- หน้าแรก
- ระบบมาเร็วกว่ากําหนดสามปี แต่วันสิ้นโลกยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ
- บทที่ 26 : การเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่! การปรากฏตัวครั้งแรกของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ(อีกาทมิฬ)!
บทที่ 26 : การเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่! การปรากฏตัวครั้งแรกของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ(อีกาทมิฬ)!
บทที่ 26 : การเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่! การปรากฏตัวครั้งแรกของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ(อีกาทมิฬ)​!
บทที่ 26 : การเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่! การปรากฏตัวครั้งแรกของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ(อีกาทมิฬ)​!
สิบวินาทีต่อมา….การ์ดรักษาความปลอดภัยชุดใหม่ก็ลงไปนอนกองบนพื้น
[โฮสต์มีความกล้าหาญอย่างหาที่เปรียบมิได้...]
[โฮสต์แสดงพลังอันยิ่งใหญ่... ]
[โฮสต์……]​
ซูไป๋ได้รับคะแนนการเอาชีวิตรอดมาเกือบ 300 คะแนนอีกครั้งจากการแจ้งเตือนของระบบ
เเละแน่นอนว่าในกระบวนการปราบปรามซอมบี้เหล่านี้ ซูไป๋ก็ไม่ลืมที่จะหาคนมาจดบันทึกชื่อการ์ดรักษาความปลอดภัยคนไหนที่เป็นซอมบี้บ้าง
“นายน่ะ….มานี่สิ” ซูไป๋กวักมือเรียกหยางกัง
หยางกังก้มหัวลงและพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง​
“นี่ นี่ และนั่น...” ซูไป๋ชี้ไปที่การ์ดรักษาความปลอดภัยที่เขาเล็งไว้ทีละคน
“เขียนชื่อคนเหล่านี้ทั้งหมด รวมทั้งตัวนาย และการ์ด​คนอื่นๆจากเป่ยหยวนบาร์…..แล้วส่งรายชื่อไปให้คุณชายจิน”
“เข้าใจแล้ว,​ ผมจะจัดการให้” หยางกังพยักหน้าอย่างเร่งรีบ
หลังจากสิ่งเหล่านี้จบลง
ซูไป๋ก็เดินไปหาจินหมั่นฝู​ ก่อนที่จะทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม​ พลางมองมาเฟียหนุ่มผู้มั่งคั่ง
"เรามาคุยกันเป็นการส่วนตัวหน่อย​ดีไหม?"
เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, จินหมั่นฝูก็รีบโบกมือเป็นสัญญาณให้การ์ด​รักษาความปลอดภัยที่กำลัง​ส่งเสียงครวญครางอยู่ออกไป
จากนั้น, เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกอีกครั้ง
มันคือการพูดคุย
เเละการพูดคุยนั่นหมายความว่าชีวิตของเขา​รอดแล้ว
…….
เมื่อเหลือเพียงพวกเขาสองคนในชั้นใต้ดิน….จินหมั่นฝูก็ปรับท่านั่งของเขาเล็กน้อย
"ชื่อเดิมของฉันคือจินฟู่กู้ย​ ฉันทำงานหนักมาครึ่งชีวิตแล้ว หลังจากตั้งตัวได้ ฉันก็คิดว่าชื่อเดิมมันดูเชยเกินไป…..ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็น จินหมั่นฝู”
“น้องชาย….ฉันควรเรียกนายว่าอะไร?”
“เรียกฉันว่าอีกาทมิฬก็ได้” ซูไป๋ตอบอย่างเย็นชา
จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกแล้วค่อยๆดึงมีดสั้นที่แทงลึกเข้าไปในโซฟาออกมา พลางใช้มันเล็มเล็บมือแล้วพูดต่อ
"ปล่อยกู้ ทวงหนี้ คนในธุรกิจสีเทาของนายคงยังไม่ได้มาที่นี่ใช่ไหม"
จู่ๆจินหมั่นฝูก็สงสัยว่า วิธีการปล่อยกู้เงินและทวงหนี้ของเขาแย่เกินไปเลยทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้โกรธเข้าหรือเปล่า?
แต่เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ แม้ว่าวิธีการของพวกเขาจะน่ารังเกียจ... แต่พวกเขาก็ยังอ่อนโยนกว่าเจ้าอื่นๆอยู่ดี!
อย่างไร​ก็ตาม, เขาไม่กล้าถามลงลึก…..จินหมั่นฝูจึงทำได้เพียงตอบกลับด้วยความกลัว
"ถูกต้องเเล้ว, ในบริษัททางการเงินของพวกเรายังมีพนักงานอีกประมาณสิบกว่าคน"
“เรียกพวกเขาทั้งหมดมาพรุ่งนี้….แล้วมาสู้กับฉันที่นี่อีกครั้ง” ซูไป๋กล่าวอย่างใจเย็น
“แค่...สู้เหรอ?” จินหมั่นฝูรู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย
“ใช่…..แค่สู้แบบนี้ทุกวัน”
เขามองไปที่จินหมั่นฝูด้วยสายตาเย็นชา, พลางพูดอย่างไร้ความรู้สึก
"อย่าเข้าใจผิด​ล่ะ, ฉันไม่ใช่พวกสนใจที่จะทำตัวเป็นอัศวินผดุงความยุติธรรม…..สิ่งเดียวที่ฉันสนใจคือการได้ต่อสู้กับคนที่ฉันถูกใจ"
“ตั้งแต่วันนี้ต่อไป….ฉันจะมาที่นี่ทุกวันเพื่อต่อสู้กับคนที่อยู่ในรายชื่อ”
“ตราบใดที่ฉันมีช่วงเวลาที่ดี นายและคนของนายจะสบายดี”
“เเละฉันไม่สนใจชีวิตของพวกนาย …..พวกนายยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ตามปกติ, ตราบใดที่นายไม่ทำนอกกฎหมาย​มากเกินไปจนน่าเกลียด”
หลังจากได้ยิน​เช่นนี้, จินหมั่นฝูก็ตัดสินได้ทันที
เมื่อดาวสังหารผู้นี้กลับไป เขาจะแก้ไขทรัพย์สินภายใต้ชื่อของเขาให้สะอาดทันที…..อย่างน้อยก็จะได้ไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้น!
มิฉะนั้น……จะเป็นอย่างไรถ้าวันหนึ่งฆาตกรผู้นี้มีความคิดที่จะลงโทษและผดุงความยุติธรรมขึ้นมา... ชีวิตของเขาเองคงจะหายไปอย่างเเน่นอน!
หลังจากยื่นคำสั่งของเขาแล้ว ซูไป๋ก็จับด้ามมีดด้วยมือซ้าย นิ้วชี้และและนิ้วโป้งบีบด้ามจับเหมือนคุ้กี้
ก่อนจะใช้มือบีบใบมีดอันคมกริบทีละนิดจนมันหดตัวเหมือนเป็นอิฐเล็กๆ…..ก่อนที่เขาจะวางมันลงบนมือของจินหมั่นฝู
"แน่นอนว่า…..นายสามารถขัดขืนหรือโทรหาตำรวจได้”
“เเค่ผลที่ตามมา...นายต้องยอมรับมันเท่านั้น​เอง”
หลังจากข่มขู่​เรียบร้อย​แล้ว, เขาก็ใช้มืออีกข้างหยิบอิฐทองคำออกมาจากกระเป๋าเป้สะพายหลังของระบบ ก่อนโยนมันลงบนโต๊ะ
“แน่นอนว่าฉันไม่ใช่คนไร้เหตุผล อิฐทองคำก้อนนี้เป็นสิ่งชดเชยสำหรับการเสียเวลาของนายและลูกน้อง”
"จำไว้…..ถ้าฉันมาพรุ่งนี้​ คนในรายชื่อเเละคนของบริษัทเงินกู้ต้องมาอยู่ที่นี่ทั้งหมด!”
หลังจากพูดจบแล้ว….ซูไป๋ก็ออกจากห้องใต้ดินอย่างสงบ, ก่อนค่อยๆหายไปจากสายตาของจินหมั่นฝู
……
หลังจากนั้นไม่นาน
เมื่อตรวจสอบให้แน่ใจเเล้วว่าดาวสังหารนั่นหายตัวไปเเล้วจริงๆ
จินหมั่นฝูก็ทรุดตัวลงบนโซฟา​ ราวกับว่าเขาสูญเสียเรี่ยวแรง​ไปทั้งหมด
เเละหลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้ เขาก็ลุกขึ้นยืนและหยิบวัตถุปริศนาที่เคยเป็นอดีตมีดสั้นอย่างระมัดระวัง
“มีดนี่…ของจริง!”
“แต่…เขาทำได้อย่างไร?”
“เป็นไปได้ไหมที่นิ้วของเขาแข็งกว่าเหล็กและคมกว่าใบมีด?”
“นี่มันไม่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์เลยนะ!”
ณ​ ขณะนี้, ซูไป๋ได้ประสบความสำเร็จในการทิ้งภาพลักษณ์ที่ทรงพลัง โหดเหี้ยมและไร้ศีลธรรมไว้ในใจของจินหมั่นฝู
เมื่อคิดถึงสิ่งมีชีวิตคนนั้น,​ ถึงเขาจะได้ปืน…..มันก็คงไม่มีประโยชน์หรอกใช่ไหม?
จินหมั่นฝูตัวสั่น
เขารีบโทรหาลูกน้องคนสนิทของเขาและบอกสิ่งที่ซูไป๋สั่งเขาไว้
สุดท้าย….เขาก็หยิบอิฐทองคำที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมา
"มันควรจะเป็นจริง"
เพียงชั่งน้ำหนักด้วยมือ จินหมั่นฝูก็รับรู้ได้ทันทีว่าอิฐทองคำนี้เป็นของแท้อย่างเเน่นอน
“แต่...เขาหยิบมันมาจากไหน?”
“ฉันไม่เคยเห็นเขาถือกล่องหรือมีอะไรที่สามารถ​เก็บอิฐทองนี่ได้เลย…”
จินหมั่นฝูโยนอิฐทองคำลงบนโต๊ะ…..จากนั้นมองไปที่ห้องโถงรกๆตรงหน้า มองไปที่โซฟาหุ้มทองที่เขาใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อสร้างมันขึ้นมาและตอนนี้มันมีรูที่ถูกกสร้างอย่างพิถีพิถันเด่นตะการตาอยู่
"นี่มันไม่พอด้วยซ้ำ ถ้าจะชดใช้ก็ต้องให้มากกว่านี้สิเฟ้ย!”
“แค่อิฐก่อนเดียวจะไปพออะไรกันนนน!” (กล้าบอกต่อหน้าปะล่ะ​ อิอิ)​
……………..