น้องชายแหวนนั่นขายรึเปล่า? ราคาพูดคุยต่อรองได้นะ”

“ไม่ขาย” ลู่หยวนมองไปที่นักรบผู้นั้นและเอ่ยออกมา

เมื่อเห็นว่าความสนใจของผู้เล่นส่วนใหญ่มุ่งเป้ามาที่แหวนที่เขาสวมใส่ ลู่หยวนจึงเอ่ยออกมาอีกครั้ง “ฉันขายแค่อุปกรณ์ที่วางอยู่บนแผงลอยเท่านั้นอย่างอื่นไม่ขาย”

“หลบหน่อยๆ” ในเวลานี้เองฝูงชนพลันถูกบีบให้ต้องแยกทาง จอมเวทย์ผู้หนึ่งที่ถูกลุมร้อมด้วยผู้เล่นเดินมาหยุดอยู่หน้าลู่หยวน

เป็นปิงชวงหลวนอู่ที่เขาเคยเจอมาแล้วหนหนึ่งนั่นเอง

“ฉันอยากได้อุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมดที่นายมีขาย ทั้งหมดราคาเท่าไหร่?” ปิงชวงหลวนอู่ถาม

“ราคาถูกเขียนเอาไว้ชัดเจนแล้วว่าใครที่ให้ราคาสูงสุดก็ได้ไป ระยะเวลาจำกัดคือ10นาที” ลู่หยวนเอ่ยเสียงเย็น ท่าทีของเขานั้นแม้จะไม่อบอุ่นหากแต่ก็ไม่เย็นชา

ปิงชวงหลวนอู่สะอึกไปทันที คำกล่าวที่เขาเตรียมเอาไว้พลันถูกกลืนลงคอ

“เซียงป้าเจ้าสารเลวนี่แอบเพิ่มราคา” เมื่อเปิดดูราคาบนเครื่องประมูลบนแผงลอยขนาดเล็กเขาก็พบว่าราคาของอุปกรณ์เกรดสีเขียวหลายชิ้นนั้นขึ้นไปเป็น3เหรียญทองแล้ว

ชื่อที่อยู่ด้านบนสุดย่อมไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเซียงป้าเทียนเซี่ย

ปิงชวนหลวนอู่เข้ามามีเอี่ยวด้วยในทันที

ลู่หยวนเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่ารับเฉพาะเงินในเกมเท่านั้นทุกคนจึงไม่พูดถึงเงินจริงกันโดยปริยาย

ไม่นานนักเวลาสิบนาทีก็ผ่านพ้นและอุปกรณ์เกรดสีเขียวหลายชิ้นก็ถูกขายออกไปในราคารวมสูงถึง13เหรียญทอง อุปกรณ์เกรดสีขาวเองก็ถูกขายออกไปทั้งหมดเช่นกันแต่ราคานั้นโดยรวมแล้วต่ำกว่า1เหรียญทองด้วยซ้ำ

เงินตราในโลกแห่งอโพคาลิปนั้นมีค่ามากเป็นพิเศษ ผู้เล่นทั่วไปสามารถหาเงินได้เพียง1เหรียญทองต่อเดือนเท่านั้น หนึ่งเหรียญทองนั้นมีค่ามากแล้วสำหรับชนพื้นเมืองในโลกแห่งนี้

ตอนนี้อุปกรณ์หลายชิ้นที่เขาไม่ต้องการกลับขายออกไปได้ถึง13เหรียญทอง

อย่างไรก็ตามลู่หยวนสามารถเพลิดเพลินไปกับกำไรก้อนโตเช่นนี้ได้ก็แค่ช่วงเริ่มต้นของเกมเท่านั้น ตอนนี้ทุกคนกำลังแข่งกันเก็บเลเวล ต่อให้อัตราการดรอปอุปกรณ์สวมใส่ในโลกแห่งอโพคาลิปจะต่ำมากแต่ก็ยังมีอุปกรณ์เกรดสีเขียวหลุดมาบนตลาดแล้วบ้างเช่นกัน

แม้ว่าจะไม่มากแต่ก็ไม่ได้หายากขนาดนั้น

ข้อได้เปรียบของลู่หยวนก็คืออุปกรณ์เกรดสีเขียวสองชิ้นของเขานั้นเป็นเลเวล5 ผู้เล่นจะสามารถใช้มันได้ก็ต่อเมื่อไปถึงเลเวล5แล้ว

ไม่นานหลังจากขายไอเทมเสร็จลู่หยวนก็คิดจะตบตูดจากไป

“น้องชายลู่หยวนมาเพิ่มเพื่อนกันเอาไว้ดีไหม? ครั้งล่าสุดเห็นนายรีบๆฉันก็เลยไม่ได้ข้อเพิ่มเพื่อนเอาไว้ หนนี้ฉันไม่พลาดแน่” เซียงป้าเทียนเซี่ยเดินเข้ามาหาเขาแล้วพูดขึ้น

เป็นเรื่องปกติที่ผู้เล่นจะรวมกลุ่มกันภายในเกม ลู่หยวนพยักหน้าและส่งคำขอเพิ่มเพื่อนไปให้กับเซียงป้าเทียนเซี่ยหลังจากค้นหาชื่อเขาจนพบ

ตั้งแต่การประกาศครั้งล่าสุดลู่หยวนก็เปิดใช้งานออฟชั่นปฏิเสธคำขอเพิ่มเพื่อนอัตโนมัติไป ตอนนี้ถ้าเขาอยากจะเพิ่มเพื่อนใครเขาก็ต้องเป็นฝ่ายยื่นคำขอเอง

“ฉันด้วยๆ” ปิงชวงหลวนอู่วิ่งเข้ามาอย่างกระตือรือร้น ลักษณะหน้าตาของเขานั้นดูคล้ายกับชายวัยกลางคนหากแต่นิสัยกลับเหมือนเด็ก

ลู่หยวนขี้เกียจจะเสียเวลากับเขาจึงส่งคำขอไปอย่างลวกๆแล้วจากไปทันที

ด้วยเงินจำนวนมากที่ได้มาทำให้กระทั่งฝีเท้าเองก็ยังเบาหวิว

ไม่นานนักเขาก็มาถึงร้านขายอุปกรณ์สวมใส่ ลู่หยวนนำจี้ของครูชกับโซ่ของแอนนี่ออกมาจากช่องเก็บของและส่งให้กับเจ้าของร้าน

“เถ้าแก่ช่วยข้าประกอบพวกมันที” ลู่หยวนเอ่ย

“นี่มันไม่ง่ายเลยนะ! ขอข้าคิดซักครู่...” เจ้าของร้านขายอุปกรณ์สวมใส่รับไอเทมทั้งสองชิ้นไปมองดูผ่านเลนส์แว่นและขบคิดอย่างตั้งใจอยู่ชั่วครู่

“ข้าสามารถประกอบพวกมันได้แต่ต้องใช้เงินหนึ่งเหรียญทองเป็นค่าประกอบ” เจ้าของร้านเอ่ย

“ไอเทมบ้าอะไรมีค่าใช้จ่ายในการประกอบสูงขนาดนั้น?” ลู่หยวนโมโหเล็กน้อย แม้ว่าตอนนี้เขามีเงินเต็มกระเป๋าแต่ก็ไม่ได้อยากจะถูกรีดเลือดขนาดนั้น

“ราคานั้นแหละ” เจ้าของร้านขมวดคิ้วและตอบกลับ

“เอาเถอะ ถ้างั้นรบกวนท่านประกอบมันให้ด้วย” เมื่อเห็นว่ายังไงเจ้าของร้านก็ไม่ยอมอ่อนข้อ ลู่หยวนจึงทำได้เพียงสาปแช่งเจ้าพ่อค้าหน้าเลือดนี่ในใจ จากนั้นเขาก็ยอมวางเงินหนึ่งเหรียญทองลงบนโต๊ะแต่โดยดี

“ดี...รอข้าซักสิบนาทีแล้วกัน”

หลังจากวางเหรียญทองลงบนโต๊ะ เจ้าของร้านก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ไม่นานเขาก็คว้าทั้งเหรียญทองและไอเทมทั้งสองชิ้นหายเข้าไปในห้องปฏิบัติงานด้านหลังร้าน

ลู่หยวนหาเก้าอี้นั่งรอและได้ยินเสียงก๊องแก๊งดังมาจากห้องปฏิบัติงาน

เขาที่รู้สึกเบื่อจึงเปิดฟอรั่มของอโพคาลิปขึ้นมาและเริ่มเลื่อนหาโพสต์อ่าน

เมื่อเปิดมาที่หน้าโพสต์ที่เป็นที่นิยม ชื่อของโพสต์แรกพลันดึงดูดความสนใจของลู่หยวนยิ่งนัก

‘ตรวจสอบโปรแกรมโกงอย่างเข้มงวด - ต่อต้านการใช้โปรแกรมโกง’

มีโปรแกรมโกงในเกมด้วย?

ทำไมเขาไม่เห็นรู้มาก่อนเลย?

น่าจะเป็นคลิ๊กเบทอีกแล้วล่ะมั้ง ลู่หยวนปรามาสในใจแต่ก็พ่ายแพ้ให้แก่ความสงสัยจนต้องเปิดดูวีดิโอ

เมื่อเขาดูไปเรื่อยๆก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ

“คนนี้มันฉันไม่ใช่หรอ? บอกว่าฉันโกงเนี่ยนะ? เออถ้างั้นก็เอาเถอะ” เมื่อมองไปยังหัวข้อโพสต์ ลู่หยวนก็ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธยังไงดีเหมือนกัน

ยังไงซะสิ่งที่เขาทำมันก็ไม่แตกต่างจาการโกงจริงๆ

ในชีวิตที่แล้วของเขาเขาวุ่นหัวหมุนอยู่กับการต่อสู้และการสังหาร ตอนนี้เมื่อย้อนเวลากลับมาตัวเขาจึงรู้สึกโหยหาความมีชีวิตชีวาที่ห่างหายไปนานจนทำให้ความคิดของเขามีความเป็นวัยรุ่นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

“ของของเจ้าถูกประกอบเสร็จแล้ว” เวลานี้เองเจ้าของร้านก็ได้เดินออกมาจากห้องปฏิบัติงานและตะโกนบอกกับลู่หยวน

จบบทที่ Chapter 11 : ประกอบ

คัดลอกลิงก์แล้ว