เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 - ทั้งภักดีและกตัญญู

บทที่ 230 - ทั้งภักดีและกตัญญู

บทที่ 230 - ทั้งภักดีและกตัญญู


บทที่ 230 - ทั้งภักดีและกตัญญู

"กรี๊ด! ฆ่าคนแล้ว..."

"กบฏ กบฏแล้ว คุ้มกันนายท่านเร็ว"

"กองตรวจการอยู่ไหน?"

"......"

ทั่วทั้งงานโกลาหลวุ่นวาย บนเวทีสูง ขุนนางระดับหกผู้หนึ่งตวาดเสียงดุจฟ้าผ่า หยุดความโกลาหล แล้วจ้องเขม็งไปที่หนิงเซี่ย "จวินเซี่ยงเซียน เจ้าจะยอมจำนน หรือจะให้มีการนองเลือด"

ยังไม่ทันที่หนิงเซี่ยจะตอบ ก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา "ต่อให้ต้องนองเลือดแล้วจะทำไม ก็แค่หลงกวงฮุย ตัวไร้ค่าดุจหนอนแมลง ตระกูลจวินข้าจะฆ่าไม่ได้เชียวรึ"

สิ้นเสียง ร่างของจวินเฉาเกอก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ เบื้องหลังของเขามีจวินเซี่ยงเปิ่น จวินเซี่ยงเนิง จวินอวี่ซิง จวินอวี่เฟิน จวินอวี่อี้ และจวินอวี่เจิ้น ยืนสงบนิ่ง

"เจ้าเป็นใครกัน?"

ขุนนางระดับหกผู้นั้นถามเสียงเย็น

จวินเฉาเกอชูป้ายคำสั่งขึ้นมา "เขาซานเหยา จวินเฉาเกอ"

"ป้ายคำสั่งกึ่งภูผา!"

ดวงตาของขุนนางระดับหกฉายแววหวาดหวั่น หัวใจเต้นรัวด้วยความกังวล

ป้ายคำสั่งกึ่งภูผา เป็นป้ายคำสั่งเฉพาะของตระกูลขุนนางกำหนดตำแหน่งในแดนสูญญากาศ เป็นสัญลักษณ์แห่งสถานะและอำนาจ

ผู้ถือป้ายคำสั่งกึ่งภูผา เมื่อแสดงตัวและแจ้งแซ่ตระกูล ก็เท่ากับว่าเป็นตัวแทนของทั้งตระกูล

เมื่อจวินเฉาเกอประกาศชื่อและแสดงป้าย ย่อมหมายถึงการมาในนามของตระกูลจวินแห่งเขาซานเหยาทั้งหมด

"อาสาม ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ"

จวินเหลียนเอ๋อร์ถลันเข้าไปหาจวินเฉาเกอ แล้วทรุดกายลงกราบ

จวินเฉาเกอเอ่ยเสียงอ่อนโยน "ธิดาผู้สูงศักดิ์แห่งเขาซานเหยา จะให้แต่งงานกับคนถึกคนเถื่อนได้อย่างไร เหลียนเอ๋อร์ เจ้าลำบากมามากแล้ว เซี่ยงเซียน ทำได้ดีมาก ตามข้ากลับไปเถอะ"

จวินเซี่ยงเปิ่น จวินเซี่ยงเนิง และคนอื่นๆ ต่างหน้าเคร่งเครียด

ไม่มีใครคาดคิดว่าจวินเซี่ยงเซียนจะโผล่มา แล้วใช้วิธีนี้ทำภารกิจจนสำเร็จ

กำจัดหลงกวงฮุย ก็เท่ากับยุติการรับอนุภรรยา

ข้อนี้ใครๆ ก็คิดได้ แต่การจะลงมือทำจริงนั้นยากแสนสาหัส

ประการแรก ความสามารถในการลงมือ หลงกวงฮุยไม่ใช่ไก่กา หากฆ่าไม่ได้ในดาบเดียว ก็ยากที่จะฆ่าได้อีก

ประการที่สอง จวินเซี่ยงเปิ่นและคนอื่นๆ ต่างเกรงกลัวตระกูลหลง พูดตรงๆ คือกลัวว่าตระกูลจวินแห่งเขาซานเหยาจะหนุนหลังพวกตนจนถึงที่สุดหรือไม่

ประการที่สาม ทุกคนต่างมีพันธะ การจะตัดหัวคนดังในนครหลวงเสวียนถิงนั้น เป็นความคิดที่แค่จะคิดยังยาก

ตอนนี้เมื่อเห็นจวินเซี่ยงเซียนทำสำเร็จ พวกจวินเซี่ยงเปิ่นรู้สึกเหมือนกลืนยาขม

หนิงเซี่ยประสานมือคารวะจวินเฉาเกอ "อาสาม เชิญกลับไปก่อนเถิด ที่ข้าฆ่าหลงกวงฮุย ก็เพราะคนผู้นี้หยามเกียรติตระกูลจวินเหลือเกิน เพื่อรักษาชื่อเสียงของตระกูล นี่คือการแสดงความกตัญญูต่อบรรพชนตระกูลจวิน

แต่หลานในฐานะขุนนางราชสำนักปีศาจ ย่อมต้องเคารพกฎหมาย บัดนี้หลานก่อคดี ไม่กล้าหลบหนี นี่คือการแสดงความภักดีต่อส่วนกลาง หลานยินดีรับโทษตามกฎหมาย คงไม่อาจติดตามอาสามกลับไปได้"

สิ้นคำพูดนี้ สายตานับไม่ถ้วนก็เบิกโพลง

"เล่นไม้นี้ได้ด้วยเหรอวะเนี่ย!"

จวินเซี่ยงเปิ่นพึมพำเสียงเบา

"ยอมแล้ว ยอมใจเลย อายุแค่นี้ ทำไมถึงร้ายกาจขนาดนี้"

จวินเซี่ยงเนิงส่ายหน้ายิ้มขื่น

ดวงตาของจวินเฉาเกอเปล่งประกายเจิดจ้า "ดี ดีมาก ทั้งภักดีและกตัญญู สมกับเป็นลูกหลานตระกูลจวิน"

ขุนนางระดับหกที่เผชิญหน้ากับจวินเฉาเกออยู่ก็ถอนหายใจโล่งอก สายตาที่มองหนิงเซี่ยเปลี่ยนไปทันที

………………

นครหลวงเสวียนถิง ลานบุปผารมณีย์ เป็นโรงเตี๊ยมที่มีชื่อเสียงมากในนครหลวง

ลึกเข้าไปในป่าไผ่อันหอมกรุ่นของลานหน้า มีคนสี่คนกำลังตั้งวงดื่มสุรา

หากหนิงเซี่ยอยู่ที่นี่ เขาต้องจำได้ทันทีว่าทั้งสี่คนนี้คือเพื่อนร่วมโต๊ะในงานแต่งของหลงกวงฮุย

อู๋กั๋วจางชายหน้าปุจากห้องทรงพระอักษร ซูตงปางชายชุดแดงจากที่ทำการนครหลวง จี๋ไห่หัวหน้ากองตรวจการ และหมี่เกาเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคลากร

เจ้าภาพมื้อนี้คือซูตงปาง เพื่อเป็นการขอบคุณอู๋กั๋วจาง เมื่อสามวันก่อนในงานเลี้ยงบ้านตระกูลหลง เขาฟังคำวิจารณ์ของอู๋กั๋วจาง แล้วรีบวิ่งเต้นหาเส้นสาย จนได้ตำแหน่งดีๆ ในกรมสื่อสารซึ่งเป็นหนึ่งในยี่สิบสี่กรมที่ตั้งขึ้นใหม่

"ถ้าไม่ได้พี่อู๋ชี้แนะ คงไม่มีซูในวันนี้ มาๆๆ วันนี้ต้องเมาไม่เลิก"

"น้องซูชมเกินไปแล้ว คนรู้ข่าวมีเยอะแยะ แต่คนที่ทำสำเร็จคือน้องซู ข้าเองก็รู้ข่าว แล้วเป็นไงล่ะ?"

"ฮ่าๆๆ พูดถูกๆ ไม่ปิดบังทุกท่าน ข้าเองก็แอบไปวิ่งเต้นมาเหมือนกัน แต่ไม่สำเร็จ"

"ฮ่าๆๆ..."

พวกเขากินดื่มกันไป หัวข้อสนทนาก็วนมาที่หนิงเซี่ยอย่างรวดเร็ว

"ใครจะไปคิดว่าจวินเซี่ยงเซียนจะแฝงตัวอยู่ในกลุ่มพวกเรา ตอนนั้นเล่นเอาข้าตกใจแทบแย่"

"นั่นสิ หมอนั่นดูหน้าตาหล่อเหลาไร้พิษสง ใครจะนึกว่าจะโหดเหี้ยมขนาดนั้น"

"คนคนนี้มีฉายาในเมืองจงเสียงโจวว่า 'จอมมารเด็ดหัว' แต่การที่กล้าทำเรื่องแบบนี้ท่ามกลางสายตาประชาชี ก็ยังเป็นเรื่องที่ข้าเข้าใจไม่ได้อยู่ดี"

ซูตงปางและอีกสองคนวิจารณ์กันเซ็งแซ่ มีเพียงอู๋กั๋วจางที่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา

ซูตงปางยิ้มถาม "ทำไมรึ พี่อู๋ได้ข่าวอะไรมาอีก? เล่ามาให้พวกเราเปิดหูเปิดตาหน่อยสิ"

อู๋กั๋วจางเอ่ย "ถ้าข้าบอกว่า อีกไม่กี่วัน จวินเซี่ยงเซียนจะได้รับตำแหน่งหัวหน้ากององครักษ์พันเมฆาแห่งสำนักตรวจการราชสำนัก พวกท่านจะคิดยังไง?"

ซูตงปาง จี๋ไห่ และหมี่เกา ต่างเบิกตาโต แทบจะรับข่าวที่น่าตกใจนี้ไม่ไหว

"พี่อู๋ ดื่มไปไม่กี่แก้ว ไหงเมาซะแล้ว จวินเซี่ยงเซียนเด็ดหัวหลงกวงฮุยต่อหน้าธารกำนัล โดนจับเข้าคุกหลวงขังลืมไปแล้ว ผ่านไปไม่กี่วัน ท่านบอกข้าว่านอกจากเขาจะออกจากคุกได้ ยังจะได้เลื่อนตำแหน่งอีก นี่มันสยองขวัญเกินไปแล้ว เหลือเชื่อจริงๆ"

ซูตงปางส่ายหน้าไม่หยุด

อู๋กั๋วจางกล่าว "พอลองมาคิดดูตอนนี้ ถึงได้รู้ว่าเด็กคนนี้ลึกล้ำสุดหยั่งคาด ข้ากล้าพนันเลยว่า จวินเซี่ยงเซียนคิดทางหนีทีไล่ไว้หมดแล้วก่อนจะลงมือฆ่าหลงกวงฮุย"

"เดี๋ยวๆ พี่อู๋ ช่วยไล่เรียงเรื่องราวตั้งแต่ต้นหน่อยได้ไหม ข้ารู้สึกงงไปหมดแล้ว"

หมี่เการีบรินเหล้าให้อู๋กั๋วจาง

อู๋กั๋วจางดื่มเหล้าจนหมดจอก "เรื่องมันต้องเริ่มจากตรงนี้ จริงๆ แล้วพวกเรารู้กันดีว่าการที่หลงกวงฮุยรับอนุภรรยาครั้งนี้ เป็นตัวแทนของคนจำนวนมากและขั้วอำนาจหลายกลุ่ม เพื่อหยั่งเชิงตระกูลจวิน หรือพูดให้ถูกคือหยั่งเชิงกลุ่มขุนนางตระกูลเก่าแก่ในแดนสูญญากาศ

แดนสูญญากาศดำรงอยู่มานานขนาดนี้ เดิมทีระบบเก้าขั้นขุนนางเป็นปมตายตัว ใครจะไปคิดว่าพวกเราจะยึดครองโลกหมื่นแคว้นแดนเทพได้ แถมยังขยายอำนาจใหญ่โต

ตอนนี้ในโลกหมื่นแคว้นแดนเทพมีปีศาจระดับยอดอัจฉริยะปรากฏตัวขึ้นมากมาย นานวันเข้า พวกผู้ใหญ่ในแดนสูญญากาศเริ่มจะนั่งไม่ติด

การผลักดันการปฏิรูปแน่นอนว่าเป็นความต้องการเปลี่ยนแปลง แต่รากเหง้าคือต้องการรวบรวมอำนาจของห้าราชสำนักปีศาจมาใช้เอง

ราชสำนักปีศาจกับแดนสูญญากาศมีความสัมพันธ์ทั้งร่วมมือและแข่งขัน ครั้งนี้อาศัยเรื่องหลงกวงฮุยรับเมียน้อยเพื่อหยั่งเชิง ดูว่าพวกผู้ดีจากแดนสูญญากาศจะยอมถอยได้แค่ไหน

ข้าได้ยินมาว่า ก่อนหน้านี้ตระกูลจวินส่งคนมาเจรจากับหลงกวงฮุยหลายรอบ แต่ใครจะไปนึกว่าสุดท้ายจะมีจวินเซี่ยงเซียนโผล่มา แล้วใช้วิธีรุนแรงจบชีวิตหลงกวงฮุยดื้อๆ

ทีนี้ พอหลงกวงฮุยตาย ตามหลักแล้วจวินเซี่ยงเซียนไม่น่าจะมีจุดจบที่ดี เพราะเขาฆ่าหลงกวงฮุยต่อหน้าธารกำนัล ต่อให้เป็นตระกูลจวินก็ต้องให้คำอธิบายกับราชสำนัก

ไม่อย่างนั้น ระบบที่ราชสำนักเพิ่งจะวางรากฐาน จะพังครืนลงทันที

ทว่า ตระกูลจวินก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ปกป้องจวินเซี่ยงเซียน หากไม่ปกป้อง หน้าตาของตระกูลจวินก็คงถูกเหยียบจมดิน

เดิมทีนี่เป็นปมตาย ใครจะไปคิดว่าจวินเซี่ยงเซียนจะงัดทฤษฎี 'ทั้งภักดีและกตัญญู' ออกมาใช้"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 230 - ทั้งภักดีและกตัญญู

คัดลอกลิงก์แล้ว