เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36​​: โรคร้ายแต่กำเนิด! มีแค่ฉันเท่านั้นที่ช่วยเธอได้!

บทที่ 36​​: โรคร้ายแต่กำเนิด! มีแค่ฉันเท่านั้นที่ช่วยเธอได้!

บทที่ 36​​: โรคร้ายแต่กำเนิด! มีแค่ฉันเท่านั้นที่ช่วยเธอได้!


บทที่ 36​​: โรคร้ายแต่กำเนิด! มีแค่ฉันเท่านั้นที่ช่วยเธอได้!

ดวงตาของซูไป๋เปล่งประกายด้วยความดีใจเมื่อเขาได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบและคำเตือนอันตรายสีดำและสีแดงที่ขยายออกมาในขอบเขตการมองเห็นของเขา

โดยไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งจากซูไป๋….จินหมั่นฝูก็ก้าวไปข้างหน้าและเคาะประตู

“ก็อกๆ”

"เข้ามา"

เสียงอันแผ่วเบาของเสี่ยวหว่านชิงดังลอดออกมา….หลังจาก​นั้นซูไป๋ก็เปิดประตูสำนักงานด้วยความตื่นเต้น

ทันใดนั้น​ ภาพในออฟฟิศก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าซูไป๋

มันเป็นสำนักงานที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 30 ตารางเมตร

สะอาด กว้างขวาง และสว่างไสว

ตรงข้ามกับประตูสำนักงาน มีโต๊ะและโซฟาไว้รับรองแขก ภายในมีโต๊ะของเสี่ยวหว่านชิง และตู้เอกกสารที่เธอใช้เก็บข้อมูลต่างๆ

ในขณะนี้เสี่ยวหว่านชิงกำลังตรวจเอกสารที่อยู่ตรงหน้าเธอ

ที่ด้านข้างโต๊ะเสี่ยวหว่านชิง มีโต๊ะตัวเล็กวางอยู่……ในขณะนี้มีเด็กผู้หญิงที่ดูเหมือนอายุไม่ถึง 20 ปีกำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ​นั้น

ครั้งหนึ่ง, ซูไป๋เชื่อว่าเสี่ยวหว่านชิงเป็นผู้หญิงที่งดงาม​มากที่สุดในบรรดาผู้หญิงที่เขาเคยพบ

แม้ว่าเธอจะอายุมากกว่าเขา…. เเต่คงมีเพียงไม่กี่คนในอาคารสีขาวหลังน้อยที่สามารถเปรียบเทียบกับเธอได้

แต่…

เมื่อเขาเห็นลูกพี่ลูกน้องของเสี่ยวหว่านชิงในวันนี้….เขาก็รู้แล้วว่าความงดงามที่แท้จริงในโลกนี้คืออะไร!

ผมสีดำยาวสยายลงมาดูยุ่งเล็กน้อยเเละคลอเคลียอยู่บนไหล่

ใบหน้าที่บอบบางราวกับหยกสีชมพูแกะสลักเนื้อดี….ช่างเข้ากับผมสีดำเงาอย่างไร้ที่ติ

เมื่อเทียบกับใบหน้านี้…..แม้แต่เสี่ยวหว่านชิงที่อยู่ข้างๆ ก็หม่นหมองลงอย่างช่วยไม่ได้

แต่​อย่างไร​ก็​ตาม….

สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของซูไป๋มากที่สุดไม่ใช่รูปร่างหน้าตาของหญิงสาวผู้นี้….แต่เป็นท่าทางของเธอ!

ร่างกายของหญิงสาวดูเปราะบางทั้งยังขี้โรค

ใบหน้าที่สวยงามนั้นซีดเเละขาดสีสัน….ร่างเล็กๆที่อยู่บนโต๊ะทำงามดูผอมบางเป็นพิเศษ

แม้ว่าเธอจะนั่งอยู่บนโต๊ะโดยไม่ขยับเขยื้อนไปใหน, เเต่เธอก็จะไอเป็นครั้งคราว เเละทุกครั้งที่เธอไอ คิ้วของเธอจะย่นเล็กน้อย ราวกับว่าเธอกำลังระงับความเจ็บปวดในร่างกายของเธอ!

ในสภาพที่แสนบอบบางนี้…..ร่างกายของหญิงสาวแสดงออกถึงความอ่อนแอเหมือนอยากให้ทุกคนที่มองเห็นรู้สึกว่า"เธอคือลูกแพร์ที่เบ่งบานท่ามกลางสาทกฤดู" ซึ่งทำให้ผู้คนที่มองมา….อดรู้สึก​สงสารเธอไม่ได้!

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ เสี่ยวหว่านชิงจะไม่เคยยอมให้ลูกพี่ลูกน้องของเธอไปที่ย่านบันเทิง

หากผู้หญิงคนนี้ปรากฏตัวในย่านบันเทิงและมีแขกมาพบเห็นเข้า เธอคงทำให้หลายคนคลั่งไคล้เป็นแน่​ (งดงามเเละเปราะบาง​จนน่าถนุถนอม)​

เมื่อซูไป๋สังเกตเห็นหญิงสาวคนนี้….แน่นอนว่าเสี่ยวหว่านชิงก็สังเกตเห็นซูไป๋ด้วยเช่นเดียวกัน

เสี่ยวหว่านชิงได้ยินข่าวเกี่ยวกับชายหนุ่มคนนี้​ ที่​อ้างตัวว่าเป็นหลานของจินหมั่นฝูแล้ว​ - ทั้งหลังจากนั้นจินหมั่นฝูก็พาเขาเข้ามาและเขาก็สร้างความยุ่งยากครั้งใหญ่ทันทีที่เขามาถึง

แต่ทว่า…..

หลังจากใช้เวลาหลายปีในซินเซียง​ จนได้พบปะกับบุคคลสำคัญมากมายนับไม่ถ้วน

ความสามารถในการจับอารมณ์และสังเกตการณ์​ของเสี่ยวหว่านชิงนั้นดีเลิศชนิดที่ว่าคนทั่วไปทาบไม่ติด

เธอสามารถบอกได้ทันที...ความสัมพันธ์ระหว่างจินหมั่นฝูและชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่อย่างที่พวกเขา​อ้าง

จินหมั่นจะต้องถูกบงการโดยชายหนุ่มคนนี้เป็นแน่!

ไม่ว่าเขาจะพยายามปกปิดมันแค่ไหน….เเต่ยามที่จินหมั่นฝูมองชายหนุ่ม ความรู้สึกหวั่นเกรงที่เขาเผลอเเสดงมาจากสัญชาตญาณนั่นไม่สามารถปกปิดได้!

เสี่ยวหว่านชิงไม่สนใจที่มาของชายหนุ่มผู้เแสนย็นชานี้ แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วยว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจินหมั่นฝูเเท้จริ​งเป็นอย่างไร

เธอแค่รู้ว่า

สายตาชายหนุ่มผู้เย็นชาคนนี้มองมาที่เย่ซินหยิงนั้น…..มันทำให้เธอรู้สึกอึดอัด!

“คุณจิน”

ริมฝีปากสีแดงอวบอิ่มเปิดขึ้นเล็กน้อย จาก​นั้นมันก็มาพร้อมคำพูดที่ฟังดูเย็นชา: "ถ้าคุณต้องการอะไรก็บอกฉันมา แต่ถ้าไม่มีอะไร….รบกวนออกไปด้วย,​ ฉันมีงานต้องทำอีกมาก"

ประโยคนี้ดูเหมือนเธอพูดกับจินหมั่นฝู.…แต่จริงๆแล้วเธอกำลังพูดกับซูไป๋

ก่อนที่จินหมั่นฝูจะได้ตอบอะไร….ซูไป๋ก็ก้าวไปข้างหน้า และจ้องมองไปที่หญิงสาวที่อ่อนแออย่างใกล้ชิด

ซึ่ง​สิ่งนี้ทำให้หญิงสาวที่ขี้อายอยู่แล้วยิ่งรู้สึก​กดดัน​มากยิ่งขึ้น เธอรีบขยับตัว​เพื่อซ่อนอยู่หลังคอมพิวเตอร์อย่างระมัดระวัง

"ในโลกนี้ มีเแค่ฉันเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้!"

"คุณพูดอะไรน่่ะ?!"

ความสับสนและตกใจฉายชัดในดวงตาหยกอันเฉี่ยวคม….และตอนนี้​เสี่ยวหว่านชิงก็อดไม่ได้ที่จะเพิ่มระดับเสียงของเธอให้สูงขึ้นอีกเล็กน้อย

เเต่ซูไป๋ไม่ได้สนใจเสี่ยวหว่านชิง, เขาก้าวเดินไปรอบๆโต๊ะพลางจ้องมองหญิงสาวที่อ่อนแอเหมือนนกกระทา…..เเละในที่สุด​ก็​พูดออกมาเบาๆ

"ถ้าฉันเดาถูก เธอคงจะป่วยเป็นโรคที่ชื่อว่าอะบอร์ทิซึมใช่รึเปล่า แถมยังเป็นโรคระยะสุดท้ายด้วยใช่ไหม?”

อะบอร์ทิซึมเป็นโรคหายากร้ายแรงที่คล้ายกับตำนานของเมือง

สาเหตุที่เรียกว่าตำนานของเมืองก็เนื่องมาจาก จำนวนของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้หายากเกินไป…..แม้ว่าจะนับจำนวนผู้ป่วยจากทั่วทั้งโลกมันก็ยังมีไม่เกินสิบราย

ทั้งโรคนี้ยังไม่ทราบสาเหตุไม่ว่าจากปัจจัยภายนอกหรือภายใน….อาการเดียวที่มีคือผู้ป่วยจะอ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง, จนในที่สุดมันก็จะนำไปสู่ความตาย

โรคชนิดนี้ไม่มีใครทราบสาเหตุของโรค, ทั้งยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

นอกจากนี้, การพยายามประคับประคองอาการไม่ให้ทรุดตัวลงก็ยังทำได้ยากยิ่ง... เพราะงั้นมันจึงกลายมาเป็นโรคที่เหมือนตำนานของเมืองในที่สุด

“เสี่ยวหยิง...เธอกำลังทรมานจากโรคอะบอร์ทิซึมอยู่จริงๆ”

เสี่ยวหว่านชิงไม่ได้ปฏิเสธ ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความรักใคร่

"เมื่อคุณรู้อยู่แล้วว่านี่คือโรคอะบอร์ทิซึม คุณก็ควรรู้ด้วยว่าเธอไม่ควรถูกรบกวน"

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, รอยยิ้มเย็น​ชาก็ปรากฏบนใบหน้าของซูไป๋ และเขาก็พูดขึ้นมา

"ฉันบอกไปแล้ว​นะ, ว่าฉันเป็นคนเดียวในโลกนี้ที่สามารถช่วยเธอได้!"

"นั่นมันเป็นไปไม่ได้!" เสี่ยวหว่านชิงรู้สึกไม่สบายใจอีกครั้​ง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เธอได้พาเย่ซินหยิงไปยังเมืองหลวงของไท่เซี่ย และอเมริกา

แม้แต่โรงพยาบาลและสถาบันการแพทย์ชั้นนำของไท่เซี่ยและอเมริกาก็ยังทำอะไรไม่ได้เลย

ย่างมากพวกเขาก็แค่จ่ายยาราคาแพงบางชนิดมาเพื่อชะลอการเสียชีวิตของเย่ซินหยิงเท่านั้น...เเล้ว​ชายหนุ่มผู้ดูเย็นชาเเละไม่ทราบที่มาที่​ไปคนนี้กลับ​มาบอกว่าเขาสามารถช่วยเธอได้งั้นหรือ?

“มันอาจจะเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้……เเค่ลองดูแล้วคุณจะรู้เอง”

ซูไป๋ไม่ได้โต้แย้งกับเสี่ยวหว่านชิงอีกต่อไป…..เขาขอให้จินหมั่นฝูหาเข็มฉีดยาที่สะอาดกับน้ำอุ่นมาหนึ่งแก้ว

เมื่อจินหมั่นฝูกลับมาพร้อมกับกระบอกฉีดยาและแก้วน้ำ

ซูไป๋ก็ทำเหมือนล้วงเข้าไปในกระเป๋าของเขา แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาหยิบ [ยาฟื้นฟูฉับพลัน] คุณภาพหายากสีเขียวออกมาจากกระเป๋าเป้สะพายหลังของระบบ!

[ยาฟื้นฟูฉับพลัน] ถูกสร้างขึ้นหลังจากผสมผสานแกนคริสตัลแห่งชีวิตระดับสอง…..แม้แต่สิ่งมีชีวิตระดับสองก็สามารถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและความแข็งแกร่งทางร่างกายได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดาเลย

ซูไป๋ไม่รู้ว่ายาฟื้นฟูฉับพลัน​นี้จะสามารถรักษาสาวน้อยคนนี้ได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่…..เเต่มันคงจะสามารถ​ชะลออาการป่วยของเธอ, ทั้งยังช่วยยืดอายุขัยของเธอได้อย่างเเน่นอน!

แต่ยาเเรงเเบนี้,​ มนุษย์​ธรรมดา​ไม่สามารถใช้มันได้ทั้งหมด​อย่างเเน่นอน

ดังนั้น, ซูไป๋จึงใช้เข็มฉีดยาดูดมันขึ้นมาหนึ่งในสิบ แล้วเทลงในน้ำอุ่น….จากนั้นจึงยื่นถ้วยน้ำอุ่นให้เสี่ยวหว่านชิง

"ลองดูสิ"

………………….

จบบทที่ บทที่ 36​​: โรคร้ายแต่กำเนิด! มีแค่ฉันเท่านั้นที่ช่วยเธอได้!

คัดลอกลิงก์แล้ว