- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเทพยุทธ์ด้วยสกิลอมตะ
- บทที่ 210 - ลอบสังหาร
บทที่ 210 - ลอบสังหาร
บทที่ 210 - ลอบสังหาร
บทที่ 210 - ลอบสังหาร
หลังจากเก็บกวาดบ้านจนสะอาด หนิงเซี่ยก็เริ่มงานก่อสร้างรากฐาน ซึ่งหลักๆ ก็คือการแต่งตั้งขุนนาง
ทั่วทั้งอำเภอเจียงเซี่ย นอกจากตำแหน่งปลัดอำเภอที่เขาไม่มีอำนาจแต่งตั้ง ตำแหน่งอื่นๆ ที่เหลือเขาสามารถจัดการได้เองทั้งหมด
เพียงแค่แจ้งเรื่องไปยังที่ว่าการเขต หากทางเขตไม่มีหนังสือคัดค้านลงมา ก็ถือว่าการแต่งตั้งนั้นผ่านฉลุย
หนิงเซี่ยไม่ได้คิดจะยึดครองอำเภอเจียงเซี่ยเป็นฐานที่มั่นถาวร กองกำลังที่จางเช่อพามาก็ถอนตัวกลับไปตั้งแต่จบศึกแล้ว
ข้าราชการที่หนิงเซี่ยแต่งตั้ง ล้วนเป็นคนท้องถิ่น ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานจากครอบครัวที่ดีและมีความประพฤติดีที่เพิ่งรับสมัครเข้ามาใหม่
นอกจากอำนาจการบริหารงานบุคคลที่เขากุมไว้เอง ภารกิจอื่นๆ ทั้งหมดเขาได้มอบหมายให้เถี่ยลี่ซิน เฉิงเฟิง และหวังคัง สามคนนี้ช่วยกันดูแล
วันหนึ่ง เขาปลอมตัวออกไปตรวจตราในเมือง เดินผ่านร้านซาลาเปาหลี่เหล่าอู่ ก็แวะซื้อซาลาเปามาถุงหนึ่ง เดินออกมาได้แค่ช่วงถนนเดียว จู่ๆ หนิงเซี่ยก็หันขวับกลับไปมอง ชายชราผมขาวโพลนคนหนึ่งถือซออู้ ยืนจ้องเขาด้วยสายตาอบอุ่น
"เจ้ามาแล้ว"
"ข้ามาแล้ว"
"ในที่สุดเจ้าก็มาจนได้"
"ในที่สุดข้าก็มาจนได้"
"อายุตั้งปูนนี้แล้ว ยังจะหาเรื่องใส่ตัวอีกหรือ"
"เขาให้ราคาดี ข้าปฏิเสธไม่ลง อีกอย่างข้าก็อยากเห็นเหมือนกันว่าเชื้อสายเทพมารแบบเต็มขั้น จะเก่งกาจแค่ไหน"
"ไปที่อื่นเถอะ ตรงนี้มีแต่ชาวบ้านของข้า อย่าให้คนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องมารับเคราะห์เลย"
"หนึ่งเพลงพิณตัดขั้วหัวใจ สุดขอบฟ้าจะหาใครรู้ใจได้เล่า พวกเขาได้ตายด้วยเสียงซอของข้า ก็ไม่แน่ว่า... เชี่ย..."
ชายชรายังพูดไม่ทันจบ บนร่างหนิงเซี่ยก็มีแสงยันต์วูบวาบ พริบตาเดียวคนก็หายวับไปแล้ว
ชายชราแค่นหัวเราะเย็นชา รวบรวมพลังปราณที่ปลายนิ้ว เสกเป็นนกกระเรียนกระดาษ
นกกระเรียนกระดาษขยับปีก โบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้า
หนิงเซี่ยเพิ่งจะโผล่มาที่ตีนเขาอูตังซึ่งห่างออกไปร้อยลี้ เจ้านกกระเรียนกระดาษก็ตามมาทันพอดี
หนิงเซี่ยเงยหน้ามองนกกระเรียน รู้ว่าหนีไม่พ้นแล้ว ก็เลยเลิกหนี
การมาเยือนของชายชราผู้นี้ อยู่ในการคาดการณ์ของเขาอยู่แล้ว
เพื่อจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงอย่างรวดเร็ว เพื่อกอบโกยทรัพยากร เขาทำเรื่องฝืนกฎเกณฑ์มาตลอดทาง ย่อมต้องสร้างศัตรูไว้มากมาย
เขาขี้เกียจจะไปคิดด้วยซ้ำว่าศัตรูมาจากทางไหน
และเขาไม่อยากจะหลบเลี่ยง เพราะหลบยังไงก็ไม่พ้น เว้นแต่เขาจะลาออกจากตำแหน่ง ไม่อย่างนั้นตราบใดที่เขายังอยู่ที่อำเภอเจียงเซี่ย คนพวกนี้ก็ต้องตามมาเจออยู่ดี
ในเมื่อกล้าก่อเรื่อง ก็ต้องมั่นใจว่ามีปัญญาแบกรับเรื่องไหว
ต่อให้คนที่มาเป็นระดับสร้างตาน แล้วจะทำไม?
เขานั่งขัดสมาธิ ปรับสภาพร่างกายให้พร้อมถึงขีดสุด ทันใดนั้น เขาก็พลิกฝ่ามือเรียก 'ลวดลายวัชระ' ออกมา แล้วซัดมันเข้าไปในร่าง
ทันใดนั้น คลื่นเสียงระลอกหนึ่งก็พุ่งข้ามอากาศมาโจมตี
คลื่นเสียงพาดผ่าน หญ้าแห้ง ต้นไม้ใหญ่ ถูกตัดขาดสะบั้นเรียบวุธ
หนิงเซี่ยสะบัดมือ พลังสัจจะก่อตัวเป็นเกราะคุ้มกัน คลื่นเสียงปะทะกับเกราะคุ้มกัน ส่งเสียงดังแก๊งๆ ราวกับโลหะกระทบกัน
"เกราะคุ้มกันแน่นหนาขนาดนี้ พลังระดับสร้างรากฐานขั้นกลาง นึกไม่ถึงจริงๆ"
ชายชราลอยลมตามมา นิ้วมือดีดสีซอเบาๆ คลื่นเสียงมหาศาลรวมตัวกันกลางอากาศ กลายเป็นง้าวมังกรเล่มยักษ์ที่มีอานุภาพทำลายล้าง ฟันฉับลงมาจากกลางเวหา
หนิงเซี่ยดีดนิ้วรัวเร็ว ดัชนีกระบี่นับสิบสายพุ่งสวนออกไปในพริบตา ยิงง้าวยักษ์จนพรุนเป็นรังผึ้ง
"ดัชนีวิญญาณ เป็นดัชนีวิญญาณที่ดุดันทรงพลังมาก หาดูได้ยากจริงๆ"
ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม นิ้วมือยังคงดีดสีซอต่อไป คลื่นเสียงโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่าถาโถมเข้ามาดั่งพายุฝน
ดัชนีวิญญาณของหนิงเซี่ยต้านทานไม่ทัน เขาจึงเลิกโจมตีสวนกลับ กางเกงเกราะคุ้มกันร่าง ปล่อยให้คลื่นเสียงกระหน่ำโจมตี
"ระดับสร้างตานมีฝีมือแค่นี้เองเหรอ น่าผิดหวังจัง"
หนิงเซี่ยตบตราขุนนางที่หน้าอกเบาๆ เอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ
ชายชราหัวเราะ "ในเมื่อเจ้ารีบไปลงนรก ข้าก็ไม่เล่นด้วยแล้ว"
ฟุ่บ
ศพเงินตัวหนึ่งพุ่งออกมาโดยไร้สัญญาณเตือน พุ่งเข้าใส่หนิงเซี่ยตรงๆ
ศพเงินร่างผอมแห้ง ใบหน้าเลือนราง แต่ทุกการเคลื่อนไหวทำให้พื้นดินยุบตัว แค่เดินผ่านต้นไม้ใหญ่ก็ล้มระเนระนาด
พริบตาเดียวศพเงินก็พุ่งมาถึงตัว รวดเร็วดั่งสายลม
ขณะที่หนิงเซี่ยกำลังจะถูกศพเงินตะปบ เงาร่างหนึ่งก็พุ่งสวนออกไป กระบองเหล็กสีดำทมิฬฟาดเปรี้ยงเข้าใส่ จนศพเงินเซถลา
ในขณะเดียวกัน กรงเล็บของศพเงินก็ตะปบเข้าที่ร่างเงานั้น แต่กรงเล็บที่ฉีกเหล็กกล้าได้ กลับเจาะเกราะป้องกันของหนิงเสี่ยวกู่ (โครงกระดูกน้อย) ไม่เข้า
"หุ่นเชิด! เป็นไปไม่ได้ ศพเงินของข้าฉีกเหล็กกล้าได้สบายๆ จะเจาะเกราะหุ่นเชิดไม่เข้าได้ยังไง"
ชายชราอุทานด้วยความตกใจ
ศพเงินตัวนี้ เขาเพียรพยายามหลอมสร้างมาหลายปี อีกแค่ก้าวเดียวก็จะกลายเป็นศพทองคำ ซึ่งสามารถปล่อยไอศพมรณะออกมาได้
ต่อให้เป็นแค่ศพเงิน แต่ด้วยความเร็วที่น่ากลัว และร่างกายที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน แม้แต่ระดับสร้างตานเจอเข้าไปก็ยังปวดหัว
ส่วนระดับสร้างรากฐาน ถ้าเจอเข้าไปก็คือฝันร้ายชัดๆ
เขาปล่อยศพเงินออกมา กะจะเผด็จศึกให้จบๆ ไป
จัดการแค่เด็กน้อยระดับสร้างรากฐานคนเดียว เขาไม่อยากงัดไม้ตายก้นหีบออกมาใช้
ใครจะคิดว่า หุ่นเชิดที่หนิงเซี่ยปล่อยออกมา จะมีอานุภาพไม่ด้อยไปกว่าศพเงินเลย กระบองเหล็กท่อนเดียวนั้นตีศพเงินจนถอยกรูด กลับกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบ
"ดีมาก นี่สิถึงจะสมกับเป็นวิชาของขุนนางเทพมาร แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่า ความห่างชั้นของระดับพลัง ไม่ใช่สิ่งที่สายเลือดเพียงอย่างเดียวจะทดแทนได้"
ชายชราคำรามก้อง เม็ดตานสีดำลอยขึ้นเหนือศีรษะ ทันใดนั้น พลังวิญญาณโดยรอบก็เริ่มบีบอัดตัว หนิงเซี่ยรู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียการควบคุมพลังวิญญาณ
"แรงกดดันพลังตาน"
หนิงเซี่ยขมวดคิ้ว
ไม้ตายที่แท้จริงของระดับสร้างตานที่ใช้จัดการระดับที่ต่ำกว่า ก็คือแรงกดดันจากพลังตานนี่เอง
เมื่อปล่อยเม็ดตานออกมา พลังตานจะปกคลุมไปทั่ว สนามรบจะถูกพลังตานปิดผนึก ผู้ฝึกตนที่ต่ำกว่าระดับสร้างตานจะไม่มีพลังวิญญาณให้ใช้
"ตายซะเถอะ"
ชายชรากำมือ ดอกเหมยสีเขียวสามดอก ลอยไปอยู่เหนือศีรษะหนิงเซี่ยในพริบตา
ดอกเหมยหมุนวน เกราะพลังสัจจะของหนิงเซี่ยแตกกระจายทันที
ดอกเหมยหมุนอีกครั้ง ฟุ่บ เปลวไฟพุ่งขึ้นฟ้าโอบล้อมรอบตัวหนิงเซี่ย
ดอกเหมยสีเขียวสามดอกถูกเปลวไฟกลืนกินในพริบตา ชายชราหน้าถอดสี กำลังจะถอยหนี
แต่พลังตานที่ปกคลุมทั่วพื้นที่กลับถูกจุดระเบิด กลายเป็นว่าขังตัวเขาเองไว้ในทะเลเพลิง
"เพลิงสัจจะกำเนิด ไม่ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีเพลิงสัจจะกำเนิดที่ดุร้ายขนาดนี้"
ชายชราหน้าเขียวคล้ำ เปลวไฟสีม่วงลุกโชนออกมาจากร่าง
ไฟสีม่วงสร้างเกราะป้องกันรอบตัวเขา ชั่วขณะหนึ่ง มุกมังกรเพลิงปฐพีที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงสัจจะกำเนิดของหนิงเซี่ย ก็ยังเจาะไม่เข้า
หนิงเซี่ยเริ่มร้อนใจ มุกมังกรเพลิงปฐพีคือไม้ตายสุดท้ายของเขาแล้ว หากมุกมังกรยังจัดการไม่ได้ สถานการณ์จะอันตรายสุดขีด
ความจริงแล้ว สถานการณ์ของชายชราก็ย่ำแย่พอกัน เกราะไฟจากพลังตานของเขากำลังอ่อนลงอย่างรวดเร็ว
และเมื่อพลังตานถูกจุดระเบิดจนกลายเป็นอาณาเขตไฟ เขาเองก็หนีไปไหนไม่ได้
ชายชราสูดหายใจลึก เม็ดตานสีดำเหนือศีรษะเริ่มลุกไหม้ เขาคว้ามือในอากาศ พลังสัจจะก่อตัวเป็นหอกยาว ทันทีที่หอกปรากฏ ก็หายวับไปจากมือ
วินาทีต่อมา หอกยาวก็ปรากฏที่หน้าอกหนิงเซี่ย แทงทะลุร่างเขา ตรึงติดกับพื้นดิน
พลังชีวิตกำลังไหลออกไปอย่างรวดเร็ว หนิงเซี่ยยิ้มขมขื่นที่มุมปาก "ยังไม่ไหวแฮะ"
เขาเผชิญหน้ากับความตายอย่างสงบนิ่ง สิ่งเดียวที่กังวลคือ ดีหงส์เพลิงจะถูกชายชราเอาไปหรือเปล่า ถ้าโดนริบไปเก็บไว้ในห้วงจิต การจะฟื้นคืนชีพคงยุ่งยากน่าดู
เขานอนนิ่งสัมผัสถึงกระบวนการที่ชีวิตกำลังจะดับสูญ ทันใดนั้น จิตวิญญาณส่วนลึกกลับสว่างวาบขึ้นมา
เดิมทีหลังจากหลอมรวมความแค้นที่สลายไปเข้าสู่เม็ดกระบี่ ก็ยังมีม่านบางๆ กั้นอยู่ชั้นหนึ่ง
ในขณะที่ชีวิตของเขากำลังจะมอดดับ ม่านบางๆ ชั้นนั้นจู่ๆ ก็หายวับไป
ฟุ่บ
หนิงเซี่ยเรียกเม็ดกระบี่ออกมา ในชั่วพริบตา เลือดที่นองเต็มพื้นก็ถูกดูดกลับเข้าไป ร่างกายของเขาเหี่ยวแห้งลงทันที
เลือดทั้งหมดในกายถูกดูดเข้าไปในเม็ดกระบี่ กลายเป็นลูกบอลเลือดขนาดเท่าลูกฟุตบอล