เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 : อนาคตและจุดจบของโลก จินหมั่นฝูผู้ถูกต้มจนเปื่อย

บทที่ 31 : อนาคตและจุดจบของโลก จินหมั่นฝูผู้ถูกต้มจนเปื่อย

บทที่ 31 : อนาคตและจุดจบของโลก จินหมั่นฝูผู้ถูกต้มจนเปื่อย


บทที่ 31 : อนาคตและจุดจบของโลก จินหมั่นฝูผู้ถูกต้มจนเปื่อย

การย้อนกลับมาเกิดใหม่!!!

เมื่อได้ยินคำนี้, จินหมั่นฝูก็เงียบไปทันที

เขานั้นไม่ได้รู้สึกแปลกๆกับคำเหล่านี้แต่อย่างใด

เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมบันเทิงของประเทศไท่เซี่ยก็ปรากฏคำเหล่านี้​ให้เห็นขึ้นอยู่บ่อยๆ

ไม่เพียงแต่ผู้แต่งนวนิยายออนไลน์เท่านั้น….เเม้แต่ธีมของการเกิดใหม่และหวนคืนสู่อดีตก็มักปรากฏในภาพยนตร์และละครโทรทัศน์บางเรื่องอีกด้วย

แต่….

ละครโทรทัศน์​กับเรื่องจริงนั้นเเตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เเละหากเป็นไม่กี่นาทีก่อนหน้า จินหมั่นฝูจะไม่มีวันเชื่อเรื่องเเบบนี้เลย

แต่ตอนนี้……

เมื่อเห็นการแสดงออกที่คาดเดาไม่ได้ของซูไป่ จินหมั่นฝูก็เริ่มจิตใ​จสั่นไหวเล็กน้อย

ใช่…..แม้แต่พลังพิเศษ เช่น พลังเหนือธรรมชาติที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ยังปรากฏให้เห็น แล้วมันจะยากอะไรนักหนากะอีแค่มีผู้ย้อนกลับมาเกิดอีกครั้ง?

หลังจากเงียบไปนาน จินหมั่นฝูก็พูดออกมา

"งั้นนายท่านอีกาทมิฬ, ท่านเป็นผู้ที่ย้อนกลับมาเกิดงั้นเหรอ?”

“จากช่วงเวลาข้างหน้า….หวนคืนสู่ปัจจุบัน?”

"ไม่ใช่ฉัน….แต่เป็นพวกเรา"

เมื่อเห็นว่าจินหมั่นฝูเริ่มทำความเข้าใจได้แล้ว ซูไป๋ก็เล่าเรื่องที่เขาแต่งขึ้นมาอย่างใจเย็น

“วันนี้ในอีก 1 ปีข้างหน้า…มันจะมีหมอกดำปกคลุมทั่วทั้งโลก และโลกจะเปลี่ยนไปในทันที”

“70% ของมนุษย์หรือมากกว่า 1 หมื่นล้านคนในดาวเคราะห์สีฟ้านี้จะติดเชื้อจากหมอกดำและกลายเป็นซอมบี้”

“ใช่…..มันเป็นซอมบี้แบบในภาพยนตร์​นั่นแหละ”

“เเละเพียงเเค่วันเดียวเท่านั้น อัตราการเสียชีวิตของมนุษยชาติก็เกิน 80%”

“จากนั้นหนึ่งเดือนต่อมา จำนวนผู้รอดชีวิตก็เหลือเพียงห้าเปอร์เซ็นต์(500​ ล้านคน)​ของประชากรทั้งหมด”

“หนึ่งปีต่อมา จำนวนดังกล่าวก็ลดลงต่อไป…..โดยในที่สุด​มีจำนวนผู้รอดชีวิตต่ำกว่า 100 ล้านคน”

“สองปีต่อมา ซอมบี้ที่วิวัฒนาการ​เเล้ว…..ได้ครอบครองเกือบทุกมุมโลก เเละมีผู้รอดชีวิตเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ที่ซอมบี้​ไม่สามารถเข้าถึงได้”

"สามปีต่อมา, โลกได้กลายเป็นโลกแห่งซอมบี้โดยสมบูรณ์ แม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตที่วิวัฒนาการจนมีความแข็งแกร่งเหนือกว่ามนุษยชาติซึ่งถูกเรียกว่าสัตว์ร้าย ก็ถูกกำจัดโดยเหล่าซอมบี้"

“หลังจากสามปี, คนเป็นไม่มีอีกต่อไปแล้ว เเละคนตายคือคนที่ถือครองอำนาจสูงสุด”

“อารยธรรมล่มสลายและมนุษยชาติสูญสิ้น”

“นี่คืออนาคตของโลกในอีกสามปีต่อจากนี้”

“ฉันเป็นผู้แข็งแกร่งคนสุดท้ายของมนุษยชาติ…..เเละได้ใช้พลังจากสมบัติล้ำค่าเพื่อกลับมาสู่อดีตในช่วงเวลาก่อนที่โลกถูกทำลาย….ซึ่งขณะนี้อยู่ห่างจากวันสิ้นโลกหนึ่งปี”

“เพราะฉะนั้น ฉันถึงเก่งในการต่อสู้มากขนาดนี้”

“เเละนั่นคือเหตุผลว่าทำไม บนดาวโลกที่ไม่เคยมีผู้มีพลังพิเศษใดๆมาก่อน….จึงมีคนที่มีพลังพิเศษเช่นฉันปรากฏตัวขึ้น!”

จินหมั่นฝูเริ่มเงียบอีกครั้ง

หากแยกข้อเท็จจริงที่ว่าซูไป๋กำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา….สิ่งที่เขาเพิ่งได้ยินมัยก็เหมือนกับโครงร่างของนวนิยายออนไลน์คุณภาพต่ำที่ไม่ค่อยมีข้อเท็จจริงสักเท่าไหร่

แต่ด้วยการปรากฏตัวของซูไป๋และพลังพิเศษที่เขาแสดงออกมา... ข้อเท็จจริงเหล่านั้นมันกลับดูสมเหตุสมผลและกลมกลืนอย่างไม่น่าเชื่อ

"วันสิ้นโลก ซอมบี้..."

"การล่มสลายของมนุษยชาติ..."

การใช้คำพูดที่น่าสะพรึงกลัวแบบนี้ไม่ว่ากับใครก็ตาม….มันก็จะทำให้พวกเขารู้สึกกดดันอย่างหนัก ความกลัว และความไร้พลังซึ่งเกี่ยวกับอนาคตและการสูญสิ้นของโลก

“แต่ทำไมต้องเป็นฉันล่ะ”

“เมื่อท่านได้เกิดใหม่แล้วกลับมาแล้ว …หุ้นส่วนที่ดีที่สุดก็ควรเป็นรัฐบาลไม่ใช่หรือ?”

จินหมั่นฝูไม่สามารถทำอะไรได้ เขาทำได้เพียงถามคำถามนี้ด้วยเสียงแหบ

แต่แล้ว….เขาก็เริ่มนึกขึ้น​ได้​

ถ้าหากเป็นเขาที่ย้อนกลับมาล่ะ…

เขาก็คง…..จะระมัดระวัง และอาจจะระมัดระวัง​มากกว่าที่นายท่านอีกาทมิฬ​ด้วยซ้ำ

โลกยังไม่ล่มสลาย วันสิ้นโลกยังไม่มาถึง และประเทศต่างๆ ในโลกแห่งความเป็นจริงยังคงดำรงอยู่อย่างสงบ

หากเป็นเขาที่ได้กลับมาเกิดใหม่,​ จนกว่าเขาจะแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องตัวเองเมื่อเผชิญกับอำนาจของรัฐ….สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวก็น่าจะเป็นการซ่อนและปกป้องตัวเอง

เพราะคนส่วนใหญ่​คงไม่เชื่อ….และถึงจะเชื่อ,​ เเต่การมีอยู่ของพลังเหนือธรรมชาติก็จะดึงดูดความสนใจและเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดนโยบายของประเทศ

ในกรณีที่เเย่ที่สุด, อาจจะมีคนต้องขัดขวางการเติบโตของพลังเหนือธรรมชาติอย่างแน่นอน

หรืออาจจะเป็นเพราะบางสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คนอย่างอีกาทมิฬจึงไม่เชื่อใจประเทศชาติ​อีกต่อไป

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนั่น…

หากเขาเกิดใหม่และกลับมาอีกครั้ง…..ตัวเลือกแรกของเขาก็คงไม่ใช่การป่าวประกาศให้รัฐบาลรับรู้​

แต่เป็นการป้องกันตัวเองและเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเองอย่างเงียบๆ

ตอนนี้, เขาเข้าใจแล้ว…..ในความคิดของเขา เขาเชื่อเรื่องราวที่ซูไป่เพิ่งสร้างขึ้นกว่า​ 80%

จากนั้นจินหมั่นฝูก็เงยหน้าขึ้น

"ดังนั้น…..เพื่อรวมเมืองหลินเจียงให้เป็นหนึ่ง, ท่านจึงต้องการให้มีราชาของโลกใต้ดินปรากฏตัวขึ้นในเมืองหลินเจียงอย่างนั้นสินะ?"

"ถูกต้อง" ซูไป๋พยักหน้าและกล่าวต่อ

"ตอนนี้ฉันได้เกิดใหม่และกลับมา….ฉันจึงไม่ต้องการเห็นมนุษยชาติสูญพันธุ์​อีกครั้ง!"

“ดังนั้น…..ก่อนที่ฉันจะสามารถฟื้นฟู​พลังกลับมาได้อย่างเต็มที่ ฉันไม่ต้องการเปิดเผยตัวเอง และไม่ต้องการที่จะถูกแทรกแซงโดยกองกำลังระดับประเทศ…..การดำรงอยู่อย่างนายจึงกลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของเรา”

“อีกอย่าง​พลังพิเศษนั้นมีมากมายหลายประเภท….วิธีการฝึกฝนและพัฒนาพลังพิเศษแต่ละประเภทก็แตกต่างกันออกไป”

“สิ่งที่ฉันทำเมื่อวานนี้และคำขอที่ฉันขอให้นายทำ….นายสามารถคิดได้ว่ามันเป็นวิธีการเพื่อทำให้พลังของฉันกลับคืนมา”

"เข้าใจ​เเล้วครับ"

ณ​ ขณะนี้…..จินหมั่นฝูสามารถ​แก้ไขความสงสัยในใจของเขาได้เเล้ว

เดิมทีเขาคิดว่าการทุบตีลูกน้องของเขาเป็นงานอดิเรกของอีกาทมิฬ หรือวิธีระบายอารมณ์ของเขา….แต่ความจริง​มันเป็นการฝึกฝนเพื่อฟื้นฟู​ความแข็งแกร่งของเขาต่างหาก​

หลังจากรู้เรื่องราว(เก๊)​ทั้งหมด…..จินหมั่นฝูก็เงียบลงอีกครั้ง

เขารู้ดีว่าเมื่อเขาได้เห็นการมีอยู่ของพลังพิเศษด้วยตาของเขาเอง และได้ยินความลับเหล่านี้ด้วยหูของเขาเอง……สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเขาอีกต่อไปที่จะตัดสินใจว่าจะเป็นราชาใต้ดินของเมืองหลินเจียงหรือไม่

เนื่องจากอีกาทมิฬต้องการให้ตัวละครดังกล่าวปรากฏ…..เขาก็จำเป็นต้องกลายเป็นราชาของโลกใต้ดินของเมืองหลินเจียง

นี่เป็นทางเลือก​เดียว​ของเขา!!!!!

………………

จบบทที่ บทที่ 31 : อนาคตและจุดจบของโลก จินหมั่นฝูผู้ถูกต้มจนเปื่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว